หลงหนักเข้าไปอีก ธีโอดอร์ในตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขาโชคดีที่มาที่นี่ก่อนเวลานัดจริง ถ้าเขาไม่ได้มาก่อนเวลาละก็ เขาคงไม่ได้มีเวลามาหลงแบบนี้แน่ๆ
“ทำไมถึงได้มีทางเดินลับใต้ดินอยู่ในเขตพื้นที่บ้านของยูริด้วย”
ธีโอดอร์กลืนน้ำลาย เขามองไปยังทางเดินที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เขาไม่คิดว่าที่ทางเดินใต้ดินนั้นจะกว้างและยาวขนาดนี้ เขาไม่รู้ว่าไอทางเดินนี้มันมีไว้ทำอะไร ธีโอดอร์ในตอนนี้รู้สึกเหนื่อย เขาค่อยๆหยุดใช้สกิลอำพรางของเขาก่อนที่จะนั่งลงไปที่พื้น
เขาได้แต่มานั่งคิดว่าเขาทำอะไรผิดตรงไหน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าเขาเดินวนไปมา และไม่ไปถึงเป้าหมายที่เขาต้องการเสียที
“ที่นี่มันมีอะไรแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราพยายามเดินไปอีกที่หนึ่ง แต่เรากลับมาโผล่อีกที่หนึ่ง มันยังไงของมันกัน”
ธีโอดอร์รู้สึกไม่ค่อยดีเลยตอนนี้ เหมือนกับมีอะไรบางอย่างกั้นกลางระหว่างเขาและยูริ
“มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ”
ธีโอดอร์เขียนข้อความไปหายูริเพื่อที่จะถามว่าที่บ้านของเธอมีเหตุการณ์อะไรผิดปกติเกิดขึ้นมาก่อนหรือเปล่า
เขาที่ส่งข้อความไปหายูริกลับไม่ได้รับการตอบกลับ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ธีโอดอร์ในตอนนี้ไม่รู้ว่ายูริกำลังเผชิญอยู่กับอะไร ทำไมเธอถึงไม่สามารถตอบข้อความของเขาได้
ยูริที่ไม่สามารถส่งข้อความตอบกลับไปหาธีโอดอร์ได้เป็นเพราะว่าเธอในตอนนี้ยืนอยู่ต่อหน้าใครบางคนที่เธอกลัวมาตลอดทั้งชีวิตของเธอ คนนั้นๆก็คือแม่ของเธอนั่นเอง
แม่ของยูรินั้นเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าที่งดงามเป็นอย่างมาก เธอมีผมสีเทาเข้ม ต่างจากยูริที่มีผมสีเทาอ่อน แม่ของยูรินั้นเป็นชาวรัสเซียเต็มตัว เธอมองไปที่ยูริด้วยสายตาที่เยือกเย็นและแหลมคม
“เจ้าหนูนั่นเป็นใคร”
เซลีนมองไปที่ลูกสาวของเธอพร้อมกับเปิดภาพกล้องวงจรปิดของชายหนุ่มที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ยูริในตอนนี้มองไปที่ชายหนุ่มในกล้องวงจรปิดด้วยสีหน้าที่ซีดขาว
เธอมองไปที่แม่ของเธอสายตาของเธอนั้นเย็นชาเป็นอย่างมาก สายตานี้นั่นแหละที่ทำให้ยูริหวาดกลัวพ่อและแม่ของเธอเป็นที่สุด
“ตอบมายูริ เจ้าหนูนี่เป็นใคร ถ้าไม่ตอบละก็ รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ยูริกัดฟัน ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เธอไม่เคยที่จะขัดขืนคำสั่งเลย ทำไมแม่ของเธอถึงไม่ทำดีกับเธอบ้าง ยูริในตอนนี้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน เธอตัดสินใจที่จะมองไปที่หน้าของเซลีนแม่ของเธอ ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว อะไรเธอยอมได้ แต่ถ้าแม่ของเธอคิดจะทำอะไรธีโอดอร์ละก็ เธอไม่มีวันยอมแน่ๆ
“เขาเป็นคนรักของยูริ ยูริไม่ยอมให้แม่ทำอะไรเขา!”
ยูริพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ เธอจะไม่ยอมให้แม่ของเธอทำอะไรเขา เซลีนมองไปที่ยูริด้วยสีหน้าที่แปลกใจ เธอไม่เคยเห็นยูริเป็นแบบนี้มาก่อน เธอแทนที่จะโกรธกลับหัวเราะออกมา
ยูริที่คิดว่าเธอจะต้องถูกแม่ของเธอทำโทษที่ขึ้นเสียงใส่ แต่กลับกันมันไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เซลีนแค่หัวเราะก่อนที่จะส่ายหัวและพูดขึ้น
“วันหลังจะพาแฟนมาบ้าน บอกให้เข้าทางประตูหน้า ไม่รู้กาลเทศะเลยเด็กสมัยนี้”
เซลีนพูดเสร็จก็เดินจากไป ยูริกระพริบตาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอมองไปที่ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าธีโอดอร์ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เธอได้แต่ถอนหายใจโล่งอกออกมา
“เกือบไปแล้ว”
เธอนั่งลงไปบนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น เธอนึกกลับไปเมื่อกี้นี้เธอสัมผัสอะไรบางอย่างได้ มันรางๆ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอสามารถที่จะทำอะไรทุกอย่างได้ยังไงยังงั้น เธอไม่รู้ตัวแต่ทว่าก่อนหน้านี้อากาศรอบๆตัวของเธอบิดเบือนไป หากเซลีนไม่ถอยออกมาก่อนละก็ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เป็นได้
เซลีนที่เดินออกมาจากในห้องนั่งเล่นแล้ว เธอได้แต่ยิ้มออกมา สีหน้าของเธอจากที่เย็นชาเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่อ่อนโยน
“เซลีน”
เซลีนได้ยินเสียงของผู้ชายคนหนึ่งเรียกชื่อของเธอ เธอหันไปหาคนที่เรียกของเธอ พบว่าเขาคือสามีของเธอ บอร์ตัน
บอร์ตันในตอนนี้อยู่ในชุดสูทที่มีเสื้อทับในเป็นเกราะกันกระสุน เขาเพิ่งจะกลับมาจากการทำงานข้างนอก เขามองไปที่เซลีนด้วยความสงสัย
“บอร์ตัน พลังของยูริตื่นขึ้นมาแล้ว”
บอร์ตันได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเขาก็เปิดกว้างออกก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ในที่สุด ในที่สุดฉันก็จะได้หยุดทำตัวเป็นพ่อที่ไม่ดีเสียที ในที่สุด”
บอร์ตันแทบจะน้ำตาซึม ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้อยากเป็นพ่อที่ไม่ดี แต่ว่ามีอะไรบางอย่างบังคับให้เขาต้องทำแบบนั้น เซลีนมองไปที่บอร์ตัน เธอถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น
“บอร์ตัน พลังของลูกไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพราะพวกเรา แต่เป็นเพราะ...”
บอร์ตนมองไปที่เซลีน เธอนั้นไม่เคยที่จะลังเลที่จะพูดอะไรออกมาเลย แต่ตอนนี้เธอกลับลังเล
“เพราะว่าอะไรที่รัก”
“เพราะแฟนหนุ่มของเธอ”
“แฟนหนุ่ม…”
บอร์ตันยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาพยายามครุ่นคิดถึงคำๆนี้ และเมื่อเขาคิดออกออร่าของเขาค่อยๆไหลออกมา ออร่าของเขามีสีเขียวเข้ม เขาคือผู้ใช้ออร่าที่แข็งแกร่ง จิตสังหารของเขาพวยพุ่งออกมา
“เจ้านั่นมันอยู่ที่ไหน”
เซลีนได้แต่ส่ายหัว เห็นแบบนี้แต่บอร์ตันหวงลูกสาวมาก เธอคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา เธอต้องการจะทดสอบอะไรบางอย่าง