มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    บทที่37 ใต้พื้นห้อง

    บทที่37 ใต้พื้นห้อง


     

    ซางกัวหยวนถึงกับตัวแข็งกับข้อเสนอของเหลียนเฟ่ย นี่มันการรีดไถชัดๆแต่จะทำอย่างไรเล่าในเมื่อมันเป็นคนเปิดศึกครั้งนี้แต่มันก็ยังดึงดันถึงที่สุด

    “ฉันยอมรับไม่ได้หรอกนี่มันมากเกินไป”เหลียนเฟ่ยยิ้มแล้วเอาปืนชี้ไปยังลูกชายมันทันที ซางกัวหยวนใจหล่นวูบ

    “ฉันถามความเห็นตั้งแต่เมื่อไรแกเลือกข้อสองดองไม่ใช่หรอ”

    “อย่าๆฉันยอมแล้ว”

    “หึ…ท่ายังโยกโย้อีกครั้งเดียวฉันจะคิดว่าแกเลือกข้อแรก”มันรีบพยักหน้าเหมือนไก่จิก

    “แน่นอนว่านายสามารถซื้อหุ้นคืนได้นะแต่ว่าฉันให้เวลาแค่สิบปีเท่านั้นหากเกินสิบปีฉันจะไม่รับข้อเสนอ”ซางกัวหยวนถึงกับอยากจะลุกไปบีบคอเหลียนเฟ่ย สิบปีงั้นหรือพูดบ้าอะไรสามสิบปียังหาเงินมาซื้อคืนไม่ได้เลย มีเพียงธุรกิจเล็กๆของมันเท่านั้นที่สามารถเอากลับคืนมาได้ ซางกัวหยวนรู้แล้วว่าไม่ควรไปยุ่งกับตระกูลเหลียนตราบใดที่มีเหลียนเฟ่ยอยู่ 

    “เอาล่ะเซ็นสัญญาโอนหุ้นซะอ่อฉันเตรียมเงินมาให้ด้วยนะ”เหลียนเฟ่ยดีดเงินให้ซางกัวหยวนไป

    “หนึ่งหยวน”!!!ซางกัวหยวนกัดฟันรับเงินหนึ่งหยวนไป สีหน้ามันตอนนี้น่าเกลียดสุดๆ ซางกัวหยวนมือสั่นระรัวเมื่อจับปากกา ธุรกิจของมันสิบทอดกันมาเป็นร้อยปี ทั้งการค้าหยก โรงแข่งม้า ธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าและสิ่งทอ รวมไปถึงการส่งออกทางการเกษตร ยังไม่รวมถึงธุรกิจมืดอีกนับไม่ถ้วน  แต่ตอนนี้ต้องแบ่งกำไรให้ศัตรูถึงครึ่งหนึ่ง นี่ไม่ไม่ต่างกับการทำนาบนหลังคนเลยไม่ใช่หรือ ซางกัวหยวนได้แต่ถอนใจ 

    “เอาล่ะเราจะมาพูดกันถึงเทียนถงคนนั้นกับนิกายหมอผีของมัน”ซางกัวหยวนทำหน้างุนงงก็เขาบอกเรื่องทุกอย่างไปแล้วไม่ใช่หรือ

    “ฉันบอกทุกอย่างให้ฟังไปแล้วไม่ใช่หรือไงยังต้องการอะไรอีก”เหลียนเฟ่ยขมวดคิ้ว ใจของซางกัวหยวนหล่นวูบ

    “มันบอกอะไรอีกไหมฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันต้องการแค่เงินไม่กี่ร้อยล้าน”ซางกัวหวนนั่งนึกถึงคำพูดของเทียนถง จากนั้นตามันก็เบิกกว้าง

    “มีเรื่องหนึ่ง”

    “ไหนว่ามาหน่อย”มันบอกว่าต้องการที่ดินทางเหนือของเธอที่เป็นสวนดอกไม้นั่น”เหลียนเฟ่ยยิ่งงงหนักที่นั่นไม่เห็นมีอะไรสร้างอะไรก็ไม่ได้มันไม่ใช่แหล่งธุรกิจแม่เธอจึงทำสวนดอกไม้

    “ไหนเล่ารายละเอียดมาหน่อย”ซางกัวหยวนคิดไปถึงตอนนั้นอีกครั้ง

    “ฉันจำได้มันบอกว่าดินที่นั่นพิเศษมากๆเท่านั้น”เหลียนเฟ่ยคิดถึงวัยเด็กที่เธอช่วยแม่เธอทำสวนเธอก็พบอะไรแปลกๆเช่นกัน เช่นเห็นมดที่ตายแล้วขยับร่างกายได้หลายชั่วโมงก่อนจะหยุดเคลื่อนไหว แต่มันจะเกี่ยวกันหรือไง แต่นั่นอาจจะเป็นความทรงจำเด็กๆที่คิดไปเอง

    “ฉันคงต้องไปสืบดูหน่อยแล้ว”เธอคิดในใจ จากนั้นซางกัวหยวนก็เอ่ยถาม

    “ฉันอยากรู้ว่าใครช่วยตระกูลเหลียน”เหลียนเฟ่ยแสยะยิ้ม

    “นั่นไม่ใช่ธุระของนายหรอกบางทีการที่รู้มากไปอาจทำให้ตายไวก็ได้”ซางกัวหยวนถึงกับหน้ากระตุก

    “อย่าถามมากความเซ็นครบหรือยัง”มันถึงกับไร้คำพูดนี่มันเพิ่งถามไปครั้งเดียวไม่ใช่หรือไง 


     

    เสียงโทรศัพท์ของเหลียนเฟ่ยดังขึ้น เธอกดรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทั้งที่ตัวเธอยังมีคราบเลือดติดอยู่เต็มตัวแต่ยังยิ้มออกมาขนาดนี้ 

    “ว่าไงหมิงกวง”

    “เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเมื่อเช้าเธอโทรหาฉันดูจะมีเรื่อเครียดๆพวกเราช่วยได้นะ” หมิงกวงรู้ดีว่าตระกูลเธอหากไม่มีเรื่องร้ายแรงจะไม่ขอความช่วยเหลือเด็จขาด แต่เมื่อเช้าโทรมาย่อมไม่ธรรมดาถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องบินก็ตาม

    “โอนายจักการเครื่องบินให้ฉันก็พอแล้วฉันอาจไปขึ้นเครื่องช้าหน่อยนะ”

    “งั้นหรือ ฮ่าๆ ไม่มีปัญหาแล้วเธอได้เจอเขาไหม”เหลียนเฟ่ยหัวเราะ

    “เจอสิแต่ฉันผิดหวังนิดหน่อยดูเหมือนเขาไม่ชอบหลานฉัน”

    “ฮ่าๆไหนว่าหลานเธอสวยมากๆไงล่ะแล้วเป็นไงเขาไม่สนใจหรือ”

    “ก็ใช่น่ะสิเขาไม่ชอบหลานของฉัน คงเพราะนิสัยของหลานฉันเธอคิดว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางนั่นล่ะ” เหลียนซูได้แต่มองตาปริบๆเมื่อเห็นน้องสาวพูดถึงลูกสาวตัวเอง มู่หวานเองก็ไม่ต่างกันพวกเขาตามใจเธอมากไปจริงๆนั่นแหละ

    “งั้นหรือแบบนี้เธอคงไม่สมหวังแล้วฮ่าๆ”

    “เห้อช่างเถอะแล้วนายอยู่ไหน”

    “ฉันอยู่ปักกิ่งกำลังจะไปป่าทางแอฟริกาใต้เตียวกังบอกว่าเมียของเขาไปเที่ยวมาปรากฏว่ามีการขุดพบนครโบราณอยู่น่ะ”เหลียนเฟ่ยพลันลุกขึ้น

    “อะไรนะ”!!!ดวงตาเหลียนชิงเป็นประกาย

    “นายไปเมื่อไร”หมิงกวงหัวเราะ

    “ฉันไม่แปลกใจเลยทำไมเธอหาสามีไม่ได้”เหลียนเฟ่ยทำหน้าดุ

    “นายอยากตายหรอ”

    “ฮ่าๆน่าจะเป็นเดือนหน้านะตอนนี้ทางรัฐบาลที่นั่นยังไม่เปิดให้เข้าไปพวกเขาขอสำรวจก่อน”

    “โอเคฉันไปด้วย”เหลียนเฟ่ยตื่นเต้นที่จะได้ออกเดินทางอีกครั้ง

    “เธอไม่ลองชวนเขาดูล่ะ”

    “เหอะๆ…ตอนนี้เขาน่าจะยังไม่สะดวกนะต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่ะ”

    “อ่อจริงด้วยฉันต้องเตรียมของขวัญให้เขาเสียหน่อย”

    “งั้นค่อยเจอกัน”เหลียนเฟ่ยวางสายไป สายตาคนทั้งสามมองมาที่เธอ

    “นี่เธอคิดว่ากำลังนั่งดูทีวีอยู่บ้านหรือไง”เหลียนซูทนไม่ไหว

    “เอาเถอะน่าพี่เรื่องใกล้จบแล้ว”เหลียนซูทำหน้าป่วยๆในขณะนั้นเองซางตงเจี่ยก็ได้สติขึ้นมา มันมึนงงแล้วมองไปที่พ่อของมันที่กำลังเซ็นสัญญา มันมองผ่านๆก็ต้องตะตะลึง ก็สัญญาที่พ่อมันเซ็นน่ะปล้นกันชัดๆเลย แล้วพ่อของมันก็ยังยอมอีก

    “พ่อทำไรระนี่มันหุ้น50เปอร์เลยนะ”เหลียนเฟ่ยขมวดคิ้ว เพี้ยะ!!!

    “ใครให้แกพูด”ฟันของซางตงเจี่ยกระเด็นออกมาทันที เหลียนเฟ่ยหันกระบอกปืนไปที่หัวของซางตงเจี่ยทันที เมื่อซางกัวหยวนเห็นดังนั้นก็ตระหนกทันที

    “อย่าๆเขาเพิ่งได้สติยังไม่รู้สถานการณ์จึงพูดอะไรไม่คิด”

    “งั้นหรือ”ปัง!!!ซางตงเจี่ยร้องลั่น โอ้ย!!!!เยี่ยวแตกทันที

    “ลูกพ่อไม่นะ ไม่ๆ”

    “อย่ามาสำออยฉันแค่ยิงถากๆมันไม่ตายหรอกที่นี้ก็คงได้สติแล้วนะ”มันเอามือกุมแขนตัวเองเอาไว้ยังร้องไม่หยุดแล้วหันไปที่ศพน้องชายของมันจากนั้นเสียงของมันก็หายไปมีแต่เสียงอู้อี้ในลำคอ เหลียนเฟ่ยแสยะยิ้มออกมาแล้วมองไปที่มัน ซางตกเจี่ยถอยออกห่างทันที

    “ทีนี้แกก็เซ็นได้แล้วใช่ไหม”เอกสารหลายสิบฉบับทำให้การเซ็นสัญญาต้องใช้เวลามาก ซางกัวหยวนอ่านหลายรอบกว่าจะยินยอมเซ็น ความจริงไม่ต้องอ่านมันก็น่าจะต้องรู้ว่ายังไงหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ต้องตกเป็นของตระกูลเหลียนอยู่แล้ว ที่เหลียนเฟ่ยไม่ยึดมาทั้งบริษัทเพราะเธอไม่มีเวลาบริหารสู้ให้คนทำงานให้แล้วเอากำไรไม่ดีกว่าหรือ


     

    ทางเหลียนชิงที่ตอนนี้ยังไม่ทราบสถานการณ์ดีเท่าไรแต่พอรู้ว่าเฉินหนานช่วยคุณย่าเอาไว้เธอก็ได้แต่ขอบคุณเขา เธอไม่ได้ชอบเฉินหนานแต่เธอก็คิดว่าเขาพิเศษกว่าคนอื่นเขาไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่ชอบเธอเพราะความสวยร่ำรวยเธอมองหน้าชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่ตรงหน้าเธอรู้สึกว่าทำไมเขาถึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อตระกูลของเธอ จากนั้นเธอก็นึกถึงคำที่อาของเธอพูดว่ารู้จักกัน

    “เป็นไปได้ไหมว่าสองคนนั้น”เธอหัวเราะแล้วส่ายหน้าเป็นไปไม่ได้

    “นี่ฉันคิดบ้าอะไรเนี่ยให้ตาย”เหลียนชิงหัวเราะเบาๆ จากนั้นเธอก็ไปห้องคุณย่าเธอ ทว่าเธอก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงดังจากด้านหลัง

    “น้ำ…ขอน้ำหน่อย”เธอหันไปมองเห็นเขาที่พูหดอกมาทั้งๆที่หลับตา เธอกำลังจะเรียกแม่บ้านแต่ว่าก็เห็นน้ำตั้งอยู่ตรงหน้าพอดี เธอรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองเขาขึ้นมาจากนั้นก็ป้อนหน้าให้เขา เฉินหนานได้กลิ่นหอมของสาวน้อยเขาจึงยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว อาจเป็นเพราะว่ามันทำให้สดชื่นขึ้นเขาจึงหลับอย่างสบายใจ

    “ตาบ้านี้มายิ้มให้ฉันทำไม”เธอเองก็ยิ้มออกมา จากนั้นเธอก็ไปห้องคุณย่าของเธอเมื่อเปิดประตูเข้ามาย่าของเธอกำลังอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่ และหันมามองเธอที่เดินเขามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    “เขาเป็นไงบ้าง”เจียวเชิงรู้สถานการณ์เบื้องต้นจากแม่บ้านแล้ว เหลียนชิงตีหน้ามึน

    “ใครหรือคะคุณย่า”เจียวเชิงยิ้ม

    “ก็แฟนหลานไงได้ข่าวว่าเขาช่วยชีวิตย่าและตระกูลเราไว้”แค่กๆ

    “หนูไม่ใช่แฟนเขาที่สำคัญเรียกว่าเพื่อนยังไม่ได้เลย”ย่าเธอยิ้ม

    “ทำไมล่ะหลานของย่าสวยขนาดนี้เขาไม่ชอบคนสวยหรอกหรอ”เธอยิ้มเจื่อน

    “ก็ใช่สิคะเขาไม่ชอบคนสวย ที่เขาช่วยน่าจะเป็นเพราะคุณน้าเฟ่ย”

    “อย่างนั้นหรอน่าเสียดาย”เหลียนชิงงุนงง

    “เสียดายอะไรกันคะ”

    “หลานไม่รู้หลอกว่าการที่เขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนที่ไม่มีผลกับชีวิตเขานั่นแปลว่าอะไร”

    “แปลว่าอะไรคะ”เจียวเชิงยิ้มอย่างอบอุ่น

    “สักวันหลานจะรู้เอง”เหลียนชิงไม่เขาใจเธอกอดคุณย่าแล้วหอมแก้มเธอจากนั้นเธอก็ออกไปจากห้องของคุณย่า เธอสับสนแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงเธอรู้สึกคันๆในหัวใจ


     

    เมื่อสัญญาทั้งหมดถูกเซ็นมู่หวานก็จัดเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าจากนั้นเธอก็ เพี้ยะ!!!ตบไปที่หน้าของซางกัวหยวน เธอต้องการปลดปล่อยอารมณ์โกรธ

    “ค่อยโล่งหน่อยแก่นี่มันเลวสุดๆจริงๆถึงกับลงมือกับคุณแม่”ซางกัวหยวนหันมามองตาขวาง เหลียนซูเข้ามาห้ามเธอ

    “ใจเย็นๆก่อนแต่ที่รัก ให้ตายฉันทำไมถึงไม่ฆ่ามันนะ”เหลียนซูเองก็เก็บอารมณ์ไม่ไหวเช่นกัน

    “เอาล่ะจบเรื่องแล้วหวังว่าพวกแกคงไม่คิดทำร้ายตระกูลฉันอีกนะไม่งั้นฉันคงไม่ใจดีขนาดนี้”ซางกัวหยวนหน้ากระตุก

    “ใจดีน้องสาวแกสิ ถ้านี่ใจดีแล้งใจร้ายของเธอคืออะไร”มันสบถด่าในใจ เมื่อคุยเรื่องสัญญาจบลง ก็มีชายวัยกลางคนดินเข้ามา

    “เราขุดพื้นออกแล้วครับมีห้องลับอยู่ด้วยครับ”เหลียนเฟ่ยยิ้มออกมา

    “พาฉันไปดูหน่อย”ซางกัวหยวนเองก็สนใจที่ในบ้านของมันมีห้องลับ 

    “พี่กับมู่หวานจะกลับเลยหรือเปล่า”ทั้งสองลังเล

    “ฉันอยากไปดูห้องลับเหมือนกัน”

    “ได้งั้นเราไปดูกัน”

    “แต่ว่ามันเปิดไม่ออกไม่ว่าผมจะใช้อะไร”ชายวัยกลางคนพูดออกมา

    “ฉันไปดูเองเดี๋ยวก็รู้ว่าเปิดได้ไหม” ซางกัวหยวนและลูกชายก็ตามไปด้วยเช่นกัน เมื่อเดินออกมาปรากฏว่าศพทั้งหมดถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว เมื่อมาถึงห้องทำพิธีก็พบว่ามีประตูที่พื้นมีรวดลายโบราณเขียนกำกับเอาไว้ เหลียนเฟ่ยมองก็รู้ทันทีว่านี่คืออะไร เธอขุดสุสานมานับร้อยแห่งจะไม่รู้ได้ยังว่านี่คืออะไร

    “ถึงกับลงอาคมป้องกันไว้เลยดูเหมือนว่ามันจะย้อนกลับมาเอาของข้างในสินะ”เหลียนเฟ่ยถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ใครบางคน ไม่นานก็มีข้อความส่งมาหาเธอ มันเป็นวิธีคลายอาคม เธออัดพลังฉีลงไปที่นิ้วมือจากนั้นก็ลากเส้นตามวิธีที่ส่งมา มันเป็นตัวอักษรถึงเจ็ดสิบตัวเธอลากเส้นเชื่อมโยงทำลายตัวอักษรหากผิดพลาดมันจะระเบิดทันที อักษรทั้งหมดมีทุกตัวอักษรจะมีคำเฉพาะต้องเข้าใจความหมายมันถึงจะสามารถคลายมันออกได้ ความยากของมันคือผู้เขียนอาคมวางคำเฉพาะไว้กี่ชั้นเหลียนเฟ่ยมีเหงื่อผุดออกมาจาหน้าผาก คำแรกถูกคลายออกแล้ว ทว่าปะตูยังไม่ปิดออกเหลียนเฟ่ยลากนิ้วต่อไป ครั้งนี้ยากกว่าเดิมคำเฉพาะมีความยาวมากเธอใช้พลังไปไม่น้อย หากเฉินหนานเห็นอาคมแบบนี้ล่ะก็เขาคงหัวเราะจนตาย เขาแค่กระดิกนิ้วอาคมพวกนี้ก็หายไปแล้วอย่างไรก็ตามในโลกนี้การคลายอาคมเป็นอาไรที่ยากมาก คำที่สอบคลายออก เนื่องจากว่าเวลาของเทียนถงมีน้อยมันจึงลงไว้ได้แค่สามชั้นและอันสุดท้ายยากสุดๆ 

    “ให้ตายไอ้หมอผีนั่นซ่อนอะไนไว้กันแน่ถึงได้ลงอาคมยากขนาดนี้”เหลียนเฟ่ยสบถออกมาแล้วขยับนิ้มต่อไป พลังของเธอถูกใช้ไปจนเกือบหมดในอาคมสุดท้ายทว่าความพยายามของเธอก็ไม่สูญเปล่า กึกๆ…


     

    #ต้องขออภัยที่ลงช้ามีผู้อ่านหลายท่านบอกว่าเดินเรื่องเร็วไปจึงปรับพล็อตเรื่องนิดหน่อยไม่ให้มันเร็วเกินไปพยามเล่าแบบละเอียดไม่รู้ว่าจะโอเคไหม มีหลายคนถามมาว่าฮาเร็มไหม ขอตอบว่าอยากให้ติดตามไปครับเรื่องที่มีผู้หญิงมาชอบพระเอกเยอะมันเรื่องปกติของคนหล่อนะครับนี่แค่เปิดเรื่องเองนะครับพระเอกต้องเดินทางไปอีกหลายที่มากๆและมีคนที่ต้องพบเจออีกมมาก#