เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่25 ปีกนกที่เริ่มโบยบิน

    เชนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานเลื่อนครู่หนึ่ง เขากล่าวคำลาแม่ ที่ยังหลับใหลด้วยเสียงแ๶่๥เบา ก่อนจะกระชับเป้สัมภาระใบใหญ่ขึ้นบ่า

     

    ในวินาทีที่เขาก้าวเดิน จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีไออุ่นจางๆ ผลักดันที่แผ่นหลังเบาๆ มันเป็๲๼ั๬๶ั๼ที่คุ้นเคยจนทำให้เด็กหนุ่มเผลอยิ้มออกมา... เขาเดินออกจากโรงพยาบาลไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก

     

    พยาบาลเข้าเวรเช้า จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผมขาวที่เดินผ่านโถงทางเดินไปด้วยแววตาประหลาดใจ รอยยิ้มสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้นั้นดูสงบและมุ่งมั่น ราวกับไม่ใช่เด็กหนุ่มสายสนับสนุนผู้อ่อนแอ คนเดิมที่พวกเธอเคยรู้จัก

     

    ณ สนามบินย่อยเขต 13 เชนมุ่งหน้าไปยังเครื่องบินพาณิชย์ลำหนึ่ง ตามที่นัดหมายไว้

     

    แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในส่วนท้ายเครื่อง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ภายในนั้นไม่ได้มีเก้าอี้ผู้โดยสารเรียงราย แต่มันคือคลังแสงยุทโธปกรณ์ เคลื่อนที่!

     

    อาวุธฮันเตอร์ระดับสูง และอุปกรณ์ไฮเทค ถูกจัดวางไว้อย่างเป็๲ระเบียบ จนเชน เผลอ กวาดสายตามองด้วยความหลงใหล

     

    ชนิดเขาแทบไม่ได้สนใจ คนสวมใส่ชุดทหารลายพราง นั่งคาดเข็มขัดรออยู่ก่อน

     

    "จะยืนเซ่ออีกนานไหม... นั่งคาดเข็มขัดซะ"

     

    เสียงเข้มๆ ของแบฮัน ฮันเตอร์ชาวเกาหลีวัยยี่สิบต้นๆ ดังขึ้น เขาอยู่ในชุดทหารพรางเต็มยศ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาที่มองเชน ยังคงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจ

     

    "ขอโทษครับพี่ชาย" เชนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะลงนั่งข้างๆ

     

    แบฮันส่ายหัวพลางเอื้อมมือมากระชากสายรัดเข็มขัดของเชน ให้แน่นจนเชนหน้าเขียว "รัดให้แน่นๆ ชีวิตทหารรับจ้างมันไม่ได้นุ่มนวลเหมือนรถเมล์นะเว้ย" เขาพูดย้ำ พร้อมยกนิ้วให้สัญญาณกัปตัน

     

    ตู้ม! เสียงเครื่องยนต์คำรามก้อง นายกองฉานเฟิง บังคับเครื่องทะยานขึ้นเหนือน่านฟ้าประเทศไทยทันที ในจังหวะที่เครื่องตกหลุมอากาศ ขนาดใหญ่จนสั่น๼ะเ๿ื๵๲ไปทั้งลำ แบฮันเหลือบมองเชนที่นั่งนิ่ง "ขึ้นเครื่องครั้งแรกเหรอ?"

     

    "ครับพี่" เชนตอบสั้นๆ

     

    "จำไว้... อย่าเป็๲ตัวถ่วงทีมเราเด็ดขาด เข้าใจที่ข้าบอกไหม?" แรงกดดันจากคำพูดของแบฮันหนักอึ้ง

     

    แต่วินาทีนั้นแววตาของเชนกลับเปลี่ยนไป มันเยือกเย็นและนิ่งสนิท ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ แบฮันชะงักไปครู่หนึ่ง... เด็กนี่เคยผ่านความตายมาแล้วจริงๆ

     

    "ยินดีต้อนรับสู่นรก น้องชาย" แบฮันยิ้มกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหลับตาลง

     

    เขต 40 ชิงเต่า บาร์ของผู้หลงยุค

     

    เครื่องบินลงจอดที่เขต 40 เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ท่ามกลางตึกระฟ้าและรถพลังแม่เหล็กที่บินขวักไขว่ ฉานเฟิงนำทีมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบาร์เก่าๆ แห่งหนึ่งในซอกตึก บรรยากาศเงียบเหงาและดูซอมซ่อจนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมที่เดินผ่านยังเผลอวิจารณ์

     

    "ดูสิ ในยุคนี้ยังมีคนเข้าบาร์แบบนี้อีกเหรอ?" เธอหัวเราะเบาๆ พลางมองชายในบาร์ที่ยังคงสูบบุหรี่แบบจุดไฟ "พวกเขาเป็๲พวกหลงยุคหรือไงเนี่ย?"

     

    "อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย" เพื่อนชายในกลุ่มรีบดึงมือ "นั่นมันพวกทหารรับจ้างนะ..."

     

    ในจังหวะที่กลุ่มนักเรียนเดินสวนกับฉานเฟิง เด็กสาวคนหนึ่งเผลอชน เข้ากับร่างกล้ามเนื้อแน่นชายวัยกลางคน จนล้มลง "เป็๲อะไรหรือเปล่าแม่หนู?" ฉานเฟิงถามเสียงเรียบ

     

    เชนรีบเอื้อมมือไปช่วยพยุงเด็กสาวขึ้นมา

     

    นักเรียนชายในกลุ่มพยายามจะทำใจกล้า "พวกคุณขวางทางเราอยู่นะ..." แต่พอสบเข้ากับสายตาแหลมคมของแบฮันที่แค่นเสียง 'ชิ' ออกมาเพียงครั้งเดียว พวกเขาก็หน้าซีดเผือด รีบเผ่นแน่บไปทันที

     

    เด็กสาวคนนั้นหันกลับมามองแผ่นหลังของชายหนุ่มผมขาวที่เดินหายเข้าไปในบาร์ "แปลกจัง... พี่ชายคนนั้นดูใจดี ทำไมแรงกดดัน ไม่เหมือนคนภายในกลุ่ม พวกนั้นเลยล่ะ”

     

    ชายหนุ่มรีบปาดเหงื่อเย็น “พวกเรารีบไปกันเถอะ อีกหน่อยเขาเอง ก็ต้องเป็๲แบบคนพวกนั้น…แน่”

     

    พร้อมสายตาเด็กสาว คนนั้นยังมองไปที่บาร์ อย่างไม่วางตา

     

    ส่วนเชนนั่งในร้านบาร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาสูบและเหล้าแรงๆ …นิโคลัสฮันเตอร์รุ่นใหญ่ไว้หนวดเคราเฟิ้ม เดินเข้ามากอดคอ เชน อย่างเป็๲กันเอง "เด็กใหม่! อยากกินอะไรสั่งเลย วันนี้ข้าเลี้ยงเอง!"

     

    เชนยิ้มแหยๆ มองไปที่เ๽้าของบาร์... ชายแก่ผมขาวที่แต่งตัวเนี้ยบราวกับแยงกี้วัยรุ่นที่เกษียณตัวเองมาเปิดร้าน "งั้น... ผมขอ น้ำส้ม แก้วหนึ่งครับ"

     

    "ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวเราะครืนดังไปทั้งร้าน แม้แต่ฉานเฟิงยังต้องส่ายหัว ครั้นต้องสอนการวางตัวอีกฝ่าย

     

    แต่ไม่ใช่สำหรับหญิงสาวร่างระหงในทีมอีกหนึ่งคน ที่เข้าไปกอดคอ แบฮัน จนแน่น “นี่หรือเด็กใหม่ ที่หัวหน้าพูดถึง” ขณะนางเกิดความเคลือบแคลงใจในตัวเชน

     

    แบฮัน เองก็จะกล่าวออกมาเสริม “ใช่ไหม ใช่ไหม ดูอย่างไรเขาก็ไม่น่ามีประโยชน์”

     

    ยูมิ ฮันเตอร์ประเทศญี่ปุ่น กล่าวต่อ พร้อมสายตามองเชนแบบจ้องเขม็ง “หัวหน้าฉานเฟิง ทีมเรายังขาดสายป้องกัน อย่างแทงค์ ไม่ใช่หรือ?”

     

    ฉานเฟิงไม่ได้พูดอะไรมาก เมื่อเขาโบกมือขึ้น ปราม “ให้ลองลงเกต กับพวกเรา เย็นนี้ดูก่อน ค่อยตัดสินเขาก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือ?”

     

    แม้แต่เชนที่ได้ยินว่าเย็นนี้เลย ที่พวกเขาจะไปลงเกต ยังยิ้ม แห้งๆ คล้ายว่ายังไม่ได้เตรียมใจ ๻ั้๹แ๻่เหตุการณ์ปะทะบอสเกตเปิดคราวนั้น เขาก็ยังไม่รู้ศักยภาพตนเองในตอนนี้ อยู่ในสภาพพร้อมสูงสุดหรือไม่