ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (5)
มิน่าล่ะ กู้ชิงเพิ่งจะเข้าใจ
เสี่ยวเจวี๋ยผู้ทุกข์ทนกับการกำพร้าพ่อแม่ อยากย้อนกลับไปยังสถานที่ที่มีความทรงจำและความอบอุ่นที่แสนงดงามต่อเขาตามสัญชาตญาณ
เมื่ออธิบายประเด็นปัญหากันแล้ว กู้ชิงก็แสดงจุดยืนของตนต่อชายหนุ่มผู้เงียบขรึมอันยากจะเข้าใจเบื้องหน้าว่า ตราบใดที่พวกเขาดูแลเสี่ยวเจวี๋ยได้เป็อย่างดี เขาจะไม่เข้ามาข้องเกี่ยวกับเด็กน้อยคนนี้อีก ที่สำคัญจะไม่พาเขาไปยังจุดหมายปลายทางอีก ส่วนเื่ที่ตระกูลเซี่ยเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกันตระกูลหยวนนั้น เขาจะจัดการรับมือเอง
เมื่อฟังถึงประเด็นนี้ หยวนจุนก็บอกเขาอย่างไม่ปรานี ว่าเมื่อใดที่เซี่ยเจี่ยนอี้ปักใจเชื่อเื่อะไรแล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนความคิด ป้ายทะเบียนรถของเขารวมถึงประวัติส่วนบุคคลน่าจะกองอยู่ข้างหน้าเซี่ยเจี่ยนอี้ไปแล้ว
กู้ชิงไม่ได้ตื่นตูมจากคำพูดของเขาด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าตนสามารถรับมือได้ จากนั้นก็บอกลาแล้วกลับมายังซอยเสี่ยวโหลว
หยวนจุนเอ่ยปากว่า “ผมจะไปส่งคุณครับ” แล้วเดินออกจากตัวคฤหาสน์ไปพร้อมกัน
เด็กชายผู้ถูกบังคับให้เล่นกับอาสามในลานสวนดอกไม้ ได้เก็บดอกไม้จากสวนมาหนึ่งช่อ พอเขาเห็นว่ากู้ชิงเดินออกมาก็รีบวิ่งไปหา แล้วยกช่อดอกไม้ให้
กู้ชิงยิ้มพลางรับไว้ พร้อมบอกว่าถูกใจมากๆ
หยวนเยี่ยนที่เดินมาพร้อมกัน ยิ้มพลางพูดคุยโดยอาศัยจังหวะที่พี่รองไปรับรถ “เมื่อกี้พี่รองบอกคุณเื่เซี่ยเจี่ยนอี้แล้วละสิ”
กู้ชิงยิ้มๆ แต่ไม่รับคำ
ทว่าหยวนเยี่ยนพลันหน้าเปลี่ยนสี แล้วเอ่ยด้วยเสียงต่ำๆ อย่างนิ่งขรึม “เ้าโรคจิตเสียสตินั่นน่ะเอาแต่ตามตื๊อพี่รองฉัน มันแค้นและทรมานทุกคนที่มาใกล้ชิดกับพี่รอง เพราะงั้นท่านนายกเทศมนตรีก็ระวังโดนหมายหัวไว้ด้วยล่ะ”
“คำพูดของคุณหยวนเยี่ยนเกินจำเป็อยู่นะครับ ตราบใดที่ตระกูลหยวนอย่างพวกคุณไม่เข้าใกล้ผม ก็จะไม่มีปัญหาอะไรที่คุณพูดถึงหรอกครับ” กู้ชิงเอ่ยอย่างสงบและเยือกเย็น
หยวนเยี่ยนเก็บสีหน้านิ่งขรึม ก่อนจะยิ้มหัวพลางเอ่ยว่า “ฉันพอจะเข้าใจแล้วละว่าทำไมเสี่ยวเจวี๋ยถึงชอบใจนาย ถ้าเกิดว่าฉันอายุเท่านาย คงจะตั้งใจจ้องนายแจเหมือนกัน”
กู้ชิงผู้ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เงียบตอบอีกฝ่าย
หยวนจุนขับรถทั่วไปคันหนึ่งเข้ามา กู้ชิงถือดอกไม้สดพลางเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ เสี่ยวเจวี๋ยที่ถือถุงหิ้วมาพร้อมกัน ฉวยโอกาสมุดตัวเข้าไปที่เบาะหลัง แต่ดันโดนอาสามอุ้มสกัดไว้ก่อน
“คุณอากู้...” เสี่ยวเจวี๋ยยื่นมือขอความช่วยเหลือ
“ถ้าเราเป็เด็กดีอยู่บ้าน คราวหน้าอารองจะพาเราไปหาคุณอากู้เอง” หยวนจุนที่เบาะคนขับเอ่ยขึ้น
เสี่ยวเจวี๋ยปิดปากสนิทเป็การตกลง
หลังประตูรถปิดลง กู้ชิงก็โบกมือให้เขา เขาชูมือพลางะโว่า “ผมจะไปหาคุณอากู้อีกครับ” พลางมองส่งรถขับออกไปจากคฤหาสน์สวนดอกไม้
ระหว่างทางไปซอยเสี่ยวโหลว หยวนจุนบอกว่ารถยนต์ที่เสียหายเมื่อคืน ได้รับการเปลี่ยนเป็รถมือสองที่ค่อนข้างใหม่ พร้อมทั้งจอดอยู่ใต้อะพาร์ตเมนต์ ป้ายทะเบียนรถยังเป็หมายเลขเดิม อุบัติเหตุเมื่อคืนได้รับการสะสางเรียบร้อย จะไม่มีใครรู้ว่านายกเทศมนตรีประสบอุบัติเหตุ
กู้ชิงกล่าวขอบคุณ แต่ในใจรู้ว่าการสับเปลี่ยนรถยนต์เป็คันใหม่เป็เื่ที่ปิดเลขาหยางเตี่ยนซือไม่ได้ แต่ตราบใดที่เขาไม่พูดถึง อีกฝ่ายก็จะไม่ถามมาก
รถขับผ่านตึกรามบ้านช่องภายในเมืองกระทั่งมาถึงซอยเสี่ยวโหลวอย่างสวัสดิภาพ
เมื่อมาส่งกู้ชิงใต้ตึกบริเวณท้ายซอย หยวนจุนก็ยื่นกุญแจรถคันใหม่ให้เขา พร้อมบอกเขาว่า ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้น ติดต่อเขาได้ตลอดเวลา
หลังรับกุญแจรถก็หยิบช่อดอกไม้กับถุงหิ้วมา กู้ชิงตอบอีกฝ่ายว่า “ได้ครับ” อย่างมีมารยาทแล้วขึ้นไปยังชั้นสอง
พอมองส่งอีกฝ่ายเข้าไปยังบ้านที่ชั้นสอง หยวนจุนก็สตาร์ตรถขับออกจากซอยเสี่ยวโหลว
เมื่อกลับถึงบ้านที่ชั้นสอง กู้ชิงก็นั่งข้างโต๊ะพลางเปิดแล็ปท็อปอ่านข้อมูลของตระกูลเซวียและเซวียติ้ง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันที่อ่านค้างไว้ หลังอ่านจบ เขาทำการคาดการณ์คนคนนี้ในความคิดไปรอบหนึ่ง
ผลการคาดการณ์ก็คือ ต่อให้เขาหลวมตัวไปเข้าเกี่ยวข้องกับตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือยังวางตัวเป็กลางอย่างระมัดระวังก็ตาม คนคนนี้ก็จะคิดหาวิธีมาทำให้เขาเข้าเป็พวกของตระกูลเซวียอยู่ดี เซวียติ้งต่างไปจากอีกสามตระกูล เพราะสืบรู้แล้วว่าเขาปกปิดอีกแง่มุมอยู่อย่างสุดชีวิตด้วยการดักฟังผ่านเซินฝานจี ส่วนเื่ฉวยโอกาสลอบวางยาเขาในคืนงานกาล่า เป็เพราะ้าจะยืนยันให้แน่ใจ
นายกเทศมนตรีครองอำนาจที่แท้จริงไว้ในมือ หากใช้อำนาจขึ้นมาที ก็สามารถถ่วงดุลสี่เ้าสัวใหญ่ประจำนครได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งยังกำราบพวกเขาได้อีกต่างหาก
ผู้ที่มุ่งมั่นตั้งใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีอีกสามปีครึ่งอย่างสงบๆ จนกว่าครบวาระแบบเขานั้น ไม่ได้้าใช้ประโยชน์จากอำนาจในมือมาต่อกรกับบรรดาเ้าสัวสักหน่อย แต่เวลาที่มีใครเข้ามาลอบสังเกตการณ์อำนาจในมือเขา หรือเข้ามาโค่นอำนาจทั้งปวง มันจะกลายเป็อาวุธที่สามารถสร้างประโยชน์ หากใช้เป็ ก็ได้ประโยชน์ทั้งแวดวงการเมืองและแวดวงธุรกิจซ้ำแล้วซ้ำอีก หากจะขยายความให้ลึกอีก คงถึงขนาดว่าสามารถทำลายมหานครสักแห่งที่มีประชากรหลักสิบล้านคนได้เลยด้วยซ้ำ
สิ่งที่เซวียติ้งทุ่มความสนใจอยู่ก็คือประเด็นนี้ ดังนั้นคงจะส่งการ์ดเชิญมาให้อีกครั้ง หรือไม่ก็คงจะแวะมา ‘เรียนเชิญ’ ถึงที่ด้วยตัวเอง ต่อให้ตนแสดงท่าทีว่าจะวางตัวเป็กลาง ก็ไม่ปล่อยเขาไปอยู่ดี
เพราะคนคนนี้มองเห็น ‘อันตราย’ ในตัวตนของเขาอย่างไรละ
ถ้าเขาไม่ไปเป็มือเป็เท้าให้อีกฝ่าย ก็คงต้องมาทำลายเขา
เซวียติ้งยินดีจะตัดรากถอนโคน ‘ตัวอันตราย’ ดีกว่ายอมเชื่อท่าทีการวางตัวเป็กลางของเขา ในมุมมองของเซวียติ้ง ‘การวางตัวเป็กลาง’ ก็คือะเิลูกหนึ่งที่ไม่อาจป้องกันได้ มิหนำซ้ำวันดีคืนดีอาจจะโดนะเิเสียเอง ฉะนั้นถ้าเกิดว่าะเิลูกนี้อยู่ในเงื้อมมือของตัวเองได้ถึงจะหลับสนิท
ประเมินจากข้อมูล เซวียติ้งใช้วิธีโเี้ในการแย่งชิงตำแหน่งเ้าสัวผู้นำตระกูลเซวีย คนพรรค์นี้ยังไม่ไว้ใจแม้กระทั่งคู่ร่วมเรียงเคียงหมอน นับประสาอะไรกับนายกเทศมนตรีที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งได้สามเดือน
ฉะนั้นเขาคงเลี่ยงคนคนนี้ไปไม่พ้น