.....
"เป็พวกนายเองสินะ ที่เรียกผมมาที่นี้?"
ภาคินบ่นพึมพัมออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆยกมือขึ้นไปวางบนลูกแก้วประจำธาตุแสง เมื่อมือของภาคินััเข้ากับลูกแก้วประจำธาตุแสงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต่างก็กลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น และเต็มไปด้วยความคาดหวังอันมากล้น
แต่ทว่า…จนแล้วจนรอดลูกแก้วประจำธาตุแสงก็ยังคงไร้วี่แวว และไม่มีแสงสว่างใดๆที่สาดส่องออกมาเลยแม้แต่น้อยแต่ถึงแม้ผลการทดสอบของภาคินจะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือผิดหวังใดๆเลย แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ และยังคงเดินไปยังแท่นทดสอบประจำธาตุมืดต่อไป
"เหลืออีกแค่ธาตุเดียวดูสิ เ้ายังจะกล้าอวดดีอยู่อีกไหม? ผู้พิทักษ์บ้าบออะไรกันมองยังไงๆมันก็แค่เด็กน้อยชัดๆ" อาจารย์ผู้คุมการทดสอบแอบหัวเราะอยู่เยาะอยู่ภายในใจเงียบๆ ในขณะที่กำลังมองดูภาคินเดินไปยังแท่นทดสอบประจำธาตุมืดต่อไป
และในขณะที่ทุกๆอย่างยังคงกำเนินไปอย่างเงียบงันนั้นเอง แทบจะทันทีที่ภาคินเดินมาหยุดอยู่หน้าแท่นทดสอบประจำธาตุมืดแท่นหินขนาดใหญ่จู่ๆก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง
ครืนนนน!!!!
และยังไม่ทัน ที่ภาคินจะทำการทดสอบโดยการััลูกแก้วบนแท่น อยู่ดีๆลูกแก้วประจำธาตุมืดขนาดใหญ่นั้น ก็ปลดปล่อยความมืดมิดออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้ห้องทดสอบนั้นกลายเป็กลางคืนที่มืดมิดทันที
"ว้าา!!เ้านี้จริงๆด้วยที่เรียกเรา ทำให้เราเกรงซะแทบแย่...นึกว่าจะกลายเป็คนไร้ธาตุจริงซะแล้ว?"
ภาคินเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเป็เ้าลูกกลมๆตรงหน้านี้เองที่เป็คนเรียกเขา กลุ่มหมอกสีดำที่ไหลออกมาจากลูกแก้วประจำธาตุมืด ดูเหมือนมันจะตอบสนองต่อภาคินอย่างดีเยี่ยม
มันปลดปล่อยควันสีดำออกมาอย่างบ้าคลั่งและรวดเร็ว ก่อนที่ควันมากมายเ่าั้จะพุ่งเข้าไปในร่างของภาคินอย่างรวดเร็วและมันเร็วกว่าตอนที่เขาฝังอัญมณีไม่รู้กี่เท่า แต่ครั้งนี้ภาคินกลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปเลย แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่มี
"นี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี้ย!!!??อย่าบอกนะว่าธาตุมืดในตำนาน กำลังจะยอมรับเ้าเด็กคนนี้เป็เ้านายของมัน!!! บ้าไปแล้วนี้มันจะต้องเป็เื่ผิดพลาดเป็แน่!!!???"
ตอนนี้เหล่าอาจารย์ของโรงเรียนจอมเวทย์ ต่างะโออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะผู้อำนวยการของโรงเรียนจอมเวท ที่กำลังหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆวีรชน!!! วีรชน!!! ในที่สุดอาณาจักรของเราก็ให้กำเนิดวีรชนอีกคนแล้วฮ่าๆ!!!"
ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง และคำพูดที่เขาพูดออกมานั้น ก็สร้างความตกตะลึงให้แก่อาจารย์คนอื่นๆเป็อย่าง มาก พวกอาจารย์ในตอนนี้กำลังหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง และไม่อยากจะเชื่อว่า พวกเขา..จะมีโอกาสได้เห็นการกำเนิดของวีรชนเช่นนี้
คำว่าวีรชนในโลกนี้นั้นคือคำพูดที่คนทั่วไป ใช้เรียกบุคคลที่สามาถธาตุทั้งสองในตำนานได้ ไม่ว่าจะธาตุแสงหรือธาตุมืดก็ตาม ในโลกนี้มีดินแดนมากมาย และหลากหลายอาณาจักร แต่ในบรรดาอาณาจักรที่มากมายหลายสิบอาณาจักรนั้นทุกๆอาณาจักรล้วนมีวีรชนด้วยกันทั้งสิ้น
เพราะหากอาณาจักรไหนที่ไม่มีวีรชน..อาณาจักรนั้นก็จะถูกกลืนกินในที่สุด และอาณาจักรที่ภาคินอยู่ในตอนนี้มีชื่อว่าอาณาจักรเพนดราก้อน เป็อาณาจักรหนึ่งในหลายสิบอาณาจักรที่ตั้งอยู่บนดินแดนแห่งนี้ และแน่นอนว่าอาณาจักเพนดราก้อนก็มีวีรชนเช่นกัน แต่มันก็มีเพียงน้อยนิด และทั้งหมดก็เป็วีรชนที่มีอายุแล้วทั้งนั้น
ในขณะที่พวกอาจารย์กำลังใ ตื่นเต้น และบางคนก็หวาดกลัวเพราะแอบดูถูกภาคินเอาไว้มาก แต่ทว่าภาคินที่กำลังตกอยู่ในท่ามกลางหมอกสีดำอยู่นานจน กลับไม่รู้เลยว่าไม่รู้ว่าวันเวลาได้เลยผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่แล้ว จนกระทั่งในที่สุดหมอกสีดำเ่าั้ก็จางหายไป พร้อมๆกับเสียงแตกร้าวของลูกแก้วประจำธาตุมืด ที่คงอยู่ใรโรงเรียนเวทแห่งนี้มานานแสนนาน
ตอนนี้ที่หลังมือของภาคินอัญมณีสีแดงสดได้หายไปแล้ว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยสักรูปดาวแปดแฉกสีดำ ที่ยังคงมีหมอกสีดำจางๆลอยออกมา จากรอยสักนั่นอยู่ตลอดเวลา ชวนให้ดูน่าพิศวงและน่าหวาดหวั่นเป็อย่างมาก
"โอ้!!แบบนี้ไม่ดีแน่ ท่านภาคินมานี้เร็วเข้า!!!"
ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์รีบวิ่งเข้ามาหาภาคิน พร้อมกับร่ายเวทย์มนตร์บางอย่างออกมา และไม่นานรอยสักสีดำรูปดาวแปดแฉกก็จางหายไปทันที ซึ่งหลังจากที่ทำให้รอยสักรูปดาวแปดแฉกไปแล้ว จู่ๆผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์ก็พูดคำพูดแปลกๆออกมาทันที
"ยกโทษให้ข้าด้วย ข้าไม่มีทางเลือก"
ทันทีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์พูดจบ ทั้งเขาและรองผู้อำนวยการ ต่างก็เปิดฉากสังหารเหล่าอาจารย์ที่ยืนอยู่ในห้องทดสอบทั้งหมดทันที
"ไม่!!พวกท่านทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง!! พวกข้าสัญญาว่าจะไม่ให้เื่ในวันนี้หลุดออกไป พวกข้าจะปิดปากให้สนิท ได้โปรดพวกข้ายังไม่อยากตาย!! ม่ายยยย!!!"
พวกอาจารย์ที่ยังเหลืออยู่ต่างก็รีบะโออกมาทันที เพราะพวกเขารู้ดีว่าการลงมือของผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยในครั้งนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังอยากที่จะขอความเมตตาจากบุคคลทั้งสองดูซักครั้ง
แต่ก็ดูเหมือนว่าคำขอร้องที่ดังออกมามันจะไม่เป็ผล เมื่อสุดท้ายในห้องทดสอบพลังธาตุ ล้วนไม่มีใครรอดชีวิตเลยซักคนนอกซะจากภาคิน เพียงคนเดียว
"ทำไม!!?พวกท่านถึงทำแบบนี้?" ภาคินที่เพิ่งจะหายจากอาการใ ก็ถามออกมาด้วยใบหน้าที่หวาดระแวง และพร้อมที่จะหนีได้ทุกเมื่อหากมีโอกาส
"ท่านภาคินเื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ เื่การกำเนิดของวีรชนนั้นจะให้คนอื่นล่าวรู้ไม่ได้เด็ดขาด แม้คนพวกนี้จะเป็อาจารย์ที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ตาม.."
ผู้อำนวนการของโรงเรียนจอมเวทย์พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะเื่นี้คนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้นเพราะหากเื่นี้หลุดออกไปเมื่อไหร่ เมื่อนั้นอาณาจักรรอบข้างจะต้องส่งคนมาลอบสังหารภาคินอย่างแน่นอน เพราะเขาในตอนนี้ยังอ่อนแอและไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ดังนั้นนี้จึงถือว่าเป็โอกาศที่ดีสำหรับอาณาจักรข้างเคียง ที่จะได้กำจัดภาคินก่อนที่เขาจะกลายเป็วีรชนแบบเต็มตัวในที่สุด
และการที่ผู้อำนวยการสังหารพวกอาจารย์ในโรงเรียนของตัวเองไปก็เพราะว่า ถึงคนพวกนี้จะเป็คนที่คุ้นเคยแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ไม่สมควรปล่อยพวกเขาไปอยู่ดี เพราะถ้าหากอาจารย์พวกนี้นำข่าวที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปขายให้กับอาณาจักรอื่น แค่นี้พวกเขา ก็จะได้รับสมบัติจำนวนมากมายมหาศาลจนสบายไปทั้งชาติ ซึ่งแน่นอนว่าความโลภของคนย่อมมิอาจมองข้ามได้ดังนั้นการตัดไฟั้แ่ต้นลม จึงเป็อะไรที่รวดเร็วและได้ผลที่สุดแล้ว ถึงแม้วิธีการของมันจะดูโหดร้ายไปบ้างก็ตาม
"ท่านภาคินอาจจะยังไม่รู้..แต่อาณาจักรเพนดราก้อนของเรานั้น ทั้งๆที่เป็อาณาจักรขนาดใหญ่แต่พวกเรากลับมีวีรชนเพียงแค่สามท่านเท่านั้น และทั้งสามท่านก็ล้วนเป็วีรชนธาตุแสงทั้งหมด นี้แสดงให้เห็นเล้วว่าวีรชนสำคัญและอันตรายแค่ไหนดังนั้นท่านอย่าบอกใครเด็ดขาดว่าท่านมีธาตุมืดในตัว รอจนกว่าท่านจะใช้มันได้อย่างชำนาญซะก่อน เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะพาท่านไปยังเมืองหลวงเพนดราก้อน ท่านจะต้องได้รับการสอนจากโรงเรียนของราชวงค์เท่านั้น.."
ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวยท์ เริ่มให้คำแนะนำและอธิบายให้ภาคินฟังอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมด
...
"ความมืดเอ่ยจงลุกไหม้ๆๆ"
พรึบ!!!!
หลังจากที่ธาตุมืดได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของภาคินได้ไม่นาน จู่ๆภาคินก็ลองเรียกธาตุไฟออกมาเหมือนเช่นปกติทุกครั้ง แค่เพิ่มเติมคำว่ามืดลงไปเท่านั้น แล้วเื่ราวอันแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเปลวเพลิงสีดำสนิท ปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของภาคินอย่างฉับพลัน และง่ายดาย
ถึงแม้เปลวเพลิงจะมีขนาดที่เล็กมากๆ แต่มันกลับร้อนแรงจนทำให้ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ ที่เป็ถึงนักรบเวทย์รู้สึกได้ถึงตวามไม่ปลอดภัยจนต้องรีบถอยห่างออกมาด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้เปลวเพลิงสีดำนั่นจะปรากฏออกมาได้เพียงเสี้ยววิก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็วก็ตาม
"นั่นมันอะไรกัน!!!??"
รองผู้อำนวยการะโออกมาด้วยความใ เมื่อเขามองเห็นเปลวเพลิงสีดำที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า และนอกจากนี้ยังได้ยินบทร่ายเวทย์อันแปลกประหลาด ที่ดังออกมาจากปากของภาคิน ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่รู้สึกใขึ้นไปอีก เพราะจากที่ทั้งคู่ได้ยินคำพูดที่ดังออกมาจากปากของภาคินนั้น มันไม่สามารถเรียกได้เลยว่านั่นคือบทเวทย์!!?? เพราะพวกเขาทั้งคู่ไม่เคยได้ยินบทเวทย์ที่มักง่าย และสั้นแบบนี้มาก่อนเลย
แถมเปลวเพลิงสีดำนั่นยังน่าหวาดหวั่นสุดๆ จนไม่อาจทำใจยอมรับได้เลยว่า เปลวเพลงที่อันตรายขนาดนี้จะถูกปลดปล่อยออกมาจากเด็กน้อยที่ดูธรรมดาๆคนหนึ่ง แถมยังไม่ได้เป็แม้กระทั่งนักเวทย์ฝึกหัดด้วยซ้ำ
"เมื่อกี้ท่านทำได้ยังไงท่านภาคิน? เปลวเพลิงเมื่อกี้มันคือธาตุมืดในตำนานใช่ไหม? ท่านสามารถใช้มันได้แล้วเหรอ?แล้วบทเวทย์เมื่อกี้นี้มัน"
ท่าทางของรองผู้อำนวยการในตอนนี้ไม่ต่างไปจากมิเกลเมื่อครั้งก่อนเลย ท่าท่างที่ดูสูงส่งและเงียบขรึมของ ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต่างหายไปทันที เมื่อพวกเขาได้เห็นการร่ายบทเวทย์แปลกๆของภาคิน
"ผมก็ไม่รู้ ผมก็แค่จินตนารการว่าอยากใช้ไฟเหมือนทุกครั้ง แล้วอยู่ดีๆไฟมันก็ออกมาเอง.."
ภาคินพูดออกมาเหมือนปกติ แต่เื้ัแล้วตอนนี้เขาแทบจะล้มทั้งยืนได้ทุกเมื่อ เพราะเปลวเพลิงขนาดเล็กที่ปรากฏออกมาเพียงเสี้ยวิ แต่มันกลับดูดกลืนเอาพลังของภาคินที่มีมากกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าไปจนหมดสิ้น นี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเปลวเพลิงสีดำนี้อันตรายมากแค่ไหน และภาคินในตอนเองนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะใช้มันเช่นกัน
"ฮ่าๆสมควรแล้วๆ มันต้องแบบนี้สิถึงจะคู่ควรกับตำแหน่งวีรชนของอาณาจักรของเราฮ่าๆ"
เมื่อทั้งคู่ได้ยินดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง และเต็มไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์ก็พูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะค่อยๆคุกเข่าลงบนพื้นเพื่อทำความเคารพออกมา
"พวกข้าในฐานะประชาชนของอาณาจักรเพนดราก้อน ขอแสดงความเคารพต่อว่าที่วีรชนคนใหม่ของอาณาจักร ความปลอดภัยของอาณาจักรเพนดราก้อนในภายภาคหน้า ล้วนแต่อยู่ภายในมือของท่านแล้วขอรับ"
ทั้งคู่กล่าวออกมาด้วยความเคารพและนอบน้อม ภาคินในตอนนี้ถือได้ว่าเป็ความหวังใหม่ของอาณาจักรเพนดราก้อนเลยก็ว่าได้ เพราะวีรชนของอาณาจักเพนดราก้อนในตอนนี้ เกือบทั้งหมดล้วนมีอายุที่มาก และเื่นี้ก็เป็ที่จับตามองของอาณาจักรข้างเคียงเช่นกัน
เพราะอาณาจักรข้างเคียงนั้น้าที่จะกลืนกินอาณาจักรเพนดราก้อนอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เนื่องจากอาณาจักรเพนดราก้อนยังมีเหล่าวีรชนคอยปกป้องอยู่ แต่เื่ที่อาณาจักรเพนดราก้อนจะโดนบุกนั้น แม้จริงแล้วยังไงก็ต้องมาถึงเข้าซักวัน เพราะวันใดที่เหล่าวีรชนได้สิ้นอายุไขไป เมื่อนั้นอาณาจักรเพนดราก้อนก็จะไร้ซึ่งกำลังต่อต้านใดๆ
และหากาาของอาณาจักรเพนดราก้อนยังไม่สามารถหาวีรชนคนใหม่มาทดแทนได้ เมื่อนั้นก็จะเป็วันที่อาณาจักรเพนดราก้อนจะต้องถูกลบหายไปจากดินแดนนี้ตลอดกาล
แต่..เื่นั้นก็อาจจะไม่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้จู่ๆก็มีวีรชนวัยเยาว์ถือกำเนิดขึ้นมา ในเมืองใหญ่ระดับ3ของอาณาจักรเพนดราก้อน โดยที่ไม่มีคนของอาณาจักรไหนล่วงรู้เื่นี้เลยแม้แต่คนเดียว
ตอนนี้ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการของโรงเรียนจอมเวทย์ พวกเขาทั้งคู่เหมือนมีลูกตุ้มเหล็กหลายร้อยหลายพันกิโลผูกติดเอาไว้กับตัว เพราะตอนนี้พวกเขามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่จะต้องทำให้สำเร็จ นั่นก็คือการปูทางและสั่งสอนวิชาความรู้ให้แก่ภาคิน
พวกเขาจะต้องส่งเสริมเด็กหนุ่มคนนี้ให้ประผลสำเร็จให้ได้ เพราะเขาคือความหวังของอาณาจักรเพนดราก้อนในวันข้างหน้าและเื่นี้ก็ทำให้คนแก่อย่างพวกเขา เริ่มกลับมีไฟกลับมาอีกครั้ง
"เขาจะต้องกลายเป็วีรชนที่แข็งแกร่งที่สุด เท่าที่อาณาจักรเพนดราก้อนของพวกเรา เคยมีมาอย่างแน่นอน.."
ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทย์ จ้องมองไปยังภาคิน และบ่นพึมพัมออกมาเบาๆด้วยความหวาดหวั่น ปนมีความสุข