ตอนที่ 81
“เอาล่ะนี่ก็เหลืออีกสิบห้านาทีจะเก้าโมงแล้วไปล้างมือแล้วรีบไปกินข้าวให้เรียบร้อยจะได้ไปเรียน !!” สตีฟเอ่ยปากไล่เจมส์และทอมมี่ที่อยู่ช่วยงานจนเกือบเสร็จ
“ครับลูกพี่ !!x2” เจมส์และทอมมี่พยักหน้าก่อนจะไปตักราวิโอลี่ที่ยังพอมีเหลืออยู่มาและไปนังกิน
“มีเวลาพักราวๆสองชั่วโมงก่อนจะเริ่มทำอาหารเที่ยงเราเองก็กินอะไรมั่งดีกว่าชักจะหิวแล้วแฮะ” สตีฟพูดก่อนจะตักราวิโอลี่เข้าไปกินในครัว
หลังจากสตีฟกินเสร็จก็เอาเครื่องครัวทุกอย่างไปใส่เครื่องล้างก่อนจะออกมาดูข้างนอก
“ไปเรียนกันหมดแล้วสินะ” สตีฟพูดออกมาหลังจากเห็นโรงอาหารที่กลายเป็นพื้นที่โล่งๆ
ตอนนั้นเองสตีฟก็เห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาในมือหลายตัวเขากำลังด้อมๆมองๆอยู่นอกโรงอาหาร
“ใครน่ะจากการแต่งตัวดูไม่เหมือนอาจารย์ด้วยสิ” สตีฟพูดก่อนจะตรวจสอบสถานะดู
หน้าต่างชื่อ : เอ็ดเวิร์ด บรอสมัน Level : 1อาชีพ : ช่างก่อสร้างอายุ : 30
“ช่างก่อสร้างงั้นเหรอมาทำอะไรที่นี่” สตีฟสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปหาชายคนนั้น
“สวัสดีครับมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ” สตีฟถาม
“อ้าวมีคนอยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ผมชื่อเอ็ดเวิร์ดพอดีผมกำลังจะเอาตุ๊กตามาซ่อนน่ะครับ” เอ็ดเวิร์ดพูด
“ซ่อน ???” สตีฟงงว่าเขากำลังพูดอะไรกัน
“พอดีอีกไม่กี่วันจะเป็นวันเกิดลูกสาวผมก็เลยจะเอาตุ๊กตาที่แกชอบมาซ่อนในโรงเรียนน่ะครับ พวกเราพ่อลูกชอบเล่นเกมส์หาสมบัติกัน” เอ็ดเวิร์ดอธิบาย
“อ๋อแบบนี้นี่เองแสดงว่าคุณขอทางโรงเรียนเรียบร้อยแล้วสินะครับ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“ขอแล้วครับ” เอ็ดเวิร์ดโกหกสตีฟ
“แล้วจะเอามันไปซ่อนที่ไหนล่ะครับเนี่ยที่โรงอาหารไม่น่าจะมีที่ให้ซ่อนนะครับจะมีก็แต่ห้องครัว” สตีฟถามเพราะโรงอาหารนั้นเป็นโถงโล่งๆที่มีแค่โต๊ะและเก้าอี้
“ฝากซ่อนไว้ในห้องครัวได้หรือเปล่าครับ” เอ็ดเวิร์ดพูด
“หือจะให้ซ่อนในนั้นงั้นเหรอครับแต่ปกติไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้าไปนะครับ” สตีฟพูด
“น่าครับผมฝากหน่อยนะเอาไว้เดี๋ยวผมจะบอกลูกสาวผมเอง” เอ็ดเวิร์ดพูดก่อนจะจัดการยัดตุ๊กตาใส่มือสตีฟและเดินจากไป
“ก็อยากให้มันระเบิดในโรงอาหารอยู่หรอกนะแต่เดี๋ยวเด็กๆจะตายหมดซะก่อนภารกิจเราคือจับเด็กไปให้มากที่สุด !!” เอ็ดเวิร์ดพูดคนเดียวหลังจากเดินแยกมาจากสตีฟ
“อะไรฟระจู่ๆก็ยัดใส่มือแล้วก็เดินไปแล้วนี่ยังไม่บอกชื่อลูกสาวพี่แกให้เรารู้อีกแบบนี้จะรู้ได้ไงฟระคนไหน เพราะปกติตอนตรูไม่อยู่ตรูล็อกห้องครัวนะเฟ้ย” สตีฟบ่นพลางมองดูแผ่นหลังของชายที่ชื่อเอ็ดเวิร์ด
“เฮ้อเอาไปไว้ในห้องครัวก่อนก็ได้” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัว
“วางไว้ไหนดีนะ” สตีฟพูดหลังจากกลับมาที่ห้องครัวเขามองดูไปทั่วๆห้องก่อนจะเห็นหม้อเก่าใบหนึ่งที่อยู่มุมห้อง
“นั่นมันหม้ออบแรงดันรุ่นเก่าสินะสภาพนั้นน่าจะใช้งานไม่ได้แล้ว” สตีฟมองดูหม้ออบแรงดันใบใหญ่ความจุหนึ่งร้อยลิตร
“เก็บมันไว้ในนี้ก่อนแล้วกัน” สตีฟเปิดฝาออกก่อนจะใส่ตุ๊กตาทั้งสองตัวลงไปและปิดฝาให้เรียบร้อย
“เฮ้อไหนๆก็ไหนๆแล้วไม่ต้องพงต้องพักมันละ เตรียมทำอาหารเลยก็แล้วกัน” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มเตรียมอาหารมื้อกลางวันนี้สตีฟว่าจะทำเป็นคาโบนาร่าหลังจากเห็นแฮมสดอยู่มากมาย
สองชั่วโมงต่อมา
“เอาล่ะซอสคาโบนาร่าได้ที่แล้ว เส้นเองก็เสร็จตั้งนานแล้วด้วยเอาไปลวกเลยดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะมองเวลาที่เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว
“เหลืออีกครึ่งชั่วโมงสบายๆ” สตีฟพูดก่อนจะลงมือลวกเส้นทันที
“ลูกพี่ผมมาแล้ว !!!’ เสียงเจมส์ดังออกมาจากหน้าห้องครัว
“หือยังไม่เที่ยงเลยนี่ทำไมถึงมาเร็วล่ะ” สตีฟถามโดยไม่ได้หันกลับไปมอง
“เพราะสองคนนี้รบเร้าจะมาให้ได้น่ะสิฉันเลยต้องปล่อยให้เลิกเรียนก่อน” เสียงคุ้นหูสตีฟดังขึ้นมา
“อ้าวอาจารย์ไก่นี่นา ไปไหนมาหลายวันครับไม่เห็นเลย” สตีฟพูดเพราะตั้งแต่มาทำงานก็พึ่งจะได้เจออาจารย์ไก่
“พึ่งกลับมากับอาจารย์ป้อมเมื่อเช้าน่ะ กลับมาก็ไปสอนเลยไม่ได้แวะมาทักทายคุณสตีฟ” อาจารย์ไก่พูดก่อนจะเดินเข้ามาดูอาหารที่สตีฟทำ
“คาโบนาร่างั้นเหรอคะ กลิ่นหอมน่ากินดีนี่นา ว่าแต่ไม่มีของหวานเหรอคะ” อาจารย์ไก่ถาม
“อ๊ะจริงด้วยผมลืมนึกถึงของหวานไปเลย” สตีฟพูดออกมาสองวันมานี้เขายังไม่ได้ทำของหวานสักมื้อเลย
“ลูกพี่ผมอยากกินไอศครีมอ่ะ” เจมส์พูด
“ขอรสวานิลาครับ” ทอมมี่พูดก่อนจะพยักหน้า
“ทำไมเด็กแสบสองคนนี้ถึงเรียกคุณสตีฟว่าลูกพี่ล่ะคะเนี่ย” อาจารย์ไก่พูดอย่างสงสัย
“ฮ่ะๆ ไม่มีอะไรหรอกครับรสวานิลาเหรอได้สิ เจมส์ ทอม ฝากพวกเธอไปขนนมมาให้ทีนะ” สตีฟพูดพลางชี้ไปที่ห้องวัตถุดิบ
“เดี๋ยวฉันไปช่วยแล้วกัน” อาจารย์ไก่บอกก่อนจะเดินพาเด็กทั้งสองคนไปหยิบวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับวานิลามา
“ระหว่างรอตักเส้นขึ้นมาเราก็เตรียมปั่นไอศครีมแล้วกัน” สตีฟพูดก่อนจะไปหยิบถังปั่นไอศครีมออกมาเตรียมและวอร์มเครื่องให้เรียบร้อยไม่นานอาจารย์ไก่และเด็กทั้งสองคนก็ช่วยกันเข็นรถวัตถุดิบสำหรับทำไอศครีมออกมา
ครืด !!! เสียงรถเข็นหนักๆถูกเข็นออกมาจากห้องวัตถุดิบ
“นมกับฝักวานิลาและน้ำตาลมาแล้วคุณสตีฟ รบกวนคุณด้วยนะฉันคงช่วยอะไรไม่ได้” อาจารย์ไก่พูดด้วยน้ำเสียงดูเศร้าๆ
“นี่อาจารย์ก็เป็นเหมือนอาจารย์เอียนเหรอครับเนี่ย !!!” สตีฟอุทานออกมาซึ่งอาจารย์ไก่ก็พยักหน้าเบาๆ
“อ๊ะจริงสิเมื่อเช้าลืมกระเป๋าไว้ที่ป้อมยามขอตัวไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ” อาจารย์ไก่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าลืมเอาไว้เธอจึงรีบออกจากห้องครัวไปทันที
“เอาล่ะพวกเธอสองคนเห็นนาฬิกานั่นมั้ย พอเข็มยาวชี้ไปที่เลขเจ็ดให้รีบตักเส้นขึ้นมาพักไว้ในน้ำเย็นนี่ก่อนเลยนะฝากด้วย” สตีฟพูดก่อนจะส่งกระชอนขนาดยักษ์ให้เจมส์และทอมมี่
“ได้เลยลูกพี่” เจมส์พยักหน้าก่อนจะรับกระชอนไป
ส่วนสตีฟก็เอานมไปตั้งไฟก่อนจะใส่น้ำตาล เกลือ วิปปิ้งครีมและฝักวานิลาลงไปไม่นานมันก็เริ่มเดือด หลังจากเดือดแล้วสตีฟก็ยกมันออกมาจากเตาก่อนจะเทมันลงไปในเครื่องปั่นไอศครีม
“เอาล่ะเท่านี้ก็เรียบร้อยอีกสิบนาทีก็จะเป็นไอศครีมเนื้อเนียนนุ่มแล้ว” สตีฟพูดออกมาหลังจากเครื่องปั่นเริ่มหมุนการทำไอศครีมสมัยนี้เมื่อมีเจ้าเครื่องนี้นั้นจะทำได้ง่ายมากๆ
สตีฟหันไปดูเจมส์และทอมมี่ที่กำลังช่วยกันตักเส้นออกจากหม้ออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“ไอ้เจ้าเด็กพวกนี้พอไม่ทำตัวกวนส้นก็ดีอยู่หรอก หึ” สตีฟหัวเราะเบาๆ
อีกด้านหนึ่ง
“หวังว่ากระเป๋าคงไม่หายหรือมีใครหยิบไปนะ” อาจารย์ไก่พูดพลางมองป้อมยามที่อยู่ห่างไปกว่าสามร้อยเมตร
“ว่าแต่ยามไปไหนล่ะหรือจะนั่งหลับอยู่ในป้อม” อาจารย์ไก่พูดอย่างสงสัยเพราะปกติจะมียามยืนอยู่หน้าป้อมเสมอ
เมื่ออาจารย์ไก่เดินมาถึงป้อมยามเธอก็ด้อมๆมองๆหาก่อนจะเห็นยามของโรงเรียนนั่งหลับอยู่ในป้อมยามนั่นเอง
“แอบอู้จริงๆด้วยให้ตายเถอะ” อาจารย์ไก่ถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปตามในป้อมยามตอนนั้นเองจู่ๆเธอก็รู้สึกเหยียบอะไรบางอย่างเหนียวๆ
อาจารย์ไก่ไม่รอช้าก้มลงมองดูสิ่งที่เธอเหยียบทันทีและเมื่อเห็นเธอถึงกับร้องออกมา
“เลือด !!!!!!!” อาจารย์ไก่ร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะรีบเข้าไปในป้อมและก็ได้เห็นสภาพของยามที่ถูกปาดคอด้วยมีด
“นี่มันฝีมือคนนี่ วายร้ายงั้นเหรอ !!!” อาจารย์ไก่อุทานอย่างตกใจก่อนจะรีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรแจ้งให้อาจารย์คนอื่นทราบ
ระหว่างที่กดโทรออกอยู่จู่ๆก็มีมือของใครบางคนคว้าเข้าให้ที่มือถือของเธอ
หมับ !! มือถือของอาจารย์ไก่ถูกจับไว้เธอรีบหันไปดูก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งแต่งชุดสูทเรียบร้อยยืนยิ้มอยู่
“จะโทรหาคนอื่นแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะครับ อาจารย์อายุก็ไม่น่าจะน้อยแล้วควรอยู่นิ่งๆดีกว่าครับ” ชายคนนั้นพูดก่อนจะฉีกยิ้มให้อาจารย์ไก่รีบตรวจสอบสถานะของชายคนนี้ทันที
หน้าต่างชื่อ : จีเซล วอล์ค Level : 135อาชีพ : วายร้ายอายุ : 37ฉายา : ผู้ใช้พิษRank : มหาวายร้าย SS
“วายร้าย !!!” อาจารย์ไก่อุทานออกมาก่อนจะรีบกระโดดถอยหลังหลบออกมา
ฟุ่บ !! ร่างของอาจารย์ไก่ถอยออกมาจนติดกำแพง
“โอ้คล่องแคล่วไม่สมกับอายุที่เกือบแปดสิบเลยนะครับนั่น” จีเซลพูดพลางมองหน้าต่างระบบที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลของคนตรงหน้า
หน้าต่างชื่อ : ธนัญญา xxxxx Level : 95อาชีพ : อาจารย์อายุ : 75ฉายา : หัตถ์น้ำแข็งRank : A
(ขอไม่ใส่นามสกุลนะครับส่วนเรื่องอายุอาจารย์แกผมประมาณเอาไม่ได้บวก ลบ คูณหารให้มันตรงๆสักเท่าไหร่ ผมแค่คิดว่าเซฟแกน่าจะอายุสามสิบกว่า ซึ่งโลกของสตีฟมันพ.ศ.26xx แล้วเลยบวกไปกลมๆ 40 ปี)
“แค่พริบตาเล่นเอามือผมกลายเป็นแบบนี้ไปเลย” จีเซลพูดก่อนจะยกมือของเขาที่กลายเป็นสีม่วง
“แกเป็นคนฆ่ายามคนนี้งั้นเหรอเขาเป็นแค่คนธรรมดานะ เป้าหมายของแกคือพวกเด็กๆสินะ” อาจารย์ไก่พูดออกมาพลางพยายามหาวิธีหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้าแต่มันไม่ง่ายเลยเพราะประตูทางออกเจ้าวายรายคนนี้ดันยืนขวางเอาไว้อยู่ เมื่อครู่เธอลอบโจมตีที่มือของวายร้ายคนนี้ในเสี้ยววินาที เธอไม่กล้าปะทะกับมันตรงๆเพราะเลเวลของมันเยอะกว่าเธอมาก
“ไม่ใช่ผมหรอกครับผมไม่มีรศนิยมปาดคอแบบนั้น” จีเซลพูดก่อนจะยิ้มออกมา
“แสดงว่าแกยังมีพว................” อาจารย์ไก่พูดออกมายังไม่ทันจบจู่ๆเธอก็ทรุดลงไป
ตึก !! เสียงเข่าของอาจารย์ไก่กระแทกกับพื้นเสียงดังเธอยกมือขึ้นแตะบริเวณจมูกก่อนจะรู้ว่าเธอเลือดกำเดาไหล
“ออกฤทธิ์แล้วสินะ ยาตัวใหม่นี่ไม่แรงเท่าไหร่เลย” จีเซลพูด
“นี่แกทำอะไรกับฉันกัน !!!!” อาจารย์ไก่ฝืนพูดออกมาตอนนี้เธอปวดหัวจนแทบระเบิดแถมแรงก็ไม่มีจะยืน
อ๊ะจริงสิหมอนี่ฉายาผู้ใช้พิษหรือว่าเราจะถูกพิษ อาจารย์ไก่คิดในใจก่อนร่างของเธอจะค่อยๆล้มลงกับพื้น
ตึง !!! เสียงร่างของอาจารย์ไก่ล้มลงตอนนี้เธอขยับตัวไม่ได้ พูดก็ไม่ได้
“พิษอัมพาต ออกฤทธิ์หลังจากพิษเพิ่มความร้อนในร่างกายเริ่มแสดงสินะ ถ้าเป็นไปตามที่คิดผู้ได้รับพิษจะเสียชีวิตในสองชั่วโมงเพราะช็อกจากที่อุณภูมิในร่างเพิ่มขึ้นสูงเกินไป” จีเซลพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะเดินออกจากป้อมยามไป
“ท่านจีเซลพวกเราสแตนบายที่ด้านนอกเรียบร้อยแล้วครับ” วายร้ายคนหนึ่งเมื่อเห็นจีเซลเดินออกมาก็รายงานทันที
“อืมพวกนายเป็นลูกน้องโจ๊กเกอร์สินะ ดีมากรอสัญญาณจากบอมเบอร์ก็เริ่มแผนการได้เลยจับเด็กๆมาให้มากที่สุดจำเอาไว้ อย่าพลาดแบบที่สวนสนุกอีกล่ะ ไม่งั้นพวกแกจะไม่ได้ตายแบบสบายหรอก” จีเซลพูดก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนไปด้านหลังของพวกเขามีวายร้ายระดับต่ำอีกหลายร้อยคนกำลังรอสัญญาณที่ว่าอยู่พวกเขานั้นไม่กล้าเข้าไปในโรงเรียนตอนนี้เพราะกลัวลูกหลงจากระเบิดของบอมเบอร์
จบ...