พอพนัชกรอาบน้ำเสร็จก็สวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาเปิดดูตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อผ้าใส่ เปิดออกมาเจอแต่เสื้อผ้าที่ตัวเองเคยทิ้งไว้ที่นี่เมื่อแปดปีที่แล้วที่ไม่ได้มาเก็บออกไปด้วยน่าจะยังพอใส่ได้อยู่เพราะหุ่นเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เปิดดูอีกฝั่งก็เป็เสื้อผ้าของเ้าของห้องวรานนท์ยังเหมือนเดิมชอบใส่เสื้อผ้าโทนขาวเทาดำ เขาเลยเลือกหาเสื้อผ้าฝั่งของตัวเองมาใส่ทำไมยังดูหอมอยู่เลยเหมือนเพิ่งผ่านการซักรีดมา
“เสื้อผ้าในตู้ใส่ได้เลยนะเป็เสื้อผ้าของหนูเมื่อก่อน น่าจะยังใส่ได้พอดีอยู่นะ เฮียเพิ่งเอาไปให้แม่บ้านเขาซักมาให้”
วรานนท์เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวหลังจากรอร่างบางนานแล้ว จนเขาแต่งตัวเสร็จตั้งนานก็ไม่เห็นอีกคนออกไปเสียทีทั้งๆ ที่ได้ยินเสียงอาบน้ำเสร็จตั้งนานแล้ว เข้ามาก็เจอว่าอีกคนกำลังเลือกเสื้อผ้าในตู้มาใส่เหมือนยังลังเลตัดสินใจอยู่ว่าจะใส่ตัวไหนดี ก่อนที่จะพาพนัชกรมาที่คอนโดของเขา วรานนท์ได้จ้างให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้และให้เอาเสื้อผ้าเขากับของน้องน้อยไปซัก เมื่อก่อนตอนที่เขาอยู่เมืองนอกมามี๊ก็ให้แม่บ้านที่บ้านมาคอยทำความสะอาดให้เดือนละสองครั้งอยู่แล้ว พอเขาวางแผนจะจับร่างบางมาปรับความเข้าใจกันเลยให้คนมาทำความสะอาดครั้งใหญ่ทั้งห้องและเสื้อผ้าจึงเหมือนเดิมพร้อมใช้ พอบอกอีกคนเสร็จร่างสูงของวรานนท์ก็เดินออกไปรอข้างนอกต่อ
หลังจากที่อีกคนออกไปแล้วพนัชกรก็หันมาเลือกเสื้อผ้าต่อ หายังไงก็ไม่มีตัวที่มันจะปกปิดจุดจ้ำแดงสีกุหลาบตามผิวกายได้เลยเพราะเสื้อผ้าเมื่อแปดปีของเขาส่วนมากก็เป็เสื้อยืดวัยรุ่นธรรมดา ร่างบางจึงเลือกที่จะหยิบเอาเสื้อยืดสีขาวมาใส่และสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ส่วนกางเกงก็เป็กางเกงยีนส์ธรรมดาเกือบจะใส่ไม่ได้แล้วเชียวตรงสะโพกคับพอดีตัว
พอแต่งตัวเสร็จร่างบางก็เดินออกมาจากโซนห้องแต่งตัวแล้วก้าวเข้ามายังห้องนอนก็มองหาร่างสูงไม่เจอ น่าจะอยู่ที่ห้องรับแขกด้านนอกจึงหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองมาถือไว้แล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อจะกลับบ้าน ออกมาก็เห็นร่างสูงนั่งรออยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ พอเห็นเขาเดินออกมาคนตัวโตก็ลุกขึ้นยืนพร้อมที่จะพาเขากลับบ้าน คงจะรีบกลับไปหาลูกหาภรรยาที่บ้านแล้วเพราะหายมาทั้งคืนเมื่อกี้ก็คงนั่งคิดคำโกหกอยู่เป็แน่
ก่อนจะเดินก้าวออกไปพนัชกรก็หันมาเจอโต๊ะกับข้าวตัวที่เคยทำให้เขาเจ็บ เกือบทำให้เขาสูญเสียลูกไปเมื่อแปดปีที่แล้วพอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต ภาพที่วรานนท์เดินออกมาจากห้องนอนกับพี่มะนาว ภาพที่วรานนท์ผลักเขาไปชนกับโต๊ะจนตกเื ร่างบางถึงกับจุกในอกน้ำตาคลอที่ั์ตาคู่สวยเขาอุตส่าห์บอกตัวเองว่าจะไม่มีเหยียบที่นี่อีก แต่อีกคนก็ทำให้เขาผิดคำพูดจนได้และการได้มาเหยียบครั้งนี้ยังมาในฐานะเป็ชู้กับสามีชาวบ้านอีกขอโทษนะครับพี่มะนาวพู่กันไม่ได้ตั้งใจ พู่กันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
เมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งในรถเรียบร้อยพนัชกรก็บอกให้คนพี่ไปส่งตัวเองที่โรงพยาบาลเพราะเดี๋ยวจะให้รถที่บ้านมารับเอง
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวเฮียพาไปส่งถึงบ้าน”
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นก็ส่งผมที่ข้างทางนั่นแหละเดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ เดี๋ยวลูกและภรรยาคุณจะถามหาเอาเพราะคุณหายไปทั้งคืน คุณควรจะรีบกลับไปหาเขานะครับ”
“ใครอีกล่ะลูกกับเมียเฮีย”
“ก็พี่มะนาวกับน้องส้มโอไงครับ”
“อยากเจอเขาใช่ไหมเห็นพูดถึงบ่อย เดี๋ยวเฮียพาไปเจอก็ได้นะ น่าจะตื่นกันแล้ว”
พูดจบวรานนท์ก็กดโทรศัพท์โทรออกหาปิยวดีทันที
“ฮัลโหล ว่าไงคะเนม”
“มะนาวครับเดี๋ยวผมจะเข้าไปที่บ้านนะครับ อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง”
“มาแต่เช้าจังเลย มีนัดกับวุฒิเหรอคะหรือคิดถึงหลาน”
“ใช่ครับคิดถึงมากอยากไปทานข้าวด้วย ไว้เจอกันนะครับ”
คุยสายเสร็จจากนั้นวรานนท์ก็วางสายจากเพื่อนแล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ คนที่แอบเงี่ยหูฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับจุก ที่ได้ยินร่างสูงบอกคิดถึงภรรยา และที่สำคัญจะพาตัวเองไปหาภรรยาของเค้าอีกจะให้เขาไปในฐานะอะไรน้องนุ่งก็ไม่ใช่ หนำซ้ำยังเพิ่งนอนกับสามีของเค้ามาเมื่อเช้าจะมองหน้าพี่มะนาวและน้องส้มโอยังไง
“ปล่อยผมลงตรงนี้แหละครับ คุณจะไปหาภรรยากับลูกคุณก็ไม่ควรที่จะเอาคนอื่นไปให้ภรรยาคุณเข้าใจผิดนะครับ เดี๋ยวจะมีปัญหาครอบครัว”
“ไม่เป็ไรเมียเฮียใจกว้าง ดูเหมือนจะชอบยกผัวตัวเองให้คนอื่นอยู่ตลอด”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ ผมคงไม่กล้าสู้หน้าพี่มะนาวหรอกที่อยู่ๆ ก็กลายเป็ชู้กับสามีพี่เค้าและจะไปหยามเค้าถึงบ้าน” พนัชกรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่ออีกคนพูดเอาแต่ได้ ไม่เห็นความลำบากใจทั้งของเขาและของภรรยา ไหนจะลูกอีกถ้ารู้ว่าพ่อมีลูกอีกคนจะเสียใจแค่ไหน ไอ้ผู้ชายมักง่าย
“ไม่เป็ไรมะนาวไม่ถือหรอก”
วรานนท์พูดเหมือนไม่แยแสภรรยาที่รออยู่ที่บ้านร่างบางเลยนั่งนิ่งๆ ไม่พูดอะไรอีก แต่ในใจตอนนี้กำลังรวบรวมความกล้าที่ต้องเผชิญหน้ากับภรรยาของผู้ชายมักมากที่ยัดเยียดคำว่าชู้ให้ร่างบางมาทั้งคืน
ร่างสูงเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอย่างคุ้นเคย บ้านหลังนี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตเป็คฤหาสน์เหมือนบ้านของวรานนท์หรือบ้านของพนัชกรเองแต่ก็มีอาณาเขตกว้างขวางและดูอบอุ่นเป็บ้านจริงๆ พอจอดรถเสร็จร่างสูงของวรานนท์ก็ลงจากรถมายืนรอร่างบางแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมลงจากรถเสียทีเลยเดินอ้อมไปด้านข้างคนขับเพื่อเปิดประตูให้ร่างบางลงจากรถ
คนที่ก้าวเท้าลงจากรถตอนนี้มือเย็นเฉียบ ในใจเต้นสั่นระรัวไปด้วยความกลัวไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเ้าของบ้านอีกคนที่รออยู่จึงได้แต่เดินก้มหน้างุดตามหลังร่างสูงเขาไปในตัวบ้านเงียบๆ พอเดินไปถึงห้องรับแขกก็เจอกับผู้ชายหน้าตาดีรุ่นราวคราวเดียวกับคนที่ตัวเองเดินตามเข้ามานั่งรออยู่กับน้องส้มโอเด็กหญิงตัวน้อยหรือจะเป็ญาติของพี่มะนาว
“อ้าว ไอ้เชี่ยเนม จะมาทำไมไม่บอกล่วงหน้าให้มันนานๆ กว่านี้จะได้เตรียมกับข้าวกับปลาไว้เยอะๆ” คนที่นั่งอยู่แล้วทักขึ้น
“มีคนเขาอยากจะมาด่วนๆ ตอนนี้กูเลยพามา พู่กันนี่ไอ้วุฒิเพื่อนเฮีย ส่วนมึงนี่น้องพู่กันคนของกู”
วรานนท์แนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน พนัชกรก็เลยยกมือไหว้คนาุโกว่า ชัยวุฒิมองหน้าคนที่เพื่อนแนะนำให้รู้จักเขาจำได้แล้วเด็กไอ้เนมที่เคยตามมันต้อยๆ ที่มันเคยบ่นว่ารำคาญมากเมื่อก่อนนี่เอง ดูสวยหน้าตาน่ารักยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีกขนาดอีกคนใส่แค่เสื้อยืดมีเสื้อเชิ้ตทับอยู่ด้านนอกกับกางเกงยีนส์ยังดูดีขนาดนี้ แต่ดูเหมือนตอนนี้น่าจะเป็เพื่อนเขามากกว่าที่ดูจะเชื่องและตามเ้าของต้อยๆ แทน
“ลุงเนมสวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลย”
น้องส้มโอที่นั่งอยู่กับพ่อลุกขึ้นสวัสดีลุงเนมและโผเข้ามากอดอีกฝ่าย ก่อนที่จะหันไปมองอีกคนที่มากับลุงเนม
“พี่คนสวยสวัสดีค่ะ เคยเจอน้องส้มโอไหมคะ” เด็กหญิงรู้สึกคุ้นเคยร่างบางมากก็เลยถามขึ้นและเอียงคอทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูจนพนัชกร อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“สวัสดีค่ะสาวน้อย น้าชื่อพู่กันนะคะ น้าเคยเจอหนูน้อยที่โรงเรียนค่ะ ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งอีกครั้งนะคะ”
“เชิญนั่งก่อนครับน้องพู่กัน รอแป๊บนึงนะครับอย่าเพิ่งหิวข้าวนะ แม่บ้านพี่กำลังทำกับข้าวอยู่”
พนัชกรเลยนั่งลงตามคำเชื้อเชิญของอีกฝ่ายที่โซฟาข้างวรานนท์
“ว่าแต่มึงเถอะไอ้เนม มึงมีธุระอะไรกับกูหรือเปล่าหรือว่าจะมาชวนกูกินเหล้า ไม่ได้กินนานแล้วเปรี้ยวปากเลยมึง”
“ไม่ได้หรอกกูต้องกลับไปส่งพู่กันที่บ้าน ไว้วันหลังแล้วกันนะ ขอกูเคลียร์ตัวเองก่อน”
“อ้าวเนมมาแล้วเหรอคะ มะนาวทำกับข้าวเสร็จพอดีเลยค่ะ น้องพู่กันสวัสดีค่ะเจอกันอีกแล้วนะคะ” เสียงสดใสของปิยวดีทักขึ้นหลังจากที่ทำกับข้าวเสร็จแล้วเดินออกมาที่ห้องรับแขกก็เจอกับวรานนท์และพนัชกรพอดี
ฝ่ายพนัชกรใจเต้นตึกตักที่เห็นพี่มะนาวก็เลยยกมือไหว้
“เอ่อ สวัสดีครับพี่มะนาวนี่บ้านพี่มะนาวใช่ไหมครับน่าอยู่มากเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะน้องพู่กันบ้านหลังเล็กๆ เองค่ะอยู่กันแค่สามคนพ่อแม่ลูก” คำว่าสามคนพ่อแม่ลูกของปิยวดีทำเอาพนัชกรงงว่าคือใคร ระหว่างชัยวุฒิหรือวรานนท์
“คุณพ่อขาน้องส้มโอหิวข้าวแล้วค่ะ เราไปทานข้าวกันได้หรือยังคะ คุณน้าพู่กันขาคุณแม่มะนาวของน้องส้มโอทำกับข้าวอร่อยมากเลยนะคะ”
“งั้นก็ไปกินข้าวกันเถอะ น้องพู่กันครับไปทานข้าวกันครับ”
ชัยวุฒิเชิญแขกไปทานอาหารเช้าที่ภรรยาเตรียมเสร็จแล้วด้วยกัน ร่างบางที่ตอนนี้กำลังงงอยู่ก็หันมามองร่างสูงของวรานนท์ทันทีหรือว่าเค้าคิดไปเองที่คิดว่าพี่เนมเป็สามีของพี่มะนาว
พอทุกคนไปถึงห้องอาหารนั่งที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารกัน
“น้าพู่กันคะ คุณน้าพู่กันคนสวยเป็แฟนลุงเนมสุดหล่อหรือเปล่าคะ ทำไมถึงมาด้วยกัน” เด็กน้อยอย่างน้องส้มโอถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ คือ”
“ใช่แล้วครับน้องส้มโอของลุง คุณน้าพู่กันเป็ภรรยาของลุงครับ” วรานนท์ชิงตอบแทนร่างบางทันทีทำเอาอีกฝ่ายเขินอายจนแก้มแดง
“ฮ้าาา จริงหรือคะ ดีจังเลยค่ะ อย่างงั้นเราต้องฉลองค่ะ น้าพู่กันทานเยอะๆ นะคะ คุณแม่มะนาวทำกับข้าวอร่อยมากเลยค่ะส้มโอกับคุณพ่อทานอิ่มจนจุกทุกวันเลย”
“ว่าแต่ไปยังไงมาไงคะเนมถึงได้โทรมาแต่เช้าเลยปกติเห็นจะมาเจอทีก็เย็นแล้ว หรือมีอะไรหรือเปล่าคะ” ปิยวดีถามเพื่อนตัวเองทันทีเพราะปกติชัยวุฒิผู้เป็สามีกับวรานนท์ชอบนัดปาร์ตี้กันตอนเย็นหลังเลิกงานเสียมากกว่า
“ก็มีใครบางคนเค้าปรักปรำเราหาว่าเราซ่อนเมียซ่อนลูก กล่าวหาว่าเราเป็สามีของมะนาวและเป็พ่อของน้องส้มโอน่ะซิ เราก็เลยพามาดูให้เห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่เป็เ้าของมะนาวกับส้มโอ” วรานนท์เลยชี้แจงกับเพื่อนสาวสาเหตุที่ตัวเองมาบ้านเพื่อนแต่เช้า
“นี่อย่าบอกนะคะว่าน้องพู่กันเป็คนคิดว่าพี่มะนาวกับน้องส้มโอ เป็ลูกกับเมียของพี่เนม”
“เอ่อ..”
“ก็ใช่น่ะสิ มีอย่างที่ไหนเอาผัวตัวเองมายกให้คนอื่นซะงั้น ก็เลยพาเห็นว่าผัวของมะนาวอ่ะ หล่อไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของผัวพู่กันเลย”
“พี่เนม พูดอะไรอาย อายคนอื่นเค้าบ้าง”
“ก็มันจริง” ชายหนุ่มเถียงอย่างน้ำเสียงงอนๆ
“น่ารักจังเลยค่ะ ที่น้องพู่กันหึงเนมขนาดนี้ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วเราค่อยไปคุยกันนะ น้องพู่กันทานเยอะๆ เลยนะคะ”
หลังจากนั้นทุกคนก็พากันรับประทานอาหารโดยคนที่ชวนคุยส่วนมากก็จะเป็น้องส้มโอมากกว่าเพียงไม่นานทุกคนก็ทานอาหารเสร็จแล้วก็มารวมกันอยู่ที่ห้องรับแขก
“มะนาวมาเคลียร์ให้พู่กันเค้าฟังหน่อย ว่าอะไรเป็ยังไงส้มโอเป็ลูกของใคร เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราโกหกเค้าอีก”
“คืออย่างนี้นะคะน้องพู่กัน”