ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 เจ็ดดาวมฤตยูสังหาร (3)

            “ตกลงครับ” สวีหยางอี้ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ทั้งๆที่รู้ว่านี่เป็นเงื่อนไขที่ตนเสียเปรียบ แต่เพื่อพลังและตบะที่สูงขึ้นเขาจึงตอบตกลง เพราะเขาตระหนักถึงเหตุที่ว่า ‘พลังที่ยิ่งใหญ่มักมากับความเสี่ยงที่ใหญ่ยิ่ง’

            “ช่างจิตใจดียิ่งนัก!” ท่านอาวุโสปี้ปัวหัวเราะร่าออกมาเกือบหนึ่งนาทีจากนั้นจึงเอ่ยปากพูด “ในอักษรภาพพวกนี้ มีเบาะแสบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ ...ถึงแม้ไม่ค่อยสมบูรณ์ก็ตาม เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมลายฉลุของมันถึงมีห้ารูแต่กลับมีคนอยู่แค่คนเดียว?”

            อาจเป็นเพราะอารมณ์ดี ยังไม่ทันรอให้สวีหยางอี้เอ่ยปากเค้นถามท่านอาวุโสปี้ปัวก็พูดออกมาอย่างไม่เสียดายข้อมูลทันที“เจ้ารู้จักมหาเทพแห่งปัญจธาตุหรือไม่?”

            สวีหยางอี้ส่ายหน้า คนอย่างเขาต้องการเพียงผลลัพธ์ แต่ไม่สนใจที่มาที่ไป

            “สหาย...” ท่านอาวุโสปี้ปัวระบายยิ้ม“ทฤษฎีเก่าแก่ทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศหวาซย่าตอนนี้ล้วนพัฒนาขึ้นจากหลักการปัญจธาตุทั้งนั้นสิ่งนี้คือรากฐานของโลกผู้ฝึกตนที่มีรากเหง้ามาจาก ‘คัมภีร์อี้จิง’[1]”

            “หรืออีกชื่อคือ ‘โจวอี้’ เป็นคัมภีร์ที่ผนวกหลักการของลิทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋าเข้าด้วยกัน...เทพแห่งดาวปัญจธาตุ อันได้แก่ ดาวซุ่ยซิง ดาวเจิ้นซิง ดาวหยิงหั่วดาวไท่ไป๋และดาวเฉินซิง... มหาเทพทั้งห้าคือตัวตนที่แท้จริงของทั้งห้ารูนี้!ชื่อเรียกที่แท้จริงของพวกเขาก็คือ... เทพศาสดาแห่งดาวปัญจธาตุ”

            “คนที่สลักอยู่บนกล่อง... ไม่สิ เทพเจ้าองค์นี้มีนามว่า ‘ไท่ซุ่ย’!”

            “เศียรเสือดาว ร่างมนุษย์ สถิตอยู่หลังอาชาหัวสุกรนี่คือเทพเจ้าดาวอมตะอย่างไม่ต้องสงสัย!”

            “จากนี้ไป เจ้าต้องตามหานักสะสมของโบราณจากเผ่ามนุษย์ เพราะพวกมนุษย์มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของแต่ละยุคสมัยมากกว่าพวกเราหาให้เจอว่าสิ่งของลักษณะนี้ปราก​ฏขึ้นในช่วงราชวงศ์ไหน ฉันมั่นใจว่าในยุคสมัยนั้นจะต้องเป็นยุคสมัยที่ลัทธิเต๋าหรือไม่ก็ลัทธิขงจื๊อรุ่งเรืองอย่างแน่นอนและอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่ตัวจริงของจักรพรรดิที่ตายไปด้วยจิตอาฆาตฉันกล้าพนันเลยว่าเบาะแสของอาวุธจุติราชันย์อีกครึ่งหนึ่งจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน!”

            “ที่นั่นที่ว่าคือที่ไหนเหรอครับ?” สวีหยางอี้ถามขึ้นทันที

            ท่านอาวุโสปี้ปัวระบายยิ้ม “เจ้าคิดว่า... เจ้าจะเอาของของจักรพรรดิที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วได้จากที่ไหนล่ะ?”

            “เมื่อของสองชิ้นกลับมารวมเป็นหนึ่งอีกครั้งเจ้าถึงจะเข้าใจเนื้อความแท้จริงที่อาวุธจุติราชันย์ต้องการจะสื่ออย่างถ่องแท้  ตอนนี้เจ้าอาจจะได้รู้สิ่งที่เจ้าต้องการแล้ว เหอะๆ แต่ว่า...ครึ่งหนึ่งของอาวุธจุติราชันย์เพียงชิ้นเดียวในรอบห้าพันปีจะทิ้งข้อมูลไว้ให้แค่นี้งั้นเหรอ?”

            “เนื้อความแท้จริงซุกซ่อนอยู่ในตัวตนอันสมบูรณ์ของมันเท่านั้น และเมื่อใดที่ของสองชิ้นรวมเป็นหนึ่งเมื่อนั้นปริศนาก็จะถูกไข”

            บรรยากาศเงียบลง สวีหยางอวี้พยายามตกตะกอนข้อมูลที่ได้มาให้มากที่สุด

            จากบทสนทนาอันยืดยาวในค่ำคืนนี้ ในที่สุดปมคาใจของเขาก็คลี่คลายลงเสียที

            เพราะไม่งั้นตัวเขาเองคงรู้สึกมีปมบางอย่างติดค้างอยู่ในใจตลอดเวลาที่ฝึกวิชาจากคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์ช่วงแรกๆ อาจไม่เป็นปัญหา แต่นานวันไป จากปมธรรมดา ก็เริ่มกลายเป็นความสงสัยลังเลหากยังไม่ได้รับการคลี่คลาย สุดท้ายก็จะเป็นความหวาดระแวง หวั่นหวาดและกลายเป็นจิตอกุศลที่ถูกปรุงแต่งด้วยอารมณ์เหล่านี้ส่งผลให้การเลื่อนตบะหลังจากนี้ของเขายากกว่าเดิมเป็นทวีคูณ

            บัดนี้ หมอกควันอันคลุมเครือภายในใจของเขาสลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

            ที่แท้สาเหตุที่ตัวเองถูกตามฆ่า... ก็เป็นเพราะเจ้าสิ่งนี้นี้เอง

            เห็นกล่องเล็กจิ๋วแบบนี้ ที่แท้ก็มีภูมิที่ยิ่งใหญ่ไม่เบาเลยนะเรา!

            อาวุธราชันย์ที่ถูกอาบด้วยเลือดจักรพรรดิและหอบจิตอาฆาตข้ามผ่านกาลเวลามาเป็นพันๆ ปี หวังว่านายคงจะมีส่วนช่วยให้ฉันฝึกวิชาจากคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์นี้ให้สำเร็จได้นะ

            นายอยากให้ฉันทำอะไรให้นาย?

            ความเคียดแค้นที่ฝังแน่นเป็นพันๆ ปีของนายแบบนี้แท้จริงแล้วนายกำลังตามไล่ล่าอะไรอยู่กันแน่?

            แต่ว่า... ตอนนี้ยังไม่สำคัญ

            ขอแค่นายช่วยให้ฉันไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด สักวันฉันจะต้องตอบแทนความปรารถนาของนายให้ได้!

            “ขอบพระคุณท่านอาวุโสอย่างสูง” สวีหยางอวี้ประสานมือโค้งคำนับแม้ค่ำคืนนี้จะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันติดมือกลับไป แต่ข้อมูลที่ได้รับส่งผลให้ใจเขาสงบและมีจิตที่เสถียรมากกว่าการเข้าฌานฝึกตนหลายสิบปีเสียอีกเพราะหลังจากนี้ไป ภายในใจเขาก็ปราศจากความขุ่นมัวจากข้อสงสัยตรงนี้แล้ว

            เขามองดูนาฬิกา ยังเหลืออีกสิบแปดนาที

            “จงจำสัตย์สาบานของพวกเราให้ดี” ดวงตาสีเขียวเรืองรองสั่นไหวอย่างคาดหวังขณะที่ท่านอาวุโสปี้ปัวกำลังจะมุดตัวลงใต้ก้นทะเลสาบ อยู่ๆสวีหยางอวี้ก็เอ่ยปากพูดขึ้น “ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง หวังว่าท่านอาวุโสจะช่วยชี้แนะ”

            “เรื่องอะไร?” ท่านอาวุโสปี้ปัวไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากช่วยได้เขาก็จะช่วย

            ตอนนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเขารับให้คำปรึกษาและช่วยไขปริศนาก็เพื่อผลประโยชน์บางอย่างใครมันจะไปว่างรับให้คำปรึกษาโดยไม่หวังอะไรเลย?

            และตอนนี้เองตบะของตัวเขาก็ดำเนินมาถึงจุดที่ต้องทะลวงทัณฑ์อุปสรรคหากไม่มีวาสนาอันยิ่งใหญ่เข้ามาช่วย ก็คงทะลวงผ่านไปไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงคิดวิธีตกปลานี้ขึ้นมาใช้ความรู้และประสบการณ์เป็นพันๆ ปีของตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดวาสนาเข้าหาตัวเอง

            หนึ่งร้อยปีผ่านไป... สองร้อยปีผ่านพัน... สามร้อยปีเลยผ่านในที่สุดก็ถึงวันนี้เสียที!

            ค่าตอบแทนวันนี้ มากพอจะชดเชยเวลาที่เสียไปสามร้อยปีอย่างเหลือเฟือ!ไหนจะความอดทนที่เสียไปความอดทนที่ต้องคอยสะกดความขยะแขยงที่มีต่อพวกมนุษย์มดปลวกพวกนี้!

            นี่... เป็นอาวุธจุติราชันย์เพียงชิ้นเดียวในรอบห้าพันปี...ถือกำเนิดจากจักรพรรดิหวาซย่าเป็นร้อยพระองค์เชียวนะ! หนึ่งในร้อยในรอบห้าพันปี!ใครไม่ดีใจก็บ้าแล้ว!

            ท่านอาวุโสปี้ปัวคลี่ยิ้มอยู่ท่ามกลางหมอกหนาเขาไม่รู้ว่าจักรพรรดิองค์ไหน...ที่มีความเคียดแค้นอันรุนแรงเช่นนี้เป็นเจตจำนงอันกล้าแกร่งเหนือกว่าผู้คนนับหมื่นและผู้ที่เป็นจักรพรรดิเหมือนกันเสียอีกยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างสิ่งของในตำนานชิ้นนี้ขึ้นมาอีกเห็นได้ชัดว่าจิตอาฆาตพันปีของจักรพรรดิองค์นี้มีความสัมพันธ์กับโลกผู้ฝึกตนโดยเฉพาะ...สิ่งของที่ดึงดูดการสังหารจากกระบี่เซวียนหยวนแบบนี้ตัวเขาเองไม่กล้าที่จะแบกรับผลกรรมของมันหรอก! ใครจะไปกล้า! แต่ว่ายิ่งผลกรรมบาปหนามากเท่าไหร่โอกาสและวาสนาก็จะมากขึ้นเท่านั้น!

            ผลกรรมหนักหนาขนาดนี้ อาจตายได้ตลอดเวลา ดังนั้นให้เจ้าผู้ฝึกตนหน้าโง่คนนี้แบกรับไว้เองคนเดียวเถอะ!

            “ตบะของท่านอาวุโส น่าจะเพ่งจิตสำรวจภายในได้อย่างไม่มีปัญหาคือหลังจากผมได้อาวุธราชันย์นี้มา ภายในร่างกายผมก็เกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นรบกวนท่านอาวุโสช่วยคลี่คลายข้อสงสัยนี้ให้ผมด้วยครับ”

            สีหน้าของท่านอาวุโสปี้ปัวเคร่งขรึมลงทันที เพราะก่อนหน้าเจ้าหนูคนนี้จะค้นพบความลับอีกครึ่งหนึ่งของอาวุธราชันย์ชิ้นนี้เขาห้ามตายเด็ดขาด

            “ได้” ท่านอาวุโสปี้ปัวตอบกลับเสียงเรียบ สวีหยางอวี้เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งปราก​ฏขึ้นมาในร่างกายเขาและกำลังสำรวจความลับทั้งหมดในร่างกายเขาอยู่

            ข้อสันนิษฐานเรื่องระดับตบะของท่านอาวุโสปี้ปัวตอนนี้สูงขึ้นไปอีกขั้น

            “ไม่มีปัญหาอะไร... รอหน่อยแล้วกัน”ท่านอาวุโสปี้ปัวส่องดูทุกซอกทุกมุมภายในร่างกายสวีหยางอวี้อย่างละเอียดก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ จนกระทั่งไล่มาถึงทะเลลมปราณ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรแต่ขณะที่กำลังถอดสายตาออกมาดูเหมือนเขาจะเห็นอะไรบางอย่างลอยอยู่ท่ามกลางทะเลลมปราณที่เดือดผุดๆ 

            “ฉันขอดูละเอียดกว่านี้หน่อย” เขาหรี่ตาลง วินาทีต่อมาเขาก็เห็นมันอย่างชัดเจนเต็มตา!

            นั่นคือเมล็ดบางอย่างคล้ายก้อนหิน

            ซึ่งเขารู้จักเมล็ดที่ว่านี้!

            มิหนำซ้ำ... ชื่อของมันยังทำให้ปีศาจชั่วร้ายหวาดหวั่นได้เลยทีเดียว!

            “ผะ... ผะ... ผะ... ผลึกผนึกเทพ!” ประหนึ่งบังเกิดคลื่นสมุทรเชี่ยวกราดถาโถมขึ้นภายในใจของเขา“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้!ของแบบนี้มัน...ของแบบนี้...”

            “ฉันเข้าใจแล้ว... เข้าใจแล้วจริง! ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง! !”

            “ซู่!” มวลน้ำในทะเลสาบพุ่งสูงขึ้นขดเคี้ยวกลายเป็นคลื่นยักษ์สูงหลายสิบเมตร!ดวงตาทั้งสองข้างของท่านอาวุโสปี้ปัวสั่นไหวอยู่ตลอด ใครๆ ก็ดูออกว่าตอนนี้เขากำลังหวาดกลัวอยู่!

            สวีหยางอวี้เคร่งขรึมลงทันทีนี่เป็นสิ่งที่โผล่ขึ้นมาหลังจากบรรลุปฐมบทบทแรกของคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์แต่ตัวเขากลับไม่รู้ว่ามันคืออะไร

            “นี่มัน...” เสินหมิงที่อยู่ด้านนอก ตาเบิกกว้างขึ้นฉับพลันเขาจ้องมองหมอกหนาอย่างอึ้งงัน เพราะหมอกหนาตรงหน้ากำลังจะหายไป!

            “ทำให้... ท่านอาวุโสปี้ปัวรู้สึกหวาดหวั่นได้งั้นเหรอ? แต่เป็นไปได้อย่างไร? อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ธรรมดาๆเองไม่ใช่เหรอ?”

            ท่ามกลางหมู่ดาวแพรวพราวบนท้องฟ้า ทันใดนั้นดาวดวงแรกที่ชื่อว่าดาวเทียนซูของกลุ่มเจ็ดดาวเป่ยโต้วก็สว่างเสียดตาขึ้นฉับพลัน!

            ขณะท่านอาวุโสปี้ปัวกำลังหวาดกลัวตัวสั่นอยู่นั้นทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนตะโกนขึ้นอย่างโมโหทันที “ฉันไม่ยอม!!!”

            “ฉันก็แค่ดูแค่แวบเดียว! แค่แวบเดียวเท่านั้นเอง! แล้วทำไม! แล้วแกถือสิทธิ์อะไรมาฆ่าเจินเหรินอย่างฉัน!”

            “แกเป็นพระเจ้าผู้กำหนดชะตากรรมรึไง? ! หึ!ใครใช้ให้แกมาสังหารเจินเหรินอย่างฉัน!”

            เจินเหริน!

            สวีหยางอวี้กับหมิงเสินต่างก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            สถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไป!

            ท่านอาวุโสปี้ปัว... ไม่สิ ต้องเรียกว่าปี้ปัวเจินเหริน อยู่ๆ ก็คุ้มคลั่งและเป็นครั้งแรกที่เรียกสรรพนามแทนตบะของตัวเองออกมา!

            เจินเหริน! จินตันเจินเหริน! ถ้าไม่ใช่ขั้นจินตันก็คงไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเจินเหรินหรอก!

            แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่สวีหยางอวี้ตกตะลึง เพราะเหตุผลที่แท้จริงก็คือ...

            มีคน... กำลังสังหารเขาอยู่เหรอ?

            สังหารปีศาจ

            สังหารปีศาจอาวุโสเนี่ยนะ?

            ใครบังอาจทำเช่นนี้?!

            ไร้เสียงตอบรับจากท้องนภา ต่อมาบังเกิดแสงสว่างปกคลุม ดาวเทียนเสวียนดาวเทียนจี ดาวเทียนเฉวียน ดาวอวี้เหิง ดาวคายหยาง และดาวหยากวงทั้งหกดวงส่องสว่างนวลตาคล้ายแสงจันทร์ขึ้นอย่างฉับพลัน!

            “วิชาปีศาจสวรรค์... เกราะพญาเต่างู!”

            ความเป็นความตายมาเยือนปี้ปัวเจินเหรินอย่างไม่ทันตั้งตัว! นาทีนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หลังจากร่ายคาถาปลดปล่อยพลังดังลั่นมวลพลังปราณมหาศาลก็ระเบิดออกมาในบัดดล!

            “ตู้ม...” บังเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูเขาไปเหล่าเฉยซานแห่งนี้ทันที!

            “ซู่ ซ่า!” บัดนี้ น้ำในบึงบงกชจตุทิศพุ่งกระจายขึ้นกลางอากาศ... เผยให้เห็นก้นทะเลสาบที่อยู่ลึกพันกว่าเมตร!

            สวีหยางอวี้เพ่งสายตามองไป เหมือนเขาจะเห็นครีบขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างท่านอาวุโสปี้ปัว

            “คิดจะสังหารเจินเหรินอย่างฉัน! มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!!!” ท่านอาวุโสปี้ปัวตะโกนขึ้นอย่างโมโหเสียงตะโกนอันโมโหแฝงด้วยเสียงหัเราะอันบ้าคลั่ง “วิชาปีศาจสวรรค์! ปีศาจโคจรสมุทร!!!”

            มวลน้ำทั้งทะเลสาบลอยจับตัวขึ้นเหนือฟ้าจากนั้นก็กลายเป็นเกราะสีฟ้าคล้ายเกล็ดปลาเรียงทับซ้อนกันกลางอากาศ!

            มวลน้ำจากทะเลสาบที่กลายสภาพเป็นเกราะเกล็ดปลาห่อปกคลุมทั่วพื้นที่แห่งนี้ทั้งหมด!

            สวีหยางอวี้รีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เสินหมิงเองก็ไม่ต่างกัน

            มีใครบางคน...บางคนที่กล้าลงมือกับปีศาจอาวุโสขั้นจินตันที่มีอายุมากว่าหนึ่งพันปีท่านนี้!

            แต่ว่าดวงตาทั้งสองคนกลับสะท้อนเปลวไฟอันเร่าร้อนออกมาอย่างเด่นชัด!

            แบบนี้สิ... คือพลังที่แท้จริงของจินตันเจินเหริน!

            เพียงขยับก็กระเพื่อมไปทั้งมหาสมุทร!

            ทะเลสาบลึกเป็นพันเมตรข้างล่างพุ่งกระเซ็นขึ้นกลางอากาศอย่างรุนแรง!

            ด้วยอิทธิฤทธิ์จากพลังเวทของปีศาจอาวุโสพันปีท่านนี้ทำให้มวลน้ำหลายหมื่นตันลอยตัวขึ้นกลางอากาศ!

            กลุ่มเจ็ดดาวเป่ยโต้วสว่างพรึบขึ้นพร้อมกัน! เจ็ดดาวมฤตยูสังหาร... มีใครบางคนกำลังสังหารปีศาจตัวนี้ข้ามมิติแห่งกาลเวลาและข้ามระยะทางอันไกลโผน!

            “แบบนี้สิ ถึงจะเป็นพลังที่แท้จริงของผู้ฝึกตน!”

            “ชีวิตผู้ฝึกตนของฉันควรเป็นแบบนี้!”

            สวีหยางอวี้มองดูนาฬิกาตัวเอง ตอนนี้เข็มนาฬิกาเดินมาถึงนาทีที่ห้าสิบสอง

            เขาอยู่ที่แห่งนี้มาแล้วเป็นเวลา... หนึ่งชั่วโมงห้าสิบสองนาที


    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] คัมภีร์อี้จิง หรือ โจวอี้ คือคัมภีร์ที่บันทึกหลักแห่งการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งบนโลก

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน