ชายหนุ่มที่เห็นท่าทีตลึงงันไม่หยุด ทว่าเด็กหนุ่มก็เอียงหัวเล็กน้อยหลังจากนั้น "ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูดขอรับ" "ฮ่าๆๆ อภัยให้ข้าด้วย ข้าคงพูดให้เจ้าสับสนไปสินะ ขอโอกาศข้าพูดใหม่ แท้จริงแล้วปรานของเจ้านั้นล้วนปล้วเหือดแห้งไปตามลิขิตดั่งเจ้าว่า แต่แห้งเหือดก็สมควรไร้ซึ้งการมีอยู่ของพลังข้าพูดถูกไช่ไหม?
เด็กน้อยพงกหัวตามอย่างเข้าใจ "เช่นนั้นพลังแหล่งอื่นที่ข้าพูดเมื่อครู่ ในจุดตันเถียนของเจ้ามีพลังรูปแบบอื่นที่ถูกสกัดพลังเป็นบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้วสองจุดซึ่งสัมผัสของข้า ตรวจพบเจอหากแต่ไม่รู้ว่าเกิดจากโอสถวิเศษหรือของเหลวลำค่าใดที่เจ้าอาจจะเพชิญพบพาญในอดีตก่อนหน้าพวกเราจะรู้จักกัน สิ่งนั้นกักเก็บพลังบางส่วนไว้แต่มากเท่าใดข้าไม่อาจสามารถคาดเดาได้"
"ต่อมาเรื่องเส้นชีพจรที่ม้วนผิดรูปของเจ้านั้นนะ ก็ตามที่ข้าพูดไปเลย มันถูกพลังกดทับด้วยรูปแบบผนึก! เด็กหนุ่มขมวดคิ้วตัวเองทันทีที่ได้ยินสิ่งนี้จากชายหนุ่ม "ท่านจะบอกข้าว่ามีคนสกัดจุดพลังของข้าผ่านชีพจรหรือขอรับ" ชายหนุ่มเองก็เงียบไปชั่วครู่ "จะว่าอย่างงั้นก็มีทั้งถูกและผิดในที่เดียวกัน การสกัดพลังจะมีพลังปรานแฝงที่เข้ากดทับซึ่งสามารถตรวจสอบคนทำได้ แต่นี้ไม่ใช่จากการสกัดด้วยพลังปรานฝีมือมนุษย์เพราะฉะนั้นข้อสันนิฐานเดียวที่ข้าพอจะนึกออกเจ้าคงได้รับพลังอะไรก็ตามจากบางสิ่งที่ไม่ใช่สัตว์อสูรแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าก็คงไม่ใช่มนุษย์คงเป็นผีมาพูดคุยกับข้าเป็นแน่แท้"
"เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่ " ชายหนุ่มยืนขึ้นเล็กน้อยก่อนก่อนจะผายมือ ด้วยใบหน้าที่ยังยิ้มเช่นเคยเหมือนทุกครั้ง เด็กน้อยที่นิ่งงันไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาบอกต่อ หลังได้ฟังคำพูดชายหนุ่มก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งทว่า ด้วยช่วงเวลาที่แลกเปลี่ยนพูดคุย เด็กน้อยรู้สึกสนุกและผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งหมดล้วนแล้วเกิดจากความรู้สึกเด็กหนุ่มฝ่ายเดียวที่ไม่ได้พูดออกไป ก่อนจะยืนขึ้นอย่างมั่นคงดวงตาจริงจังยืนมือจับกุมนิ้วได้เพียง 3 นิ้วของชายหนุ่มก่อนร่างทั้งคู่จะหายไป โดยที่ไม่มีสิ่งใด ผู้ใด ณ พื้นที่แห่งนี้รู้ถึงการมีอยู่ทั้งสองอยู่ก่อนหน้าจะสนใจอันใดอีกเลย
"ตุ๊บ! มีเพียงกล่องวัตถุสีดำ ที่ร่วงหล่นทิ้งผิวเหลี่ยมกระแทกกับพื้นผิวเล็กน้อยแช่นิ่งอยู่ตรงนั้น พื้นที่กว้างขว้างแบนราบไม่ว่ามองไปทางใดก็ไกลสุดลูกหูลูกตามีเพียงพื้นผิวเรียบดินเท่านั้นที่ยังอยู่ มวลอากาศภายในเพรียบพร้อมมี ปรากฏสองร่างมนุษย์เบื้องบนฟ้าค่อยๆ ร่วงล่นลงมา บุรุษร่างเด็กน้อยที่ปรากฏก่อนหน้าจะเกิดอาการหวือหวา ขยับมือเท้าแกว่งไปมาอย่างรุนแรงอย่างลุกลนก่อนร่างที่กำลังจะตกถูกหยุดด้วยมือชายหนุ่มที่หยิบหลังชายเสื้อเด็กน้อยไว้
ก่อนจะลงมาเหยียบพื้นดินอย่างราบเรียบ "เริ่มกันเลยก็แล้วกัน ถือสะว่านี้เป็นของขวัญการพบกันของโชคชะตาของเราทั้งคู่ ข้าฝากม้วนกระดาษนั้นให้กับเจ้า หวังว่าเจ้าจะดูแลมันแทนข้านะเจ้าหนู หากมีผู้ใดในทวีปแห่งนี้สนใจมันหรือต้องการ เจ้าจะหยึบยืนให้แลกกับทรัพยากรที่เจ้าพึงปราถนาหรือไม่ก็สุดแต่เจ้า หากแต่เจ้าขวนขวายตามที่เจ้าบอกข้ามาก่อนหน้า สิ่งนี้อาจจะพอเป็นกำลังให้เจ้าได้ไม่มากก็น้อยล้วนแล้วก็ขึ้นอยู่กับความตั้ใจที่แท้จริงของเจ้าว่าจริงจักกับเรื่องพวกนี้มากน้อยเพียงใด"
เด็กน้อยที่งุนงงกับคำพูดของชายปริศนาตรงหน้า ก่อนจะหันซ้ายขวา "ที่นี้คือที่ไหนหรือขอรับ? ภายในหัวเด็กหนุ่มหมุนติ้วด้วยอาการมึนเมาอากาศ ภายในหัวคิดเรื่องอคติบางอย่างกับชายตรงหน้าขึ้นมาอย่างชั่วไม่ได้ "ม้วนกระดาษนั้นเป็นของท่าน ท่านจะยกให้กับคนที่พึ้งรู้จักกันเช่นข้าได้เช่นไร อีกอย่างท่านพาข้ามาที่ลับตาผู้คนมีเจตนาร้ายอันใดกับข้าหรือเปล่าขอรับ!
"สหายน้อยเจ้าเข้าใจข้าผิดไป ก็อย่างที่ข้าพูดไป "เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่" หากเจ้าไม่เชื่อใจข้าเจ้าจะกลับไปจุดที่เราอยู่ก็นับไม่สายเช่นกันที่แห่งนี้ปลอดผู้คนแน่นอน มันเป็นเสหมือนที่ผิวจำลองที่สร้างขึ้น ดีต่อชาวยุทธภพในการแลกเปลี่ยนวรยุทธและสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ด้วยที่ไม่มีบุคคลที่สามที่ไม่พึงปราถนาเข้ามาเกี่ยวข้อง"
"เช่นนั้นท่านต้องการให้ข้าทำอะไรหรือขอรับ? เด็กหนุ่มยืนถามอย่างงุนงง ในขณะเดียวกันชายหนุ่มนำผลึกใสขึ้นมาบรรจุม้วนกระดาษดังกล่าวใส่เข้าไปและเพิ่มของบางสิ่งอีกเล็กน้อยเช่นกัน "ข้ารู้สึกถูกชะตาของเจ้า สัญชาตญาณของข้าบ่งบอกว่าเจ้าและข้าต่างเป็นคนที่มีอุดมการณ์ที่คล้ายคลึงกัน และข้าก็เชื่อสิ่งนั้นมันทำให้ข้าได้พบสหายน้อยผู้แปลกใหม่ และนี้ก็ถือสะว่าข้าช่วยเร่งความปราถนาของเจ้า แต่ก็ขอถามความสมัครใจเจ้าอีกครั้ง เจ้านะพร้อมที่จะเสี่ยงไหม สิ่งนี้อาจจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเจ้าก็ได้ ข้าไม่อาจรับประกัน..อย่าพึ่งตัดสินใจ เรื่องที่ข้าพูดนั้นหมายถึงชีวิตที่อาจต้องเสียไปจริงๆนะคิดให้ดีเจ้าหนู"
เด็กน้อยที่ยืนฟังคำเตือนชายหนุ่มปริศนา ทว่าหลังสิ้นคำพูดชายหนุ่มเด็กหนุ่มก็พูดโพร่งขึ้นทันที "ตัวข้ามีสหายต่างแดนเช่นท่านที่ไม่ถือตัวยอมรับข้อบกพร่องและเปิดใจสนทนากับข้าหากปฏิเสธ คำเชิญมิตรสหายไม่เท่ากับหักหน้าหรือ ในเมื่อท่านมองข้าเป็นสหายของท่านข้าก็ต้องมองท่าในรูปแบบเดียวกัน นับจากนี้ ข้าขอนับท่านเป็นสหายคนนึงที่ข้าไว้ใจและไม่กลัวต่อคำพูดที่พึ้งพูดออกไปของข้า ลูกผู้ชายอกสามศอกเกิดมาต้องยอมรับความจริง อยู่กับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ขอตายเสียดีกว่าหากต้องทรยศแม้แต่ ตัวเอง!
"หนักแน่นดีเจ้าหนู ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ ถ้าเช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ! ว่าแล้วชายหนุ่มก็พุ้งนิ้วเข้าหา ก่อนจะปรากฏจุดเปลวเพลิงที่นิ้วนั้นกลั่นตัวเป็นใบยันต์ สีส้มนวลที่เข้มข้นที่มีการเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา จุดสามจุด บนหน้าผากชายหนุ่มด้าน ขวาเปร่งสีส้มหมุนขับขานพลังบางอย่างดั่งเตาหลอมที่ถูกติดตังเปลวไฟให้ลุกโชติช่วงภายใน ใบยันต์ที่แผดเผาทั้งใบ พุ้งติดแปะไว้ที่กวางอกเด็กหนุ่มที่มองตามมาอย่างสงสัย ภายในใจเพรียบพร้อมตั้งมั่นและเชื่อใจต่อบุรุษเบื้องหน้า..ก่อนชายหนุ่มที่ยิ้มอยู่นั้นจะพูดเบาๆ "ปลดผลึก"