ตอนที่ 177 เข็มกลัดอาจารย์ช่างโลหะที่ไม่คาดคิด
กายเดินออกมาจากโรงหลอมของกองทัพมันก็เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่ในวันนี้ท้องฟ้าเหนือป้อมปราการตะวันออกไม่ได้เต็มไปด้วยดวงดาวแต่กับบดบังไปด้วยฝุ่นและก้อนเมฆ เป็นผลมาจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
ขณะที่กายเงยหน้ามองท้องฟ้ามีอาและลิลี่ที่รอเขาอยู่ก็เดินมาหาชายหนุ่ม
“เจ้าใช้เวลานานมากข้านึกว่าจะต้องรอจนถึงเช้าซะอีก” มีอาพูด
“ขอโทษทีพอดีได้มาที่โรงหลอมอาวุธของกองทัพแล้วข้าก็เลยใช้โอกาสนี้ในการสร้างอาวุธของตัวเองไปด้วยซะเลย จริงสินี่ดาบเดซี่”กายหยิบดาบเดซี่ส่งให้กับมีอา
มีอาชักดาบออกมาก่อนจะสังเกตดูและยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจดาบเดซี่ได้รับการซ่อมแซมจนสภาพของมันนั้นกลับมาเหมือนมรวันแรกที่เธอได้เห็นมันแล้ว
“เจ้าบอกว่าสร้างอาวุธของตนเองใช่ที่อยู่ในมือหรือเปล่า” ลิลี่นั่งยอง ๆ กับพื้น จ้องมองค้อนหลอมอัคคีที่อยู่ในมือของกายอย่างสนใจ
มีอาละสายตาจากดาบเดซี่และมองดูค้อนหลอมอัคคีเช่นกัน
“ใช่แล้วมันชื่อว่าค้อนหลอมอัคคีและตอนนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า”กายยกค้อนหลอมอัคคีขึ้นมาอยู่ด้านหน้าให้ทั้งสองมองได้ชัด ๆ
ลิลี่ลุกขึ้นมาก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปที่ตัวค้อน ก่อนจะชักมือกลับด้วยความตกใจ
“ร้อนมากเจ้าพึ่งเอามันออกมาจากเตาหลอมหรืออย่างไร ทำไมไม่ทำให้มันเย็นก่อนละ”
“แอ๊ะ จริงด้วย”มีอาก็ลองจิ้มเช่นกัน
กายได้แต่ยิ้มเจือนๆ กับความอยากรู้อยากเห็นของลิลี่และมีอาที่เล่นไปกับเธอด้วย
“ไม่ใช่เพราะพึ่งเอาออกจากเตาหลอมหรอกแต่ค้อนหลอมอัคคีได้ใช้เทคนิคลับในการสร้าง ทำให้สามารถปลดปล่อยความร้อนได้คล้ายกับที่อาวุธที่ใส่จิตวิญญาณธาตุไฟลงไป”กายอธิบายง่าย ๆ ให้ฟัง
“สุดยอดแบบนั้นก็เท่ากับว่าขี้โกงไม่ใช่หรือยังไง” ลิลี่พูดด้วยความตื่นเต้นก่อนจะถามกลับอย่างสงสัย
“ขี้โกง?” กายเอียงคอถามกลับ
“ก็ค้อนหลอมอัคคีทำให้เจ้าใช้ความสามารถของอาวุธที่บรรจุจิตวิญญาณธาตุไฟได้แบบนี้มันก็เท่ากับว่าในบรรดาอาวุธที่ระดับ 3อย่างพวกเราใช้นั้นไม่มีชิ้นไหนเลยที่สู้กับค้อนหลอมอัคคีได้”ลิลี่โบกมือไปมาพลางอธิบาย
“นั้นก็จริง”กายและมีอาก้มหน้าครุ่นคิดพร้อมกัน
“จริงสิทำไมตอนนี้ยังไม่มีสงครามรอบสองเกิดขึ้นอีกถ้าตามคาดการณ์พวกนครแสงเทวาน่าจะโจมตีอีกระลอกในตอนกลางคืนไม่ใช่หรือไม่”
“พวกข้าก็ไม่รู้แต่ภายนอกกำแพงนั้นเงียบมาก ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรแต่ว่าพวกทหารได้ขึ้นไปเตรียมตัวกันบนกำแพงหมดแล้ว” มีอาตอบกลับจากนั้นก็เก็บดาบเดซี่เข้าข้างเอวของตนเอง
“ไปกันเถอะ”
“ไปไหน”สองสาวหันมามองกายพร้อมกัน
“เดี๋ยวก็เช้าแล้วพวกเราควรไปพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย” กายกล่าวด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าเขาอยู่ในโรงหลอมอาวุธและทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงมันกินทั้งแรงกายและแรงใจดังนั้นกายคิดว่าตนควรจะไปพักผ่อนสักหน่อย
“เจ้าไปพักเถอะข้าจะไปที่ด้านบนกำแพงเผื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น” มีอาพูดออกมาขณะที่มือจับดาบเดซี่ไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นข้าไปด้วย”ลิลี่ไม่มีทางปล่อยให้มีอาไปคนเดียวอยู่แล้วดังนั้นนางจึงรีบบอกก่อนจะรีบดึงตัวมีอาไป
ดูเหมือนเธอคงอยากจะลองใช้ดาบเดซี่ที่พึ่งซ่อมเสร็จดูสินะแต่ว่าวันนี้พวกนั้นไม่น่าจะลงมือโจมตีที่ป้อมปราการตะวันออกแล้ว
กายส่ายหัวและโยนเรื่องทั้งหมดทิ้งตัวเขาในตอนนี้ทำเพียงแค่เล่นไปตามกระแสของสงครามก็เพียงพอแล้ว
...
เช้าวันต่อมากายถูกปลุกด้วยเสียงดังที่วุ่นวายของโรงนอนก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาดูและเห็นว่าทหารทั้งหมดนั้นได้พากันวิ่งออกไปนอกโรงนอนกันหมดแล้ว
กายลุกขึ้นมาก่อนจะเดินออกไปด้านนอกตามพวกทหารไปซึ่งไม่นานก็เจอกับทิฟอนที่กำลังรวบรวมคนอยู่
“เกิดอะไรขึ้น”กายถามทิฟอนด้วยความสงสัย
“มีข่าวว่าพวกกำลังเสริมนั้นโดนลอบโจมตีตอนนี้พวกเขาได้ไล่ล่ากองกำลังที่มารอบโจมตีอยู่ แล้วก็เกิดการโจมตีที่มัลทาฟาพวกนครแสงเทวาไม่ได้คิดจะโจมตีเพียงป้อมปราการตะวัน พวกมันได้โจมตีจุดอื่น ๆของชายแดนด้วย” ทิฟอนอธิบายสั้น ๆ
‘นี่มันแบบนี้สินะในเมื่อด้านบนของชายแดนถูกรักษาอย่างแน่นหนาป้อมปราการตะวันออกก็ยังโจมตีฝ่าไปไม่ได้ พวกนั้นเลยเลือกจะโจมตีที่มัลทาฟาแทนถ้าผ่านมัลทาฟาได้ ก็เข้าสู้พื้นที่ของทุ่งหญ้ากิราได้ถ้าอย่างนั้นกองโจรพวกนั้นไม่ใช่เพียงแต่ลอบโจมตีกำลังเสริมแต่ยังเป็นการสร้างเส้นทางอ้อมป้อมปราการตะวันออกด้วยที่ผ่านมาเราคิดง่ายเกินไปจริง ๆ’ กายไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดในใจและได้ข้อสรุปออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ข้าจะไปด้วย”กายกล่าวออกมา ขณะที่จะเดินไปเอามา
“ไม่ได้เจ้าได้รับคำสั่งใหม่ให้ไปที่โรงหลอมอาวุธตอนนี้เจ้าไม่ใช่ทหารแนวหน้าอีก แต่เป็นอาจารย์ช่างโลหะ”ทิฟอนกล่าวจบก็กระโดดขึ้นหลังม้าและควบออกไปพร้อมกับทหารคนอื่น ๆ
“เฮ้ข้าจะสังหารพวกศัตรูเผื่อเจ้านะ” เสียงของลิลี่ดังขึ้นมาจากในกองกำลังทหารมีอาก็โบกมือให้เขาด้วยเช่นกัน
ส่วนกายตอนนี้กำลังอึ้งอยู่
เกิดอะไรขึ้นกันทำไมเราถึงโดนย้ายไปทำงานที่โรงหลอมอาวุธแล้วทำไมพวกเขาถึงรู้ว่าเราอยู่ในระดับอาจารย์ช่างโลหะแล้วในที่นี้มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ความสามารถของเรา นอกจากมีอาและลิลี่แล้วก็ไม่มี...ไม่สิมีอยู่ อาร์เดล
ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรลงไปกันเนี่ย...บ้าจริงๆ
กายที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี๋ยวท่ามกลางพื้นที่โล่งในป้อมปราการก่อนจะตั้งสติได้และตรงไปที่โรงหลอมอาวุธของกองทัพในทันที
ทันที่กายไปถึงก็เจอกับทหารสองนายก่อนหน้านั้นแต่ตอนนี้สีหน้าและท่าทางของทหารสองคนนั้นแสดงออกต่างจากที่เจอเมื่อวานมากสีหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความเคารพ
“อาจารย์กายพวกเราสองคนต้องขอโทษเกี่ยวกับท่าทีเมื่อวานด้วยพวกเราไม่รู้ว่าท่านนั้นมีสถานะเป็นอาจารย์ช่างโลหะ” ทหารสองคนก้มหัวขออภัย
“อืม...ตอนนี้อาจารย์อาร์เดลอยู่ที่ไหน”กายไม่อยากจะเสียเวลากับทั้งสองมากนัก เขาจึงพยักหน้ารับส่ง ๆ ไปก่อนจะถามถึงคนที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ในทันที
“อาจารย์อาร์เดลกำลังอยู่ที่ห้องแผนงานทางด้านหลังขอรับ”ทหารยามรีบตอบ
กายเดินไปที่ห้องแผนงานในทันที
ห้องแผนงานนั้นคือห้องที่เก็บพิมพ์เขียวและวางแผนในการสร้างของต่างๆ ซึ่งปกติแล้วจะมีแค่อาจารย์ช่างโลหะที่เข้าไปด้านในได้เท่านั้นหรือบางครั้งก็จะเป็นผู้ช่วยของอาจารย์ช่างโลหะที่ได้รับอนุญาตซึ่งปกติจะไม่ให้คนอื่นเข้าไปอีก
กายมาถึงก็ยืนมองอยู่ก่อนจะผลักประตูเปิดเข้าไป ดูเหมือนเขาจะมาได้จังหวะพอดีเพราะว่าในตอนนี้อาร์เดลนั้นกำลังนั่งลงและจ้องมองพิมพ์เขียวบางสิ่งอยู่ด้วยความหงุดหงิด
“หืมเจ้ามาพอดีเลย”
“เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่ต้องการอะไรจากข้ากัน” กายเดินเข้ามาก่อนจะหยุดยืนอยู่ห่างจากอาร์เดลเขายังเว้นระยะให้ตัวเองอยู่เพราะกลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะลงมือโจมตีตัวเอง
“ข้าทำอะไรอย่างนั้นเหรอก็ต้องการแลกเปลี่ยนกับเจ้ายังไง เจ้าที่เป็นถึงอาจารย์ช่างโลหะแต่กลับปิดบังตัวเองเป็นแค่ช่างโลหะฝึกหัด ข้าก็เลยไปรายงานกับทางกองทัพจากนั้นก็บอกเรื่องเจ้าที่มีระดับเป็นถึงอาจารย์ช่างโลหะและได้รับเข็มกลัดอาจารย์ช่างโลหะมา”อาร์เดลโยนเข็มกลัดของอาจารย์ช่างโลหะให้กับกายอย่างไม่ไยดี
กายยื่นมือออกไปรับด้วยความตกใจ
ในมือของเขานั้นเป็นเข็มกลัดเงินที่มีรูปค้อนและทั่งตีเหล็กอยู่พร้อมกับอักษรที่สลักไว้ว่าอาจารย์ช่างโลหะที่ผ่านมาเขาคิดว่าพอกลับไปที่นครดาราฟ้าแล้วก็ค่อยสร้างชื่อของตนเองผ่านร้านไร้ขอบเขตในฐานะอาจารย์ช่างโลหะ ซึ่งนั้นคือการได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปและได้สถานะอาจารย์ช่างโลหะมา
แน่นอนว่ากายนั้นก็มีเหตุผลอยู่ที่เขาไม่ยอมประกาศออกไปเพราะยังไม่ต้องการให้กองทัพรู้ถ้าเขาพัฒนาเร็วเกินไปมันจะเป็นที่สงสัยและถูกจับตามอง
โดยเฉพาะกับโจเซฟมูธาธี หัวหน้ากองพลที่ 8 กองทัพรักษานคร ชายผู้ที่ให้โอกาสเขาเข้าไปเรียนต่อในสถาบันศาสตร์นักรบในฐานะช่างโลหะฝึกหัด โดยถ้าเขากลายเป็นช่างโลหะแล้วจะต้องกลับออกมารับใช้ในกองทัพ
และตอนนี้อาร์เดลก็ทำลายแผนของเขาจนหมดถ้าเขากลับไปหลังจากจบศึกนี้ แทนที่จะมีเวลากับร้านไร้ขอบเขตกอบโกยเงินทองและเรียนรู้อยู่ในสถาบันศาสตร์นักรบเขาจะต้องโดนทางกองทัพกดดันแน่นอนบางที่อาจจะต้องเข้าไปร่วมกับกองทัพและกลายเป็นอาจารย์ช่างโลหะประจำกองทัพทันที
นั้นหมายถึงเหรียญทองของเขาได้ปลิวหายไปแล้วซึ่งทำให้กายรู้สึกโมโหมาก แต่เชาก็ทำได้เพียงถอนหายใจเพราะในเมื่อระดับสูงที่ป้อมปราการตะวันออกรู้เรื่องแล้วหลังจากนี้ก็คงไม่สามารถปกปิดได้อีก
ไม่รู้ว่าข้าจะยังรักษาสถานะของนักเรียนของสถาบันศาสตร์นักรบไว้ได้อยู่หรือเปล่าจริงอยู่ที่ช่างโลหะนั้นไม่สนใจเรื่องอายุ แต่สนแค่ระดับฝีมือเท่านั้นแต่ทางสถาบันศาสตร์นักรบจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ในเมื่อเกณฑ์การจบคือผ่านไปเป็นนักรบแท้จริง
เรื่องนั้นไวให้พวกอาจารย์จัดการกันเองก็แล้วกัน
“เจ้าดึงตัวข้ามาเพียงเพราะเหตุผลแค่ต้องการเทคนิคย่อยของข้าใช่ไหม”
“เปล่านั้นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ข้าต้องการความสามารถของเจ้าช่วย”อาร์เดลตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ช่วยอะไร?”
“ช่วยใช้เทคนิคย่อยนั้น...”
บ้าเอ้ย!ผู้หญิงคนนี้นี่มัน... ก็เกี่ยวกับเทคนิคย่อยอยู่ไม่ใช่หรือไง
กายเดินไปนั่งลงที่โต๊ะแถวๆ นั้นเพื่อรอคำอธิบายของหญิงสาว ก่อนที่อาร์เดลจะส่งพิมพ์เขียวให้กับเขาซึ่งทำเอากายตาลุกวาวเลยทีเดียว
“พิมพ์เขียวหน้าไม้ยักษ์ดับตะวัน!”กายมองดูด้วยความตื่นเต้น
...
Witterry : สวัสดีครับ ไรท์เตอร์หายไปนานเลย แต่กลับมาแล้วนะครับ พอดีว่าในวันที่ 19มีนาคมที่ผ่านมาไรทเตอร์ประสบอุบัติเหตุรถล้มจนมือขวาเจ็บหนักเลยพิมพ์นิยายไม่ได้เลยและต่อมาก็ติดโควิดอีก ก็เลยต้องพักรักษาตัวยาวเลย
ตอนนี้หายดีแล้วทั้งมือและโควิดเลยต้องขอโทษที่ทำให้นักอ่านรอนานกันด้วยนะครับและขอบคุณคอมเมนต์ที่ทั้งทวงถามและให้กำลังใจนะครับ
ที่จริงแล้วหลายคนอาจจะยังไม่รู้แต่ว่าไรท์เตอร์แจ้งไปในหน้าเพจอยู่แล้วถ้าใครอยากไปทราบหรือรับข่าวอะไรที่ไรท์เตอร์แจ้งก็ไปกดติดตามที่เพจได้เลยนะครับอ้อทวงนิยายได้ด้วยครับ
***ตอนนี้อ่านฟรีนะครับตอบแทนที่ยังรออ่านกันอยู่***
เพจ facebook: https://www.facebook.com/witterry.writer/หรือค้นหา witterrt_writer