โลกหมื่นมิติ

    76.ภัยคุกคาม

       “ไม่คิดเลยว่าเจ้านั้นจะตอบแทนเราด้วยของล้ำค่าขนาดนี้” เพชรพูดอย่างอารมณ์ดี

       “นั้นนะสิการที่เราได้ปะการังหัวใจสมุทรและไข่มุกวิญญาณสมุทรมา ถ้าเรานำพวกมันเข้าประมูลมันจะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้เราไม่น้อยเลย”ไผ่พูดด้วยรอยยิ้มขณะวิ่งไปบนน้ำทะเล

       ของสองสิ่งนี้ได้รับมาจากการตอบแทนของกู่หลง หลังจากทำข้อตกลงกันแล้วขณะที่ไผ่ขอตัวกลับกู่หลงได้มอบสมบัติทั้งสองอย่างนี้เป็นของตอบแทนที่ไผ่ส่งมอบคนที่สังหารลูกหลานของมันให้

       “ไม่คิดเลยว่าเจ้าพวกนั้นจะตกลงร่วมมือกับเราแบบนี้”พงษ์พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

       “แผนของนายน้อยไม่มีทางผิดพลาดอยู่แล้ว”แสงพูดพร้อมกับใช้สายตาดูถูกมองไปที่พงษ์

       “ไม่ต้องมองผมแบบนั้นเลยผมไม่ได้สงสัยในความสามารถของนายน้อยที่ผมพูดเพราะความตื่นเต้นแค่นั้น”มงคงเห็นสายตาของแสงจึงรีบพูดแก้ตัว

       “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมก็แค่พูดเล่น”แสงหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นท่าทางของพงษ์

       “พวกสัตว์อสูรไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรทั่วไปหรือสัตว์อสูรทะเลพวกมันต่างซื่อตรงไม่ค่อยมีเลห์เหลี่ยมเหมือนมนุษย์เรายิ่งเป็นพวกมีที่สายเลือดมังกรพวกมันจะยิ่งหยิ่งในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่ถ้าพวกมันได้ไว้ใจใครแล้วพวกมันจะไม่หักหลังจนกว่าจะถูกหักหลังก่อน”ไผ่อธิบายให้พวกเขา

       “การได้ร่วมมือกับเผ่าอสรพิษเขาเดียวจะทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากทรัพยากรที่มีอย่างไม่จำกัด ที่สำคัญเราจะมีสมบัติล้ำค่าหายากมาประมูลในหอประมูลของเรามาขึ้นและมันจะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับพวกเราอย่างมาก”เมื่อคิดถึงทรัพยากรจำนวนมากจากกู่หลง มงคงก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยรอยยิ้มมีความสุข

       “การต่อสู้ที่ผ่านมาได้บันทึกข้อมูลการต่อสู้เอาไว้แล้วใช่ไหม กลับไปก็ทำตามที่เราคุยกันไว้เราจะได้มีหูมีตาอยู่ทุกที่ทุกเมืองสักทีเมื่อถึงเวลานั้นเราจะได้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ไผ่พูดอย่างจริงจังเพราะเรื่องนี้สำคัญมาก

       เมื่อคิดถึงตอนที่ตระกูลสามารถส่งคนไปอยู่ทุกที่ได้ไผ่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

       “รีบกลับกันเถอะมีเรื่องสำคัญมากมายที่ต้องจัดการ ที่สำคัญพี่ทั้งสองจะต้องรีบกลับไปทะลวงระดับเพราะว่าอีกไม่นานตระกูลรุ่งโรจน์จะต้องมาหาเรื่องเราอย่างแน่นอน”ไผ่พูดจบก็เร่งความเร็วขึ้นทันที

    .

    .

       ณ โถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเลิศศักดิ์

       “ท่านพ่อท่านต้องหาตัวคนทำให้เจอแล้วล้างแค้นให้ศักดิ์ดานะคะ”เหมยอิงร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา

       นางไม่คิดเลยว่าในขณะที่กำลังเฝ้าสามีที่บาดเจ็บอยู่จะมีคนวางยาสลบนางแล้วลักพาตัวสามีของนางไป กว่านางจะรู้ตัวก็เป็นตอนที่เมธีพ่อของเธอมาปลุก

       “รู้หรือยังว่าพวกมันเป็นใคร”เมธีตะโกนออกมาด้วยความโกรธ 

       เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ออกจากตระกูลไปได้ไม่นานตระกูลก็ถูกโจมตีที่สำคัญคือลูเขยของเขากลับถูกลักพาตัวไปอีกทำให้ตอนนี้เขาโกรธเป็นอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

       “ไม่มีข้อมูลเลยครับเราไม่รู้เลยว่าพวกมันเป็นใคร คนที่ลงมือไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรเอาไว้เลยครับ”ชายวัยกลางคนตอบกลับด้วยสีหน้าหมดหนทาง

       “ถ้าเราหาตัวผู้ที่วางค่ายกลตัดขาดได้เราพอจะสามารถตามหาพวกมันได้ไหมเพราะว่าคนที่จะวางค่ายกลระดับสูงแบบนี้ได้คงมีไม่มากหรอกในเมืองของเรา”ชายชราที่สู้กับมงคลเอยถาม

       “แม้เราจะหาเจอเราก็ไม่มีหลักฐานว่าพวกเขาเป็นคนทำเมื่อไม่มีหลักฐานการที่เราจะไปกล่าวหานักวางค่ายกลระดับสูงแบบนี้เห็นทีจะไม่เหมาะ”ชายชราที่เป็นพ่อของเมธีพูดขึ้น

       “ที่สำคัญในเมืองตอนนี้มีผู้คนมากมายเดินทางมาการจะมีนักวางค่ายกลมาด้วยก็คงจะไม่แปลกอะไร”ชายชราพูดต่อ

       “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเราจะทำยังไง ตอนนี้ทางตระกูลรุ่งโรจน์น่าจะรู้เรื่องเลยอีกไม่นานคงเดินทางมา”ผู้อาวุโสระดับดาราคนหนึ่งพูดอย่างกังวล

       ตระกูลของศักดิ์ดาเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยถึงแม้ว่าศักดิ์ดาจะไม่ใช่ผู้สืบทอดที่แท้จริงแต่เขาก็ยังเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลรุ่งโรจน์ 

       การที่พวกเขาปล่อยให้มีใครมาลักพาตัวบุตรชายของผู้นำตระกูลถึงในคฤหาสน์ไปแบบนี้ ตระกูลเลิศศักดิ์ของพวกเขาจะต้องมีคำอธิบายไม่งั้นพวกเขาไม่สามารถแบกรับความโกรธของผู้นำตระกูลรุ่งโรจน์ไม่ไหวแน่

       “ท่านพ่อถ้าเราไม่สามารถหาตัวคนทำได้เราก็โยนความผิดไปให้กับคนที่ทำร้านพี่สาวสิ ถึงยังไงเราก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้วถ้าพวกนั้นจะเป็นคนทำก็ไม่แปลก ถึงพวกมันไม่ได้เป็นคนทำแต่ถ้าเรายืนยันว่าเป็นฝีมือพวกมันพวกมันจะปฎิเสธยังไงเพราะพวกเรามีความแค้นกันจริง” สิงหาพูดด้วยใบหน้าชั่วร้าย

       “พวกท่านคิดว่ายังไง”เมธีเอยขึ้น

       “ฉันเห็นด้วย ในเมื่อเราเป็นศัตรูกันแล้วเราจะสนใจทำไมว่าพวกมันเป็นคนทำหรือไม่แค่โยนความผิดไปให้พวกมันก็พอ จะได้ใช้โอกาสนี้ยืมมือคนจากตระกูลรุ่งโรจน์กำกัดพวกมันไปในทีเดียว”ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้น

       “ถึงแม้จะดูประมาทไปหน่อยแต่ก็มีโอกาสสูงที่พวกนั้นจะเป็นคนลงมือจริง งั้นก็เอาตามนี้ก็แล้วกัน”ชายชราพ่อของเมธีพูดด้วยใบหน้าสงบ

       “ในเมื่อไม่มีใครคัดค้านก็ตกลงตามนี้ เมื่อคนจากตระกูลรุ่งโรจน์มาถึงเราจะบอกว่าเป็นฝีมือของคนพวกนั้น”เมธีพูดด้วยสีหน้าจริงจัง การทำแบบนี้อย่างน้อยก็พอจะบรรเทาความโกรธของตระกูลรุ่งโรจน์ได้บ้าง.