บทที่ 22
โรงเตี๊ยมต้าจิน
ท่านป้าเหยาเดินนำ ถังหลี่มี่เดินตาม ประตูเล็ก ๆ เปิดอยู่ ทั้งคู่เดินเข้าไปโดยที่ยังไม่ได้เคาะ เหยาเหนียงเคยบอกกับสหายไว้ก่อนแล้ว ว่าหลานตนเองสนใจซื้อร้านค้า แต่ติดเื่เงินที่ยังมีไม่พร้อม ใครจะไปคิด เพียงไม่กี่วัน ถังหลี่มี่ก็หาเงินพอซื้อมันได้แล้ว
ภายในห้องขนาดเล็กจ้อย มีสตรีวัยกลางคนตัวอ้วนนั่งสูบยาอยู่บนเก้าอี้ ปากสีคล้ำพ่นควันออกมาเป็ระยะ สตรีนางนี้มีนามว่า ‘เวินฉี’ นางกำลังคุยกับชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดสีขาว เขาตัวเล็กกว่านางเกินครึ่ง
ท่านป้าเหยาเห็นสหายกำลังมีแขกจึงพาหลานสาวไปนั่งรอที่เก้าอี้ด้านหลัง ด้วยความเล็กของบ้าน ทำให้สองป้าหลานได้ยินชัดทุกถ้อยคำ
เวินฉีพ่นควันออกมา ก่อนจะขยี้ยาสูบทิ้ง “ราคาที่เ้าว่ามามันเป็ไปไม่ได้”
“ช่วยข้าหน่อยเถิด! แม่นางเวินฉี ข้าขอร้องท่านล่ะ” ชายผู้นั้นทรุดตัวลงกับพื้น ยอมเสียศักดิ์ศรีให้สตรีนางนี้จนถึงที่สุด
“มิใช่ข้าไม่อยากช่วย เพียงแต่โรงเตี๊ยมของท่านล้วนมีแต่ปัญหา ชื่อเสียงฉาวโฉ่เช่นนั้น แม้แต่คนซื้อข้ายังไม่มั่นใจนักว่าจะหาให้ได้สักคนหรือไม่” เวินฉีส่ายหน้าไปมาไม่หยุด
“แม่นางเวิน ตอนนี้หนี้สินของข้าท่วมหัวจนอยู่บนเกาะแห่งนี้มิได้แล้ว ข้าขอเงินไปตั้งตัวบ้างเถิด” ชายคนเดิมโขกหัวตัวเองกับโต๊ะหลายทีติดเป็การขอร้องและกดดัน
“โขกจนตายข้าก็ช่วยท่านมิได้ หากสถานการณ์ปกติโรงเตี๊ยมของท่านน่าจะขายได้ราว ๆ หนึ่งพันห้าร้อยตำลึง แต่นี่ทั้งเื่วิวาทของโจรสลัด ทั้งเื่ที่มีคนถูกฆ่าตายที่โรงเตี๊ยมของท่าน อย่าว่าแต่ขายหนึ่งพันสองร้อยตำลึงเลย แม้แต่แขกจะเข้าพักสักคนยังไม่มี ท่านรู้ดีอยู่แก่ใจถึงต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองขายขาดทุนดีกว่ามิได้อะไร คนที่จะซื้อต่อเ่าั้ก็ต้องมองออกเช่นกัน” การขายกิจการนั้นปกติคาดหวังกำไรได้ยาก กิจการที่ถูกขายหมายความว่าล้มเหลว ต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างที่เ้าของเดิมถือครองไม่ไหว
“โรงเตี๊ยมข้าหาได้มีผีหรือสิ่งลี้ลับ! แม่นางเวินท่านต้องเชื่อข้า เพียงแค่โจรสลัดชุกชุม คนพวกนั้นไร้กฎเกณฑ์ ชอบมาทะเลาะกันจนร้านข้าพังเสียหาย บางครั้งกินอยู่ไม่จ่ายเงิน ชักดาบหนีจนข้าขาดทุน ส่วนเื่ฆ่ากันตายโรงเตี๊ยมใดบ้างจะไม่เคยเกิดเื่เช่นนี้!”
เวินฉีหัวหึหึ นางตวัดสายตามองชายที่ยอมสยบแทบเท้า ปากเคลือบด้วยชาดแดงเข้มพูดออกมาว่า “เ้าพูดไม่ผิด เพียงแต่โรงเตี๊ยมอื่นสามารถปิดข่าวได้ แต่โรงเตี๊ยมเ้าไม่เพียงไม่ปิด ยังกระจายข่าวว่องไวยิ่งกว่าป้ายกระดานข่าวประจำเกาะ!” ป้ายกระดานข่าวคือข่าวสารเื่สำคัญบนเกาะ โดยทั่วไปแล้วความเร็วของข่าวสารต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองวันกว่าจะได้แปะบนกระดาน
“ข้าจะทำอย่างไร ข้าจะทำอย่างไรดี!” ชายผู้นั้นเริ่มหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสิ้นหวัง โรงเตี๊ยมเป็สมบัติสืบทอดมาหลายชั่วรุ่นของตระกูลเขา ตอนนี้ต้องกัดฟันขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ แต่ราคาที่เวินฉีนายหน้าผู้มีชื่อเสียงของเกาะบอกว่าอย่างมากก็ได้เพียงห้าร้อยตำลึง หนี้สินที่เขาติดมีเกือบเจ็ดร้อยตำลึง ตอนแรกคิดว่าน่าจะได้แปดร้อยตำลึง เงินที่เหลือจะใช้เป็ทุนสร้างเนื้อสร้างตัวเปิดกิจการใหม่อีกครั้ง
“เฮ้อ ข้าจะลองหาคนซื้อในราคาแปดร้อยตำลึงดู แต่ข้าไม่ทำสัญญานะ เพราะไม่รู้จะขายได้เมื่อไร ถ้าเ้าหนี้เ้ามาขู่อีกก็ขายในราคาห้าร้อยนี่ล่ะ รักษาแขนขาให้ครบสำคัญที่สุด เมื่อตัดหนี้ได้บางส่วน พวกมันคงลดการข่มขู่ลง” เวินฉีแนะนำ นางพอจะรู้ระบบเงินกู้ พวกมันจะตามข่มขู่คนที่มีหนี้สินเป็จำนวนมากชนิดที่กัดไม่ปล่อย และไม่ยอมให้ลูกหนี้ตาย ส่วนลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่มาก พวกมันแค่ส่งลูกน้องมาเตือน
“ขอบคุณแม่นางเวิน! ข้าเชื่อมั่นในความสามารถของท่าน! ข้าขอคารวะแม่นาง!” กว่าชายคนนั้นจะออกไปได้ก็คารวะจนเอวเคล็ด
“เฮ้อ!” เวินฉีถอนหายใจ จุดยาสูบอีกมวน ก่อนจะเรียกสหาย “เหยาเหนียง ตาเ้าแล้ว”
ท่านป้าเหยาพาถังหลี่มี่มานั่งที่นั่งด้านหน้าเวินฉี ถังหลี่มี่คำนับสหายท่านป้าเหยาตามมารยาท
“ผู้นี้คือหลานสาวข้าที่เคยเล่าให้ฟัง” ท่านป้าเหยากล่าว
“แม่นางน้อยผู้นี้? เหตุใดจึงเยาว์วัยแท้เล่า เ้าว่านางอยากซื้อร้านค้าเปิดกิจการ?” เวินฉีเกือบสำลักควัน เด็กน้อยตรงหน้าดูเหมือนเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาไม่กี่วัน แต่คิดจะซื้อร้านเปิดกิจการ
“ใช่ คนนี้แหละ เ้าเรียกหลี่มี่ละกัน หลี่มี่นี่สหายป้าชื่อเวินฉี เรียกท่านป้าเวินละกัน” ท่านป้าเหยาแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน
“ท่านป้าเวิน” หลี่มี่คำนับอีกครั้ง นางเห็นบนโต๊ะของท่านป้าเวินมีรูปปั้นสิงโตทองคำตัวใหญ่ตั้งอยู่ งานนายหน้าคงทำกำไรได้ดีไม่น้อย
“ไม่ต้องมากพิธี พวกในเมืองเพ้อเจ้อแต่เื่สามคุณธรรม สี่เชื่อฟัง สตรีต้องอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน น่าขันสิ้นดี อยู่แต่กับเรือนก็อดตาย เ้ากล้าหาญมาก กล้าหาญมากจริง ๆ” เวินฉียิ่งมองก็ยิ่งชอบใจ
ท่านป้าเหยามองสหายก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เหมือนกับเ้าไม่มีผิด หลี่มี่เ้าดูนางไว้เป็ตัวอย่าง ออกจากตระกูลมาหาทางค้าขายอยู่ด้วยตัวเอง สตรีที่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวตามลำพังในตรอกเล็ก ๆ ตอนนั้นเป็ที่กล่าวขานในทางไม่ดี บ้านไหน ๆ ล้วนสอนลูกหลานว่า อย่าเอาอย่างสตรีสกุลเวิน ดูตอนนี้ซิ! นางมีเงินจนใช้ไม่หมด วันไหนเหงาก็เรียกบุรุษจากหอนายโลมมาสร้างความบันเทิง เป็ชีวิตที่ดีไปอีกแบบ”
ถังหลี่มี่มองคนตรงหน้า “ท่านป้าเวินช่างน่านับถือ ท่านไม่กลัวคำครหาเลยหรือเ้าคะ?”
“ฮึ ฮึ ไม่ว่าข้าจะถูกครหาหรือไม่ ท้องข้าก็ต้องหิว ตัวข้าก็ต้องนอน ต้องอยู่ให้ได้เช่นปกติ ไม่เจ็บแสบตรงไหนตามร่างกายทั้งสิ้น พอข้าเริ่มตั้งตัวได้มีเงิน คนที่เคยว่าร้ายข้าสารพัดกลับวิ่งแจ้นมาให้ข้าช่วยเหลือ น่าขันยิ่งนัก! มีเงินก็ใช้ผีโม่แป้งได้ นี่คือความสัจจริง แต่เ้าต้องเข้มแข็ง ่แรกอย่าปล่อยให้คำพูดคนอื่นมาทำร้ายเ้าได้ และกิจการค้าขายมีขึ้นมีลง จงทำใจยอมรับและปรับตัว เ้าก็เห็นชายคนเมื่อครู่ เขาเป็ถึงผู้สืบทอดรุ่นที่หกของโรงเตี๊ยมต้าจิน มีประสบการณ์มาหลายชั่วรุ่นยังพลาดได้” เวินฉีเห็นหลานสาวของเพื่อนดูเยาว์วัย นางจึงตักเตือนด้วยความหวังดี กิจการจะดีร้ายอยู่ที่จิตใจและความฉลาดของเ้าของ
“เ้าก็อย่าพูดให้นางกลัวซิ!” ท่านป้าเหยาถลึงตามองสหาย หลานสาวกำลังจะเปิดกิจการ ต้องพูดแต่เื่ดี ๆ
“ท่านป้าข้าไม่กลัว ท่านป้าเวินโปรดชี้แนะข้าด้วย ข้านั้นอ่อนประสบการณ์ เคยขายน้ำเต้าหู้ที่แผงลอยของตลาดท่าเรือเท่านั้น การบริหารจัดการร้าน… แทบไม่รู้เื่เลยเ้าค่ะ” สมุดบัญชีที่ท่านลุงจางเ้าของร้านขายไม้แกะสลักให้มา นางยังมิได้เปิดดู ถึงเปิดดูก็คงอ่านไม่ออก
“มีอะไรก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ ข้าตัวคนเดียวไม่ต้องเกรงใจ ว่าแต่วันนี้เ้ามาซื้อร้านค้าร้านไหนกัน?” เวินฉีคาบยาสูบไว้ที่ปาก มือสองข้างเปิดบัญชีรายชื่อร้านค้าที่อยู่ในสมุดจดของตนเอง ในนี้มีร้านค้าแต่ละแห่งที่นางเสนอเป็นายหน้าขายให้ ท่านป้าฉีได้เงินส่วนแบ่งถึงหนึ่งในสิบส่วน ถือเป็จำนวนเงินไม่น้อย
“ร้านค้าที่ตลาดท่าเรือนี่ล่ะ เ้าเป็นายหน้าอยู่กี่ร้าน?” ท่านป้าเหยากล่าว นางหยิบชามารินจิบกินเอง ไม่ลืมรินให้ถังหลี่มี่ด้วย “หลี่มี่ลองดื่มดู ใบชานี้ราคาจินละสิบตำลึงเชียว”
ถังหลี่มี่ได้ยินราคาก็หน้าร้อนผ่าว พยายามรักษากิริยาตนเองไม่ให้ท่านป้าเหยาขายหน้า นางทำตามท่านป้าเหยา คือดมก่อน แล้ว ค่อย ๆ จิบทีละนิด
เวินฉีเปิดมาถึงหน้าตลาดท่าเรือ “ตอนนี้เหลืออยู่สองร้าน อยู่ไม่ไกลกันเท่าไร ราคาเท่ากัน แทบไม่เห็นความแตกต่าง ว่าแต่เ้าจะขายอะไร?” ร้านที่นางเป็นายหน้าเหลือว่างสองร้าน อยู่ไม่ไกลกันมาก แต่การเปิดร้านต้องดูร้านค้ารอบข้างด้วย เพื่อความเหมาะสม
ถังหลี่มี่วางถ้วยชาก่อนจะกล่าว “ข้าจะขายเนื้อสัตว์เ้าค่ะ”
“เนื้อสัตว์ งั้นคงต้องร้านใกล้ ๆ มุมถนนที่อยู่ติดกับร้านขายหมั่นโถวกับบะหมี่เนื้อ ข้าคิดว่าตรงนั้นเหมาะกว่า เพราะอีกร้านติดกับร้านขายผ้า เ้าคิดเช่นไร?” เวินฉีคิดว่าร้านเนื้ออยู่ใกล้ร้านขายผ้าดูจะไม่เหมาะสม
ถังหลี่มี่จำร้านขายหมั่นโถวได้ ร้านนั้นขายดีที่สุดบนเกาะ หมั่นโถวดั้งเดิมรสชาติเข้มข้น บะหมี่เนื้อที่โปะเนื้อจนพูนจาน แค่คิดก็น้ำลายสอ “ร้านที่อยู่ติดกับร้านมีชื่อเสียงขายดีเช่นนั้น จะดีหรือเ้าคะ?”
เหยาซื่อกับเวินฉีมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา เวินฉีกล่าวว่า “ดี ดี เข้าใจตั้งคำถาม เื่นี้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง แต่เชื่อเถิดหลี่มี่ หากเนื้อของเ้าสดสะอาด ลูกค้าย่อมติดใจอย่างแน่นอน แม้ร้านหมั่นโถวเ้านั้นจะดังแค่ไหน แต่เขามิใช่คู่แข่งของเ้า ร้านขายเนื้อเปิดอยู่อีกถนนหนึ่ง ถ้าเ้าเปิดร้านตรงนี้ ก็เท่ากับร้านค้าตลาดท่าเรือจะมีร้านเนื้อถนนละหนึ่งร้าน”
ถังหลี่มี่คิดว่าร้านหมั่นโถวหาใช่คู่แข่งของตนจริง ๆ ที่สำคัญมันอยู่ติดมุมถนน ร้านแถวมุมถนนคนจะเห็นและจำมากที่สุด! “ข้า้าซื้อร้านนั้นเ้าค่ะ! มิทราบว่าราคากี่ร้อยตำลึงเ้าคะ?”
“ข้าเขียนประกาศไว้แปดร้อยตำลึง แต่เ้าเป็หลานเหยาเหนียง มิหนำซ้ำเห็นเ้าแล้ว ข้าก็พลันนึกถึงตนเองตอนเป็สาว ข้าจะไม่เอาค่านายหน้า ขายให้เ้าราคาเจ็ดร้อยยี่สิบตำลึงเท่านั้นพอ” เวินฉีเป็ท่านป้าใจดี แม้นางจะพูดเสียงดังชอบสูบยา ทำเื่บ้าบอมากมายที่สตรีอื่นไม่ทำกัน
ถังหลี่มี่ลุกขึ้นคำนับอีกครั้ง “ขอบคุณท่านป้าเวินเ้าค่ะ”
“ขอบใจเ้ามากนะเวินฉี ครั้งนี้ลำบากเ้าแล้ว” ท่านป้าเหยายิ้มจนหน้าบาน นางดีใจที่หลานสาวจะมีร้านค้าเป็ของตัวเอง หมู่บ้านและสามีของนางพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย
“เื่แค่นี้เ้าพูดเสียเป็เื่ใหญ่ไปได้” เวินฉีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ นางตัวคนเดียว สหายที่จริงใจมีอยู่เพียงหยิบมือ เหยาเหนียงคือหนึ่งในนั้น เื่เงินเวินฉีมิได้ขาดแคลน
ถังหลี่มี่คิดถึงเื่โรงเตี๊ยมต้าจิน นางเคยเดินผ่านเป็ครั้งคราว มันทั้งใหญ่ทั้งงดงาม ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดของเกาะ แค่มองจากที่ไกล ๆ ยังสวยโอ่อ่าขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะไปไม่รอด
“ท่านป้าเวินเ้าคะ โรงเตี๊ยมต้าจินราคาเท่าไรหรือเ้าคะ?”
“เ้าสนใจรึ? โรงเตี๊ยมต้าจินไม่เหมือนกับร้านค้าที่เ้าซื้อหรอกนะ ร้านค้าที่เ้ากำลังจะเปิดเริ่มต้นจากศูนย์ ดีร้ายล้วนอยู่ที่ตัวเ้ากับอนาคต แต่โรงเตี๊ยมต้าจินมีชื่อเสียมากมาย ทั้งเป็แหล่งมั่วสุมของโจรสลัด บางครั้งคนพวกนั้นก็ทะเลาะกันจนร้านพัง ผู้ที่เข้าพักถูกปล้นชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ข่าวเสียหายพวกนี้ยากจะแก้กลับมาในเร็ววัน การนอนทับที่คนตาย คงไม่มีแขกคนใดชอบหรอกกระมัง” เวินฉีไม่เห็นด้วย หากถังหลี่มี่จะสนใจที่นั่น
“หากข้าเก็บเงินได้เมื่อไร ข้าจะซื้อมันเก็บไว้เ้าค่ะ! ข้าชอบมันมาก ตอนเด็กเดินผ่านได้เพียงมองจากที่ไกล ๆ” ราวกับความฝันในวัยเยาว์ นางมักจะจินตนาการว่าภัตตาคารจะมีอาหารรสชาติเช่นไร โรงเตี๊ยมนอนสบายหลับจนไม่อยากตื่นเลยจริงหรือไม่
“หากเ้าชอบจริง ๆ ก็ซื้อมันไว้ก่อน เพราะร้านค้าเ้าของออกเดินเรือไปค้าขายที่แคว้นต้าลู่ อีกสองเดือนจึงจะกลับมา หากเ้ามั่นใจว่าเก็บเงินทัน” เวินฉีกล่าว แม้นางจะไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีผู้ใดรู้อนาคตจะเป็เช่นไร โรงเตี๊ยมต้าจินอาจจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งก็เป็ได้
“อีกสองเดือนหรือเ้าคะ?” ถังหลี่หมี่กำลังคำนวณ สองเดือนนี้นางเก็บเงินไม่ถึงแปดร้อยตำลึงแน่ หากจ่ายเงินซื้อร้าน แล้วเก็บเงินไปเรื่อย ๆ อาจพอซื้อโรงเตี๊ยม อย่างไรมันก็มิน่าจะขายง่าย
“อย่าทำให้เสียเื่เลยหน่าหลี่มี่ ซื้อร้านก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน โรงเตี๊ยมนั่นจะทำเงินได้เท่าไรกันเชียว!” ท่านป้าเหยากลัวหลานสาวจะคิดเหลวไหล เกรงจะไม่ได้เลยสักทาง! หากโรงเตี๊ยมไม่มีคนเข้าพักคงจบเห่กันพอดี!
เวินฉีรีบเอ่ยขัดสหาย “ไม่ถูกนะเหยาเหนียง ่ปกติโรงเตี๊ยมต้าจินเก็บค่าเช่าคืนละสองตำลึงเชียว! มีห้องยี่สิบห้อง หากวันใดมีคนเข้าพักเต็ม ทำเงินได้สี่สิบตำลึงต่อคืน!”
เหยาเหนียงถลึงตาใส่สหาย “หยุดขายฝันให้หลานข้าได้แล้วเวินฉี! หากหลานข้าหาเงินไม่ทันสองเดือน นางจะเอาที่ไหนไปซื้อร้านค้าเล่า!?”