บทที่ 111 การปะทะกันของสองผู้ยิ่งใหญ่
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเหยียน ก็กำลังเดินทางไปทำงานของนางตามปกติ นั่นก็คือ ไปรักษาคนไข้ที่เมืองหลวงของจอมมารลำดับที่หนึ่ง
แต่ในขณะนั้นเอง ชั่งเป็นเสียงที่คุ้นหูของนางในทุกเช้า ดังขึ้นมา “แม่นางซูเหยียน เจ้าช่วยพาข้าไปที่เมืองหลวงด้วยจะได้หรือไม่ พอดีข้าอยากจะ...”
“เจ้ามีเส้นมีสายอยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมไม่เดินทางไปด้วยตนเองหละ ชิ!!” ซูเหยียนตอบกลับไปด้วยท่าทางที่โกรธเคืองชิว เหวินเจี้ยน อยู่ เนื่องจากตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้ว เขายังไม่เคยเล่าอะไรเกี่ยวกับตนเองให้นางฟังเลยแม้แต่น้อย
ชิว เหวินเจี้ยน ไม่รอช้า เขาเริ่มใช้วิชาที่ได้เรียนมาตั้งแต่ชาติปางก่อน “แม่นางซูเหยียน เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาตัวเล็กๆ แล้วเจ้าจะปล่อยให้ข้าเดินทางโดยที่ไม่มีท่านคุ้มครองได้เช่นไร” ชิว เหวินเจี้ยน มีท่าทีที่เศร้าสร้อย ดูเหมือนว่าเขาจะเสียใจจริงๆที่นางจะไม่พาเขาไปด้วย
“เจ้านี่มัน... ชิ! รีบๆตามมาก็แล้วกัน ถ้าเกิดเจ้ายังมัวชักช้า อย่าหาว่าข้าไม่รอเจ้า...”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้พุ่งตามนางไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้เข้ามาอยู่ส่วนในของเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในขณะนั้นเอง ซูเหยียน ก็ได้สงสัยในตัวตนของมนุษย์ผู้หนึ่ง ซึ่งมันไม่น่าจะอ่อนแอถึงขนาด ชิว เหวินเจี้ยน ได้เลย นางจึงเริ่มกล่าวถามออกไป “เจ้าคงจะเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดของเหล่ามนุษย์ด้วยกันสินะ เพราะพลังของเจ้านั้นไม่เคยขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แล้วเจ้าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออันใดกัน?” นางยังคงสงสัยอยู่ว่า มนุษย์ที่แสนจะต่ำต้อยดั่งเช่น ชิว เหวินเจี้ยน ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ได้กัน? ทั้งๆที่นางก็เคยพบเจอมนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่าตั้งเขามากมาย แต่ทว่า คนเหล่านั้นกับต้องตกตายไปแล้วต่อหน้าต่อตาของนางมานักต่อนักแล้ว
ชิว เหวินเจี้ยน เอามือถูจมูกหนึ่งรอบ แล้วก็กล่าวตอบกลับไป “ฮึ ฮึ ฮึ เจ้าคงจะไม่รู้หละสิท่า ว่าความอ่อนแอนั้น มันไม่มีแรงดึงดูดพอที่จะทำให้ศัตรูที่ยิ่งใหญ่เข้ามาหาตัวเองได้...”
“ชิ! ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เชิญไปไหนก็ไป!!” กล่าวจบ นางก็ได้เดินตรงเข้าไปยังปราสาทโดยไม่รอให้ ชิว เหวินเจี้ยน ได้เอ่ยปากขึ้นมาอีก
‘ความอ่อนแอ? มันดีอย่างไรกัน แล้วทำไมมนุษย์ธรรมดาๆผู้หนึ่ง ท่านจอมมารถึงได้...’ ในขณะที่ซูเหยียนกำลังคิดอยู่นั้นเอง นางก็สะบัดหัวเอาความคิดเหล่านี้ออกไป เนื่องจากยิ่งคิด มันก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย
ส่วนทางด้านของ ชิว เหวินเจี้ยน ที่เขาคิดนั้นมันถูกต้องที่สุดแล้ว ความอ่อนแอไม่สามารถดึกดูดผู้ยิ่งใหญ่ให้เข้ามาหาได้ และในสายตาของทุกคนที่ไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน มันพวกนั้นมอง ชิว เหวินเจี้ยน ไม่ต่างจากมดปลวกเสียด้วยซ้ำ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เหล่ากองกำลังใหญ่ๆ ไม่เอาเวลามาเสียเปล่ากับผู้อ่อนแอผู้หนึ่ง
ตู้ม!!! เช้ง! เช้ง!
มีเสียงของคนกำลังต่อสู้กับอยู่ทางด้านในของเมืองหลวง ซึ่งมันเป็นเสียงที่ดังสนั่นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครดูก็ต้องรู้อยู่แล้วว่า เกิดการปะทะกันในเมืองหลวง แต่ทว่า...ผู้คนกลับไม่ให้ความสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ขนาดเหล่าทหารยามเองก็ไม่กล้าเข้าไปเกี่ยวข้องเช่นกัน
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนในเมืองหลวง เขาก็คาดเดาได้ภายในทันที “ต้องเป็นพวกมันอย่างแน่นอน!!”
ชิว เหวินเจี้ยน จึงพุ่งตรงไปตามทิศทางของเสียง ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงมหาศาลเป็นอย่างมาก ถ้าจะให้พูดถึงพลังของพวกเขา คงจะราวๆ เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางเห็นจะได้
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนมาถึงสถานที่เกิดเหตุ เขาก็ต้องตกตะลึงขึ้นมา และเผลอตะโกนออกไป “หนี่กง!!!” ถูกต้อง ผู้ที่กำลังต่อสู้อยู่นั้นก็คือหนี่กง ซึ่งมีฐานะเป็นถึงจอมมารลำดับที่6 และแน่นอน ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเสียด้วย
“ท...ท่าน!!”
อึก! ตู้ม!!!
หนี่กง เพียงแค่หันหน้ามาทาง ชิว เหวินเจี้ยน แค่แปบเดียวเท่านั้น เขาก็ถูกโจมตีเข้าอย่างจังที่หน้าอก ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้แทบจะปลิดชีพของเขาได้เลยทีเดียว
“น...หนี่เหยา หนีไป หนีไปให้ไกลที่สุด เจ้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับไปบอกข่าวให้แก่เหล่าผู้อวุโส...” หนี่กง พยายามรีดเร้นเสียงออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะในเวลานี้ แรงจะพูดของแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว และไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะสามารถต่อสู้ต่อไปได้
เมื่อหนี่เหยา เห็นสภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขา มันทำให้เขาถึงกับสติแตกในทันที เนื่องจากจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่เขาเคยเคารพมาตั้งเป็นหมื่นๆปี กลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับจอมโจรปริศนา “เสด็จพ่อ~~ ได้โปรด ท่าน ชิว เหวินเจี้ยน ได้โปรดช่วยเหลือเสด็จพ่อของข้าด้วย ไม่ว่าอะไร ข้าจะยอมยกให้ทุกอย่าง ฐานะ...ตำแหน่ง...เงินตรา ข้าพร้อมจะยกให้ท่านหมดทุกอย่าง ขอเพียงแค่...”
ในขณะนั้นเอง เสียงที่ทรงพลังอำนาจของผู้หนึ่งก็ได้ดังขึ้นมากลบเสียงของ หนี่เหยาไปจนหมด “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเจ้ามันก็แค่เศษสวะ แต่ที่สวะยิ่งกว่าก็คงจะเป็นบุตรชายของจอมมาร ที่มันไม่มีปัญญายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจนได้แต่อ้อนวอนขอร้องมนุษย์ผู้โง่เขลาตรงข้างหน้านี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าหละสงสารจริงๆ เอาหละ....”
“พวกเจ้าหนะหรือที่สวะ? เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลาย ดันมารังแกเขตแดนศักสิทธิ์ขั้นกลาง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าผู้ยิ่งใหญ่คนใดได้มาเห็น พวกมันก็คงจะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วหละว่า เจ้ามันหน้าด้าน!!!” เป็นเสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่ในขณะนี้