ณ จุดป้องกันที่ 3ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ถนนอันวุ่นวายกลับคืนสู่ความสงบชั่วคราว
ราชาคางคกทรายอสูรระดับราชันอสูรถูกซ่างกวนเฉี่ยนสังหารอย่างโหดเหี้ยม
ร่างของราชาคางคกทรายอสูรค่อยๆกลายเป็นเม็ดทราย คล้ายกับทรายดูดในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่ถูกลมพัดพาไป
หัวของมันกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยวซิงอวี่ดูคล้ายก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ละลายเหลือเพียงแก่นอสูรสีเขียว
นี่คือแก่นอสูรระดับราชันอสูรราคาในตลาดอย่างน้อยก็ 20 ล้าน
เซี่ยวซิงอวี่ยื่นแก่นอสูรให้ซ่างกวนเฉี่ยน
“ฉันไม่ต้องการของพวกนี้หรอก นายเอาไปเถอะ”
ซ่างกวนเฉี่ยนเพียงกวาดตามองแก่นอสูรไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณองค์หญิงถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ”
ซ่างกวนเฉี่ยนเป็นองค์หญิงแห่งหลงกั๋วมีวัตถุดิบวิวัฒนาการหายากมากมายอยู่รอบตัวเธอจึงเลือกมอบแก่นอสูรนี้ให้เซี่ยวซิงอวี่
ยิ่งไปกว่านั้น ซ่างกวนเฉี่ยนรู้ดีว่าแม้เธอจะเป็นคนสังหารราชาคางคกทรายอสูรแต่ผู้ที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในการสังหารครั้งนี้กลับเป็นเซี่ยวซิงอวี่
บางครั้ง ผู้สนับสนุนคือราชันในสนามรบ
และเซี่ยวซิงอวี่คือราชันแห่งผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบ!
การได้แก่นอสูรระดับราชันอสูรมาอยู่ในมือเป็นเพียงผลตอบแทนภายนอกเท่านั้น
เถาวัลย์วิญญาณสวรรค์คืนสู่ร่างงูตัวเล็กๆพันรอบข้อมือขวาของเซี่ยวซิงอวี่ เถาวัลย์สีเงินค่อยๆ ขยับดูดซับวิญญาณในแก่นอสูร!
นี่คือพรสวรรค์พิเศษของเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์เมื่อสัตว์อสูรตาย มันสามารถดูดซับวิญญาณของสัตว์อสูรเหล่านั้นได้
สิบวินาทีต่อมาแสงของแก่นอสูรก็จางลงเล็กน้อย
วิญญาณของราชาคางคกทรายอสูรถูกเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์ดูดซับไปจนหมด
ไม่เพียงแค่นั้นหลังจากผ่านการต่อสู้เมื่อครู่มีสัตว์อสูรหลายร้อยตัวตายลงด้วยฝีมือของสมาชิกสมาคมชางฉยงวิญญาณของสัตว์อสูรเหล่านี้ก็ถูกเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์ดูดซับไปทั้งหมดเช่นกัน
เซี่ยวซิงอวี่ลูบเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์พลางคิดในใจ “เสี่ยวหยินมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมจริงๆมันเป็นเหมือนเครื่องดูดวิญญาณเคลื่อนที่เลย!ถ้าฉันได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรประเภทวิญญาณในอนาคต...คงจะฟินน่าดู!”
สัตว์อสูรประเภทวิญญาณจำเป็นต้องกลืนกินวิญญาณจำนวนมากเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง
เถาวัลย์วิญญาณสวรรค์สามารถดูดซับและเก็บวิญญาณของสัตว์อสูรที่ตายแล้วได้การมีอยู่ของมันจึงเปรียบเสมือน “บุฟเฟต์วิญญาณ”สำหรับสัตว์อสูรประเภทวิญญาณ!
จากมุมมองนี้การรวมกันของเถาวัลย์วิญญาณสวรรค์และสัตว์อสูรประเภทวิญญาณก็จะกลายเป็นไพ่ตายอีกใบของเซี่ยวซิงอวี่
เพียงแต่ในขณะนี้เซี่ยวซิงอวี่ยังไม่มีโอกาสทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรประเภทวิญญาณ
ฉินเยียนหรานเดินเข้ามาหาเซี่ยวซิงอวี่พร้อมกับเผยรอยยิ้มชื่นชม
“น้องซิงอวี่นายช่วยองค์หญิงปราบสัตว์อสูรระดับราชันอสูรนี่ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่เลยนะ!”
“ในฐานะผู้ทำหน้าที่ประเมินผลพี่ขอประกาศว่าคะแนนการสอบกลางภาคของนายได้เลื่อนระดับเป็น SSS!”
จนถึงตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่เป็นนักเรียนใหม่คนแรกในประวัติศาสตร์สถาบันชิงหลง ที่ได้เกรด SSSในการสอบกลางภาค
อาจกล่าวได้ว่าโชคชะตา พรหมลิขิต และโอกาสล้วนมาบรรจบกันเหตุการณ์ภัยพิบัติและฝันร้ายที่เมืองหวงเยียนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เซี่ยวซิงอวี่โด่งดังในชั่วข้ามคืน
ซ่างกวนเฉี่ยนถอนหายใจ“ยากที่จะเชื่อว่านายที่เป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวจะมีบทบาทสำคัญถึงขนาดนี้ในสนามรบขนาดใหญ่แบบนี้”
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับราชันอสูรผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามดาวและสี่ดาวทั่วไปจะดูไม่โดดเด่นและไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากนัก
แต่เซี่ยวซิงอวี่ในฐานะผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวกลับแสดงบทบาทที่ขาดไม่ได้ในสนามรบ ซึ่งเกินความเข้าใจของผู้คน
“องค์หญิงพูดเกินไปแล้วครับ”
เซี่ยวซิงอวี่ทำท่าทีถ่อมตนแต่ในใจกลับเบิกบานยิ่งนัก
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้น
“ติ๊ง!”
“ภารกิจพิเศษสำเร็จแล้ว: ได้รับเกรด SSSในการสอบกลางภาคครั้งนี้”
“รางวัลภารกิจ: ผลึกสัตว์อสูรระดับ SSSแบบสุ่ม + 20,000 แต้ม”
“มอบรางวัลเรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบ!”
เซี่ยวซิงอวี่ขยับความคิด เปิดบัญชีระบบ
ยอดคงเหลือในบัญชีแสดงว่ามีมากกว่า 30,000แต้ม!
“มี 30,000 แต้มแล้ว!มีแต้มเยอะแล้วรู้สึกดีจริงๆ นี่แหละความมั่นใจของสายเปย์!”
30,000 แต้มเพียงพอที่จะให้เซี่ยวซิงอวี่ซื้อวัตถุดิบวิวัฒนาการหายากและมีค่าได้สามหรือสี่ชนิดจากร้านค้าในระบบ
แต่ในตอนนี้เซี่ยวซิงอวี่ยังไม่มีวัตถุดิบวิวัฒนาการที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนเขาจึงตัดสินใจเก็บคูปองสามหมื่นกว่าใบนี้ไว้ใช้ในยามจำเป็น
จากนั้นเซี่ยวซิงอวี่ก็เปิดคลังระบบภายในคลังมีผลึกเจ็ดสีเพิ่มมาหนึ่งชิ้น ชื่อว่าผลึกสัตว์อสูรระดับ SSS
เซี่ยวซิงอวี่ใช้ความคิดแตะที่ผลึกเพื่อเรียกดูข้อมูลโดยละเอียด:
ผลึกสัตว์อสูรนี้ บรรจุพลังสัตว์อสูรระดับ SSS[นรกภูมิ]
“นรกภูมิ? หนึ่งในหกภูมิแห่งวัฏสงสาร!”
เซี่ยวซิงอวี่สูดหายใจลึกๆพยายามระงับความดีใจในใจ
สรรพชีวิตในโลกนี้เวียนว่ายอยู่ในหกภูมิแห่งวัฏสงสาร
หกภูมิ แบ่งออกเป็น เทวภูมิ มนุษยภูมิอสูรภูมิ เดรัจฉานภูมิ เปรตภูมิ และนรกภูมิ
สามภูมิแรกจัดอยู่ในสามสุคติภูมิสามภูมิหลังจัดอยู่ในสามทุคติภูมิ
พลังแห่งหกภูมินี้แสดงออกมาในรูปของพลังสัตว์อสูรระดับ SSS ในตัวผู้ควบคุมสัตว์อสูรและสัตว์อสูร!
ผลึกที่เซี่ยวซิงอวี่ถืออยู่ในมือบรรจุพลังแห่งนรกภูมิ
“เฮยเฟิง แกมีโชคแล้ว!”
เซี่ยวซิงอวี่ลูบหัวหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกรอยยิ้มของเขาเผยความเจ้าเล่ห์มากยิ่งขึ้น
พลังแห่งนรกภูมิ ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรทั่วไปจะสามารถทนได้มีเพียงสัตว์อสูรประเภทปีศาจที่แบกรับพลังปีศาจเท่านั้นที่จะสามารถหลอมรวมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เป็นที่ชัดเจนว่าผลึกสัตว์อสูรระดับ SSSชิ้นนี้ เหมาะสมที่สุดสำหรับการหลอมรวมของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก
“หัวหน้าทีมฉินที่ทางเข้าอุโมงค์จุดป้องกันที่ 5 มีสัตว์อสูรประเภทวิญญาณจำนวนมากพวยพุ่งออกมา!”
“รายงาน! ที่จุดป้องกันที่ 9 มีสัตว์อสูรกลายพันธุ์ระดับเหนือธรรมชาติปรากฏตัว!”
“สถานการณ์เลวร้าย! จุดป้องกันที่ 12ก็...”
สัตว์อสูรระลอกแล้วระลอกเล่าทะลักเข้ามาในจุดป้องกันต่างๆ ของเมือง ผ่านอุโมงค์ใต้ดิน
กองทัพหลักติดตามเจ้าเมืองโจวออกไปต่อสู้กับกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมากผู้ควบคุมสัตว์อสูรในเมืองมีจำนวนน้อยเกินไปทำให้พวกเขาดูเหมือนคนไร้ประสิทธิภาพในการต่อสู้กับสัตว์อสูร
“หัวหน้าทีมฉิน เราไม่มีกำลังเสริมเลยเหรอ?”
“เมืองหวงเยียนอยู่ห่างจากเมืองอื่นมากการสนับสนุนคงต้องรอจนกว่าจะถึงวันมะรืนนี้!”
“นายพลกองทัพอากาศจะมาถึงเมื่อไร?”
สงครามครั้งนี้จะชนะได้ก็ต่อเมื่อพลอากาศเอกลู่หมิงเซียวมาถึงเท่านั้นจึงจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์
ซ่างกวนเฉี่ยนพยายามโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมท่ามกลางความวุ่นวายแต่เนื่องจากกองทัพสัตว์อสูรมาถึงหน้าเมืองแล้วพลังปีศาจอันน่าสะพรึงกลัวจึงรบกวนสนามแม่เหล็กแม้แต่โทรศัพท์ผ่านดาวเทียมก็ยังสัญญาณหาย
“บ้าจริง! ไม่มีสัญญาณ”
ซ่างกวนเฉี่ยนวางโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมลงใบหน้าอันเย็นชาของเธอยิ่งดูมืดครึ้ม
เมืองหวงเยียนที่ไม่มีสัญญาณเทียบเท่ากับการถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กลายเป็นเกาะที่โดดเดี่ยวกลางทะเลทราย
“องค์หญิงพวกเราจะต้องอดทนจนถึงพรุ่งนี้เช้า เพื่อรอลู่หมิงเซียว”
ซ่างกวนเฉี่ยนพยักหน้า“อืม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะต้องอดทนจนถึงฟ้าสาง”
ในการสนทนาก่อนหน้านี้ซ่างกวนหลานยืนยันอย่างชัดเจนว่าพลเอกลู่หมิงเซียวแห่งกองทัพอากาศจะมาถึงเมืองหวงเยียนในตอนฟ้าสาง
ตอนนี้เหลือเวลาอีกห้าชั่วโมงก่อนฟ้าสาง
ห้าชั่วโมงนี้จะเป็นตัวตัดสินชีวิตและความตายของชาวเมืองทั้งหมด
เมืองแตก คนตาย
มีเพียงการรักษาประตูเมืองไว้เท่านั้นจึงจะนำมาซึ่งรุ่งอรุณแห่งความหวัง
หมีคลั่งตัวหนึ่งแอบโจมตีซ่างกวนเฉี่ยนจากด้านหลังอุ้งเท้าหมีที่หนักและคมกริบของมันฉีกกระชากสายฝนและสายฟ้า
ซ่างกวนเฉี่ยนพลิกตัวหลบอุ้งเท้าหมีแต่ปิ่นปักผมถูกเล็บของอุ้งเท้าหมีทำลาย
ผมยาวสลวยคลายออกราวกับทางกาแล็กซี
ดวงตาของซ่างกวนเฉี่ยนฉายแววโกรธแค้นและกระหายเลือดเธอฉีกผ้าจากแขนเสื้อมาทำเป็นที่มัดผมหางม้าสูงๆ ดูเหมือนนายหญิงแห่งสมรภูมิ
“ทหารทุกนาย จงฟังคำสั่งปกป้องเมืองจนตัวตาย!”
เสียงขององค์หญิงเปรียบเสมือนเสียงกลองศึกที่ปลุกขวัญและกำลังใจ
การต่อสู้ปกป้องเมืองภายในเมืองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นผู้ควบคุมสัตว์อสูรทุกคนติดตามซ่างกวนเฉี่ยน อุทิศตนจนลมหายใจสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม สนามรบนอกเมืองกลับเป็นภาพอีกแบบหนึ่ง