ณ ตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง
“เหวยเซียง!มีคนอยากพบเ้า เขาอยู่ที่อุทยาน เห็นบอกว่ามาจากหมู่บ้านลู่ผิง”นางกำนัลกล่าว
“ขอบใจมากข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เหวยเซียงเดินออกไปที่อุทยาน นางก็พบกับเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน
ณ อุทยาน
“เ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะฮั่นเชียง” เหวยเซียงใไม่คิดว่าชายผู้นี้จะมา
“เ้าทำใจดีๆไว้นะ”ฮั่นเชียงมีสีหน้าจริงจัง
“หมายความว่ายังไง”เหวยเซียงเริ่มใจคอไม่ดี
“ท่านพ่อของเ้า เอ่อท่านตกเขาตอนไปเก็บสมุนไพร ท่าน เอ่อ ท่านเสียชีวิตแล้ว” ฮั่นเชียงจำใจต้องพูด
“เ้าว่าไงนะ ไม่จริงเป็ไปไม่ได้ ฮือ ฮือ ท่านพ่อ ท่านพ่อ”เหวยเซียงคุกเข่าปิดตาปล่อยโฮร้องไห้
ฮั่นเชียงคุกเข่ากอดปลอบ “ข้าเสียใจด้วยจริงๆ”
“ข้าไม่เหลือใครแล้วจริงๆฮือ ฮือ ท่านพ่ออย่าทิ้งข้าไป”
“เ้ายังมีข้าเป็เพื่อนไง”ฮั่นเชียงแตะไหล่ปลอบเพื่อน
สักพักเหวยเซียงก็สลบไปเพราะช็อคกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
ฮั่นเชียงรีบอุ้มพาตัวหญิงสาวไปที่ห้องของนางในตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง
“มันเกิดอะไรขึ้นเ้าเป็ใคร และเหวยเซียงเป็อะไร” องค์หญิงทรงตกพระทัย
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะกระหม่อมเป็เพื่อนของเหวยเซียงกระหม่อมมาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของบิดาของนางพะย่ะค่ะ” ฮั่นเชียงกล่าวในขณะที่ยังอุ้มหญิงสาวอยู่
“ห้องนางอยู่ที่นั่น เราจะส่งคนไปเรียกหมอหลวงมาเมื่อเ้าวางนางลงแล้ว เ้าไปรอข้างนอก มันไม่เหมาะที่คนนอกจะอยู่ที่นี่” องค์หญิงตรัส
“พะย่ะค่ะ”
ฮั่นเชียงมองดูเพื่อนสาวที่นอนสลบไสลไม่ได้สติด้วยความเป็ห่วงก่อนที่จะไปรอที่สวนอุทยาน
องค์หญิงเซียงเซียงทรงรู้สึกเห็นใจเลยนั่งจับมือนางกำนัลคนสนิทอยู่ข้างๆพร้อมกับช่วยเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย ทรงพึมพำว่า “เข้มแข็งนะ เหวยเซียง เ้ายังมีเรานะ”
ตกเย็นเหวยเซียงฟื้นขึ้นมา นางพยายามกลั้นความเสียใจไว้ นางตั้งสติได้จึงทูลขอองค์หญิงเพื่อเดินทางกลับไปที่เมืองลู่ผิง ซึ่งเป็บ้านเกิดของนาง
“เราอนุญาตให้เ้าไปได้แต่เ้าต้องกลับมาให้ทันก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปแคว้นฝางนะ ไม่เช่นนั้นเ้าจะโดนลงอาญาฐานละทิ้งหน้าที่”องค์หญิงตรัส
“ขอบพระทัยเพคะหม่อมฉันจะรีบกลับมาเพคะ” เหวยเซียงกล่าวคำมั่น
หลังจากนั้นเหวยเซียงก็เดินทางกลับเมืองลู่ผิงพร้อมกับฮั่นเชียงเพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
********************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
“เ้าเป็ใครงั้นหรือ”เอิ่นลั่วแปลกใจที่เห็นนางกำนัลแปลกหน้า
“ข้าเป็นางกำนัลประจำตำหนักองค์หญิงเซียงเซียงตอนนี้เหวยเซียงต้องกลับบ้านเกิด เนื่องจากบิดาเสียชีวิตองค์หญิงทรงส่งข้ามาดูแลท่านแทนนาง”
“ที่นี่ก็มีคนดูแลข้าอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องลำบากเ้าก็ได้” เอิ่นลั่วรู้สึกเกรงใจ
“แต่มันเป็รับสั่งขององค์หญิงข้าขัดไม่ได้หรอก”
“งั้นก็ได้ตอนนี้ข้ามีอาการดีขึ้นมากแล้ว ได้ยาสมุนไพรที่เหวยเซียงจัดไว้ให้” เอิ่นลั่วกล่าว
“งั้นข้าจะไปนำข้าวต้มร้อนๆมาให้นะ”
“ขอบใจมาก” เอิ่นลั่วต้องยอมรับความหวังดีขององค์หญิงอย่างงงๆ
นางกำนัลที่องค์หญิงทรงส่งมาคอยดูแลเอิ่นลั่วอยู่ไม่ห่างเอิ่นลั่วนั้นรู้สึกซึ้งใจมาก จนกระทั่งสามวันผ่านไปองค์หญิงเซียงเซียงก็เสด็จมาเยี่ยม
“เป็อย่างไรบ้างเอิ่นลั่วยังเจ็บแผลอยู่มั้ย” องค์หญิงทรงห่วง
“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเป็ห่วงหม่อมฉันดีขึ้นมากแล้ว ได้นางกำนัลที่องค์หญิงทรงส่งมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นนี้หม่อมฉันยิ่งหายวันหายคืนเพคะ” เอิ่นลั่วรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นางกำนัลอะไรกันเราไม่เคยส่งใครมาดูแลเ้าเลยนะเอิ่นลั่ว” องค์หญิงทรงแปลกพระทัย
“ทรงหมายความว่ายังไงเพคะก็ิจู่บอกหม่อมฉันเช่นนั้นนี่เพคะ” เอิ่นลั่วงง
“เ้าคงฟังผิดกระมังหรือไม่เ้าก็พาตัวนางมาสิ” องค์หญิงทรง้าพบหน้า
“นางกำลังไปเบิกยาให้หม่อมฉันที่สำนักหมอหลวงเพคะ”เอิ่นลั่วกล่าว
“เอาเถอะเ้าค่อยชำระความเองก็แล้วกัน เรามาเยี่ยมเ้าได้ไม่นานนักเราต้องไปอบรมมารยาทที่ตำหนักไทเฮาแล้ว หายไวๆนะ ไม่มีเวลาแล้ว งั้นเราขอตัวก่อน” องค์หญิงทรงรีบเสด็จไปตำหนักไทเฮา
“เพคะ”
เอิ่นลั่วรู้สึกสงสัยว่าหญิงผู้นั้นแท้จริงแล้วนางเป็ใครกันแน่ เหตุใดนางต้องโกหกเช่นนั้นด้วย
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามิจู่กลับมาพร้อมกับห่อยามากมาย
“ข้ากลับมาแล้วข้าจะไปต้มยาให้ทานนะ” ิจู่กล่าว
“ไม่ต้องแล้วิจู่มานี่เถิด ข้ามีเื่จะพูดกับเ้า”เอิ่นลั่วแสดงสีหน้าจริงจัง
ิจู่นั่งร่วมโต๊ะกับเอิ่นลั่วเพื่อรอฟัง
“เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ”ิจู่สงสัย
“เ้าเป็ใครกันแน่เ้าไม่ใช่นางกำนัลประจำตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง” เอิ่นลั่วถามอย่างเอาเื่แม้จะซาบซึ้งใจที่นางดูแลตนเป็อย่างดีก็ตาม
“ข้า เอ่อ ข้าบอกไม่ได้”ิจู่กล่าว
“เอาล่ะที่ผ่านมาข้าขอบคุณเ้ามากที่ยอมมาดูแลข้า ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้ว เ้ากลับไปเถิด”เอิ่นลั่วไม่อยากบีบบังคับ เพราะมันต้องเป็คำสั่งของเชื้อพระวงศ์สักคน
“ข้าไปไม่ได้” ิจู่กล่าว
“ทำไมล่ะมันเป็คำสั่งของใคร” เอิ่นลั่วรีบคาดคั้น
“ของเราเอง”
“องค์รัชทายาท!” เอิ่นลั่วใที่เห็นองค์รัชทายาทเสด็จมาถึงที่นี่
“เ้ากลับไปได้แล้วิจู่ขอบใจมากที่มาดูแลเอิ่นลั่ว” องค์รัชทายาทตรัสสั่งิจู่
“เพคะงั้นหม่อมฉันจะรีบกลับตำหนักเดี๋ยวนี้” ิจู่รับคำ
“พระองค์ทรง้าอะไรเพคะ”เอิ่นลั่วอยากรู้มาก จนลืมทำความเคารพ
“หัวใจของเ้าไงเอิ่นลั่ว” องค์รัชทายาทตรัส
“เลิกปั่นหัวหม่อมฉันเล่นสักทีเถิดมันไม่มีประโยชน์หรอกเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“เราไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกเ้าเป็คนของเราและจะต้องเป็ตลอดไป” องค์รัชทายาททรงไม่ยอมแพ้
“หม่อมฉัน้าพักผ่อนเพคะ”เอิ่นลั่วไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจึงกล่าวตัดบท
“ไม่อยากรู้หรือว่าใครเป็คนลอบปลงพระชนม์องค์ชายน้อย”องค์รัชทายาททรงเปลี่ยนเื่
“ใครหรือเพคะ” เอิ่นลั่วอยากรู้จริงๆ
“มีดสั้นนั่นเป็อาวุธของเผ่าเจียงหนาน”องค์รัชทายาทตรัส
“เผ่าเจียงหนาน!” เอิ่นลั่วใ
“ทำไมรู้จักอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงแปลกพระทัย
“องค์ชายรองทรงมีเื่บาดหมางกับเผ่านี้เพคะแสดงว่าพวกมัน้าปลุกปั่นให้พระสนมเอกเห็นองค์ชายรองเป็ศัตรู” เอิ่นลั่วคาดการณ์
“ก็ไม่แน่หรอกอาจไม่ใช่องค์ชายรองแต่เป็เรา”องค์รัชทายาทเองก็มีเื่ขัดแย้งกับเผ่านี้เหมือนกัน
“พวกเขามีความแค้นต่อพระองค์หรือเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“ใช่!” องค์รัชทายาททรงพยักพระพักตร์ และตรัสว่า “ต้องจับกุมตัวมาสารภาพให้จงได้ไม่เช่นนั้นพระสนมเอกอาจทรงเข้าพระทัยผิด”
“แต่พวกมันอาจไม่สารภาพไม่เพียงเท่านั้นอาจใส่ร้ายพระองค์ก็เป็ได้นะเพคะ” เอิ่นลั่วคาดการณ์
“ที่แท้เ้าก็เป็ห่วงเรา”องค์รัชทายาททรงยิ้ม
“เปล่าเสียหน่อยหม่อมฉันเป็ห่วงองค์ชายรองมากกว่าเพคะ” เอิ่นลั่วรีบหันหน้าหนี
“เราจะคอยดูว่าเ้าจะปากแข็งได้นานแค่ไหน” องค์รัชทายาทตรัส
“ทรงจะทำอะไรเพคะ”เอิ่นลั่วใที่อยู่ดีๆองค์รัชทายาทก็ทรงยื่นพระพักตร์เข้ามาใกล้
“จงจำไว้เ้าเป็ของเรา” องค์รัชทายาทตรัสจบก็เสด็จกลับตำหนักทันที
เอิ่นลั่วมีอาการหน้าแดง แต่นางก็ข่มใจของตัวเองไว้และกล่าวว่า“หม่อมฉันไม่มีวันโง่ให้พระองค์หลอกได้อีกหรอกเพคะ”
********************************
ณ หมู่บ้านลู่ผิง
เหวยเซียงคุกเข่าต่อหน้าป้ายศพ “ลูกขอโทษที่ไม่ได้ดูแลท่านพ่อ อภัยให้ลูกด้วยนะเ้าคะ ต่อไปลูกจะอยู่อย่างเข้มแข็งขอให้ดวงิญญาท่านพ่อไปสู่สุคติเถิดนะเ้าคะ”
“เหวยเซียง!”
“เสี่ยวเหนียง! เ้ามาเคารพศพท่านพ่อของข้างั้นหรือ” เหวยเซียงใที่เห็นเพื่อนเก่า
“เื่นั้นข้าเสียใจด้วยจริงๆแต่ข้ามีเื่จะแจ้งให้เ้าทราบ” เสี่ยวเหนียงกล่าว
“เื่อะไรงั้นหรือ”เหวยเซียงกลัวว่าจะมีเื่แย่ไปกว่านี้อีก
“ข้ากับฮั่นเชียงจะแต่งงานกันในวันพรุ่งนี้”เสี่ยวเหนียงจำใจบอก
“อะไรนะพวกเ้าจะแต่งงานกัน แล้วเหตุใดฮั่นเชียงถึงไม่บอกข้าล่ะ” เหวยเซียงใ
“เขาคงเห็นใจเ้าเ้ากำลังยุ่งกับงานศพอยู่นี่” เสี่ยวเหนียงคาดการณ์
“จริงสิ ข้าต้องไว้ทุกข์ให้ท่านพ่อข้าคงไปไม่ได้” เหวยเซียงคิดว่าไม่เหมาะ
“เพราะเ้าทำใจไม่ได้ที่คนที่เ้าแอบหลงรักแต่งงานกับหญิงอื่นมากกว่ามั้ง” เสี่ยวเหนียงกล่าวอย่างเอาเื่
เหวยเซียงเม้มปาก “เ้ารู้ได้ยังไง และเ้า้าอะไรกันแน่” เหวยเซียงไม่คิดว่านางจะกล่าวเช่นนี้
“เขารู้กันทั้งหมู่บ้านว่าเ้าแอบรักฮั่นเชียงมานานแล้ว และเ้าต้องมาร่วมงานแต่งงานของข้าไม่เช่นนั้นข้าจะคิดว่าเ้ายังคงมีใจให้กับเขาอยู่” เสี่ยวเหนียงกล่าว
“มันจะไม่เป็การบีบบังคับมากเกินไปอย่างนั้นหรือถึงข้ามีใจให้กับฮั่นเชียง แต่ในเมื่อเขาไม่ได้รักข้า มันก็น่าจะมีอะไรนี่”เหวยเซียงไม่เข้าใจ
“พวกเ้าเติบโตมาด้วยกันั้แ่เล็กและสนิทกันมากแค่ไหนข้าไม่ไว้ใจเ้า” เสี่ยวเหนียงระแวง
“ก็ได้ เสี่ยวเหนียงข้าจะไปร่วมงานแต่งงานของเ้า พอใจแล้วหรือยัง” เหวยเซียงกล่าว
“อย่าผิดคำพูดล่ะ”
“คำไหนคำนั้น” เหวยเซียงคิดในใจว่า “ข้าตัดใจได้แล้วก็แค่งานแต่งเองทำไมข้าจะไปไม่ได้”
********************************
ณพิธีแต่งงานของฮั่นเชียงและเสี่ยวเหนียง
หลังจากพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผ่านไปไม่นานอยู่ดีๆ เสี่ยวเหนียงก็เอะอะโวยวายจนทุกคนพากันเข้าไปดูในห้องหอ
“มันเกิดอะไรขึ้นเ้าร้องเอะอะโวยวายทำไม เสี่ยวเหนียง” แม่ของฮั่นเชียงกล่าว
“พวกท่านดูสภาพห้องหอของข้าสิมันเละเทะไม่เหลือชิ้นดีเลย” เสี่ยวเหนียงกล่าวอย่างเอาเื่
“เป็ฝีมือใครกันล่ะเนี่ย”ฮั่นเชียงใ
“จะใครเสียอีกล่ะก็ต้องเป็เหวยเซียง” เสี่ยวเหนียงกล่าวหา
“ข้าเปล่าทำนะ” เหวยเซียงกล่าว
“ปากแข็ง! เ้าคงหวงฮั่นเชียงมาก และไม่้าให้เขาแต่งงานล่ะสิ” เสี่ยวเหนียงกล่าวทั้งๆที่ไม่มีหลักฐาน
“จริงอยู่ที่ข้าเคยแอบรักฮั่นเชียงแต่นั่นก็เป็อดีตไปแล้ว ข้าไม่ใช่เด็กๆที่จะต้องมาทำลายงานแต่งงานของใคร” เหวยเซียงอธิบาย
“ข้าไม่เชื่อพวกท่านอย่าหลงเชื่อนางเด็ดขาด นางร้ายจะตายไปไม่เช่นนั้นนางจะทิ้งพ่อไปอยู่ในวังอย่างนั้นหรือ” เสี่ยวเหนียงกล่าวตามคำนินทาของชาวบ้าน
“นี่เ้า!” เหวยเซียงโกรธมาก
“หยุดได้แล้วเสี่ยวเหนียงเ้าพูดแรงไปนะ” ฮั่นเชียงพยายามปราม
“ข้าพูดเื่จริง”เสี่ยวเหนียงคิดว่าตนไม่ผิด
“ข้ายืนยันคำเดิมข้าไม่ได้ทำ” เหวยเซียงกล่าว
“ข้าคงต้องพาเ้าไปสอบปากคำ”หัวหน้าหมู่บ้าน้าจบปัญหา
“ข้าไม่ได้ทำจริงๆนะท่านหัวหน้าหมู่บ้านเชื่อข้าบ้างสิ” เหวยเซียงไม่ยอมไป
“ไปสะสางคดีกันในศาลก็แล้วกัน”หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าให้ลูกบ้านช่วยกันจับกุมเหวยเซียง
“ไม่ ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้นปล่อยข้า” เหวยเซียงพยายามขัดขืนการจับกุม
“ปล่อยนางเถิดนางไม่ได้ทำหรอก”
“องค์… เอ่อ” เหวยเซียงใที่เห็นชายสูงศักดิ์
องค์ชายรองทรงส่ายพระพักตร์ไม่ให้เหวยเซียงพูด
“เ้าเป็ใครกัน” เสี่ยวเหนียงรีบถาม
“ข้าเป็ว่าที่สามีของเหวยเซียง”องค์ชายรองแนะนำตัว
“อะไรนะ เป็ไปไม่ได้ผู้หญิงขี้เหร่อย่างนางน่ะหรือจะมีคนรักรูปงามปานนี้” เสี่ยวเหนียงไม่เชื่อ
เหวยเซียงยิ้มแหยๆนางถูกสายตาชายสูงศักดิ์สั่งห้ามพูด ได้แต่คิดในใจว่า “ใช่อย่างที่เ้าพูดเขาไม่ใช่คนรักของข้าจริงๆ”
“แต่มันเป็ไปแล้วอีกอย่างข้าเห็นนางไปเคารพศพพ่อของนางก่อนที่จะมางานแต่งงานจะมีเวลาที่ไหนมาทำลายห้องหอของเ้า” องค์ชายรองทรงติดตามเหวยเซียงมาได้สักพักแล้วหลังจากที่ได้ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น
“แล้วใครล่ะที่เป็คนทำ”เสี่ยวเหนียงเริ่มเอนเอียง
“หลังจากที่จัดห้องหอเสร็จใครออกจากห้องหอเป็คนสุดท้ายล่ะ” องค์ชายรองตรัสถาม
“ฮั่นผิงไง” เสี่ยวเหนียงนึกขึ้นได้
“ข้าเปล่าทำนะ” ฮั่นผิงรีบปฏิเสธ
“ข้าก็ยังไม่ได้บอกว่าเ้าทำร้อนตัวทำไม” เสี่ยวเหนียงกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าไม่ได้ร้อนตัวเสียหน่อย”ฮั่นผิงแสดงสีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด
“ฮั่นผิง! มีเศษผ้าที่ขาดติดตามตัวเ้าด้วย” หัวหน้าหมู่บ้านชี้ให้ทุกคนดู
“ใช่จริงด้วยนี่เป็เศษผ้าแดงที่ใช้ประดับงานแต่ง” เสี่ยวเหนียงยืนยัน
“เ้าทำแบบนี้ทำไมน่ะฮั่นผิง”แม่ของฮั่นเชียงกล่าว
“ข้า ก็ข้าไม่อยากได้เสี่ยวเหนียงเป็พี่สะใภ้นี่”ฮั่นผิงยอมเผย
“ในเมื่อพี่ชายเ้ารักนางเ้าก็ไม่ควรขัดขวางความรักของพี่ชายตัวเองแบบนี้” แม่ของฮั่นเชียงดุลูกสาว
“พี่ชายข้าไม่มีทางรักนางนางร้ายจะตายไป ให้เหวยเซียงเป็พี่สะใภ้ข้ายังดีซะกว่า” ฮั่นผิงเปรียบเทียบ
“อย่าเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้สิฮั่นผิง”แม่ของฮั่นเชียงกล่าว
“มันเป็เื่จริงนะท่านแม่”ฮั่นผิงยังคงยืนยัน
“เลิกดื้อได้แล้วรีบขอโทษเร็วเข้า” แม่ของฮั่นเชียงบังคับ
“ข้าไม่ขอโทษ” ฮั่นผิงยังคงดื้อ
“อย่าให้พ่อเ้าต้องลงโทษเฆี่ยนตีเ้าต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้านเลยนะ”แม่ของฮั่นเชียงขู่
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้าขอโทษ”ฮั่นผิงยอม
“ไม่เป็ไรต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก” เสี่ยวเหนียงกล่าว
“งั้นข้ากับบรรดาญาติๆจะช่วยจัดห้องหอให้เ้าใหม่ก็แล้วกัน” แม่ของฮั่นเชียงรับผิดชอบ
“หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอพาตัวว่าที่ฮูหยินกลับก่อนนะ” องค์ชายรองตรัส
“ข้าขอโทษแทนลูกสาวด้วยจริงๆการกระทำของลูกสาวเกือบใส่ร้ายป้ายสีเหวยเซียงไปซะแล้ว” แม่ของฮั่นเชียงกล่าวขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
“คนรักของข้าใจกว้างพองั้นพวกข้าขอตัว” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงถูกลากจูงไปที่ป่าหลังหมู่บ้าน
********************************
ณ ป่าหลังหมู่บ้าน
.”ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะพระองค์ตรัสเท็จเช่นนั้นทำไม” เหวยเซียงกล่าวอย่างเอาเื่
“เราอุตส่าห์ปกป้องเ้าเ้าควรขอบคุณเราถึงจะถูก” องค์ชายรองตรัส
“แต่พระองค์ทรงกำลังทำให้ทุกคนในหมู่บ้านเข้าใจผิดนะเพคะ”เหวยเซียงไม่เห็นด้วย
“มันเป็หนทางเดียวที่จะทำให้ทุกคนเชื่อว่าเ้าไม่ได้ทำไม่ใช่หรือ”องค์ชายรองตรัส
“มันก็จริง แต่…” เหวยเซียงโดยกล่าวแทรก
“ไปกันเถอะพวกเราต้องรีบกลับเมืองหลวงแล้ว” องค์ชายรองทรงตัดบท
“แต่หม่อมฉันต้องไว้ทุกข์นะเพคะ”เหวยเซียงกล่าว
“ไม่ได้! ยาที่เหลืออยู่นั้นยังอยู่กับเอิ่นลั่ว หากเ้าไม่ได้ยาอาการขาดยาแก้พิษอาจถึงแก่ชีวิตได้นะ” องค์ชายรองทรงห่วง
“พระองค์ทรงรู้ได้ยังไงว่าหม่อมฉันอยู่ที่นี่เพคะ”เหวยเซียงแปลกใจ
“เอิ่นลั่วส่งข่าวทางนกพิราบสื่อสารนางเป็ห่วงเ้ามากนะ” องค์ชายรองตรัส
“พระองค์เสด็จไปตรวจสอบราชการแผ่นดินนี่เพคะ”เหวยเซียงนึกขึ้นได้
“เราทำงานเสร็จพอดีกำลังจะกลับเมืองหลวง โชคดีที่เมืองลู่ผิงอยู่ใกล้เมืองหุยสง” องค์ชายรองตรัสเล่า
“ขอบพระทัยเพคะที่ช่วยหม่อมฉัน”เหวยเซียงกล่าวเสียงอ่อน
“เราเสียใจด้วยเื่พ่อของเ้า” องค์ชายทรงเห็นใจ
เหวยเซียงรู้สึกหดหู่ใจแต่นางก็ต้องอดทนเพราะไม่้าให้ชายสูงศักดิ์เห็นน้ำตาของนาง
“งั้นพวกเรากลับเมืองหลวงกันเถอะเพคะ”เหวยเซียงกล่าว
“ยังก่อนพวกเราต้องย้อนกลับไปที่เมืองหุยสงก่อน เราต้องกลับไปเอาของฝากก่อนเดินทางต่อ”องค์ชายรองเสด็จมาตัวเปล่า
“งั้นไปกันเถอะเพคะ”
********************************
ณ เมืองหุยสง
“อะนี่นี่คือของฝากของเ้า” องค์ชายรองทรงชี้ไปที่โต๊ะ
“เอานกพิราบมาให้หม่อมฉันทำไมเพคะ”เหวยเซียงมองเห็นกรงที่มีนกพิราบตั้งอยู่บนโต๊ะนั้น
“มันเป็นกที่ฝึกมาเป็อย่างดีมันสามารถบินได้ระยะไกลถึงขั้นข้ามระหว่างแคว้นฝางและแคว้นฉีได้ข้าจะให้มันส่งจดหมาย” องค์ชายรองตรัสเพราะมีแผนการ
“อย่าบอกนะเพคะว่าจะให้หม่อมฉันส่งข่าวมาให้พระองค์รับทราบด้วย”เหวยเซียงพอเดาออก
“ถูกแล้วเ้าต้องรายงานความเป็ไปให้เราฟัง” องค์ชายรองทรง้าทราบข่าวคราวน้องสาวโดยที่ไม่ให้องค์หญิงทรงทราบ
ในใจเหวยเซียงคิดว่า “ข้าก็นึกว่าการไปแคว้นฝาง จะสามารถรอดพ้นเงื้อมมือองค์ชายรองไปได้แล้ว”
“หรือเ้าจะขัดคำสั่งของเรา”องค์ชายรองตรัสอย่างเอาเื่
“ก็ได้เพคะหม่อมฉันจะรายงานทุกเื่ให้พระองค์ทรงทราบ” เหวยเซียงถอนหายใจและยอมรับชะตากรรม
“ดีมาก อะนี่ตำราเลี้ยงนก เอาไปอ่านซะ” องค์ชายรองทรงยื่นตำราให้
“เพคะ” เหวยเซียงรับกรงนกพิราบมาถืออย่างปลงๆแล้วนางก็นำสมาชิกใหม่กลับห้องพักของนางในสภาพจำยอม นางคิดในใจว่า “นี่นะหรือ คือของฝากของข้า”