แสงแดดยามบ่าย
สะท้อนผ่านผนังกระจก ของอาคารสำนักงานใหญ่ ย่านธุรกิจ พนักงานในชุดสูท สีสุภาพต่างเร่งฝีเท้าผ่านประตูหมุน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พื้นหินอ่อนสีขาวสะท้อนเงาโคมไฟระย้าคริสตัลเหนือศีรษะ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็จังหวะ กึก...กึก...
"สวัสดีค่ะคุณจิรดา"
เสียงพนักงานดังขึ้นแทบพร้อมกัน หญิงสาวในชุดสูทกระโปรงสีครีมเรียบหรูเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ จิรดา...หรือ "จิ๊บ"
เธอก้าวผ่านล็อบบี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม เรือนผมยาวสลวยถูกเกล้าไว้หลวม ๆ ต่างหูมุก นาฬิกาข้อมือเรือนบาง ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้บริหารหญิงที่ทั้งอ่อนโยน และน่าเกรงขาม
เธออายุเพียงสามสิบสี่ปี แต่กลับนั่งอยู่ในตำแหน่ง กรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งเป็ธุรกิจครอบครัว
"เอกสารประชุมบ่ายโมงค่ะ"เลขานุการสาวรีบเดินตาม
ประตูห้องผู้บริหารถูกปิดลงปึก โลกทั้งใบก็เงียบลงในทันที จิ๊บค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจ ที่กลั้นไว้ออกมาไหล่ที่ตั้งตรงเมื่อครู่ ทรุดลงราวกับคนละคน เธอเดินไปหยุดหน้ากระจกสูง ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้า
แต่สายตา...กลับไม่ได้มองวิวตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวหยิบกรอบรูปเล็กบนโต๊ะทำงานขึ้นมาในรูป
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ในเสื้อเชิ้ตสีขาวยืนโอบไหล่เธออยู่รอยยิ้มของเขาอบอุ่นอ่อนโยน เหมือนผู้ชายที่พร้อมดูแลทุกคน ยกเว้น...หัวใจของตัวเอง
จิ๊บใช้นิ้วลูบใบหน้าของชายในรูปเบา ๆ"...คริส" เธอยิ้มแต่ดวงตากลับแดงเรื่อ
ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอรีบวางกรอบรูปลง สูดลมหายใจเข้าลึก ผู้หญิงอ่อนแอเมื่อครู่ หายไปอีกครั้ง
"เชิญค่ะ"ประตูเปิดออก
ชายหนุ่มในสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเธอทันที "...กาย"
กายยกมือไหว้เล็กน้อย "ครับ...อาจิ๊บ"
จิ๊บเดินไปยังมุมนั่งรับแขกด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่ง ก่อนรินชาร้อนใส่ถ้วยกระเบื้องสีขาวสองใบ "นั่งก่อนสิ"
กายรับถ้วยชามาถือไว้ แต่ยังไม่ดื่ม เขารู้ดี ว่าคนเป็อาเรียกมาพบ คงไม่ได้มีแค่การถามสารทุกข์สุกดิบ
จิ๊บเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเหม่อมองไอร้อนเหนือถ้วยชาก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"...เจอพี่ชายของเด็กคนนั้นแล้วใช่ไหม?"
กายพยักหน้า "ครับ"
"เป็ยังไง"
กายถอนหายใจแ่"ไม่เหมือนที่ผมคิด"
จิ๊บชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที "...หมายความว่ายังไง"
"เขาไม่ได้เห็นแก่เงิน ห้องเช่าธรรมดา ไม่มีของฟุ่มเฟือย ไม่มีร่องรอยว่าจะเอาเปรียบใคร"
"แล้ว..."กายหยุดคิดถึงภาพบนระเบียง "...เขาเชื่อน้องสาวมาก"
จิ๊บค่อย ๆ วางถ้วยชาลงเสียงกระทบจานรองดังแ่เบากริ๊ก...เธอยิ้มบาง ๆ
"บางครั้ง...คนเราก็เชื่อคนในครอบครัวมากเกินไป"
กายเงยหน้ามอง จิ๊บหลุบสายตาลงซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ปลายนิ้วลูบขอบถ้วยชาไปมา อย่างคนใช้ความคิด
"กาย..."
"อาไม่ได้อยากทำร้ายใคร"
"..."
"อาแค่อยากรักษาครอบครัวของอาไว้" เธอพูดเบาราวกระซิบ
"คุณคริส...เป็ทุกอย่างของอา"
ห้องทั้งห้องเงียบลง กายมองผู้หญิงตรงหน้า ผู้บริหารที่ใคร ๆ ต่างชื่นชมว่าเก่งและสมบูรณ์แบบ แต่เวลานี้...เธอเป็เพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่กำลังกลัวการสูญเสียคนที่รัก
แปร๊นน..
เสียงแตรรถบรรทุกดังแข่งกับเสียงโฟล์กลิฟต์ที่กำลังขนพาเลตสินค้าลงจากท้ายรถ ศูนย์กระจายพัสดุของบริษัทขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยความวุ่นวายั้แ่แปดโมงเช้า
พนักงานในเสื้อโปโลสีกรมวิ่งถือเครื่องสแกนบาร์โค้ดกันขวักไขว่
"โซน C! ระวังรถ!"
"ลังนี้ไปนคร์!"
"ใครเห็นใบโหลดของรถสิบสองบ้าง!"
ท่ามกลางความชุลมุน เสียงะโวุ่นวาย
หยางหยางกำลังใช้คัตเตอร์กรีดเทปปิดกล่อง อย่างคล่องแคล่ว เสื้อยูนิฟอร์มสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยท่อนแขนขาวสะอาดที่ดูไม่เข้ากับงานใช้แรงเลยสักนิด
"ไอ้หยาง!"
หัวหน้าะโเรียกจากอีกฝั่ง "ฝ่ายบุคคลเรียก!"
หยางหยางชะงัก"...ผม?"
"เออ! รีบไป!"
เขาขมวดคิ้วนิด ๆ 'เงินเดือนออกผิด? ประกันสังคมมีปัญหา? หรือ...โดนลูกค้าร้องเรียนอีกแล้วเหรอ?'
ชายหนุ่มถอดถุงมือผ้าออก พลาง เดินปัดฝุ่นที่กางเกงก่อนจะตรงไปยังอาคารสำนักงาน
ภายในห้องฝ่ายบุคคล (HR) พนักงานหญิงสี่คน และชายอีกสองคนกำลังนั่งทำงานปกติ
เมื่อเห็นหยางหยางเดินเข้ามา ทุกคนก็เงยหน้าพร้อมกัน "หยาง..."เ้าหน้าที่ ยิ้มแปลก ๆ"มีคนมาหา"
"หา?"หยางหยางหันไปตามสายตาของทุกคน แล้วก็..."..."มึนงง
สูทสีเทาเข้ม ขายาวไหล่กว้างใบหน้าหล่อคม ที่เริ่มคุ้นตา เขายืนกอดอกอยู่ข้างหน้าต่าง
เมื่อเห็นหยางหยางเดินเข้ามา เขาก็คลายแขนออกกำลังจะอ้าปากพูด แต่...หยางหยางไวกว่า
"คุณ..."เ้าตัวชี้นิ้วใส่กายทันที สีหน้าใเกินจริง
"ผมบอกแล้วไงครับ!"
เสียงหยางหยางดังมากพอ ที่จะทำให้คนทั้งห้องเงยหน้ามอง "..."
"ผมทำงานสุจริต!"
"..."กายที่ใจร้อนรน เพราะเห็นน้ำตาคุณอาสาวสุดที่รัก จนต้องรีบมาที่นี่ถึงกับมึนงง
"ผมไม่นิยมเป็เด็กใคร!!" หยางหยางพูดต่อ
ทั้งห้อง...เงียบกริบ ขณะที่กายขมวดคิ้วเข้ม "..." ฝ่ายบุคคลสองคนค่อย ๆ หันไปมองผู้ชายในสูทพร้อมกัน สายตาเปลี่ยนจากสงสัย...เป็ระแวง
หยางหยางยังไม่หยุด เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พูดเสียงสั่น
"เมื่อวานก็ตามถึงห้อง...วันนี้มาถึงที่ทำงาน..."
"..."กายได้แต่มองหยางหยาง
"คุณจะเอาอะไรจากผมอีกครับ"
พนักงานฝ่ายบุคคลเบิกตากว้าง "คุณ..." เธอหันไปมองกาย
"...ตามพนักงานเรามาเหรอคะ"
กายรีบตอบทันที "ไม่ใช่อย่างที่—"
"อ้อ!" หยางหยางตบมือดังแปะ "หรือวันนี้...เปลี่ยนมาชวนเป็เด็กบริษัท?"
"..."กายจ้องหยางหยางตาเขม่น
"ผมบอกแล้ว ผมไม่มีพร์ด้านนั้น"
กายสูดลมหายใจเข้าลึก เส้นเืที่ขมับเริ่มเต้นตุบ ๆ
"คุณหยางหยาง..ช่วยหยุดตีความเองสัก—"
"ขอโทษค่ะ!"ฝ่ายบุคคล รุ่นพี่รีบลุกขึ้นยืน "คุณ...บริษัทเราไม่อนุญาตให้คุกคามพนักงานเรานะคะ"
"ผมไม่ได้—"กายพยายามอธิบาย
"เชิญ..ข้างนอกค่ะ"
กายอ้าปากแล้วก็..ปิดเพราะทุกสายตาในห้องกำลังมองเขาเหมือนผู้ชายโรคจิต
แม้แต่พนักงานผู้ชายที่นั่งมุมห้องยังค่อย ๆ ขยับเก้าอี้มายืนข้างหยางหยาง เหมือนเตรียมพร้อมปกป้องเพื่อนร่วมงาน
กายหันกลับไปมองต้นเหตุ หยางหยางยืนกอดแฟ้มเอกสารไว้แน่น ทำตาใสๆ สีหน้าไร้เดียงสา เหมือนคนถูกตามตื๊อจริง ๆ
"..."กายกัดกรามเบา ๆ
"คุณ..."
หยางหยางรีบยกมือห้าม "อย่านะครับ ผมมีศักดิ์ศรี "
"..."
"ถึงเงินเดือนผมจะน้อย...แต่หัวใจผม..."
เขายกมือทาบอก "...ประเมินไม่ได้"
"......"ความเงียบปกคลุมทั้งห้องราวสามวินาที ก่อนที่ฝ่ายบุคคล คนหนึ่งจะพูดขึ้นจริงจัง
"คุณคะ...ถ้าคุณยังรบกวนพนักงานเราอีก...ทางบริษัทอาจต้องแจ้ง รปภ นะคะ"
“เฮ้อ!ทนายแข็งกราว หรือทนวยนวมนุ่มกันนะ” ร่างบางแซวเสียงเบา
ส่วนกายสูดลมหายใจแรง หลับตาลงช้า ๆ กดข่มความโมโหเอาไว้ในใจ เป็ครั้งแรกในชีวิต ที่ทนายความซึ่งไม่เคยแพ้คารมใครในศาล
แต่กำลังแพ้ยับเยิน ให้กับผู้ชายตัวผอม คนหนึ่ง โดยที่ยังไม่ได้พูดข้อกฎหมาย แม้ประโยคเดียว
หยางแอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ จ้องหลังมองแผ่นหลังกว้างของคุณทนาย ที่กำลังเดินหงุดหงิดออกไป
ชีวิตที่ต้องพบเจอกับความโชคร้าย มันหล่อหลอมให้เขา หลังชนฝา จำเป็ต้องเผชิญหน้าแม้เพียงมือเปล่า
“หึ!..ไม่ว่าคุณจะใหญ่มาจากไหน”
“แต่มาเล่นกับผม..ก็ต้องเหนื่อยหน่อยละ!"
......................................