ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบเก้า ระบบนิเวศน์
น่าสังเกตว่าในนิยายโรมานซ์โชวโจวมักนำเสนอว่าการกระทำที่ด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงตบกลับคือการกระทำที่เข้มแข้งสร้างความสะใจแก่ผู้ชม
แต่กับแนวโชวเน็นแม้ตอนแรกๆจะให้พระเอกใจร้อนแต่ตอนจบของเรื่องต้องให้พระเอกเป็นโฮโบที่ใจเย็นไม่มีความใจร้อนทำร้ายใครด้วยอารมณ์อีกต่อไป
เป็นการพัฒนาการของตัวละคร
แต่สำหรับผู้หญิงนางเอกแนวโชวโจวแล้วไม่มีการพัฒนาการแต่อย่างใดเพราะพวกเธอที่ตบกลับหรือด่าว่าชาวบ้านด้วยถ้อยคำหยาบคายนั้นสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
คนสมบูรณ์แบบแล้วมีอะไรต้องปรับปรุงตัวด้วย?
และการกระทำของพวกเธอจะได้รับการเชิดชูว่าดีงามถูกต้องเหมาะสมแล้ว
นงพะงาคือลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านมีผิวที่ขาวเพราอาหารการกินดีและการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องตากแดดตัวดำอย่างคนทั่วไป
แบบที่ชาวสวนแม่ลูกสามบอกว่าชั้นจะไม่ทำไร่กลางแดดเพราะจะทำให้ตัวดำผิวเสียและพยายามกินผลไม้อย่างแอปเปิ้ลเพื่อบำรุงผิวของตนเองให้สาวและสวยอยู่เสมอ
เป็นสิ่งที่ชาวบ้านหลังสู้ฟ้าหน่สู้ดินอยู่ในโคลนไม่สามารถสู้ได้
นี่คือสาเหตุที่ชาวบ้านหลายคนมักมองว่าลูกสาวแม่ค้าสวยกว่าเพราะทางเทคนิคอาชีพของพวกแม่ค้ายังพอทำงานในร่มบ้าง
จากปากคำของสุนทรภู่ที่พยายามจะส่องสาวตอนเดินทางไปที่ต่างๆ
มองว่าสาวในนานั้นตัวดำไม่น่าพิศวาสแต่อย่างใดก็เพราะเหตุนี้เอง
สำหรับคนเจ้าชู้ที่จีบสาวมาทั้งพระนครจนเกือบโดนประหารที่เคยชินกับสาวพระนครที่ผิวขาวและชาติตระกูลดีกว่าคงรับได้ยาก
สถานะทางสังคมคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถอัพเกรดแต้มความงามของเราได้อีกทางหนึ่ง
นงพะงะและผกากรองที่เป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านต่างกับชาวบ้านทั่วไป
ที่มีชาวบ้านจะมีชุดตัวเก่งของตนเองไม่หนึ่งก็สองชุดเอาไว้ใส่สลับงานบุญงานบวชหรืองานเทศกาล
ปรกติก็ใส่เสื้อเผ้าเก่าขาดไปทำงานในนา
แต่สำหรับนงพะงาที่ตัวสูงโดดเด่นเทียบกับชาวบ้านที่ขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็กทำให้ไม่ค่อยสูงเท่าที่ควร
ก็ทำให้เธอที่ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสดใสซื้อมาจากพาหุรัด สำเพ็งในพระนครก็สร้างความตื่นตาให้กับชาวบ้านอย่างยิ่ง
แต่ครูวิก็เช่นกันที่มาจากในพระนครผิวของเธอก็ขาวสามารถเป็นคู่แข่งนงพะงาได้ไม่ต่างกัน
นี่คือจข้อเสียของแอพฟาคู่ในยุคปัจจุบัน
หากไม่มีคนภายนอกหรือแอพหาคู่มา
นงพะงาคงครองความเป็นใหญ่ในด้านความงามไว้ได้คนเดียวในตำบลนี้
แต่เพราะมีครูวิเข้ามาทำให้ยากที่จะแสดงจุดโดดเด่นของตนเองในเรื่องความขาวความสวยของตนเองได้เหนือกว่าผู้หญิงคนอื่นในตำบลได้อีกต่อไป
ทำให้เธอต่างไม่ชอบใจกันและกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ประดุจดั่งปลาท้องถิ่นคงไม่ชอบปลาซักเกอร์ที่มากินไข่ปลาท้องถิ่นเป็นแน่แท้
หมู่บ้านนั้นคับแคบเกินไปสำหรับสาวงามระดับนางงามพระนครถึงสองคน
ซึ่งเจิดคิดว่ามันคือเรื่องไร้สาระประดุจดั่งสาวชาวสวนแม่ลูกสามบ้าคลั่งกับการมีทะเบียนบ้านในปักกิ่ง
แต่
Perception is power
ภาพที่เห็นคืออำนาจ
ต่อให้เจิดไม่สนหากคนอื่นสนใจและให้ความสำคัญ
มันก็ไม่ต่างกับความเป็นจริง
ครูวิถึงกับโกรธจนปากสั่นเพราะไม่เคยเจอใครมาว่ากล่าวกับเธอเช่นนี้คุณหญิงแม่สอนเธอมาดีว่าไม่ให้ว่าใครด้วยถ้อยคำหยาบตามหลักการสมบัติผู้ดี
บรรดาคนใช้ก็พินอบพิเทาเธอในคฤหาสน์ของตระกูลเพียงแค่เธอพูดจาอ่อนหวาน
แม้กระทั่งการทำงานก็มีผู้ใหญ่ท่านลุงท่านอาฝากอธิบดีให้ดูแลเธออย่างดี
ไม่เคยมีใครไม่เคารพเธออย่างนี้มาก่อน!!!
“คุณหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะพูดอย่างนี้นั้นมิงาม”
ครูวิถึงกับหลุดสำเนียงดั้งเดิมของตนเองออกมา
หลังจากที่ต้องพยายามพอสมควรกว่าจะพูดจาภาษาชาวบ้านร้านตลาดชนชั้นชาวบ้านได้ดีขนาดนี้
“หึ มิงงมิงามอะไร สุนัขน่ะมันก็ต้องกินของอาจมของเสียของชั้นต่ำนั่นล่ะ”
นงพะงาได้ทีก็แสดงความเข้มแข็งของนางเอกอีกครั้งในการด่าว่าคนอื่นเพื่อแสดงความเก่งกาจของนางเอก