ทว่าการถ่ายทำตรงส่วนนี้ก็เป็อันจบลงเป็ที่เรียบร้อย
พอเป็เช่นนั้นปรเมศวร์ก็ได้มาพูดคุยกับพวกสตั๊นที่แสดงร่วมกัน
“เหนื่อยหน่อยนะครับพี่ๆ”
“นายเป็เด็กใหม่จริงไหมเนี่ย ทำได้ดีมากเลย”
“ขอบคุณครับ ถึงจะไม่มีการสั่งคัทกลางคันก็เถอะ แต่ไม่รู้ว่าจะผ่านไหมเนี่ยสิ”
“เอาน่าอย่าคิดมาก นายถือว่าดีกว่าสองคนก่อนหน้านี้แล้ว”
“เหนื่อยหน่อยนะคะทุกคน”
ทันใดนั้นกุลกัลยาก็เป็ฝ่ายเดินเข้ามาทักทาย ไม่สิ เวลานี้ต้องเรียกเอมี่ นางเอกดังเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย
“ก็นิดหน่อยครับ”
“ไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ครับ”
ทุกคนต่างยิ้มแย้มตอบรับเธอกลับไปอย่างเขินๆ และมีมารยาท ถึงอย่างไรเธอก็เป็นางเอกดังและมีเส้นสายพอสมควร
ถ้าทำตัวไม่ดีต่อเธอ หน้าที่การงานสายนี้ของพวกเขาบางทีอาจต้องจบลง
ขณะเดียวกันเอมี่ก็ทักทายปรเมศวร์อย่างคาดไม่ถึง
“นายทำได้ดีนะ ไม่เคยเป็นักแสดงมาก่อนจริงๆ เหรอ?”
“ครับ ก่อนหน้านี้ผมเป็แค่คนขับรถเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า” ปรเมศวร์ตอบพร้อมกับเอามือลูกหลังหัวตนเองอย่างเคอะเขิน
“ไม่เป็ไร นายทำได้ดีแล้ว”
“ขอบคุณครับ เอ่อ ก่อนหน้านี้ผมก็ขอโทษด้วยนะครับ ผมดึงมือคุณซะแรงเลย”
“เื่นั้นไม่เป็ไรหรอก นั่นคือการแสดง ถ้าฉันเป็ภาคิณ บางทีฉันอาจจะทำสิ่งที่มากกว่านี้ด้วยซ้ำ เอาล่ะฉันจอตัวก่อนนะ” พูดจบเอมี่ก็ปลีกตัวจากไป
'มากกว่านี้งั้นเหรอ?'พอได้ยินสิ่งที่เอมี่พูด ปรเมศวร์ก็นึกสงสัยว่าเธอหมายถึงอะไรกันแน่
“ครับ!!” เหล่าชายสามสี่หน่อก็ตอบรับพร้อมกัน
‘แปลก? ทำไมวันนี้เราถึงพูดเยอะจังนะ’ เอมี่คิดกับตนเองระหว่างเดินกลับไป
ทันใดนั้นนั้นผู้กำกับยศก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากตรวจความเรียบร้อย
“ทำดีมากทุกคน การถ่ายทำฉากนี้..ผ่าน!”
“เอาล่ะปรเมศวร์ นายเตรียมตัวให้พร้อม ฉากต่อไปถ่ายทำนอกสตูดิโอไม่ไกล ฉันให้เวลาห้านาทีในการเตรียมตัว”
“ครับ!”
“โห! เทคเดียวผ่าน นายฝีมือดีเหมือนกันนี่” รุ่นพี่สตั๊นที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่ตะชื่นชม
“ฮ่าฮ่า โชคช่วยน่ะครับ”
“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลยน่า”
อิฐที่สังเกตอยู่มุมมืดก็ค่อนข้างที่จะหมั่นไส้ปรเมศวร์มากขึ้นไปอีก เพราะเห็นคนที่ไม่ชอบใจทำได้ดี
ส่วนนิภาไม่อยู่ตรงนี้แล้ว สงสัยไปรอที่รถ เพราะการถ่ายทำของเธอวันนี้เสร็จแล้วนั่นเอง
..
ทางด้านหนึ่ง ผู้กำกับยศกับแพรวผู้ช่วยของเขากำลังนั่นชมการแสดงก่อนหน้านั้นใหม่อีกรอบเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย
พอดูจบเป็รอบที่สอง แพรวก็แสดงความคิดเห็น
“แบบนี้ดีแล้วใช่ไหมคะ? ไม่ถ่ายใหม่แน่นะคะ?”
“พรุ่งนี้คนที่รับบทตัวจริงก็จะมา เราจะลองถ่ายกันอีกรอบแล้วค่อยเปรียบเทียบกัน อย่าลืมแจ้งเื่นี้ต่อเอมี่ด้วยล่ะ”
“แบบนั้นมัน..จะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอคะ?”
“หึ! วงการภาพยนตร์ก็แบบนี้แหละ อย่าคิดมากไปหน่อยเลยน่า”
“แบบนี้คุณปรเมศวร์เขาจะไม่รู้เหรอคะ?”
“เธออย่าลืมสิว่าสตูดิโอของเราห้าม ‘คนนอก’ เข้ามา และคนนอกก็ไม่มีทางได้เข้ามาง่ายๆ ด้วย เพราะเรามีหมาเฝ้าประตูที่ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ?” เวลานี้บรรยากาศรอบตัวผู้กำกับยศเริ่มมีความชั่วร้ายขึ้นมานิดๆ
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” แพรวตอบกลับเสียงอ่อน แม้จะแปลกใจอย่างมากก็ตาม
ั้แ่แพรวทำงานเื้ัมาก็หลายปีแล้ว เธอพึ่งพบเจออะไรแบบนี้เป็ครั้งแรก จิตใจจึงสับสนเป็ธรรมดา
เวลานี้ปรเมศวร์ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเป็แค่หนึ่งในตัวเลือกเพียงเท่านั้น
..
ห้านาทีผ่านไป ปรเมศวร์ก็เตรียมตัวถ่ายทำฉากที่สองเสร็จเรียบร้อย รวมกับทีมงานสตั๊นทั้งสามคนนั้นด้วย
พอตรวจสอบองค์ประกอบต่างๆ เรียบร้อย ผู้กำกับยศก็ส่งสัญญาณไปให้ผู้ช่วยของเขาเริ่มการถ่ายทำ
“สาม! สอง! หนึ่ง! แอ็คชั่น!!”
..
เมื่อเริ่มการถ่ายทำปรเมศวร์ก็วิ่งหนีสุดแรงเกิดอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้การวิ่งของปรเมศวร์แปลกไป ท่วงท่าของเขาดูสมจริงมาก ยิ่งตอนะโข้ามตอไม้ยิ่งออกมาอย่างงดงาม องค์ประกอบต่างๆ รวมกันทำให้เขาดูเท่ห์ไปอีกแบบ
ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขายังไม่เปลี่ยนแปลง มันยังคงประดับไว้ด้วยความเ็า
ทว่าระหว่างที่กำลังวิ่งหนีอยู่นั้นภาคิณก็ยังคงยิงปืนไปด้านหลังเพื่อสังหารศัตรูด้วย
ปั๊ง!
และมันก็ได้ผล เพราะศัตรูที่กำลังวิ่งตามเขามาร่วงไปหนึ่งคน
ผู้กำกับยศที่ชมผ่านจอมอนิเตอร์เผลอเอ่ยชื่นชมในใจ
‘ฉากนี้เขาค่อนข้างทำได้ดีกว่าฉากที่แล้ว ไอ้เ้าเด็กนี่มันมีของ โดยเฉพาะการวิ่งนั่น’
สุดท้ายภาคิณก็วิ่งไปถึงทางตัน เขายืนอยู่ริมหน้าผาสูงชัน ณ ขณะนี้
ยังไม่พอะุปืนของเขาก็หมดลงด้วยเช่นกัน เขาทำได้เพียงแต่ยืนนิ่งรอความตาย
ทว่าเวลานี้ใบหน้าของภาคิณไม่มีความโศกเศร้าอยู่เลยประดับอยู่เลย กลับมีความสุขเข้ามาแทนที่ เพราะคุณหนูคนดีของเขาคงโดนคู่รักของเธอมาช่วยได้ทันแล้ว
‘ลาก่อนนะครับคุณหนูของผม ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้พบกันอีก’
ทว่าทันใดนั้นสีหน้าของภาคิณก็ได้เปลี่ยนไป เพราะได้ยินเสียงกำลังหัวเราะสะใจดังออกมาจากทางด้านหลัง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่มีทางให้พวกแกหนีซะแล้วสิ!”
ทันใดนั้นอีกคนก็สวนขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวก่อน! อีกคนไปไหน!?”
“…” ใบหน้าของภาคิณยังคงประดับไว้ด้วยความเ็าไม่ตอบกลับ
“ตอบ! มีปากทำไมไม่ตอบห๊ะ!!”
“บ้าเอ๊ย!! พ่อทนไม่ไหวแล้วโว้ย!!”
คนร้ายที่เปิดปากพูดยกปืนขึ้นมาพร้อมกับเหนี่ยวไกในทันที
ปั๊ง!!!
ร่างของภาคิณร่วงตกลงไปหน้าผาในเวลาเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าจัดการเรียบร้อยแล้วนั้น คนร้ายอีกคนก็พูดขึ้น
“ไป! แยกไปตามหานังนั่น!”
..
..
“คัท!!”