ศรีสมรชมหนุ่มหล่อปฏิบัติภารกิจได้ครู่ใหญ่ ผู้ใช้แรงงานร่างล่ำก็ค่อยๆคอตก ก่อนจะเริ่มหอบ อันเป็นสัญญาณว่าเหนื่อยอ่อน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……”
“ หนุ่มล่ำคนนั้นเสร็จกิจแล้ว แต่ชะ…ชั้นเพิ่งจะเริ่มเสียวเอง กระนั้นก็ไม่เป็นไร ขอแค่ใบหน้าหล่อคมกับกายบึกบึนไม่ไปไหน ก็ยังพอใช้มันบำบัดความทุกข์ในใจได้ ” ศรีสมรแอบครวญ สองมือเร่งสร้างความเสียว เพื่อตะกายสู่สรวงสวรรค์ ทว่าดำเนินไปได้หน่อย จับกังหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมา คุณนายสาวเลยตกใจจนหยุดทุกการกระทำ พร้อมแอบหลบหลังตู้ใบใหญ่
“ ว้าย….ตายแล้ว มันเห็นรึเปล่านะ อ้า….แต่ลึกๆ ก็อยากให้หมอนี่เจอเราเหมือนกัน ” หัวใจของศรีสมรเต้นไม่เป็นส่ำ กายอวบอัดในชุดผ้าขนหนูกระโจมอกสั่นเทา ซึ่งถ้าให้เดา อารมณ์ของเธอคงอยู่ระหว่างอยากลองผสมหวาดกลัว
ทางด้านหนุ่มจับกังเองก็นึกเอะใจอยู่เหมือนกัน เพราะในช่วงที่สำเร็จความใคร่ เหมือนหูจะแว่วเสียงครางเบาๆของหญิงสาวคนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่แน่ใจเท่าใดนัก
“ เอ….หรือว่าเราจะฟินจัดจนมโนไปเอง ”
แต่ด้วยความเจนโลก บุรุษหนุ่มจึงยังไม่ทิ้งประเด็นดังกล่าว พร้อมเหลียวซ้ายแลขวาเป็นการใหญ่ เพื่อมองหาเจ้าของเสียงกระเส่าที่แสนสยิว ไม่นาน ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวก็สังเกตเห็นบางอย่าง
“ เอ๊ะ! นั่น….มีอะไรแลบออกมาจากตู้เสื้อผ้า มองดูให้ดี คล้ายผ้าขนหนูเลย ”
ศรีสมรได้ยินคำอุทานของหนุ่มจับกังอย่างชัดเจน หัวใจแทบหล่นไปกองที่ตาตุ่ม ดวงตาคมจึงกวาดลงต่ำ เลยพบว่าส่วนปลายของผ้าหนูได้แพลมออกจากกำบังที่หลบซ่อน
“ ว้าย….ตายแล้ว เราพลาดได้ยังไง ” ศรีสมรนึกตำหนิตัวเอง แต่ครั้นจะดึงชายผ้าหลบ ก็คงสายเกินไป และพอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของบุรุษ หัวใจดวงน้อยก็สั่นยิ่งกว่าเก่า
“ ตึก ตึก ตึก….”
“ นี่ชั้นควรทำยังไงดีนะ ”
ความที่ศรีสมรเป็นแม่ม่ายสาวที่ใจใหญ่พอสมควร เจ้าหล่อนจึงเลือกเปิดเกมรุกเสียเอง นั่นก็คือตีหน้าขึงขัง พร้อมก้าวออกจากที่ซ่อน
“ นี่เธอเป็นใคร เข้ามาได้ไง ไม่รู้หรือไงว่านี่คือ….บ้านของชะ…..ชั้น ” ศรีสมรตวาดใส่ด้วยเสียงที่เกรี้ยวกราดขั้นสุด ก่อนที่จะสะอึกหนึ่งจังหวะ แถมคำสุดท้ายยังเบาลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตางามเบิกโพลง
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะสาวใหญ่ดันจับภาพที่ชวนให้หัวใจวาย นั่นก็คือ……ร่างกำยำที่เปล่าเปลือยของบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย ที่สำคัญ หมอนั่นยังอยู่ห่างจากเธอเพียงเอื้อมมือเท่านั้น
“ เฮือก……” ศรีสมรกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ดวงตาคมเลื่อนลงต่ำไปจับที่อวัยวะลับตามสัญชาตญาณ หัวใจว้าวุ่นด้วยความคัน
“ ว้าย ว้าย ว้าย ตายแล้ว นี่ขนาดพ่นพิษไปครั้งนึง ยังอวบใหญ่ถึงเพียงนี้ ถ้าตื่นตัวเต็มที่ จะผงาดขนาดไหนกันนะ ”
ทางฝ่ายหนุ่มจับกังเองก็ดูจะของขึ้นเช่นกัน เพราะได้เห็นสาวสวยร่างอวบในชุดผ้าขนหนูกระโจมอก อันส่งผลให้ร่างกายที่อ่อนตัว เริ่มโงหัวขึ้นมา
“ โอ้ว…..นี่น่ะเหรอ เรือนร่างกึ่งเปลือยของคุณนายศรีสมร เด็ดกว่าเห็นในระไกลตั้งเยอะ ”
แน่นอนว่าไม่มีชายปกติคนใดสามารถทนทานความเย้ายวนระดับนี้ได้ หนุ่มจับกังเลยเอามือมาสำเร็จโทษตัวเอง ทำให้สาวใหญ่ถึงกับช็อกจนอ้าปากเหวอ
“ ว้าย….ตายแล้ว ทะ….เธอกำลังทำอะไรน่ะ ยะ…หยุดเดี๋ยวนี้นะ ” แม้ศรีสมรจะร้องห้าม แต่นั่นก็เพียงความพยายามที่ไร้ผล ด้วยกระเเสที่เปล่งออกมา ดูจะเบากว่าเสียงกระซิบซะอีก ดวงตาจับจ้องการกระทำดังกล่าวอยู่ตลอด
“ บ้าที่สุด อาทิตย์นี้ ชั้นโดนผู้ชายทำอุบาทว์ใส่มากี่ครั้งแล้วนะ ”
หนุ่มจับกังรู้สึกย่ามใจ เลยแสยะยิ้มเยือกเย็น ปากก็กล่าวปฏิสันถาร
“ ผมชื่อ…แมนครับ ทำงานแบกกระสอบข้าวสารให้คุณนายมาสองสามเดือนแล้ว พอดี ผมเห็นกางเกงในผืนนี้ตกอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาคืนถึงข้างใน ”
คุณนายสาวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ด้วยเธอจำได้ว่าเมื่อคืน ได้วางกางเกงในผืนนี้ลงไปในตะกร้าใส่เสื้อผ้า แต่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะได้เอื้อนเอ่ย นายแมนก็ชิงกล่าว
“ ที่กล่าวมาล้วนเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่คำแก้ตัว และบางทีเมื่อวาน คุณนายอาจไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมเท่าไหร่นัก เลยจดจำคลาดเคลื่อนไปบ้าง ”
ศรีสมรรู้สึกประหลาดใจ เพราะถ้อยวาจาของนายแมนดูคมคาย ไม่คล้ายกับชนชั้นแรงงานอย่างที่หมอนี่ควรจะเป็น แต่ที่ขัดยิ่งกว่าคือมือขวาที่กำลังยุ่งเกี่ยวอาวุธร้าย จึงรีบร้องถาม สองตาชำเลืองมองมันเป็นระยะ
“ ไอ้เรื่องเก็บผ้าให้ ชั้นยอมเชื่อก็ได้ ตะ….แต่ไอ้ที่แกกำลังทำอยู่ มะ…มันคืออะไร ”
แต่แทนที่นายแมนจะตกใจ หนุ่มจับกังร่างล่ำกลับไม่สะอึกเลยซักนิด มิหนำซ้ำยังสาวท่อนลำต่อหน้าตาเฉย ปากก็ย้อนถาม ราวกับว่าคำพูดของเจ้านายสาวเป็นเพียง…..ลมปากที่ไร้ความหมาย
“ เหอ เหอ เหอ คุณนายอยู่มาตั้งสามสิบกว่าปี มีผัวมาตั้งหลายคน ไม่รู้เหรอครับว่าผมกำลังทำอะไร ”
“ กะ…ก็รู้อยู่ว่าแกทำอะไร ตะ….แต่แบบนี้ มะ…มันไม่อุกอาจไปหน่อยเหรอ ” ศรีสมรตอบเสียงสั่น กายอวบอัดถอยกรูด ด้วยหนุ่มจับกังร่างล่ำเริ่มเดินเข้ามาใกล้ แต่ไม่นาน เจ้าหล่อนก็หมดทางหนี เนื่องจากแผ่นหลังกระทบกำแพงปาร์เก้ขัดเงา
“ เอ๊ะ…..” ศรีสมรรีบเหล่หางตาไปมองข้างหลังแวบนึง เพื่อดูว่ากายอวบอัดของตนติดอะไร แต่พอเลื่อนกระจกแห่งหัวใจมารับสถานการณ์เบื้องหน้า เจ้าหล่อนก็ต้องตกใจสุดขีด เนื่องจากหนุ่มจับกังร่างล่ำได้เข้าประชิดตัวเป็นที่เรียบร้อย
“ ใจเย็นๆครับ ไม่ต้องแตกตื่นไป เพราะเซ็กส์คือเรื่องธรรมชาติที่ใครๆก็มีมันได้ ” หนุ่มจับกังยื่นใบหน้าหล่อๆเข้ามาใกล้ พร้อมกระซิบเบาๆจนลมหายใจอุ่นร้อนกระทบใบหู ก่อนจะหันไปสบดวงตาคมงามของม่ายสาววัยสะคราญ
ศรีสมรพูดไม่ออก บอกไม่ถูก เธอได้แต่นิ่งงันอยู่แบบนั้น หัวสมองเริ่มล่องลอย สองแก้มร้อนผ่าว และสบตาเรียวคมของหนุ่มหล่อล่ำอยู่ตลอด
“ อ้า……”
จากประสบการณ์ที่ผ่านผู้หญิงมานับร้อยคน ทำให้แมนรู้ว่าคุณนายสาวเองก็ต้องการอยู่ไม่น้อย ทว่าเขาไม่ผลีผลามจนเกินงาม เพราะอยากยั่วเย้าให้ศรีสมรเป็นฝ่ายเรียกร้องเสียเอง เลยเดินเกมด้วยการเชื้อเชิญ
“ เหอ เหอ เหอ ผมเห็นคุณนายจ้องไอ้นี่อยู่นาน สนใจจะลองสัมผัสมันมั้ยครับ ”
“ บ้า…แกพูดอะไร ถอยออกไปเลย อย่าเข้ามาใกล้ชั้น ” ศรีสมรโวยดัง แต่กระแสเสียงสั่นเทา แถมดวงตายังเลิ่กลั่ก และพยายามเหลือบมองอาวุธร้ายเป็นระยะ
แน่นอนว่าแมนย่อมดูออก เลยแย้มยิ้มอย่างใจเย็น พร้อมโยกเอวเบาๆเป็นเชิงยั่วยวน ปากก็กล่าวกระตุ้นเร้า
“ ลองสัมผัสดูหน่อยเถอะ รับประกันว่ามันไม่กัด บางทีจับไปจับมา คุณนายอาจจะสนุกมือก็เป็นได้ ”
คุณนายสาวนิ่งเงียบ ความสับสนฉายอยู่บนใบหน้า อึดใจต่อมา เจ้าหล่อนก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือขวายกขึ้นมา เพื่อเตรียมผลักหนุ่มกรรมกรให้ถอยห่าง ทว่าก่อนจะได้สัมผัสตัว แมนก็ชิงจับข้อมือบาง
“ ว้าย…..อย่าแตะเนื้อต้องตัวชั้นนะ ไอ้คนชั้นต่ำ ”
คำด่านี้ทำให้คิ้วดกดำของแมนแอบกระตุก เพราะมันหมายถึงการเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง หนุ่มจับกังจึงแก้เกมด้วยการดึงมือบางลงต่ำ แล้วบังคับให้เกาะกุมอาวุธประจำกาย
“ ว้าย…….” ทันทีที่ได้สัมผัส ศรีสมรก็ถึงกับกรีดร้อง กายอวบอัดสะดุ้งเล็กน้อย และพยายามดึงมือกลับ แต่ก็ถูกบุรุษหนุ่มฉุดรั้งเอาไว้ ดวงตางามจ้องมองอาวุธร้ายที่อยู่ในอุ้งมือ
“ เป็นยังไง นิ่มมั้ยล่ะครับ ” แมนถามยิ้มๆ ดวงตาเรียวแลฉ่ำเยิ้มด้วยแรงปรารถนา
ศรีสมรไม่ตอบกลับ เธอเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ทำให้หนุ่มจับกังผิวคล้ำเริ่มย่ามใจ และคอยประคองให้อุ้งมืองามทำหน้าที่ของตนต่อไป
“ อู้ว…..มือของคุณนายนิ่มเหลือเกิน ได้อารมณ์ดีจริงๆ ” แมนปรือตาลอย หางเสียงแอบกระเส่าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปโฟกัสเรือนร่างอวบอัดที่หยัดยืนอยู่ไม่ห่าง เพื่อใช้มันประกอบกระบวนการระบายความใคร่
ศรีสมรไม่อยากเชื่อเลย เธอมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เพราะตัวเองเป็นถึงเศรษฐีนีที่สมบูรณ์รูปโฉม ความรู้ก็เข้าขั้นดี ชาติตระกูลก็ไม่แย่ ด้วยเป็นถึงลูกนายพลผู้ทรงเกียรติ แต่เวลานี้กลับต้องมายืนกุมท่อนทวนประจำกายให้ผู้ใช้แรงงานคนหนึ่ง ที่น่าจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินในลำดับชนชั้น ทว่าความเสี้ยนย่อมไม่เข้าใครออกใคร ด้วยมันคือสันดานดิบที่ฝังรากลึกในจิตใจมาอย่างยาวนาน และถ้าไม่มีมัน มนุษย์คงสูญเผ่าพันธุ์ไปนานแล้ว อุ้งมือบางจึงเริ่มดำเนินการด้วยความตั้งใจของตนเอง
“ อืม……” แมนเเลบลิ้นเลียปากนิดนึง แล้วหันไปมองใบหน้าที่แสนเซ็กซี่ของคุณนายศรีสมร ซึ่งก็เห็นว่าแดงซ่านด้วยเลือดสาว แถมดวงตาคมงามยังจับจ้องอวัยวะลับของตนด้วยอาการงมงาย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
