มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 55 สันดานดิบของมนุษย์

            ศรีสมรชมหนุ่มหล่อปฏิบัติภารกิจได้ครู่ใหญ่  ผู้ใช้แรงงานร่างล่ำก็ค่อยๆคอตก  ก่อนจะเริ่มหอบ  อันเป็นสัญญาณว่าเหนื่อยอ่อน 


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก……” 


    “ หนุ่มล่ำคนนั้นเสร็จกิจแล้ว  แต่ชะ…ชั้นเพิ่งจะเริ่มเสียวเอง  กระนั้นก็ไม่เป็นไร  ขอแค่ใบหน้าหล่อคมกับกายบึกบึนไม่ไปไหน  ก็ยังพอใช้มันบำบัดความทุกข์ในใจได้ ” ศรีสมรแอบครวญ  สองมือเร่งสร้างความเสียว  เพื่อตะกายสู่สรวงสวรรค์  ทว่าดำเนินไปได้หน่อย  จับกังหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมา  คุณนายสาวเลยตกใจจนหยุดทุกการกระทำ  พร้อมแอบหลบหลังตู้ใบใหญ่ 


    “ ว้าย….ตายแล้ว  มันเห็นรึเปล่านะ  อ้า….แต่ลึกๆ  ก็อยากให้หมอนี่เจอเราเหมือนกัน ” หัวใจของศรีสมรเต้นไม่เป็นส่ำ  กายอวบอัดในชุดผ้าขนหนูกระโจมอกสั่นเทา  ซึ่งถ้าให้เดา  อารมณ์ของเธอคงอยู่ระหว่างอยากลองผสมหวาดกลัว


     

               ทางด้านหนุ่มจับกังเองก็นึกเอะใจอยู่เหมือนกัน  เพราะในช่วงที่สำเร็จความใคร่  เหมือนหูจะแว่วเสียงครางเบาๆของหญิงสาวคนหนึ่ง  แต่เขาก็ไม่แน่ใจเท่าใดนัก 


    “ เอ….หรือว่าเราจะฟินจัดจนมโนไปเอง ”


     

               แต่ด้วยความเจนโลก  บุรุษหนุ่มจึงยังไม่ทิ้งประเด็นดังกล่าว  พร้อมเหลียวซ้ายแลขวาเป็นการใหญ่  เพื่อมองหาเจ้าของเสียงกระเส่าที่แสนสยิว  ไม่นาน  ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวก็สังเกตเห็นบางอย่าง 


    “ เอ๊ะ!  นั่น….มีอะไรแลบออกมาจากตู้เสื้อผ้า  มองดูให้ดี  คล้ายผ้าขนหนูเลย ”


     

               ศรีสมรได้ยินคำอุทานของหนุ่มจับกังอย่างชัดเจน  หัวใจแทบหล่นไปกองที่ตาตุ่ม  ดวงตาคมจึงกวาดลงต่ำ  เลยพบว่าส่วนปลายของผ้าหนูได้แพลมออกจากกำบังที่หลบซ่อน 


    “ ว้าย….ตายแล้ว  เราพลาดได้ยังไง ” ศรีสมรนึกตำหนิตัวเอง  แต่ครั้นจะดึงชายผ้าหลบ  ก็คงสายเกินไป  และพอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของบุรุษ  หัวใจดวงน้อยก็สั่นยิ่งกว่าเก่า 


    “ ตึก  ตึก  ตึก….” 


    “ นี่ชั้นควรทำยังไงดีนะ ”


     

                  ความที่ศรีสมรเป็นแม่ม่ายสาวที่ใจใหญ่พอสมควร  เจ้าหล่อนจึงเลือกเปิดเกมรุกเสียเอง  นั่นก็คือตีหน้าขึงขัง  พร้อมก้าวออกจากที่ซ่อน   


    “ นี่เธอเป็นใคร  เข้ามาได้ไง  ไม่รู้หรือไงว่านี่คือ….บ้านของชะ…..ชั้น ” ศรีสมรตวาดใส่ด้วยเสียงที่เกรี้ยวกราดขั้นสุด  ก่อนที่จะสะอึกหนึ่งจังหวะ  แถมคำสุดท้ายยังเบาลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ  ดวงตางามเบิกโพลง


       

                   เหตุที่เป็นเช่นนี้  เพราะสาวใหญ่ดันจับภาพที่ชวนให้หัวใจวาย  นั่นก็คือ……ร่างกำยำที่เปล่าเปลือยของบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย  ที่สำคัญ  หมอนั่นยังอยู่ห่างจากเธอเพียงเอื้อมมือเท่านั้น 


    “ เฮือก……” ศรีสมรกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่  ดวงตาคมเลื่อนลงต่ำไปจับที่อวัยวะลับตามสัญชาตญาณ  หัวใจว้าวุ่นด้วยความคัน 


    “ ว้าย  ว้าย  ว้าย  ตายแล้ว  นี่ขนาดพ่นพิษไปครั้งนึง  ยังอวบใหญ่ถึงเพียงนี้  ถ้าตื่นตัวเต็มที่  จะผงาดขนาดไหนกันนะ ”


     

                 ทางฝ่ายหนุ่มจับกังเองก็ดูจะของขึ้นเช่นกัน  เพราะได้เห็นสาวสวยร่างอวบในชุดผ้าขนหนูกระโจมอก  อันส่งผลให้ร่างกายที่อ่อนตัว  เริ่มโงหัวขึ้นมา 


    “ โอ้ว…..นี่น่ะเหรอ  เรือนร่างกึ่งเปลือยของคุณนายศรีสมร  เด็ดกว่าเห็นในระไกลตั้งเยอะ ”


     

                 แน่นอนว่าไม่มีชายปกติคนใดสามารถทนทานความเย้ายวนระดับนี้ได้  หนุ่มจับกังเลยเอามือมาสำเร็จโทษตัวเอง  ทำให้สาวใหญ่ถึงกับช็อกจนอ้าปากเหวอ 


    “ ว้าย….ตายแล้ว  ทะ….เธอกำลังทำอะไรน่ะ   ยะ…หยุดเดี๋ยวนี้นะ ” แม้ศรีสมรจะร้องห้าม  แต่นั่นก็เพียงความพยายามที่ไร้ผล  ด้วยกระเเสที่เปล่งออกมา  ดูจะเบากว่าเสียงกระซิบซะอีก  ดวงตาจับจ้องการกระทำดังกล่าวอยู่ตลอด 


    “ บ้าที่สุด  อาทิตย์นี้  ชั้นโดนผู้ชายทำอุบาทว์ใส่มากี่ครั้งแล้วนะ ”


     

                หนุ่มจับกังรู้สึกย่ามใจ  เลยแสยะยิ้มเยือกเย็น  ปากก็กล่าวปฏิสันถาร 


    “ ผมชื่อ…แมนครับ  ทำงานแบกกระสอบข้าวสารให้คุณนายมาสองสามเดือนแล้ว  พอดี  ผมเห็นกางเกงในผืนนี้ตกอยู่ที่หน้าประตูบ้าน  เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาคืนถึงข้างใน ”


     

                  คุณนายสาวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  ด้วยเธอจำได้ว่าเมื่อคืน  ได้วางกางเกงในผืนนี้ลงไปในตะกร้าใส่เสื้อผ้า  แต่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะได้เอื้อนเอ่ย  นายแมนก็ชิงกล่าว 


    “ ที่กล่าวมาล้วนเป็นเรื่องจริง  ไม่ใช่คำแก้ตัว  และบางทีเมื่อวาน  คุณนายอาจไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมเท่าไหร่นัก  เลยจดจำคลาดเคลื่อนไปบ้าง ”


     

                 ศรีสมรรู้สึกประหลาดใจ  เพราะถ้อยวาจาของนายแมนดูคมคาย  ไม่คล้ายกับชนชั้นแรงงานอย่างที่หมอนี่ควรจะเป็น  แต่ที่ขัดยิ่งกว่าคือมือขวาที่กำลังยุ่งเกี่ยวอาวุธร้าย  จึงรีบร้องถาม  สองตาชำเลืองมองมันเป็นระยะ 


    “ ไอ้เรื่องเก็บผ้าให้  ชั้นยอมเชื่อก็ได้  ตะ….แต่ไอ้ที่แกกำลังทำอยู่  มะ…มันคืออะไร ”


     

                   แต่แทนที่นายแมนจะตกใจ  หนุ่มจับกังร่างล่ำกลับไม่สะอึกเลยซักนิด  มิหนำซ้ำยังสาวท่อนลำต่อหน้าตาเฉย  ปากก็ย้อนถาม  ราวกับว่าคำพูดของเจ้านายสาวเป็นเพียง…..ลมปากที่ไร้ความหมาย 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  คุณนายอยู่มาตั้งสามสิบกว่าปี  มีผัวมาตั้งหลายคน  ไม่รู้เหรอครับว่าผมกำลังทำอะไร ” 


    “ กะ…ก็รู้อยู่ว่าแกทำอะไร  ตะ….แต่แบบนี้  มะ…มันไม่อุกอาจไปหน่อยเหรอ ” ศรีสมรตอบเสียงสั่น  กายอวบอัดถอยกรูด  ด้วยหนุ่มจับกังร่างล่ำเริ่มเดินเข้ามาใกล้  แต่ไม่นาน  เจ้าหล่อนก็หมดทางหนี  เนื่องจากแผ่นหลังกระทบกำแพงปาร์เก้ขัดเงา 


    “ เอ๊ะ…..” ศรีสมรรีบเหล่หางตาไปมองข้างหลังแวบนึง  เพื่อดูว่ากายอวบอัดของตนติดอะไร  แต่พอเลื่อนกระจกแห่งหัวใจมารับสถานการณ์เบื้องหน้า  เจ้าหล่อนก็ต้องตกใจสุดขีด  เนื่องจากหนุ่มจับกังร่างล่ำได้เข้าประชิดตัวเป็นที่เรียบร้อย   


    “ ใจเย็นๆครับ  ไม่ต้องแตกตื่นไป  เพราะเซ็กส์คือเรื่องธรรมชาติที่ใครๆก็มีมันได้ ” หนุ่มจับกังยื่นใบหน้าหล่อๆเข้ามาใกล้  พร้อมกระซิบเบาๆจนลมหายใจอุ่นร้อนกระทบใบหู  ก่อนจะหันไปสบดวงตาคมงามของม่ายสาววัยสะคราญ


     

                 ศรีสมรพูดไม่ออก  บอกไม่ถูก  เธอได้แต่นิ่งงันอยู่แบบนั้น  หัวสมองเริ่มล่องลอย  สองแก้มร้อนผ่าว  และสบตาเรียวคมของหนุ่มหล่อล่ำอยู่ตลอด 


    “ อ้า……”


     

                  จากประสบการณ์ที่ผ่านผู้หญิงมานับร้อยคน  ทำให้แมนรู้ว่าคุณนายสาวเองก็ต้องการอยู่ไม่น้อย  ทว่าเขาไม่ผลีผลามจนเกินงาม  เพราะอยากยั่วเย้าให้ศรีสมรเป็นฝ่ายเรียกร้องเสียเอง  เลยเดินเกมด้วยการเชื้อเชิญ 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  ผมเห็นคุณนายจ้องไอ้นี่อยู่นาน  สนใจจะลองสัมผัสมันมั้ยครับ ” 


    “ บ้า…แกพูดอะไร  ถอยออกไปเลย  อย่าเข้ามาใกล้ชั้น ” ศรีสมรโวยดัง  แต่กระแสเสียงสั่นเทา  แถมดวงตายังเลิ่กลั่ก  และพยายามเหลือบมองอาวุธร้ายเป็นระยะ


     

                  แน่นอนว่าแมนย่อมดูออก  เลยแย้มยิ้มอย่างใจเย็น  พร้อมโยกเอวเบาๆเป็นเชิงยั่วยวน  ปากก็กล่าวกระตุ้นเร้า 


    “ ลองสัมผัสดูหน่อยเถอะ  รับประกันว่ามันไม่กัด  บางทีจับไปจับมา  คุณนายอาจจะสนุกมือก็เป็นได้ ”


     

                คุณนายสาวนิ่งเงียบ  ความสับสนฉายอยู่บนใบหน้า  อึดใจต่อมา  เจ้าหล่อนก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน  มือขวายกขึ้นมา  เพื่อเตรียมผลักหนุ่มกรรมกรให้ถอยห่าง  ทว่าก่อนจะได้สัมผัสตัว  แมนก็ชิงจับข้อมือบาง 


    “ ว้าย…..อย่าแตะเนื้อต้องตัวชั้นนะ  ไอ้คนชั้นต่ำ ”


     

                  คำด่านี้ทำให้คิ้วดกดำของแมนแอบกระตุก  เพราะมันหมายถึงการเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง  หนุ่มจับกังจึงแก้เกมด้วยการดึงมือบางลงต่ำ  แล้วบังคับให้เกาะกุมอาวุธประจำกาย 


    “ ว้าย…….” ทันทีที่ได้สัมผัส  ศรีสมรก็ถึงกับกรีดร้อง  กายอวบอัดสะดุ้งเล็กน้อย  และพยายามดึงมือกลับ  แต่ก็ถูกบุรุษหนุ่มฉุดรั้งเอาไว้  ดวงตางามจ้องมองอาวุธร้ายที่อยู่ในอุ้งมือ 


    “ เป็นยังไง  นิ่มมั้ยล่ะครับ ” แมนถามยิ้มๆ  ดวงตาเรียวแลฉ่ำเยิ้มด้วยแรงปรารถนา


     

                 ศรีสมรไม่ตอบกลับ  เธอเพียงพยักหน้ารับเบาๆ  ทำให้หนุ่มจับกังผิวคล้ำเริ่มย่ามใจ  และคอยประคองให้อุ้งมืองามทำหน้าที่ของตนต่อไป 


    “ อู้ว…..มือของคุณนายนิ่มเหลือเกิน  ได้อารมณ์ดีจริงๆ ” แมนปรือตาลอย  หางเสียงแอบกระเส่าเล็กน้อย  ก่อนจะหันไปโฟกัสเรือนร่างอวบอัดที่หยัดยืนอยู่ไม่ห่าง  เพื่อใช้มันประกอบกระบวนการระบายความใคร่


     

                    ศรีสมรไม่อยากเชื่อเลย  เธอมาถึงจุดนี้ได้ยังไง  เพราะตัวเองเป็นถึงเศรษฐีนีที่สมบูรณ์รูปโฉม  ความรู้ก็เข้าขั้นดี  ชาติตระกูลก็ไม่แย่  ด้วยเป็นถึงลูกนายพลผู้ทรงเกียรติ  แต่เวลานี้กลับต้องมายืนกุมท่อนทวนประจำกายให้ผู้ใช้แรงงานคนหนึ่ง  ที่น่าจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินในลำดับชนชั้น  ทว่าความเสี้ยนย่อมไม่เข้าใครออกใคร  ด้วยมันคือสันดานดิบที่ฝังรากลึกในจิตใจมาอย่างยาวนาน  และถ้าไม่มีมัน  มนุษย์คงสูญเผ่าพันธุ์ไปนานแล้ว  อุ้งมือบางจึงเริ่มดำเนินการด้วยความตั้งใจของตนเอง 


    “ อืม……” แมนเเลบลิ้นเลียปากนิดนึง  แล้วหันไปมองใบหน้าที่แสนเซ็กซี่ของคุณนายศรีสมร  ซึ่งก็เห็นว่าแดงซ่านด้วยเลือดสาว  แถมดวงตาคมงามยังจับจ้องอวัยวะลับของตนด้วยอาการงมงาย



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน