กรุงเทพฯ กลางเดือนเมษายน ความร้อนระอุกลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดระเบิดบรรยากาศของงานอีเว้นต์สงกรานต์กลางเมืองที่คนหนุ่มสาวนับพันแห่กันมาเล่นน้ำ เต้นรำ ปะแป้ง และปลดปล่อยทุกอย่างใต้แสงไฟแฟลชจากบูธดีเจ และสายน้ำจากรอบๆ ทิศทางที่สาดลงมาเป็นละอองจนเปียกชุ่ม
เสียงเบสจากลำโพงกระแทกอกดัง ตุ้ม ตุ้ม จนพื้นสะเทือน กลุ่มผู้คนหน้าเวทีในชุดที่เปียกชุ่มเริ่มเคลื่อนไหวเต้นไปตามจังหวะเพลงมันๆ แขนขาโอบกันลูบไล้ กลิ่นเหล้าแรงกล้าเจือกลิ่นเหงื่อและน้ำหอมผสมกัน
ลลิน หญิงสาวในเสื้อกล้ามขาวบางๆ ที่เปียกจนแนบผิวมองเห็นบิกินี่สีแดงสดที่เธอใสเอาไว้ภายในอย่างชัดเจน เสื้อที่แนบผิวเผยสัดส่วนที่สะกดทุกสายตา
เธอหัวเราะพลางปะแป้งแก้มหนุ่มๆ ที่เดินผ่านไปมาที่หน้าเวทีแห่งนี้ จนกระทั่ง…สายตาของเธอสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อย
คีแรน ชาวต่างชาติผิวแทน ดวงตาสีเข้มเฉียบคม เสื้อยืดสีขาวของเขาเปียกแนบอกจนเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เขายืนอยู่ตรงบูธดีเจ มองเธอข้ามฝูงชนด้วยสายตาเหมือนนักล่า
ลลินบอกกับกลุ่มเพื่อนที่เหลืออยู่อีกสองคนให้แยกย้ายไปเวทีอื่นๆ ก่อนก็ได้เพราะเธอจะเต๊าะผู้ชายดั้งนั้นพวกเธอก็เลยแยกย้ายกันไปออกล่าหนุ่มตามสเปคของตัวเอง
ร่างบางขยับสะโพกโยกย้ายเอวหวานๆ เข้าไปใกล้ๆ เขาท่ามกลางฝูงชนที่เริ่มเต้นแรงขึ้นตามจังหวะ EDM เธอยกมือปะแป้งเขาเบา ๆ ที่แก้ม แล้วหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
“Welcome to Thailand… เรามาเล่นน้ำด้วยกันไหม?” ฉันพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วด้วยเพราะเรียกเอกภาษามานั่นเอง
“ผมเป็นลูกครึ่งพูดไทยได้ครับ ว่าแต่เพื่อนๆ ของคุณไปไหนหมดแล้วล่ะ” เขายิ้ม ยกปีนฉีดน้ำใส่ของฉันจนเปียกไปทั้งหน้าอก
“ฉันลลินค่ะ ปืนฉีดน้ำของฉันพังไปแล้วตั้งแต่ตอนบ่ายตอนนี้ก็เลยเหลือแค่แป้ง เพราะงั้นฉันจะทาแป้งให้คุณแทนแล้วกัน”
“ผมคีแรนครับผมไม่มีแป้ง เพราะงั้นขอแป้งของคุณหน่อยผมก็อยากปะแป้งคุณบ้างเหมือนกัน” เขาเอามือมาจกแป้งในขันขึ้นมาก่อนจะเอามันป้ายลงที่แก้มของฉัน
“เบียร์หน่อยไหมค่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองพอดีเพื่อนฉันเป็นพนักงานอยู่ที่นี่ อยากจะเพิ่มยอดให้เพื่อนน่ะ” ฉันบอกเขาก่อนจะชี้ไปที่เพื่อนสาวที่กำลังขายเบียร์กระป๋องพร้อมกับเล่นน้ำไปด้วยในตัว
โดยไม่รอคำตอบฉันก็เดินไปหาเพื่อนสาวหยิบเบียร์มาสองกระป๋องแล้วแสนกจ่ายเงินอย่างรวดเร็วก่อนเดินกลับไปหาคีแรนชายหนุ่มที่ฉันหมายตา
“ขอบคุณครับ”
หลังจากที่แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายทั้งสองคนก็เต้นรำท่ามกลางเสียงเพลงมันส์ ลลินส่ายสะโพกบดเบียดร่างสูงของคีแรนอย่างท้าทาย มือเรียวไล้ไปตามแผ่นอกเขา ส่วนคีแรนก็โอบเอวเธอแน่นดึงเข้าหาตัว
ไม่มีใครถือสาใครเพราะยิ่งหัวค่ำคนยิ่งเยอะ พอคนเยอะๆ ก็ยิ่งเบียดเสียดกันแทบจะสิงกันอยู่แล้ว
แต่ถึงจะเบียดเสียดแค่ไหนก็ยังคงสนุก และยิ่งเร้าใจมากขึ้น
กลิ่นแอลกอฮอล์ในลมหายใจผสมกับเสียงเพลงดังระรัว เสียงหัวเราะดังแข่งกับเสียงน้ำสาด ร่างของพวกเขาแนบกันจนไม่มีช่องว่าง ระหว่างเธอกับเขามีเพียงเสื้อผ้าเปียกที่แทบไม่ช่วยปิดบังอะไรกลั้นอยู่เท่านั้น
“คุณเต้นเก่งแถมยังแข็งแรงมากๆ อีกนะคะ ดูสิกล้ามเป็นมัดๆ เลย ฉันอิจฉาจัง” ลลินกระซิบข้างหูเขา พลางบดร่างเข้ากับเขายิ่งกว่าเดิม
“ผมจะเต้นกับคุณทั้งคืนเองลลิน”
มือเขาเลื่อนลงต่ำ โอบสะโพกเธอไว้แน่นขณะจังหวะเพลงเร่งขึ้นอีกระดับ ร่างของทั้งคู่ขยับตามจังหวะรุนแรงขึ้น ความใกล้ชิดเกินขอบเขตของการเต้นตามปกติ กลายเป็นการยั่วยวนที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาของทั้งสองคน
ลลินหันหลังให้เขาแล้วโยกสะโพกเข้าหา เขาจับเอวเธอไว้แน่น บดตัวเข้าหาเธอจากด้านหลังโดยไม่ปิดบังความต้องการ
ยิ่งดึก…ยิ่งเปียก
ยิ่งเมา…ยิ่งเต้น
ยิ่งเต้น…ก็ยิ่งนัว
และในจังหวะที่เพลงเงียบไปเพียงชั่วครู่เพื่อเปลี่ยนเพลงใหม่ สองสายตาก็สบกันอีกครั้ง ราวกับรู้ว่าคืนนี้จะไม่จบลงแค่ตรงนี้
“ฉันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แข็งๆ มันจิ้มเอวของฉันหลายครั้งแล้ว อยากรู้จังว่าคืออะไร” เธอกระซิบ ขณะเลื่อนมือไล้ต่ำผ่านหน้าท้องเขาไปยังจุดหมายที่มันจิ้มเอวของเธออยู่
“ถ้าคุณกล้าพอจะลองดูมันไหมล่ะครับ” เขาตอบเสียงพร่า พร้อมยิ้มอย่างยั่วยวนเธอมากขึ้นกว่าเดิม