สัตว์ทั้งสามอยู่ๆตัวแข็งทื่อ เหมือนร่างกายจะขยับไม่ได้ สีหน้าบิดเบี้ยว เลือดไหลซึมออกทางปากแต่ก็พยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดชีวิต
มวลพลังสีฟ้าส่งออกมาจากร่างเพื่อผลักดันบางสิ่งออกจากรอบกาย “โบว่!”ๆเสียงคำรามร้องกู่ก้องออกมาเป็นระยะ
เกล็ดน้ำแข็งเริ่มคลืบคลานเกาะกุมไปตามร่างกายของสัตว์ป่า
เจ้าเสือดำค่อยๆฝืนตวัดกงเล็บอย่างสุดชีวิต ปัดป่ายคราบน้ำแข็งที่เกาะกุมเข้ามา และทุกครั้งที่แรดแดงสะบัดร่างกายให้เกล็ดน้ำแข็งแตกตัวออกก็จะปรากฏเกล็ดน้ำแข็งอีกชั้นเข้ามาเกาะกุมทันที
หมีขาวร้องโหยหวนอย่างทรมานจากเกล็ดน้ำแข็งที่แทรกตัวเข้าไปตามขนของมัน
นาฟที่มองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างไม่ละสายตาเห็นถึงมวลน้ำแข็งมหาศาลและทรงพลัง เกินกว่าระดับขั้นพลังที่3 จะสามารถทำได้ อดชื่นชมหญิงสาวสวยนางนี้ไม่ได้
ไม่นานเกล็ดน้ำแข็งก็คลืบคลาน เกาะกุมไปทั่วทั้งร่างกายของสัตว์ป่าทั้งสามตนนี้ ชั้นน้ำแข็งเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ สัตว์ป่าดิ้นรนอย่างสุดกำลังเหลือเพียงส่วนหัวของร่างกายที่ยังไม่โดนปกคลุม เกล็ดน้ำแข็งที่แทรกซึมไปตามผิวหนังกัดกร่อนผิวชั้นนอก ส่งเสียงร้องอย่างทะรนทุราย
อิงอิงไม่รอช้าสร้างสัญลักษณ์มือบางอย่างเข้าไป อยู่ๆ เกล็ดน้ำแข็ง เม็ดเล็กๆ เกิดเป็นจุดสีแดงขึ้น กระจายลุกลามไปทั่วราวกับเพลิงไฟ ที่ลุกขึ้นมาเต้นระบำ ภายในเกล็ดน้ำแข็งอีกชั้น
“อ๊ากก!”เสียงร้องโหยหวนดัง แทบขาดใจ กลิ่นเผาไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งถ้ำ
นาฟเห็นพลังที่เปลี่ยนแปลงไปถึงกับตกใจกับรูปแบบพลังชนิดนี้ เปลวไฟที่สามารถเผาไหม้ชั้นผิวหนังระดับนั้นได้มองก็รู้ว่าร้อนแรงแค่ไหน “ไฟเต้นระบำอยู่ในน้ำแข็ง อย่างนั้นรึ ทรงพลังยิ่งนัก!
กลิ่นเหม็นไหม้เริ่มกระจายไปทั่วทั้งถ้ำร่างกายของสัตว์ป่าทั้งสาม เริ่มถูกไฟและน้ำแข็งกัดกร่อนไปทีละน้อยชั้นผิวหนังที่แข็งดุจโลหะของแรดแดง เริ่มหลอมละลายทีละน้อย
หมีขาวที่โดนเกล็ดน้ำแข็งแทรกซึมตามขนตั้งแต่ต้นยิ่งทรมานกว่า เบ้าตาถลน ลิ้นห้อยน้ำลายเริ่มฟูมปาก
แต่อยู่ๆ“เปรี๊ย!” เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามร่างของเสือดำก็เกิดรอยแตกร้าวอย่างเห็นได้ชัด
อิงอิงที่เห็นดังกล่าวชี้มือไปทางตำแหน่งเสือดำทันที “ฟู่!”
มวลเกล็ดน้ำแข็งเริ่มก่อตัวใหม่อีกครั้ง
ภายในร่างเสือดำจู่ๆ ก็เกิดมวลพลังแสงสีฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ค่อยๆ เพิ่มพลังหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดจากร่องรอยของเส้นเลือดที่แตกตัว เคี้ยวเสือดำที่กัดเข้าหากันอย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด
“ตูม!”เกล็ดที่ห่อหุ้มแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เสือดำที่เลือดชโลมกายทั้งตัว ใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ พุ่งตัวไปข้างหน้ากระโจนพุ่งเข้าใส่หญิงสาวกลางอากาศ
นาฟที่เคลื่อนตัวออกมาในจังหวะเดียวกัน พุ่งผ่านหญิงสาวไปด้วยความเร็ว
“สวบ!”เสียงดังเหมือนของแหลมแทงทะลุบางสิ่ง ปรากฏเห็นกริชแทงคาอยู่ที่ลำคอเสือดำทั้งคู่ผละออกจากกันกลางอากาศ
ชายหนุ่มเหยียดขาไปด้านหลัง“ตูม!” พุ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง มือข้างขวาวาดมาจากหลัง ต่อยเข้าที่ด้ามกริชทันที
“เปรี้ยง!”เสียงดังสนั่น ศีรษะหลุดออกจากร่างทันที ลอย กระเด็นไปชนผนังถ้ำ “โครม!”
ฝุ่นควันจางหายเห็นสัตว์ป่าที่ร่างกับหัวแยกไปคนละทิศทาง นอนชักเกร็งอยู่มุมหนึ่งของถ้ำ ไม่นานก็กลับกลายคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้งค่อยๆ สิ้นลมหายใจตายไปในที่สุด
ไม่นานสัตว์ป่าอีกสองตัวที่เหลือ ก็ถูกเผาไหม้จน กลายเป็นเถ้าธุลีไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
หญิงสาวกลับลงมายืนอยู่ข้างชายหนุ่มหอบหายใจไม่เป็นจังหวะเล็กน้อย
นาฟสังเกตเห็นจึงเอ่ยถาม “เจ้าเป็นยังไงบ้าง?
หญิงสาวหันกลับไปมองชายหนุ่มแล้วยิ้มหยิบขวดยาขึ้นมาดื่ม ไม่นานก็ปรับสภาพร่างกายคืนสู่ปกติ
หญิงสาวยังไม่ละสายตาไปจากชายหนุ่มเบื้องหน้า
“นายอยู่สายพิเศษอย่างนั้นรึ? นาฟพยักหน้าให้หญิงสาว
“แต่ขีดความสามารถของนายอยู่เหนือกว่าขั้นพลังมากนัก นายเป็นใคร?
นาฟไม่รู้จะตอบยังไงดีเลยเบือนหน้าหนี เดินเข้าไปสำรวจซากศพของ ชายที่แปรงร่างเป็นเสือดำ
หญิงสาวไม่ยอมลดละก้าวตามมายืนด้านข้าง มองอาวุธในมือของชายหนุ่ม ครุ่นคิดบางอย่าง
“ข้าเหมือนจะเคยได้ยิน ลำดับนักสู้อันดับ 1 ของโคลิเซี่ยมใช้อาวุธแบบเดียวกับนายนะ
นาฟยังไม่สนใจหญิงสาวด้านข้างเดินดูไปรอบๆ ศพชายดังกล่าว นาฟหยิบบัตรมิติ ขึ้นมาดู ส่งพลังเข้าไปดูของข้างใน “เอ๊ะ! นี่มัน!
นาฟหยิบเครื่องตรวจจับบางอย่างออกมา อิงอิงก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ “นี่คงเป็นอุปกรณ์ที่คนพวกนั้นใช้เมื่อสักครู่นี้
อิงอิงหยิบเครื่องมาเปิดแสดงการค้นหา ปรากฏกลุ่มสัญญาณดังกล่าว อยู่ทิศทาง ในโพรงใหญ่ที่พวกมันระเบิดทิ้งไว้
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ! นาฟพยักหน้าติดตามอิงอิงเข้าไปในโพรงถ้ำนั้นทันที
“โครม!”ๆเสียงการโจมตีดังสนั่นหวั่นไหวอยู่บริเวณ ปากถ้ำ มีช้างป่าตัวใหญ่ กับ หมาป่ายักษ์ ช่วยกันกางม่านพลัง ป้องกันการจู่โจม
ร่องรอยควันจางหายมาจากปลายกระบอกปืนของ คากิที่ตอนนี้ สวมใส่ชุดกลไกทั้งตัว ส่วนบนของร่างกายติดตั้งอาวุธหนักอยู่เต็มไปหมด ด้านข้างยืนขนาบไปด้วยสาวสวยผมทอง เอโรซ่า นั่นเอง นางขยับตัวก้าวออกมาหันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ก้าวออกมาจากป่าด้านข้าง
“อย่างที่เจ้าเห็นพวกมันป้องกันทางเข้าถ้ำไว้ และคงสำคัญมากถึงขนาดที่พวกมัน วิวัฒน์ร่างพลังเพิ่มเป็นระดับ4 พวกเราคงต้องร่วมมือกันแล้ว ตามุส!
ชายหนุ่มค่อยๆก้าวออกมาเผชิญกับสัตว์ป่าเบื้องหน้า ปลดปล่อยพลังออกจากร่างกาย
เอโรซ่าก็ปลดปล่อยพลังระดับ3 ขั้นปลายออกมาเช่นกัน
มวลพลังของคนทั้งสองส่งคลื่นพลังที่หนาแน่นและทรงพลังมาก
สัตว์ป่าทั้งสองเห็นดังนั้น เร่งพลังกางม่านปราการซ้อนกันเป็นสองชั้นดูแล้วหนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นสัตว์ทั้งสอง