เมื่อจินเยว่เอ่ยถามสาวใช้ทั้งสองต่างพยักหน้า แม้คนอื่นจะมองว่าจินเยว่เป็คนไร้ค่า
แต่จากที่ทั้งสองรับใช้นางมา่เวลาหนึ่ง ทั้งสองไม่รู้สึกว่าจินเยว่จะด้อยกว่าคุณหนูคนอื่นตรงไหน
แทบจะบอกได้ว่าจินเยว่ดีกว่าคุณหนูในเมืองหลวงทั้งหมด แค่ไม่มีพลังอย่างเดียวเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นข้ามีเื่จะบอกและมีเื่จะถาม” จือฮวาและเจียอี นั่งอยูบนพื้นขณะที่เงยหน้ามองจินเยว่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
“คุณหนูรีบบอกเลยเ้าค่ะ” จือฮวาผู้ใจร้อน นางอยากรู้เร็ว ๆ ว่าจินเยว่จะบอกความลับอะไรกับพวกนาง
“ข้าถามพวกเ้าก่อนว่า เ้ากล้าที่จะจงรักภักดีต่อข้าเพียงคนเดียวจริงหรือไม่”
“ข้าสาบาน ข้าจะภักดีกับคุณหนูคนเดียวเ้าค่ะ” จือฮวาและเจียอีพูดออกมาพร้อมกัน
“งั้นก็ดี ให้พวกเ้ากินยานี้ซะ กินแล้วจะทำให้พวกเ้าภักดีต่อข้าเท่านั้น หากเ้าทรยศหักหลังข้า ยานี้จะกลายเป็ยาพิษ ทำให้พวกเ้าต้องตายในทันที ข้าให้พวกเ้าเลือกว่าจะกินหรือไม่กินก็ได้ ตามใจพวกเ้า”
ยาที่อยู่ในมือถูกจือฮวาหยิบไปเป็คนแรก และเอาเข้าปากในทันที จินเยว่ถึงกับยิ้มชอบใจ
เจียอี เห็นจือฮวาเอายาเข้าปากแล้ว นางมองจือฮวาและมองจินเยว่อีกครั้ง
ค่อย ๆ ยื่นมือมารับยาจากมือจินเยว่ เอาไปดมแล้วเอาเข้าปากเช่นเดียวกัน
“ฮ่า ๆ ๆ” จินเยว่หัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข
“พวกเ้านี่นา ไม่คิดก่อนเลยนะ วางใจในตัวข้าขนาดนี้เลย” สาวใช้ทั้งสองพยักหน้า
“ดีที่พวกเ้าเลือกที่จะเชื่อใจข้า เป็คนของข้าอย่างแท้จริง เพราะตอนนี้สัญญาซื้อตัวของพวกเ้าอยู่ในมือข้าแล้ว”
จินเยว่ยื่นสัญญาให้ทั้งสองได้ดู แล้วรับกลับมาฉีกต่อหน้าของทั้งสองคน
ทำให้จือฮวากับเจียอี ร้องขึ้นอย่างใ
“เหตุใดคุณหนูต้องฉีกสัญญาทิ้งเ้าคะ ให้ข้าเป็สาวใช้ของท่านไปตลอดชีวิตก็ดีแล้ว”
“ไม่ พวกเ้าไม่ใช่สาวใช้ของข้าอีกต่อไป แต่เป็คนสนิทของข้า ความภักดีของพวกเ้าข้ารู้แล้ว”
“เื่ต่อไป ที่ข้าจะบอก” จินเยว่หงายฝ่ามือขึ้น ส่งพลังมาที่ฝ่ามือเกิดเป็ดวงไฟสีแดง ดวงเล็ก
ขณะเดียวกันรอบตัวของจินเยว่มีแสงสีแดงกำลังแผ่ออกมา จนกลายเป็สีแดงเจิดจ้า
“คุณหนู” จือฮวาและเจียอี พูดตะกุกตะกักไม่เป็คำ จือฮวาคิดว่านางจะตายพราะความใได้หรือไม่
“คุณหนู ไม่สิ ท่านเป็ถึงผู้วิเศษ จะเรียกคุณหนูได้อย่างไร” จือฮวาตอนนี้สติแตกไปแล้ว พูดเองเออเองไม่หยุด
ส่วนเจียอีตอนนี้นั่งนิ่งไม่ไหวติง นางนั่งมองจือฮวาที่ทำท่าทางตลก ๆ แต่นางหัวเราะไม่ออก
“ผู้วิเศษ ข้าได้รับใช้ผู้วิเศษ” เจียอีพอได้สติ นางรู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล รู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีที่ได้รับใช้จินเยว่
“พอเลยพวกเ้าทั้งคู่ ตอนนี้รู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าข้าไร้ค่าเหมือนที่คนอื่นคิดหรือเปล่า”
“พวกเรารู้แล้วเ้าค่ะ แต่ตอนนี้พวกเราช่างไม่คู่ควรกับการเป็คนสนิทของท่านผู้วิเศษเลย”
จินเยว่ส่ายหน้าให้กับท่าทางหงอยเหงาเกินจริงของจือฮวา
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะทำให้พวกเ้าเหมาะสมกับการเป็ผู้ช่วยของข้า”
จินเยว่ให้พวกนางทั้งสองเดินพลัง แสงสีม่วงจาง ๆ ที่แผ่ออกมารอบตัวของทั้งสองทำให้จินเยว่ตัดสินใจที่จะให้ทั้งสองได้เพิ่มขั้นพลัง
หากจะใช้ยาที่นางหลอมใน่แรก อาจไม่ได้ผล เพราะทั้งจือฮวาและเจียอีล้วนไม่ได้รับการฝึกฝน
ต้องใช้ยาแรงกระตุ้น ถึงจะเพิ่มขั้นพลังได้ตามที่้า
“กินเข้าไป” จินเยว่ส่งยาให้จือฮวาและเจียอีคนละเม็ด
ทั้งสองไม่ถามแม้แต่คำเดียว พวกนางเชื่ออย่างสุดใจในความเป็ผู้วิเศษของจินเยว่
ผู้วิเศษจะส่งอะไรมาให้กิน พวกนางรับมากินทั้งหมดโดยไม่มีคำถาม
“ต่อไปพวกเ้าห้ามถามอะไรทั้งสิ้น จนกว่าจะเดินพลังและซึมซับพลังจนเสร็จ ตอนนี้ไม่ว่าร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พวกเ้าต้องทนให้ได้ เมื่อผ่านได้พวกเ้าจะมีขั้นพลังที่เพิ่มขึ้น”
การเดินพลังของสาวใช้ทั้งสองเป็ไปอย่างยากลำบาก เพราะพวกนางอยู่ที่พลังสีม่วงขั้นต่ำสุด เท่ากับตอนพวกนางทดสอบพลังครั้งแรก
ซึ่งเวลานั้นผ่านมาหลายปี และพวกนางไม่เคยฝึกฝนเลย
ทำให้ตอนนี้ทั้งจือฮวา และเจียอีต่างกำลังกระสับกระส่าย เพราะยาวิเศษทะลวงเข้าไปในร่างกาย
จนพวกนางเหมือนจะทนรับพลังที่เพิ่มขึ้นไม่ได้
“ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด จือฮวาสติอย่าหลุด ตอนนี้พลังในร่างของพวกเ้ากำลังถูกกระตุ้นไม่ว่าจะเ็ปแค่ไหนพวกเ้าต้องทนให้ได้ เจียอีพยายามซึมซับพลังเข้า ไป กำหนดจิตไล่ตามพลังที่กำลังพุ่งพล่านให้เป็หนึ่งเดียว”
จินเยว่มองจากอากัปกิริยาของทั้งสอง ที่กำลังต่อสู้กับพลังที่ร่างกายไม่เคยรู้จักมาก่อน
ถ้าพวกนางเอาชนะได้ ก็จะสามารถทะลวงพลังเพื่อเพิ่มขั้นให้มากกว่าปกติได้
“อย่างงั้น ค่อย ๆ ควบคุมพลัง พอมันเริ่มนิ่งก็พยายามซึมซับพลังที่ได้รับให้มากที่สุด”
เวลาผ่านไปเกือบสองเค่อ ทั้งจือฮวาและเจียอีเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเบาสบาย
เสียงของจินเยว่บอกเป็ระยะให้พวกนางอดทน ความเ็ปจนถึงกระดูกในตอนที่พลังทะลวงเข้ามาในร่าง
ส่งผลให้ชุดที่พวกนางใส่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เมื่อซึมซับพลังเสร็จแล้ว เดินพลังอีกรอบ” เมื่อจินเยว่บอกให้ทำ ทั้งสองเริ่มเดินพลังใหม่อีกครั้ง
ครั้งนี้คือขั้นพลังใหม่ที่พวกนางไปถึง ร่างของจือฮวาปกคลุมไปด้วยแสงสีน้ำเงินอ่อนจางสว่างไสว
ส่วนเจียอีก็ไม่น้อยหน้า ร่างกายของนางมีแสงสีม่วงเข้มเหลือบน้ำเงิน ห่างจากจือฮวา เพียงแต่ขั้นเดียวเท่านั้น
“คุณหนูข้ามีขั้นพลังสีน้ำเงิน ข้าขึ้นมาถึงสามขั้นพลัง หากไม่มีคุณหนู….”
จือฮวาพูดพร้อม ทำหน้าตาเหยเกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“คุณหนูข้าสีม่วงขั้นสุด เพิ่มสองขั้นพลัง ข้าก็ดีใจมากแล้ว”
เจียอีพูดนิ่ง ๆ ตามลักษณะนิสัยส่วนตัวของนาง แต่แววตาที่มองมา
จินเยว่รู้ว่าทั้งสอง เทิดทูนบูชานางเทียบเทียมเทพเทวดาไปแล้ว
“พวกเ้าไม่ต้องรีบดีใจไป ข้าจะช่วยให้พวกเ้าเพิ่มขั้นพลังให้สูงกว่านี้อีก”
สองสาวใช้จากกำลังดีใจ ตอนนี้ตาโต อ้าปากค้างไปแล้ว จินเยว่ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ใกล้มื้อเย็นแล้ว พวกเ้าไปเอาสำรับจากห้องครัวเถอะ อย่าไปมีเื่กับคนอื่น กินแล้วจะได้ปรึกษากันเื่การทำครัวของเราเอง”
“คุณหนูจะทำครัวเล็กหรือเ้าคะ ข้าดีใจมากที่ไม่ต้องไปรับสำรับจากพวกในครัวอีก เดี๋ยวพวกข้ามานะเ้าค่ะ”
จือฮวากับเจียอีไปถึงห้องครัว เสียงกระแนะกระแหนก็ลอยมาให้ได้ยินทันที
“สาวใช้ของคุณหนูจินผู้ยิ่งใหญ่มาเอาสำรับแล้ว พวกเ้าดูแลพวกนางให้ดี เดี๋ยวพวกนางจะไปฟ้องฮูหยินอีก”
“คุณหนูของข้าไม่เคยฟ้อง” เพราะความเป็คนปากไว จือฮวาจึงโต้กลับทันที มีเจียอีที่พยายามดึงนางไว้
“เป็อย่างไรบ้าง ไปมีเื่กับพวกในครัวใหญ่หรือเปล่า” เมื่อจินเยว่ถาม จือฮวาลอยหน้าลอยตาตอบว่า “ไม่มี”
“ไม่มีก็ดีแล้ว และจากพรุ่งนี้จะมีคนงานในจวนมาทำครัวเล็กหลังเรือน มื้อเช้าเราอาจจะต้องกินที่ครัวใหญ่ แต่มื้อต่อไปเราต้องทำเอง พรุ่งนี้เช้าพวกเ้าก็พากันไปหาซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวและของที่จะทำอาหาร ต่อไปทำสำรับขึ้นโต๊ะสามที่ พวกเราจะกินพร้อมกัน”
“ไม่ได้เ้าค่ะ พวกเราเป็แค่บ่าว จะตีเสมอนายได้อย่างไร” สาวใช้ทั้งสองยึดมั่นในเื่นี้มาก
จนจินเยว่ต้องยอมลงให้ ว่านางจะกินก่อนแล้วค่อยเป็จือฮวาและเจียอี พวกนางจึงได้ยอม
เมื่อข้อตกลงนี้ผ่าน จือฮวาจึงถามเื่ที่พวกนางมีขั้นพลังเพิ่มขึ้น ว่าต้องทำอย่างไรต่อ
“คืนนี้หลังจากทุกคนในจวนเข้านอนกันหมดแล้ว พวกเ้ามาหาข้าที่ห้อง ข้าจะสอนวิธีการต่อสู้ให้”
“เ้าค่ะคุณหนู” หลังจากสาวใช้ทั้งสองมีขั้นพลังเพิ่มขึ้น พวกนางปิดปากเงียบ
พวกนางจะทำเหมือนจินเยว่ ที่ไม่บอกใครเื่ที่มีขั้นพลังที่เพิ่มขึ้น
หลังจากเมื่อคืนที่สาวใช้ทั้งสองเริ่มฝึกการต่อสู้ลับ ๆ ในห้องของจินเยว่
ทำให้จือฮวาและเจียอี นิ่งขึ้น เป็สาวใช้ที่ดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้น
หลังฝึกการต่อสู้ สลับกับการเดินพลัง ทำแบบนี้สิบรอบ สามคนนายบ่าวไม่ได้นอนเลย
แต่พวกนางไม่ง่วง เพราะพลังที่หล่อเลี้ยงร่างกายเหมือนสามารถอิ่มได้ แม้ไม่ได้ดื่มกิน
ซึ่งจินเยว่บอกว่าเป็ผลจากขั้นพลังที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
จินเยว่ให้ทั้งสองฝึกแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่างกายจะสามารถซึมซับพลังในระดับของตนได้เต็มที่
ตอนนั้นนางจึงจะให้สาวใช้ทั้งสองทะลวงพลังอีกครั้ง
>>>
เหลืออีกสามวันที่คุณหนูทุกคนในเมืองหลวงจะได้เข้าร่วมงานชมบุปผาในวังหลวง
ทำให้เกิดบรรยากาศความคึกคักในสำนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา
หากมีแต่คุณหนูในสำนักศึกษาเข้าร่วม อาจไม่ตื่นเต้นกันขนาดนี้
เมื่อองค์หญิงฝูโยวรู้ข่าวเื่การแสดงความสามารถของคุณหนูในสำนักศึกษา จึงเกิดความสนใจ
พระองค์เลยให้ส่งเทียบเชิญคุณชายในสำนักศึกษาได้เข้าร่วมด้วย
จากงานชมบุปผากลายเป็งานแสดงความสามารถของสำนักศึกษาทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิงไปแล้ว
“คุณหนูจินเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือไม่” อาจารย์ไป๋เอ่ยถาม
เขาแปลกใจกับจินเยว่ ทั้งที่การแข่งขันความสามารถในทุกประเภท นางล้วนได้อันดับหนึ่ง
หากนางจะเป็คนเดียวที่แสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้ ก็ไม่ผิด เพราะผลคะแนนเป็อย่างนั้น
แต่จินเยว่กลับเลือกแสดงความสามารถด้านการคิดเลขเพียงอย่างเดียว
และปล่อยผลงานที่เหลือให้คนที่ได้อันดับสองได้แสดงความสามารถ
ซึ่งทำให้อาจารย์หลายคนมองจินเยว่อย่างสนใจ เพราะน้อยคนนักที่จะสามารถตัดใจ
ทั้งที่รางวัลอยู่ในมือของนางเพียงคนเดียว แต่จินเยว่สามารถยกรางวัลที่สมควรเป็ของนางให้คนอื่นได้
อาจารย์ในสำนักศึกษาต่างก็คิดว่าจินเยว่ เป็คนเช่นไรกันแน่ เป็แค่คนไร้ค่าจริงหรือ