“นกฮูก!!!!!!... นกฮูกทางนี้.....”
เสียงร้องะโเรียกหญิงสาวสวยหวาน ใบหน้ารูปไข่ รูปร่างเพรียวบาง สูงร้อยหกสิบเิเ ตามมาตรฐานหญิงไทย ที่มีนามว่า ‘พรกรัณย์ วิราศสาขา’ ที่กำลังเข็นรถเข็นเดินออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้า มายังจุดนัดพบ
ั้แ่เรียนจบมหาวิทยาลัย พรกรัณย์และเพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยได้พบเจอกันเลย เพราะต่างพากันแยกย้ายไปทำงาน ซึ่งบางคนทำงานอยู่ในกรุงเทพ บางคนทำงานอยู่ต่างจังหวัด บางคนไปทำงานที่ต่างประเทศก็มี หรือบางคนไม่ได้ทำงานก็มีเหมือนกัน ก็เป็ไปตามแต่วิถีชีวิตของใครของมัน
“ทางนี้นกฮูก!!!!......”
เสียงชาลิสา พรหมวิหาร หรือ น้ำชา ะโเรียกชื่อพรกรัณย์อีกครั้ง ทำให้พรกรัณย์หันไปมอง แล้วคลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ที่ได้เจอเพื่อนสนิทอีกครั้ง หากจำไม่ผิด เธอไม่ได้เจอชาลิสามานาน น่าจะเกือบๆ สองปีได้แล้วมั้ง
และที่มาที่นี่ในวันนี้ ก็เพราะพรกรัณย์ลาหยุดพักผ่อนประจำปีสามวัน บวกกับวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกสองวัน รวมแล้วเป็เวลาห้าวัน เธอจึงถือโอกาสนี้มาเที่ยวพักผ่อน ก็พอดีกับพี่ชายของชาลิสามาเปิดโรงแรมใหม่ที่นี่ โดยชาลิสามาคอยดูงานที่นี่ ชาลิสาจึงชวนให้พรกรัณย์มาพักที่โรงแรม โดยไม่คิดค่าโรงแรมแต่อย่างใด
“หวัดดีจ๊ะน้ำชา ฉันคิดถึงเธอจังเลย”
“อย่าว่าแต่เธอคิดถึงเลย ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกันย่ะ”
เมื่อพรกรัณย์เข็นรถเข็นเข้ามาใกล้ชาลิสา เธอโผเข้าไปสวมกอดชาลิสาด้วยความคิดถึง ที่ไม่ได้เจอกันนาน ส่วนชาลิสาก็สวมกอดพรกรัณย์เอาไว้แน่เช่นกัน อย่างคิดถึงพรกรัณย์ไม่แพ้ไปกว่ากันเลย
“พี่กฤต!!!!!!......”
เมื่อสองสาวผละถอยห่างออกจากกัน ดวงตากลมโตคู่สวยของพรกรัณย์ไปสะดุดอยู่ที่ ชายหนุ่มตัวโตที่ดูอกผายไหล่พึ่ง ที่สวมใส่ชุดสูทเรียบหรูสง่างาม กำลังเดินลงเท้าอย่างมั่นคง และมั่นใจ ตรงเข้ามาใกล้
“สวัสดีค่ะพี่กฤต”
ดวงตากลมโตคู่สวยมองใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาไหวระริก ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ แล้วยกมือเรียวเล็กขึ้นไหว้ทักทาย ชายหนุ่มตัวโตผู้มีอายุอานามห่างจากเธอเกือบๆ หกปีได้ ซึ่งในตอนนี้ พรกรัณย์อายุยี่สิบหกปีแล้ว ชาลิสาเองก็เช่นกัน ดังนั้นชายหนุ่มตัวโตผู้นี้จึงมีอายุสามสิบสองปีแล้วสินะ
“สวัสดีนกฮูก สบายดีนะ?”
“สบายดีค่ะ”
พลกฤต พรหมวิหาร ยกมือใหญ่ขึ้นรับไหว้ พร้อมกับกล่าวทักทาย ด้วยใบหน้าและท่าทีที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือรู้สึกใดๆ ออกมาให้เห็นแต่อย่างใด จึงไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรหรือรู้สึกยังไงอยู่กันแน่ เพราะใบหน้าเขานิ่งเรียบเฉยมาก
“เดี๋ยวเราไปที่รถกันเลยแล้วกันนะ”
พลกฤตมองหญิงสาวทั้งสอง แล้วบอกกล่าวให้เดินกันไปที่ลานจอดรถ เพื่อจะได้ขึ้นรถและเดินทางไปยังโรงแรมกันสักที พอเขาพูดจบก็หันไปพยักหน้าให้คนขับรถ ให้ไปเข็นรถเข็นให้พรกรัณย์ คนขับรถจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ พรกรัณย์ เอ่ยขออนุญาต แล้วค่อยยื่นมือไปจับรถเข็นดังกล่าว เข็นนำคนทั้งสามไป
“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเที่ยวที่นี่ ให้หมดทุกที่เลยนกฮูก”
ชาลิสาคล้องแขนพรกรัณย์เดินไป ก็ชวนคุยกันไป พร้อมกันนั้นก็ทำสายตาเปล่งประกาย เพราะมีเพื่อนไปเที่ยว ชาลิสามาอยู่ที่นี่ ก็เอาแต่ทำงาน ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนหรอก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ไปเลยซะทีเดียว ก็ได้ไปบ้างตอนวันหยุด
“ทีพูดเื่เที่ยวนี่ไวเลยนะเรา”
พลกฤตยกมือใหญ่ขึ้นจับศีรษะของชาลิสา โยกไปมาเบาๆ ปากก็เหน็บอย่างไม่จริงจังนัก ที่เห็นน้องสาวสุดที่รักกระดี๊กระด๊าที่จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อน
“แหม! พี่กฤตก็ ผมน้องเสียทรงหมดแล้วเนี้ย... ก็เพื่อนน้องมาเที่ยวที่นี่ทั้งที และก็ได้มาเจอกันที ก็ให้น้องเที่ยวบ้างอะไรบ้าง และพี่ก็ห้ามมาบ่นมาว่าน้องเลยนะ เพราะน้องขอพี่ไว้ก่อนแล้วอ่ะ”
ชาลิสาหันไปส่งค้อนให้พี่ชายสุดที่รักของตัวเอง พร้อมกับต่อว่าเขาไปด้วย พรกรัณย์เห็นสองพี่น้องเป็กันอย่างนี้ ซึ่งก็ยังเหมือนเดิมของสองพี่น้องคู่นี้ เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก และก็ไม่วายที่จะเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของพลกฤต ที่เขายังคงดูดีเหมือนเดิม เผลอๆ จะดูดีดูภูมิฐานขึ้นมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป
๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙
สวัสดีค่ะ รีดทุกๆ ท่าน ไรท์ลงเื่ใหม่อีกเื่แล้วค่าาาาาาา... ถ้ายังไงก็ขอฝากเื่ คนนอกสายตา ที่แอบรักเธอ... อีกเื่ด้วยนะคะ ไรท์ขอบคุณรีดทุกๆ ท่านที่ติดตามอ่านมาโดยตลอดนะคะ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^