(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 114 เอ่ยถามถึงข้อสงสัย

            หลังจากที่เคราะห์ร้ายของมนุษยชาติจากการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์ได้ผ่านพ้นไป และสงครามในเมืองป้อมปราการก็สงบลง ทันย่าและโรซาเลียที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสมรภูมิได้ใช้เวลารักษาตัวจนกระทั่งอาการหายดี พวกเขาทั้งสองสามารถกลับมาพักผ่อนได้ในที่สุด


            อย่างไรก็ตาม การพักฟื้นนั้นไม่ได้ยาวนานนัก เมื่อทางสำนักงานใหญ่ของสหพันธ์โลกส่งคำสั่งให้ทั้งคู่กลับไปรายงานตัวที่ศูนย์บัญชาการ


            ทันย่ามองคำสั่งนั้นด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าตนไม่มีใครในสหพันธ์โลกมีสิทธิ์ที่จะออกคำสั่งใดๆต่อเขาได้ก็ตาม


            แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้เขาเลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยไม่แสดงท่าทีขัดขืน แท้จริง สิ่งที่ทันย่าคิดไม่ใช่การเคารพในคำสั่งหรือความรับผิดชอบที่มีต่อสหพันธ์ แต่เป็นเพราะต้องการไปพบหน้าหลี่จิ้งด้วยตนเองมากกว่า การเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นหัวหน้าของสหพันธ์โลก


            แม้ว่าเขาจะสงสัยในตัวทันย่า แต่ทันย่ากลับเชื่อว่าการปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้จะช่วยลบเลือนข้อสงสัยทั้งหมดที่หลี่จิ้งมีต่อเขาได้


            “การให้ตาแก่อย่างหลี่จิ้งเห็นหน้าฉันซักหน่อย... คงจะดีไม่น้อย”


            ทันย่าคิดในใจ พลางเผยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยบนใบหน้า เขาเตรียมพร้อมสำหรับทุกการเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


            “ไปกันเถอะค่ะท่านทันย่า”


            “สมาพันธ์ส่งยานรบมารับแล้วละ”


            เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับไปสำนักงานใหญ่ ทันย่าและโรซาเลียก็ออกเดินทางทันที เครื่องบินขนส่งพิเศษของสหพันธ์ถูกส่งมารับพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าภายในใจของทันย่าจะไม่ได้ยินดีนักกับการเดินทางครั้งนี้ แต่เขายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้เสมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ


            โรซาเลียที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบมองเขา เธอคงรู้ดีว่าในใจของทันย่านั้นซ่อนความคิดอะไรบางอย่างไว้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจ


            “ท่านทันย่าชอบทานอะไรเหรอคะ? ส่วนเราชอบพาสต้าละ มันเป็นอาหารบ้านเกิด!”


            ระหว่างการเดินทาง ทันย่าเงียบสนิท


            ขณะที่โรซาเลียเริ่มต้นบทสนทนาเบาๆเพื่อคลายความตึงเครียด แต่ทุกคำพูดกลับเหมือนสายลมพัดผ่านไป ทันย่าไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะจิตใจของเขากำลังมุ่งมั่นไปยังสิ่งที่สำคัญกว่านั้น


            นั่นคือการเผชิญหน้ากับหลี่จิ้งและเหล่าผู้บัญชาการคนอื่นๆที่กำลังจับตามองเขา


            “คิกคิก เตรียมพร้อมเสมอเลยนะคะ?”


            เมื่อเครื่องบินลงจอดที่สำนักงานใหญ่ ทันย่าก้าวลงจากเครื่องด้วยท่าทีสงบและเยือกเย็น


            สายตาของเหล่าผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจับจ้องไปที่เขา ทุกคนต่างรู้ดีว่าทันย่าไม่ใช่คนธรรมดา


            แม้พวกเขาจะไม่สามารถล่วงรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของเขาได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะตั้งคำถามหรือคัดค้านใดๆ


            การเดินเข้าสู่ห้องโถงส่วนตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่บานประตูเปิดออก หลี่จิ้งก็กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานของตน


            ใบหน้าของหลี่จิ้งยังคงเป็นใบหน้าที่เฉยเมยและยากจะคาดเดาอารมณ์ได้ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทันย่าทันทีเมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้อง


            “ทันย่า สถานการณ์ที่เมืองป้อมปราการ... เราได้ยินว่ามันร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก!”


            เสียงของหลี่จิ้งเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่สุขุมและแฝงไปด้วยความกังวล


            ทันย่าเพียงยิ้มเบาๆก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


            “ใช่ แต่สุดท้ายมันก็จบลงด้วยดี พวกเราสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้โดยไม่มีปัญหาเพิ่มเติม!”


            โรซาเลียที่นั่งข้างๆเพียงแต่พยักหน้าเสริม


            “การมาถึงของพวกเราทำให้สามารถรับมือกับเหล่ามอนสเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ท่านไม่ต้องกังวล! ที่สำคัญ.. ท่านซวนหยวนสามารถจัดการกับมังกรสายฟ้าได้ นี่มันเป็นผลดีต่อเราอย่างมาก!”


            หลี่จิ้งเหลือบตามองทั้งสองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะกล่าวโต้แย้งได้ เขาเก็บความคิดไว้ในใจ ก่อนจะกล่าวออกมาสั้นๆ


            “ดีแล้วที่ทุกอย่างเรียบร้อย เราจะต้องเตรียมการรับมือให้รัดกุมขึ้นในครั้งต่อไป!!”


            หลังจากการพูดคุยสิ้นสุดลง


            หลี่จิ้ง เทพสงครามและผู้บัญชาการสูงสุดของสหพันธ์โลก ได้มอบรางวัลให้ทันย่าและโรซาเลียสำหรับการปกป้องเมืองป้อมปราการจากการโจมตีของเหล่ามอสเตอร์


            ทั้งสองได้รับแต้มคุณปราการเป็นจำนวนมหาศาลถึงหนึ่งล้านแต้ม ซึ่งเพียงพอสำหรับการแลกทรัพยากรและอาวุธชั้นยอดได้มากมาย


            “การต่อสู้นี้สำคัญอย่างยิ่ง”


            “พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”


            หลี่จิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม พลางใช้นัยน์ตาที่สงบนิ่งจ้องมองไปทางชายหนุ่ม


            “ขอบคุณตาแก่”


            “แต้มคุณปราการนี้ไม่เลวเลย!”


            ทันย่าพูดและรับมันไว้ด้วยความยินดี ส่วนโรซาเลียก็ส่งยิ้มบางๆตอบกลับ


            แม้ทั้งสองจะได้รับการยกย่องและรางวัลมากมาย แต่บรรยากาศในห้องยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง


            ทันย่าไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาให้เห็น แต่ลึกๆแล้ว เขารู้สึกได้ถึงความไม่ไว้ใจที่ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของหลี่จิ้ง


            ในตอนนั้นเมื่อทั้งคู่เตรียมจะลุกขึ้นจากที่นั่งและออกจากห้องพัก หลี่จิ้งก็พูดขึ้นทันที


            “โรซาเลีย เจ้าอยู่ที่นี้ก่อน”


            “ข้ามีเรื่องอยากพูดด้วย!”


            แววตาของหลี่จิ้งดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันแฝงไปด้วยความลึกลับและไม่สามารถคาดเดาความคิดได้ ทันย่าที่เห็นเหตุการณ์ก็หยุดชั่วครู่ สายตาเย็นชาของเขาจ้องมองไปยังหลี่จิ้งและโรซาเลีย รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ แววตาของหลี่จิ้งในตอนนั้นทำให้ทันย่าเริ่มตั้งข้อสังเกต


            “ตาแก่นี่คงอยากจะถามบางอย่างจากโรซาเลียแน่ๆ?”


            ทันย่าครุ่นคิดในใจ เขาเหลือบมองไปยังโรซาเลียที่ตอบสนองต่อคำขอของหลี่จิ้งด้วยการพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะหันมาส่งสัญญาณบางอย่างให้ทันย่า เหมือนจะบอกให้เขาไม่ต้องกังวล ซึ่งในเรื่องนี้ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร


            “งั้นฉันขอตัวก่อนละ!”


            หลังจากนั้นทันย่าก็เดินออกจากห้องไป แต่จิตใจยังคงเฝ้าสังเกตเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น


            “หลี่จิ้งน่าจะกำลังใช้โรซาเลียเพื่อตรวจสอบเรา... คงต้องการให้เธอรายงานเกี่ยวกับข้อสงสัยที่พวกเขามีว่าฉันคือคนทรยศ?”


            ทันย่าเผยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย


            เขารู้ดีว่าโรซาเลียถูกส่งมาจับตามองเขาในฐานะของผู้ต้องสงสัย แต่สิ่งที่หลี่จิ้งไม่รู้คือ โรซาเลียเองก็ไม่ได้ภักดีต่อสหพันธ์โลกอย่างแท้จริง


            ทันย่ารู้สึกมั่นใจในความลับที่พวกเขาร่วมกันปกปิด มันทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งใดที่หลี่จิ้งต้องการได้ยินจากโรซาเลีย ก็จะไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่อาจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา


            ใช่แล้ว โรซาเลีย แม้จะมีสถานะเบื้องหน้าเป็นหนึ่งในราชันสงครามที่โดดเด่นที่สุดของสหพันธ์โลก ทว่าในทางกลับกัน เธอคือหนึ่งในศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของมนุษย์ชาติ เป็นหนึ่งในขุนพลเทพทั้งสี่แห่งองค์กรมอนสเตอร์ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังการทำลายล้างหลายครั้ง สถานะที่แท้จริงนี้ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยความเชี่ยวชาญในการหลอกลวงและการแสดงบทบาทที่สมบูรณ์แบบ


            หลังจากที่ทันย่าออกจากห้องไป หลี่จิ้งจ้องมองโรซาเลียอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยถามทันที


            “ข้าอยากรู้เกี่ยวกับทันย่า... ”


            “เจ้าสังเกตเห็นอะไรแปลกๆหรือมีพิรุธใดๆที่จะบ่งบอกว่าเขาอาจเป็นคนทรยศหรือไม่?”


            โรซาเลียรับฟังคำถามด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าของเธอไม่มีอารมณ์ใดๆสะท้อนออกมา


            สายตาของหลี่จิ้งจ้องมองอย่างคาดหวัง คำตอบนี้สำคัญสำหรับเขามาก เพราะเขายังคงสงสัยในตัวทันย่าอย่างหนัก แม้ว่าการกระทำภายนอกของทันย่าจะช่วยปกปิดข้อสงสัยไปได้บ้างก็ตาม


            หญิงสาวนึกในใจอย่างเย้ยหยัน ความคิดเธอหมุนวน


            “หลี่จิ้ง แกช่างโง่เขลานัก! แกคิดจริงๆหรือว่าเราจะบอกความจริงให้?”


            แต่ภายนอกเธอรักษาท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


            “เราติดตามทันย่ามาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ แต่เขาไม่มีท่าทีที่ผิดปกติหรือแสดงพิรุธใดๆ ทุกอย่างดูเหมือนปกติอย่างสมบูรณ์ เขายังทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ในการปกป้องป้อมปราการในการโจมตีครั้งนี้”


            หลี่จิ้งฟังอย่างตั้งใจ แต่ในใจเขายังไม่แน่ใจนัก


            “แน่ใจ? ไม่มีอะไรที่ดูน่าสงสัยเลยหรือ?”


            โรซาเลียยิ้มเล็กน้อย ขณะที่ยังคงรักษาสายตาที่เฉียบคม


            “หากมีอะไรที่น่าสงสัย เราย่อมบอกท่านไปแล้ว แต่ทันย่าเป็นนักสู้พันธุกรรมที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ของเขา เราไม่พบข้อบกพร่องใดๆ”


            เธอตอบอย่างมั่นคง น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติไร้ร่องรอยของการโกหก


            หลี่จิ้งพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมรับคำตอบของโรซาเลียในตอนนี้ ท่ามกลางสงครามและความวุ่นวาย เขาเองก็รู้ดีว่าการไม่ไว้ใจใครมากเกินไปอาจจะสร้างปัญหาให้กับการปกป้องมนุษย์ชาติได้


            โรซาเลียที่นั่งตรงนั้น แอบเยาะเย้ยในใจ ขณะที่เธอยังคงสวมบทบาทราชันสงครามผู้ซื่อสัตย์ต่อสหพันธ์


            “แกช่างไม่รู้เลย เพื่อนทรยศของแกก็อยู่ตรงหน้าด้วยอีกคน”



            ..

            ขอโทษที่มาสายจ้า ว่าแต่โรซาเลียเนียนกริ๊บเลยนะ 55+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน