หลังจากที่เคราะห์ร้ายของมนุษยชาติจากการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์ได้ผ่านพ้นไป และสงครามในเมืองป้อมปราการก็สงบลง ทันย่าและโรซาเลียที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสมรภูมิได้ใช้เวลารักษาตัวจนกระทั่งอาการหายดี พวกเขาทั้งสองสามารถกลับมาพักผ่อนได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม การพักฟื้นนั้นไม่ได้ยาวนานนัก เมื่อทางสำนักงานใหญ่ของสหพันธ์โลกส่งคำสั่งให้ทั้งคู่กลับไปรายงานตัวที่ศูนย์บัญชาการ
ทันย่ามองคำสั่งนั้นด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าตนไม่มีใครในสหพันธ์โลกมีสิทธิ์ที่จะออกคำสั่งใดๆต่อเขาได้ก็ตาม
แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้เขาเลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยไม่แสดงท่าทีขัดขืน แท้จริง สิ่งที่ทันย่าคิดไม่ใช่การเคารพในคำสั่งหรือความรับผิดชอบที่มีต่อสหพันธ์ แต่เป็นเพราะต้องการไปพบหน้าหลี่จิ้งด้วยตนเองมากกว่า การเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นหัวหน้าของสหพันธ์โลก
แม้ว่าเขาจะสงสัยในตัวทันย่า แต่ทันย่ากลับเชื่อว่าการปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้จะช่วยลบเลือนข้อสงสัยทั้งหมดที่หลี่จิ้งมีต่อเขาได้
“การให้ตาแก่อย่างหลี่จิ้งเห็นหน้าฉันซักหน่อย... คงจะดีไม่น้อย”
ทันย่าคิดในใจ พลางเผยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยบนใบหน้า เขาเตรียมพร้อมสำหรับทุกการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ไปกันเถอะค่ะท่านทันย่า”
“สมาพันธ์ส่งยานรบมารับแล้วละ”
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับไปสำนักงานใหญ่ ทันย่าและโรซาเลียก็ออกเดินทางทันที เครื่องบินขนส่งพิเศษของสหพันธ์ถูกส่งมารับพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าภายในใจของทันย่าจะไม่ได้ยินดีนักกับการเดินทางครั้งนี้ แต่เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้เสมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ
โรซาเลียที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบมองเขา เธอคงรู้ดีว่าในใจของทันย่านั้นซ่อนความคิดอะไรบางอย่างไว้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจ
“ท่านทันย่าชอบทานอะไรเหรอคะ? ส่วนเราชอบพาสต้าละ มันเป็นอาหารบ้านเกิด!”
ระหว่างการเดินทาง ทันย่าเงียบสนิท
ขณะที่โรซาเลียเริ่มต้นบทสนทนาเบาๆเพื่อคลายความตึงเครียด แต่ทุกคำพูดกลับเหมือนสายลมพัดผ่านไป ทันย่าไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะจิตใจของเขากำลังมุ่งมั่นไปยังสิ่งที่สำคัญกว่านั้น
นั่นคือการเผชิญหน้ากับหลี่จิ้งและเหล่าผู้บัญชาการคนอื่นๆที่กำลังจับตามองเขา
“คิกคิก เตรียมพร้อมเสมอเลยนะคะ?”
เมื่อเครื่องบินลงจอดที่สำนักงานใหญ่ ทันย่าก้าวลงจากเครื่องด้วยท่าทีสงบและเยือกเย็น
สายตาของเหล่าผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจับจ้องไปที่เขา ทุกคนต่างรู้ดีว่าทันย่าไม่ใช่คนธรรมดา
แม้พวกเขาจะไม่สามารถล่วงรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของเขาได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะตั้งคำถามหรือคัดค้านใดๆ
การเดินเข้าสู่ห้องโถงส่วนตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่บานประตูเปิดออก หลี่จิ้งก็กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานของตน
ใบหน้าของหลี่จิ้งยังคงเป็นใบหน้าที่เฉยเมยและยากจะคาดเดาอารมณ์ได้ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทันย่าทันทีเมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้อง
“ทันย่า สถานการณ์ที่เมืองป้อมปราการ... เราได้ยินว่ามันร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก!”
เสียงของหลี่จิ้งเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่สุขุมและแฝงไปด้วยความกังวล
ทันย่าเพียงยิ้มเบาๆก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ใช่ แต่สุดท้ายมันก็จบลงด้วยดี พวกเราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้โดยไม่มีปัญหาเพิ่มเติม!”
โรซาเลียที่นั่งข้างๆเพียงแต่พยักหน้าเสริม
“การมาถึงของพวกเราทำให้สามารถรับมือกับเหล่ามอนสเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ท่านไม่ต้องกังวล! ที่สำคัญ.. ท่านซวนหยวนสามารถจัดการกับมังกรสายฟ้าได้ นี่มันเป็นผลดีต่อเราอย่างมาก!”
หลี่จิ้งเหลือบตามองทั้งสองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะกล่าวโต้แย้งได้ เขาเก็บความคิดไว้ในใจ ก่อนจะกล่าวออกมาสั้นๆ
“ดีแล้วที่ทุกอย่างเรียบร้อย เราจะต้องเตรียมการรับมือให้รัดกุมขึ้นในครั้งต่อไป!!”
หลังจากการพูดคุยสิ้นสุดลง
หลี่จิ้ง เทพสงครามและผู้บัญชาการสูงสุดของสหพันธ์โลก ได้มอบรางวัลให้ทันย่าและโรซาเลียสำหรับการปกป้องเมืองป้อมปราการจากการโจมตีของเหล่ามอสเตอร์
ทั้งสองได้รับแต้มคุณปราการเป็นจำนวนมหาศาลถึงหนึ่งล้านแต้ม ซึ่งเพียงพอสำหรับการแลกทรัพยากรและอาวุธชั้นยอดได้มากมาย
“การต่อสู้นี้สำคัญอย่างยิ่ง”
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”
หลี่จิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม พลางใช้นัยน์ตาที่สงบนิ่งจ้องมองไปทางชายหนุ่ม
“ขอบคุณตาแก่”
“แต้มคุณปราการนี้ไม่เลวเลย!”
ทันย่าพูดและรับมันไว้ด้วยความยินดี ส่วนโรซาเลียก็ส่งยิ้มบางๆตอบกลับ
แม้ทั้งสองจะได้รับการยกย่องและรางวัลมากมาย แต่บรรยากาศในห้องยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ทันย่าไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาให้เห็น แต่ลึกๆแล้ว เขารู้สึกได้ถึงความไม่ไว้ใจที่ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของหลี่จิ้ง
ในตอนนั้นเมื่อทั้งคู่เตรียมจะลุกขึ้นจากที่นั่งและออกจากห้องพัก หลี่จิ้งก็พูดขึ้นทันที
“โรซาเลีย เจ้าอยู่ที่นี้ก่อน”
“ข้ามีเรื่องอยากพูดด้วย!”
แววตาของหลี่จิ้งดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันแฝงไปด้วยความลึกลับและไม่สามารถคาดเดาความคิดได้ ทันย่าที่เห็นเหตุการณ์ก็หยุดชั่วครู่ สายตาเย็นชาของเขาจ้องมองไปยังหลี่จิ้งและโรซาเลีย รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ แววตาของหลี่จิ้งในตอนนั้นทำให้ทันย่าเริ่มตั้งข้อสังเกต
“ตาแก่นี่คงอยากจะถามบางอย่างจากโรซาเลียแน่ๆ?”
ทันย่าครุ่นคิดในใจ เขาเหลือบมองไปยังโรซาเลียที่ตอบสนองต่อคำขอของหลี่จิ้งด้วยการพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะหันมาส่งสัญญาณบางอย่างให้ทันย่า เหมือนจะบอกให้เขาไม่ต้องกังวล ซึ่งในเรื่องนี้ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
“งั้นฉันขอตัวก่อนละ!”
หลังจากนั้นทันย่าก็เดินออกจากห้องไป แต่จิตใจยังคงเฝ้าสังเกตเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“หลี่จิ้งน่าจะกำลังใช้โรซาเลียเพื่อตรวจสอบเรา... คงต้องการให้เธอรายงานเกี่ยวกับข้อสงสัยที่พวกเขามีว่าฉันคือคนทรยศ?”
ทันย่าเผยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าโรซาเลียถูกส่งมาจับตามองเขาในฐานะของผู้ต้องสงสัย แต่สิ่งที่หลี่จิ้งไม่รู้คือ โรซาเลียเองก็ไม่ได้ภักดีต่อสหพันธ์โลกอย่างแท้จริง
ทันย่ารู้สึกมั่นใจในความลับที่พวกเขาร่วมกันปกปิด มันทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งใดที่หลี่จิ้งต้องการได้ยินจากโรซาเลีย ก็จะไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่อาจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา
ใช่แล้ว โรซาเลีย แม้จะมีสถานะเบื้องหน้าเป็นหนึ่งในราชันสงครามที่โดดเด่นที่สุดของสหพันธ์โลก ทว่าในทางกลับกัน เธอคือหนึ่งในศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของมนุษย์ชาติ เป็นหนึ่งในขุนพลเทพทั้งสี่แห่งองค์กรมอนสเตอร์ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังการทำลายล้างหลายครั้ง สถานะที่แท้จริงนี้ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยความเชี่ยวชาญในการหลอกลวงและการแสดงบทบาทที่สมบูรณ์แบบ
หลังจากที่ทันย่าออกจากห้องไป หลี่จิ้งจ้องมองโรซาเลียอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยถามทันที
“ข้าอยากรู้เกี่ยวกับทันย่า... ”
“เจ้าสังเกตเห็นอะไรแปลกๆหรือมีพิรุธใดๆที่จะบ่งบอกว่าเขาอาจเป็นคนทรยศหรือไม่?”
โรซาเลียรับฟังคำถามด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ใดๆสะท้อนออกมา
สายตาของหลี่จิ้งจ้องมองอย่างคาดหวัง คำตอบนี้สำคัญสำหรับเขามาก เพราะเขายังคงสงสัยในตัวทันย่าอย่างหนัก แม้ว่าการกระทำภายนอกของทันย่าจะช่วยปกปิดข้อสงสัยไปได้บ้างก็ตาม
หญิงสาวนึกในใจอย่างเย้ยหยัน ความคิดเธอหมุนวน
“หลี่จิ้ง แกช่างโง่เขลานัก! แกคิดจริงๆหรือว่าเราจะบอกความจริงให้?”
แต่ภายนอกเธอรักษาท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เราติดตามทันย่ามาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ แต่เขาไม่มีท่าทีที่ผิดปกติหรือแสดงพิรุธใดๆ ทุกอย่างดูเหมือนปกติอย่างสมบูรณ์ เขายังทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ในการปกป้องป้อมปราการในการโจมตีครั้งนี้”
หลี่จิ้งฟังอย่างตั้งใจ แต่ในใจเขายังไม่แน่ใจนัก
“แน่ใจ? ไม่มีอะไรที่ดูน่าสงสัยเลยหรือ?”
โรซาเลียยิ้มเล็กน้อย ขณะที่ยังคงรักษาสายตาที่เฉียบคม
“หากมีอะไรที่น่าสงสัย เราย่อมบอกท่านไปแล้ว แต่ทันย่าเป็นนักสู้พันธุกรรมที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ของเขา เราไม่พบข้อบกพร่องใดๆ”
เธอตอบอย่างมั่นคง น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติไร้ร่องรอยของการโกหก
หลี่จิ้งพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมรับคำตอบของโรซาเลียในตอนนี้ ท่ามกลางสงครามและความวุ่นวาย เขาเองก็รู้ดีว่าการไม่ไว้ใจใครมากเกินไปอาจจะสร้างปัญหาให้กับการปกป้องมนุษย์ชาติได้
โรซาเลียที่นั่งตรงนั้น แอบเยาะเย้ยในใจ ขณะที่เธอยังคงสวมบทบาทราชันสงครามผู้ซื่อสัตย์ต่อสหพันธ์
“แกช่างไม่รู้เลย เพื่อนทรยศของแกก็อยู่ตรงหน้าด้วยอีกคน”
..
ขอโทษที่มาสายจ้า ว่าแต่โรซาเลียเนียนกริ๊บเลยนะ 55+