“ให้ตายสิ เรามาช้าไป บนพื้นเต็มไปด้วยรอยเท้า สมุนไพรแถวนี้คงถูกเก็บไปหมด หลุมนี่น่าจะเป็นหลุมของก้อนหินที่เป็นแร่อย่างดี”
นายน้อยหานพูดออกมาด้วยท่าทางเจ็บปวดใจ ทางฝั่งนายน้อยลู่ยังคงถือพัดทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว สำหรับตงฟางที่เดินตามนายน้อยทั้งสองมาเรื่อยๆ เขาก็เริ่มวางแผนแยกตัวจากไป
“นายน้อยอีกราวๆ 3 ชั่วโมงจะค่ำแล้ว หากมันค่ำข้าขอตัวก่อนนะ”
“อย่าพึ่งสิ เหลือเวลาอีกตั้ง 3 ชั่วโมงไปด้วยกันก่อน” นายน้อยหานยังคงรั้งตงฟางเอาไว้ เขาจึงต้องตามไป หากแยกตัวออกไปก่อนค่ำไม่ได้ เขาจะแยกตัวออกไปช่วงกลางดึกแทน ยังไงคนเหล่านี้ก็ยากที่จะตามเขาไป
“เฮ่ย ดูนั่นสิ ดูเหมือนเราจะโชคดีเข้าแล้ว”
นายน้อยหานเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว หลังจากมองเห็นหินยักษ์ขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือพื้นสูง 3 เมตร ด้วยรูปร่างของหินทำให้ตงฟางรู้ว่าข้างหน้าพวกเขามีค่ายกลวิญญาณ
“อย่าพึ่งดีใจไปนายน้อยหาน เจ้าคงไม่ลืมใช่ไหมว่าเราเจอรอยเท้าแล้วเดินตามหลังกลุ่มคนมากมาย”
“แต่ทำไมข้าสัมผัสพลังวิญญาณของคนอื่นไม่ได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเขาเดินผ่านไปแล้วเหรอ จุดมุ่งหมายของพวกเขาอาจจะเป็นส่วนลึกของประตูเทพธิดาก็ได้”
นายน้อยหานรีบก้าวเดินไปยังค่ายกลวิญญาณ แม้ท่าทางของนายน้อยลู่จะไม่แสดงถึงความอยากได้ แต่การก้าวเท้าของเขากลับรวดเร็วตีคู่นายน้อยหานไปติดๆ กระทั่งพวกเขาทั้งสองกลุ่มเดินทางมาถึงค่ายกลวิญญาณใบหน้าของพวกเขาก็ปรากฎความตะลึงงัน เนื่องจากรอบๆมีศพคนของสถาบันอี้หมิงนอนตายเกลื่อน จากการมองพวกเขาคิดว่ามีราวร้อยกว่าคนที่ตกตาย
“เกิดอะไรขึ้น พวกเขาตายได้ยังไง”
นายน้องทั้งสองรวมไปถึงคนของเขาเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาส่วมใส่แล้วเดินสำรวจรอบๆค่ายกลว่าเกิดอะไรขึ้นถึงมีคนตายมากมายขนาดนี้ ตงฟางเป็นหนึ่งในคนที่เดินสำรวจเช่นกัน
“นายน้อยทั้งสอง บนร่างของศพดูเหมือนกรงเล็บเลย”
ตงฟางมองไปยังศพที่เขาเดินเข้าไปใกล้ ศพมากมายที่เขาเห็นล้วนแล้วตายเพราะกรงเล็บเหมือนๆกัน แต่ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือรอยกรงเล็บ ไม่ได้เป็นรอยใหญ่เหมือนของสัตว์อสูร ขนาดเล็บที่กางทิ้งรอยเป็นแผลบนร่างของศพ มีขนาดไม่ต่างจากมือของเขาเลย
“ทางนี้ก็เป็นรอยกรงเล็บ หมายความว่ายังไง” นายน้อยหานวิเคราะห์สิ่งที่เห็น เขาไม่เคยเจอคนถูกฆ่าด้วยกรงเล็บจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน หากเป็นการต่อสู้ 1 ต่อ ร้อย คนที่มีเพียงแค่ 1 จะต้องแข็งแกร่งมากๆจนสร้างบาดแผลให้คนนับร้อยได้เหมือนกัน
“นายน้อย ข้าเจอปีศาจ” เสียงของชายคนหนึ่งพูดออกมาด้วยความกลัว หลังจากเขาเดินไปเจอศพหนึ่งที่แปลกประหลาด แม้ว่ามันจะสวมใส่เสื้อผ้าไม่ต่างจากมนุษย์ ผิวหนัง ดวงตา รวมไปถึงเล็บมือที่ยาวผิดมนุษย์ ทำให้มันถูกมองว่าแปลก ไม่ใช่เพียงเท่านี้ บนหน้าผากของมันยังมีเขางอกออกมาอีก ทำให้มันไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน
“เฮ่ย ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ เขตนี้ไม่เคยปรากฎปีศาจมาก่อนไม่ใช่เหรอ”
ศิษย์สายในคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ มันเคยเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เมื่อ 3 ปีก่อน
“นายน้อย เราต้องถอนตัวออกไปจากที่นี่ พวกมันอาจจะมีมากกว่า 1 ตัว หากพวกมันวกกลับมา เราจะต้องตายแน่นอน”
จากสภาพศพที่ตาย มีพลังไม่ต่างจากพวกเขา คนที่พบปีศาจจึงบอกให้ทุกคนรีบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ทันใดนั้นการหนีกลับถูกปิดกั้น เมื่อตงฟางสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตหลายร่าง กำลังเดินตีกรอบล้อมรอบพวกเขาเอาไว้
“ช้าไปแล้ว พวกมันกำลังมา” ตงฟางพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกดดัน จนทุกคนหันหลังชนกันแล้วชี้อาวุธไปรอบๆ
ในตอนที่ทุกคนเฝ้ารอให้สิ่งที่กำลังปลดปล่อยพลังระดับผสานวิญญาณเดินทางมาถึง แขนที่ปกคลุมไปด้วยผิวหนังสีแดงเหมือนกับศพที่นอนตายอยู่ตัวหนึ่ง ก็ได้แหวกหญ้าออกมายืนจ้องมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างเต็มไปด้วยความต้องการอยากจะฆ่า
“ฮ่าๆๆ มนุษย์ เป็นจริงอย่างที่คิดไว้ เพียงแค่เราดักรอที่ค่ายกลวิญญาณพวกมันจะเดินทางมาหาเราเอง”
แทรก พรวด พรึ่บ บรึ้ม~!
เสียงต่างๆมากมายจากปีศาจจำนวนราว 50 ตัวส่งออกมาจากร่างของพวกมัน หลังจากปรากฎตัวออกมายืนล้อมรอบทุกคนเอาไว้ ตงฟางจึงเตรียมเข็มสังหารไว้ป้องกันตัวจากพวกมัน
“นายน้อย เราจะเอายังไง พวกมันมีถึง 50 ตัวเลยนะ” ตงฟางขอความคิดเห็นจากนายน้อยทั้งสอง เขาเชื่อว่าตัวเองจะต้องหนีได้อย่างแน่นอน แต่ต้องหนีแบบมีชั้นเชิงไม่ให้มีปัญหาตามมาภายหลัง ทันใดนั้น ปีศาจทั้ง 50 พวกมันกลับไม่พูดมาก กระโดดเข้ามาโจมตีพวกเขาด้วยการกางกรงเล็บสีดำ จนทำให้ทุกคนรู้ถึงรอยแผลบนศพคนที่นอนตายอยู่แถวนี้ทันที
“ฆ่าพวกมันให้หมดซะ อย่าให้เหลือ”
“ฆ่ามัน” นายน้อยหานและนายน้อยลู่สั่งคนของพวกเขา ด้วยจำนวนที่มีอยู่ราวสองร้อยกว่าคน พวกเขาเชื่อว่าจะต้องฆ่าปีศาจที่มีอยู่เพียงแค่ห้าสิบตัวได้อย่างแน่นอน ทันทีที่ปีศาจเข้าถึงตัวของคนที่อยู่แถวหน้าพวกเขาก็พร้อมใจกับเปิดใช้งานพลังทักษะดาราและกระบี่ชิงอี้ที่ได้เรียนมาทันที จนทำให้เกิดเสียงกระทบกันระหว่างกรงเล็บของปีศาจและการโจมตีของมนุษย์
บรึ้ม ตู้ม เพล้ง เปล้ง ตู้ม ฉั๊วะ!
“บุกเข้าไป อย่าถอย บุกเข้าไป~!” นายน้อยหานตะโกนบอกคนของเขาให้บุกไปข้างหน้า ใครที่บาดเจ็บให้กระโดดหลบเข้ามาด้านหลัง ทางฝั่งนายน้อยลู่ก็สั่งในรูปแบบไม่ต่างกัน ทำให้พวกเขาที่หันหลังชนกันเป็นวงกลมค่อยๆดันปีศาจทั้ง 50 ที่ล้อมพวกเขาออกไป
อย่างไรก็ตามตงฟางกลับคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะฆ่าพวกมันได้ด้วยจำนวนที่เยอะกว่า ด้วยผิวหนังหนาๆของปีศาจ พวกมันสามารถทนได้แม้กระทั่งอาวุธในมือของศิษย์หลายๆคนที่เป็นอาวุธระดับ 3 แล้วฝ่ายที่บาดเจ็บนั้นมีเพียงแค่ศิษย์ของสองสถาบันหลังจากผ่านการต่อสู้มาเพียง 5 นาที
“นายน้อย พวกมันแข็งแกร่งเกินไป มีอะไรรีบนำออกมาใช้เร็ว หรือไม่เราก็ควรจะแยกย้ายกันหนี~!!!”
ตงฟางบอกทั้งสองให้รีบตัดสินใจ แม้พวกเขาและปีศาจจะเป็นระดับผสานวิญญาณเช่นเดียวกัน พลังกลับต่างกัน พวกปีศาจแม้มันจะมีน้อยกว่า เพียงแค่มัน 1 ตัวก็สามารถต่อสู้กับพวกเขาได้เป็นสิบ ยากที่จะแหวกทางหนี
“ทุกคนจงฟัง! เปิดใช้งานค่ายกลกระบี่ชิงอี้”
“ทุกคน! เปิดใช้งานค่ายกลดาบดารา”
เสียงร้องของนายน้อยทั้งสองสั่งให้ศิษย์ที่มาด้วยกันเปิดใช้งานค่ายกล พวกเขาทุกคนจึงแยกกันออกเป็นสองกลุ่ม ทางฝั่งนายน้อยลู่ดูแลทิศเหนือ ทางฝั่งนายน้อยหานดูแลทิศใต้ เมื่อพวกเขาเปลี่ยนตำแหน่งกันสำเร็จ พวกเขาก็เริ่มเปิดใช้งานค่ายกลที่ฝึกมาด้วยกันทันที จนตงฟางมองเห็นกระบี่ยักษ์และดาบยักษ์ สร้างมาจากพลังงานของศิษย์นับร้อยคน
ตู้ม~!
กระบี่ของศิษย์สถาบันชิงอี้พุ่งกวาดร่างของปีศาจทางฝั่งทิศเหนือจนพวกมันกระเด็นกระดอนไปไกล ทางฝั่งทิศใต้ถูกดาบขนาดใหญ่ฟันจนพวกมันกระเด็นไปพร้อมบาดแผล แต่ตงฟางกลับคิดว่าการเปิดใช้งานค่ายกลทำให้สถานการณ์ดูแย่ เนื่องจากปีศาจกำลังคลั่งจนรอบๆร่างของพวกมันมีไอพลังงานสีดำลอยออกมาทุกๆตัว สร้างความกดดันมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
“ฟันต่อไป อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้!!!”
“ฆ่ามัน อย่าให้มันเข้ามา!!!”
ทั้งสองนายน้อยยังคงร้องตะโกนด้วยความหนักแน่น บอกให้ศิษย์ช่วยกันบังคับค่ายกลฟันดาบและกระบี่พลังวิญญาณออกไปรอบๆเข้าทำลายทุกๆอย่าง ตงฟางที่เห็นการต่อสู้ด้วยการเปิดใช้งานค่ายกล ถึงขั้นอ้าปากกว้างจากการที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“นายน้อย พวกมันมีจุดอ่อนไหม”
จากการสำรวจด้วยดวงตา ตงฟางยอมแพ้ในเรื่องการเข้าไปปะทะตัวต่อตัวกับพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังที่ทนทาน บาดแผลที่รักษาตัวได้อย่างกับกินยาฟื้นฟูชั้นดีเข้าไป แล้วยังพละกำลังที่เหมือนจะมากกว่ามนุษย์ ทำให้เขาถามนายน้อยเกี่ยวกับวิธีการฆ่ามัน ยิ่งเป็นจุดอ่อนเขาคิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย
“พวกมันแพ้ธาตุไม้ โจมตีมันด้วยธาตุไม้จะทำให้มันตายง่ายที่สุด!”
ตงฟางตกใจกับคำพูดของนายน้อยลู่ เขามียันต์ธาตุไม้จริง แต่ไม่เคยใช้มันโจมตีเลยสักครั้งเพราะคิดว่ามันเป็นไม้ อย่างไรก็ตามเขาต้องลองทำ ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องตายกับทุกคนที่นี่อย่างแน่นอน
[ไม้ ระเบิด ระฆัง ชำระล้าง]
อักษร 4 ตัวถูกเขียนไปบนอากาศเกิดเป็นยันต์ระดับ 4 ขึ้นมาหนึ่งใบ ตงฟางที่ใส่พลังวิญญาณเข้าไปเรียบร้อยก็ได้ชี้นิ้วสั่งให้ยันต์ของเขาพุ่งออกไปโจมตีทันที
บรึ้ม~!
อร๊าก!
“มันได้ผล ตงฟาง โจมตีอีก โจมตีอีก คิดไม่ผิดที่นำผู้ใช้ยันต์มาด้วย”
ตงฟางรู้และเข้าใจได้ถึงจุดประสงค์ของนายน้อยลู่และนายน้อยหานแล้วทำไมถึงต้องการนำตัวเขาให้เดินทางมาด้วย หลังจากประโยคที่ร้องตะโกนออกมาเมื่อครู่นี้ ทำให้ตงฟางรู้ว่าผู้ใช้ธาตุไม้เป็นคนที่สู้กับปีศาจได้ดี หากไม่มีธาตุไม้สามารถใช้นักยันต์แทนได้ เพราะเขาสามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณให้เป็นธาตุไม้ด้วยยันต์
“ตงฟาง โจมตีเร็วเข้า!”
บรึ้ม~!
มือซ้ายวาดยันต์ธาตุไม้ระดับ 4 มือขวาลองวาดยันต์ธาตุอื่นๆโจมตี ปรากฎว่าธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ล้วนสร้างความเสียหายได้เท่าๆกัน ที่ทรงพลังกับปีศาจมากสุดเป็นธาตุไม้ รองลงมาเป็นธาตุทอง ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ใช้ธาตุทองเพราะเขาเสียพลังไปเท่ากับใช้ธาตุไม้ เขาจึงเขียนยันต์ธาตุไม้ส่งออกไปโจมตีด้วยรูปแบบมากมาย เพื่อหาว่ารูปร่างของอาวุธที่ส่งออกไปด้วยการสร้างมาจากยันต์ธาตุไม้ อะไรจะกระจายได้ไกลและรุนแรงกว่า
รูปแบบดาบ กระบี่ หอก มีด พัด ทุกอย่างถูกตงฟางงัดออกมาใช้ระบุลงไปในยันต์ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนคำว่าระเบิดเป็นคำอื่นๆตามที่เคยอ่าน ไม่ว่าจะเป็น แพร่กระจาย กระตุ้นพลัง ทุกอย่างที่เป็นคุณสมบัติธาตุไม้เขาลองเขียนทั้งหมด จนรู้ว่าทุกๆอย่างที่เขียน มีหน้าที่ที่แตกต่างกัน หากเขาอยากฆ่าพวกมันแบบกลุ่มคำว่าระเบิดจะใช้งานได้ดีกว่า
บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม~!
“แล้วพวกมันต้านพิษได้ไหมนะ”
ตงฟางเกิดความสงสัย ในระหว่างที่เขาส่งยันต์ระดับ 4 ออกไปโจมตีเรื่อยๆ เขาก็แอบส่งเข็มสังหารอาบไปด้วยพิษระดับ 5 ของเขาออกไปลอบสังหาร ปีศาจตัวไหนที่มีโอกาสบาดเจ็บหนัก เขาจะส่งเข็มสังหารเข้าไปแทงมัน แม้ร่างกายของมันจะทนต่ออาวุธระดับ 3 แต่เข็มสังหารของเขาเป็นถึงระดับ 5 เมื่อเข็มของเขาพุ่งขึ้นไปบนฟ้า มันก็ได้พุ่งเข้าเสียบกลางหน้าอกในจังหวะที่ปีศาจเสียท่าให้กับการโจมตีของศิษย์สถาบันชิงอี้ เขาเชื่อว่าการลอบฆ่านี้ จะมีเพียงแค่เขาที่รู้
“พิษก็ได้ผลดีเหมือนกันหนิ”
แม้ร่างกายจะรักษาตัวได้ การถูกพิษของพวกมันกลับไม่ต่างไปจากมนุษย์เลย ด้วยการชักกระตุกบนพื้นหลังจากถูกแทงกลางหน้าอก พวกมันก็ตายในระยะเวลา 1 นาทีหลังจากพิษแพร่กระจายไปทั่วร่าง ในระหว่างที่ตงฟางพยายามแอบลอบสังหาร เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาของปีศาจตัวหนึ่งกำลังมองจ้องเขาด้วยความกดดัน
“แย่แล้วสิ ………. นายน้อย ข้าว่าเราจำเป็นต้องหนี พลังวิญญาณของข้าจะหมดแล้ว”