“แกจะทำอะไรแม่ชั้น!” หญิงสาวผมตรงแสนสวยบอก อายุเธอดูแล้วไม่น่าจะเยอะกว่าผม เธอมีตากลมโต ใบหน้าวงรี ริมฝีปากแดงยิ่งกว่าดอกกุหลาบ คิ้วบางแต่ดำคมชัดเหมือนหมึกภาพวาด จมูกตรงเล็กเหมือนสันเขาที่โค้งเว้าได้รูปเชี่ย โคตรสวยเลย สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆผมมองหน้าตาราวถูกต้องมนต์สะกดจากแม่มดเจ้าเสน่ห์ ขณะที่คุณนายรีบผละปากจากไอ้หนูผมแต่ซิปผมยังเปิดอยู่ เผยให้เห็นกางเกงในสีขาวจั๊ว“ปะ..เปล่า” ผมสะอึก“ไอ้ชั่ว..ไอ้คนลามก” ผู้หญิงคนนี้ตะโกน “ลูกอิ๊ง หยุดนะ” คุญหญิงตะโกนผู้หญิงชื่ออิ๊งไม่ฟังแม่ แกเดินเข้ามาในห้องจากนั้นเอาพวกหนังสือ กรอบรูปปาใส่ผมผมตกใจรีบลุกขึ้นจากเตียงคุณหญิงหลบข้าวของที่ยัยอิ๊งที่เขวี้ยงมา เฮ่ย ผมปรับตัวไม่ทันกับเรื่องแบบนี้นะ “ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต” อิ๊งด่าผมไม่เลิกแม่งเอ๊ย คนที่เริ่มก่อนคือคุณหญิงชัดๆ ทำไมกลายเป็นผมลามกล่ะ ถ้าผมลามกคุณหญิงคงราชินีหื่นกามแล้วล่ะมั้ง“อิ๊ง หยุดเดี๋ยวนี้นะ” คุณหญิงตวาด แต่แรงตวาดเหมือนแรงไฟที่ยุส่งให้อิ๊งโมโหมากขึ้นไปอีก“ไอ้สารเลว ไอ้คนไม่รู้จักเด็กผู้ใหญ่”โอ๊ย ไรวะเนี่ย“เป็นผู้ใหญ่ตายล่ะ อายุเท่าไรกัน” ผมเถียงคืนละ“ไอ้สารเลว ไอ้คนกามวิตถาร”“….”“คุณสิกามวิตถาร ผมยังไม่ได้ทำไรเลย”“ไม่ได้ทำไรเหรอ ชั้นเห็นกับตา”“คุณเห็นอะไร?” ผมถาม“ชั้นเห็น..” ผมจ้องตาเลย “เห็นอะไร?”“ชั้นเห็น..ไอ้บ้า ไอ้ลามก”อ้าว ตอบไม่ได้มาด่าผมซะงั้นสถานการณ์วุ่นวายมาก คุณหญิงรีบบอก “พอทั้งคู่”
“พล็อต เธอรีบกลับไปก่อน เดี๋ยวค่อยมาคุยใหม่” คุณหญิงบอก“อิ๊งลูกก็พอซะที”ผมพยักหน้ารับคำแม้จะโมโหอยู่ เอาเหอะชั่งมัน ไว้วันหลังผมค่อยมาหาคุณหญิงก็ได้“ไปเลย ไอ้แมงดา ไม่ต้องมาเกาะแกะแม่ชั้น” ผู้หญิงตะโกนไล่ ผมของขึ้นเลย หันมาจะแผดด่ากลับ แต่คุณหญิงรีบเข้ามาจับไหล่ผมไว้ “พล็อต ไปก่อนเถอะ”สายตาที่อ้อนวอนของคุณหญิงทำให้ผมต้องรีบระงับสติที่กำลังแตก เอาเหอะ จะละเว้นยัยนี่ไว้สักวัน
ผมเดินออกจากบ้านคุณหญิงเดินไปหน้าปากซอยเรียกแท็กซี่กลับบ้านด้วยอารมณ์เซ็งๆ ปนโมโห ไม่ได้ตังแล้วยังมาถูกด่าเป็นแมงดาอีกแท็กซี่ขับมาเกือบถึงแถวสี่แยกลาดพร้าว โห รถมันติดมาก ทำไมวะเนี่ยที่แท้ม็อบกลุ่มหนึ่งจำนวนน่าจะเกือบพันคนกำลังปิดถนนแถวสี่แยกลาดพร้าว สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีจริงๆ เพราะม็อบเริ่มประท้วงหนักขึ้นเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ถนนหลายแห่งถูกปิด“เฮ้อ เศรษฐกิจก็ไม่ดี ยังมามีม็อบแบบนี้อีก แย่กันไปหมด” แท็กซี่พูดขึ้น“พี่อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อเหรอครับ?” ผมถาม“เปล่า พี่ว่ายุบสภาก็ดี แต่ถ้าประท้วงแบบนี้แล้วไอ้รัฐบาลก็ไม่ยอมยุบสภา มันก็ไม่จบไม่สิ้นน่ะสิ” แท็กซี่ว่า“อืม” ผมปวดหัวพอละ ไม่ได้อยากมารับรู้เรื่องการมงการเมืองไรมาก
แต่จริงๆ คนที่ทำงานในแวดวงตลาดหุ้นอย่างผม การเมืองนี่สำคัญนะ สามารถใช้เรื่องพวกนี้หาเงินได้เลย เลือกตั้งจะต้องเลือกหุ้นประเภทไหน รัฐบาลนี้มีสายสัมพันธ์กับตระกูลไหน หุ้นตระกูลไหนถึงจะขึ้น เวลารัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากให้คนมีบ้าน มีรถ บริษัทไหนล่ะปล่อยเงินกู้ให้ซื้อบ้านรถ บริษัทไหนล่ะขายบ้าน ข้อมูลพวกนี้มันมีประโยชน์สุดๆ แต่คนเรามักเบื่อการเมือง ทำให้พลาดโอกาสทำเงินไปแม้แต่การมีม็อบ หลายวันนี้ผมศึกษาประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น ประเทศไทยมีชุมนุมทางการเมืองหลายครั้ง เช่น ปี 2552, 2553, 2557 ช่วงนั้นหุ้นมักตกชั่วคราว หลังจากนั้นหุ้นก็ขึ้นไปมากกว่าเดิม นี่แหละวิกฤติคือโอกาสของจริง
แท็กซี่พาผมอ้อมไปอีกทางหนึ่ง มันนานมากกว่าจะถึงบ้าน ผมกลับไปบ้านก็หยิบมือถือมาเล่นเกมส์คลายเครียด ไม่นานก็มีโทรศัพท์เข้ามาพี่หลิน…“ครับพี่หลิน”“ทำไรจ๊ะเนี่ย”“อ้อ ผมอ่านหนังสือครับพี่” ผมใช้มุกอ่านหนังสือตลอดเพื่อให้ตัวเองดูดี แฮะ แฮะ“พี่รบกวนเราไหมเนี่ย”“ไม่ครับพี่ ว่ามาเลยครับ”“อ้อ ไม่มีไรมาก พี่จะชวนเราไปกินข้าว”โห ผมฟังละโคตรดีใจ พี่หลินสุดสวยชวนผมแล้ว “ได้ครับพี่”
ผมแต่งตัวใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวเก่งพร้อมกางเกงสแลคดำ ผมเรียกแท็กซี่ไปหาพี่หลิน พ่อแม่ผมก็งงทำไมผมเพิ่งเข้าบ้านมาแล้วออกไปอีก
ร้านอาหารที่เรากินเป็นร้านนั่งเล่นแถวรามอินทรา มีเพลงเปิดฟังเบาๆ สบายๆ เราสั่งเบียร์มาจิบคนละแก้ว และสั่งอาหารพวกผัดผัก ยำทะเล อีกนิดหน่อย“ไปเที่ยวไหนมาพล็อตวันนี้” พี่หลินยิ้ม“อ้อ เปล่าครับ อยู่แต่บ้าน”“อืม เรื่องคุณหญิงวิมลรัตน์ไม่รู้แกจะยอมลงทุนกับเรามั้ยเนอะ?”ผมคิดถึงเหตุการณ์ที่ผมด่ากับกับยัยอิ๊งลูกสาวคุณหญิงแล้วแทบจะพ่นเบียร์ออกมา เรื่องนี้จะให้พี่หลินรู้ไม่ได้เด็ดขาด“นั่นสิครับดูใจแกยากอยู่”“คุณหญิงแกอยู่กับลูกแค่สองคน วันๆ ไม่มีอะไรทำแกก็เหงานะ ถ้าเราเข้าใจแกตรงนี้ อาจเอาชนะใจแกได้” เอ๊ะ..พี่หลินจะสื่ออะไรหรือเปล่านะ เอาเหอะ ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีไม่อยากจะคิดผมกับพี่หลินกินเบียร์ไปหลายกระป๋องมาก หน้าพี่หลินแดงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เราสองคนนั่งคุยเล่นไป ไม่ได้คุยเรื่องงานอีก ผมสอบถามพี่หลินถึงรู้ว่า พ่อแกเป็นผู้จัดการใหญ่ที่บริษัทหลักทรัพย์ในฮ่องกง ส่วนแม่แกกับน้องชายแกอยู่เมืองไทย น้องแกอายุสิบเก้าปีน้อยกว่าผมปีเดียว เรียนอยู่ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยสรรพศาสตร์เรากินกันถึงห้าทุ่มกว่าพี่หลินก็บอกให้เรากลับบ้าน ผมก็โอเคพี่หลินยังคงไปเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้ผมอีก แต่ครั้งนี้ผมรีบขัด“ผมจ่ายบ้างพี่ พี่จ่ายหลายทีแล้ว”“ไม่ต้องหรอกพล็อต”ค่าอาหารประมาณหนึ่งพันนิดๆ ผมควักแบงค์พันยัดมือให้พนักงานเลย “ไม่ต้องเถียงกันละพี่ ผมออกให้แล้ว”พี่หลินพยักหน้ายิ้มให้ พวกเราสองคนลุกจากโต๊ะอาหาร เดินไปที่ลานจอดรถ พี่หลินแกเดินส่ายโงนเงนไปมา ผมก็เข้าไปประคอง“ไหวปะเนี่ยพี่”พี่หลินแกส่ายหน้า ไม่รู้ว่าไม่ไหวหรือไม่เป็นไรกันแน่ ผมประคองพี่หลินไปถึงที่รถลัมโบกินี่ พี่หลินหน้าแดงมากดูแล้วไม่น่าจะขับไหว “ผมขับให้ไหมพี่” “ไม่เป็นราย” พี่หลินแกพูดเมาๆ “น่า ผมขับเองดีกว่า” ผมบอก พี่หลินยิ้มแบบเมาๆ แกหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าหนังของแกยื่นให้ผม ว้าว เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ขับรถหลักสิบล้าน!ผมสตาร์ทรถและเริ่มลองใช้เกียร์ พ่อเคยสอนผมขับรถหลายครั้ง ที่บ้านก็มีรถอยู่คันหนึ่ง ผมก็เลยพอจะขับได้ ด้วยความที่ผมก็มึนเล็กน้อยจึงขับรถอย่างช้าๆ ออกจากร้านอาหารไป ผมดูกระจกก็พบว่าตัวเองหน้าแดงไม่น้อย พี่หลินหน้าแดงจัด แกหลับไปแล้ว ผมก็พยายามปลุกแกถามว่าบ้านแกอยู่ไหนพี่หลินยังคงเมาไม่รู้เรื่อง แกตื่นมาพูดจาไม่รู้เรื่องจากนั้นก็นอนต่อ เอ๊ะ พี่หลินแกนอนซบไหล่ผมผมนี่เกร็งเลย ไม่นานไอ้หนูผมก็เริ่มชูชันขึ้น โหย มันแข็งมากๆ ผมอดจับไอ้หนูผมเล่นไม่ได้ กลิ่นกายที่หอมยิ่งกว่าดอกไม้ของพี่หลินกระทบเข้าจมูก กระตุ้นฮอร์โมนวัยว้าวุ่นของผมให้สูบฉีดรุนแรง ขณะที่ผมขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ผมกะว่าผมจะขับรถกลับบ้านตัวเองแล้วให้พี่หลินไปนอนในห้องผม โดยผมจะนอนที่ชั้นล่างแต่ผมพลันเหลือบไปเห็น..โรงแรมม่านรูดผมเคยเข้าโรงแรมม่านรูดกับแฟนสาวตอนเรียนมัธยมปลายครั้งหนึ่ง “พี่หลิน..พี่หลิน” ผมปลุก พี่หลินไม่ตื่น แกหลับสนิทมากๆ ความเมาบวกกับอารมณ์ที่โดนกระตุ้นโดยกลิ่นกายหญิงสาว ทำให้ผมตัดสินขับรถ เข้าโรงแรมม่านรูด….
------ จบตอนที่ 7 -------โอย เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อเน้อ โปรดติตามให้ได้เลย ตอนหน้า NC18+ คร้าบอย่าพลาด !
เกร็ดความรู้ ประเทศไทยมีชุมนุมการเมืองหลายครั้ง ช่วงนั้นหุ้นมักจะตกเสมอ แต่เรื่องจริงก็คือหลังจากนั้นหุ้นมักจะขึ้นไป มากกว่าเดิม !เช่นหุ้้นท่าอากาศยานไทย (AOT) เคยถูกปิดสนามบินตอนปี 51 ตอนนั้นราคาหุ้นอยู่ประมาณ 20 บาท ปัจจุบันอยู่ประมาณเกือบ 690 บาททีเดียว (แต่มีการแตกหุ้นให้จำนวนเยอะขึ้น ทำให้ราคาเหลือ 69 บาท) ดังนั้นมีหลายครั้งที่เราจะใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการซื้อหุ้น โดยต้องขจัดความกลัวทิ้งไป แต่หุ้นที่เลือกซื้อต้องเป็นหุ้นที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่หุ้นปั่น ซึ่งเรื่องนี้จะมีบอกอีกเรื่อยๆ นะครับ