"เทพธิดา! ช่างงดงามหลาย!"
"เทพธิดามองฉันด้วย! เทพธิดาเฉียนจือเป้ามั่ว! กำลังมองมาที่ฉัน!"
"ถ้าได้สาวงามแบบนี้มาเป็นภรรยา ชีวิตฉันก็ไม่ต้องอะไรแล้ว ... "
...
เยว่เอ๋อ และ เย่ฮวา ยืนอยู่ด้านล่างสนามประลอง กลางพื้นที่วงแหวนในเมืองชิงสุ่ย ผู้เล่นรอบๆต่างตะโกนเชียร์ มู่จื่อหาน ที่ยืนอยู่ในลานกำลังต่อสู้กับนักเวทย์ ปัจจุบัน มู่จื่อหาน มีเลเวล 28 สวมใส่อุปกรณ์ระดับสูง ขณะนั้นนักเวทย์ได้ใช้สกิลที่สองออกไป พริบตาที่สกิลพุ่งออกไป มู่จื่อหาน ก็พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายตรงๆ
ลานประลองมีขนาด 8 * 8 ตารางเมตร ดังนั้นจึงมี 4 ลานอยู่ตรงกลางของพื้นที่โซนสนาม ลานทั้งสี่นี้ทั้งหมดต่างก็เป็นผู้เล่นแนวหน้าคลาสสูง หากเย่ฮวาขึ้นไปอาจจะแพ้ภายในเวลา 2 - 3 นาที
มองดูเงินรางวัลจำนวน 1,544 เหรียญทองในลานของมู่จื่อหาน ทุกครั้งที่จะเข้าร่วมผู้ท้าชิงจะต้องจ่าย 20% ของเงินรางวัล รับรองว่าประลองไม่กี่ตา เหรียญทองในกระเป๋าสัมภาระสะพายหลังของพวกเขาคงได้หมดเกลี้ยง
นอกจากนี้ มู่จื่อหาน ยังถูกขนานว่าเป็นหนึ่งในตัวละครระดับเทพธิดาแห่งหลิงเกิง มีแฟน ๆ ด้านล่างสนามประลองมากมาย โชคดีที่มีกฎของลานประลอง ซึ่งหากไม่ใช่ผู้เล่นที่เข้าร่วมการประลองจะไม่สามารถลงไปในสนามได้ จึงทำให้ปลอดภัยจากกลุ่มแฟน ๆ ชายฉกรรจ์เหล่านี้ เพราะพวกเขาคงหิวกระหายและปรารถนาจะกลืนกิน มู่จื่อหาน อย่างแน่นอน
เยว่เอ๋อ กล่าวว่า: "เสี่ยวหาน ต้องต่อสู้ในสนามประลองเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทุก ๆ วันเพื่อหาเงิน ดังนั้นตอนนี้เธอคงจะไม่ลงมา"
เย่ฮวามองไปที่ มู่จื่อหาน และพูดว่า: "เมื่อไหร่ฉันจะสามารถยืนอยู่บนลานประลองนี้เพื่อปกป้องตำแหน่งและหาเงินได้เป็นพัน ๆ เหรียญทองบ้างนะ "
เยว่เอ๋อหัวเราะเบา ๆ : "เย่ฮวา พรสวรรค์ในการเล่นเกมของนายค่อนข้างสูง และฉันก็เชื่อว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน สำหรับการที่นายจะสามารถก้าวไปบนลานประลองที่หวัง ฉันคิดว่าคนสอนในปัจจุบันน่าจะมีความแข็งแกร่งที่จำกัด ทำไมนายไม่มาติดตามฉัน ฉันจะช่วยสอนนายเอง รับรองได้เลยว่าแค่ครึ่งเดือนก็ไม่มีใครสามารถทำร้ายนายได้อีก "
ระหว่างที่พูดเยว่เอ๋อก็มองไปยังกวาจื่อที่อยู่ข้างหลังเย่ฮวา กวาจื่อดึงชายหมวกคลุมลงแล้วพูดว่า: "แม่สาวคนนี้จะก่อความวุ่นวายก็ไม่ว่า แต่ไม่ควรพูดไร้สาระ"
เยว่เอ๋อ ยักไหล่: "ก็ฉันพูดตามตรง ไม่เหมือนนายที่ไม่ดูความเป็นจริง อันที่จริงฉันไม่อยากจินตนาการเลยว่านายคือกวาจื่อ คิดว่านายคงติดสินบนผู้ดูแลหลิงเกิง เขาเลยปรับให้นายดูดีขึ้น 20% ไม่งั้นทำไมตัวจริงถึงได้ดูแย่ยิ่งกว่าในเกม ? "
หลังจากฟังคำพูดของเยว่เอ๋อ กว่าจื่อ ถึงกับคำรามลั่น ก่อนจะเดินหลบไปข้างหลังเพื่อดึงชายเสื้อคลุมของเย่ฮวาแล้วพูดว่า: "เย่ฮวา, เยว่เอ๋อรังแกฉัน นายช่วยหน่อย"
เย่ฮวา ตวาด: "ไปเลย!"
...
เยว่เอ๋อ หัวเราะขึ้น จนดึงดูดความสนใจของผู้เล่น เสียงของ เยว่เอ๋อ ไพเราะจนยากจะอธิบายได้ และเสียงหัวเราะของเธอก็ราวกับระฆังเงินที่สามารถดึงดูดชายผู้หิวโซที่หลงอยู่ในภูเขาให้เดินตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับว่าโชคดีที่ทั้ง เยว่เอ๋อและพวกเขาอีกสองคนสวมเสื้อคลุมปิดบัง คนอื่น ๆ จึงไม่สามารถมองเห็นรูปลักษณ์หน้าตาของพวกเขาได้ แน่นอนว่า ID ก็ถูกซ่อนเอาไว้
เยว่เอ๋อ เริ่มสังเกตได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกคนอื่น ๆ หันมาให้ความสนใจ เธอจึงหยุดเสียงหัวเราะ แล้วดึงเย่ฮวาออกไป เมื่อเดินผ่านลานประลอง เยว่เอ๋อ ก็หยุดและพูดว่า "สนามนี้นายสามารถให้กวาจื่อเข้าร่วมได้"
เย่ฮวา มองเห็นว่าบนลานประลองมีนักดาบเลเวล 22 กำลังรักษาเงินรางวัลสะสมจำนวน 4 เหรียญทองและกวาจื่อยังคงดินต่อไปโดยไม่พูดอะไร ก่อนหน้านี้เนื่องจากเขาตายจึงถูกหักค่าประสบการณ์ แต่เพราะประสบการณ์จากพ้าหลินที่ได้รับ ทำให้ยังรักษาเลเวล 23 ไว้ได้ สำหรับนักดาบเลเวล 22 คนนี้ถือเป็นการท้าทายที่ยังมีความเสี่ยง
หลังจากเยว่เอ๋อ เห็นกวาจื่อก้าวขึ้นไปบนลานประลอง จู่ ๆ เธอก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอจึงถามว่า "จริงด้วย เย่ฮวา อาชีพรองของนายคืออะไรหรอ"
เย่ฮวา ตอบว่า: "นักปรุงยาเลือด"
"นักปรุงยาเลือด?"
เยว่เอ๋อ หัวเราะเบา ๆ : "เห็นพูดกันว่าไม่มีสมุนไพรระดับ 2"
"ไม่มี ~"
"อ่า แต่ฉันคิดว่ามี!"
เย่ฮวา: "เธอ...พูดจริงเหรอ?"
"แน่นอน ฉันไม่มีความจำเป็นอะไรต้องโกหกนาย~"
เยว่เอ๋อ เปิดแผนที่ของเมืองชิงสุ่ย: "นี่ไง~ แผนที่ บนที่ราบเฟิงหมิงทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ชิงสุ่ย พวกเราบังเอิญไปเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่นั่นมีหญ้าเฟิงหมิงซึ่งเป็นสมุนไพรระดับ 2 ที่นักปรุงยาเลือดต้องการ "
หลังจากได้ยิน เย่ฮวา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา ก่อนจะพูดว่า: "สำหรับอาชีพรองของฉันแตกต่างชาวบ้านเล็กน้อย สมุนไพรระดับสองที่ว่า ฉันเรียกมันว่า หญ้าชีเฟิง"
"มันแตกต่างกันยังไง... ช่างเถอะ... "
เยว่เอ๋อ ชี้ไปที่ด้านข้างของที่ราบเฟิงหมิง และกล่าวว่า "เราพบหญ้าชีเฟิงบริเวณนี้ มันอยู่ในป่าพรุข้างที่ราบเฟิงหมิง แต่เพราะนักปรุงยาของเราไม่สามารถใช้งานมันได้ ดังนั้นเราจึงไม่ได้เก็บมันไป นายต้องการสมุนไพรชนิดนี้หรือเปล่า "
หลังจากฟังแล้ว เย่ฮวา ก็มองไปที่ เยว่เอ๋อ ด้วยความตื่นเต้น: "เยว่เอ๋อ เธอช่วยฉันได้มากจริงๆ! ขอบคุณมาก!"
ในเวลานี้ กวาจื่อ ได้ยุติการประลองและเดินลงมาพร้อมกับโบกมือให้ เยว่เอ๋อ เย่ฮวาจึงพูดขึ้น: "กวาจื่อ เราจะมุ่งหน้าไปที่ราบเฟิงหมิง!"
กวาจื่อ กล่าวว่า: "โอ้ ~"
เย่ฮวา พูดกับเยว่เอ๋อ อีกครั้ง: "ขอบคุณมาก หลังจากที่หาสมุนไพรได้ฉันจะกลับมาตอบแทน ขอบคุณเธออีกครั้ง!"
เยว่เอ๋อ กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าเหนียมอาย : "ถ้าอยากขอบคุณฉันมากขนาดนั้น... งั้นนาย ... "
"เย่ฮวา รอฉันด้วย!" กวาจื่อ รีบไล่ตามเย่ฮวา
เยว่เอ๋อ หยุดอยู่ที่เดิมขณะจ้องไปที่แผ่นหลัง เย่ฮวา พร้อมๆกับใช้มือทาบที่หน้าอก "ยิ่งนายไม่สนใจฉัน ก็ยิ่งทำให้ฉันชักเริ่มจะชอบนาย~"
...
เย่ฮวาและกวาจื่อ ซ่อมอุปกรณ์และทำการตุนโพชั่น รวมถึงไอเท็มสิ้นเปลืองบางอย่างสำหรับการปรุงยาและรีบมุ่งหน้าไปยังที่ราบเฟิงหมิง ตามเส้นทางมีผู้เล่นหลายคนชวนพวกเขาเข้าปาร์ตี้ แต่พวกเขาก็ตอบปฏิเสธ เพราะสำหรับพวกเขาไม่เหมาะที่จะเก็บเลเวลกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ประการแรก เย่ฮวา และ กวาจื่อ ถูกตั้งรางวัลค่าหัวโดยวิหารสังหาร เย่ฮวาจึงกลัวว่าจะเปิดเผยตัวตน ประการที่สองมอนสเตอร์ที่ล่าไม่เหมาะสำหรับเลเวลของ เย่ฮวา และ กวาจื่อ
หลังจากมุ่งหน้าไปยังที่ราบเฟิงหมิง พวกเขาก็ออกมาไกลจากเมืองชิงสุ่ยมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นตามเส้นทางเริ่มน้อยลง
พวกเขามาถึงบึงวายุพัด ระดับของมอนสเตอร์ที่นี่ไม่สูงมาก มีเลเวลเพียง 25 ไม่เพียงพอจะสร้างความกดดันให้เย่ฮวาและกวาจื่อได้ ด้วยพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นมากจนน่าประหลาดใจ ตอนนี้มอนสเตอร์เลเวล 25 โจมตีแค่ 5 - 6 ครั้งก็สามารถสังหารมันได้แล้ว
ในบึงวายุพัดที่รกร้างแห่งนี้ เย่ฮวา ก็ได้พบกับหญ้าชีเฟิง เขาจึงหยิบพลั่วเล็ก ๆ แล้วขุดสมุนไพรขึ้นมาทีละต้น ระหว่างที่เขาขุดสมุนไพร กวาจื่อก็สังหารมอนสเตอร์อยู่ข้างๆ แน่นอนว่าทักษะการปรุงยาของเย่ฮวา ถือเป็นประโยชน์ต่อกวาจื่ออย่างมากเช่นกัน
เหตุผลที่เย่ฮวาต้องการจะสร้างโอสถระดับสองนั้นเรียบง่าย เพราะหลังจากที่สกิลฟาดฟันต่อเนื่องและกระแทกอัพเกรดเป็น Lv.3 ปริมาณใช้มานาก็เพิ่มขึ้น จากเดิม 10 หน่วย เป็น 30 หน่วย ปริมาณมานาสูงสุดของเขามีเพียง 470 หน่วย มันจึงทำให้เขาใช้สกิลได้ไม่นานนัก ด้วยปริมาณมานา 470 หน่วยทำให้เขาสามารถใช้งานสกิลได้เต็มที่ 19 ครั้ง สำหรับการฆ่ามอนสเตอร์ถือว่าเหลือเฟือ แต่สำหรับการฆ่าบอสมันเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก ไม่ว่าจะดื่มโพชั่นน้ำเงินหรือโพชั่นแดงก็ตามเวลาคลูดาวน์จะนับรวมกันไม่สามารถใช้งานพร้อมกันได้ ดังนั้นขณะที่เย่ฮวาต่อสู้บางครั้งหลอดสีน้ำเงินจะว่างเปล่าเพราะเน้นไปที่การฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดสีแดงเป็นส่วนใหญ่ หมายความว่าเขาไม่สามารถปลดปล่อยสกิลหรือทักษะความสามารถใดๆได้ การสังหารเป้าหมายจึงล่าช้ายิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้เย่ฮวาจึงต้องการปรุงยาระดับสองให้ได้โดยเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นโอสถที่เขาปรุงจะแตกต่างไปจากยาที่ทำขึ้นโดยนักปรุงยาหรือผู้เล่นในเมืองหลัก โอสถที่พวกเขาปรุงขึ้นสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้จำนวนเล็กน้อย สิ่งที่พิเศษและมีเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเย่ฮวาคือยาของเขาสามารถช่วยฟื้นฟูค่าพลังเวทย์ได้ในขณะที่ฟื้นฟูพลังชีวิต รับประกันได้เลยว่าถ้าเขามียาดังกล่าว ในระหว่างการต่อสู้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องฟื้นฟูพลังชีวิตและไม่สามารถฟื้นฟูพลังเวทย์ได้อีกต่อไป
หลังจากตระเวณไปทั่วที่ราบเฟิงหมิง เกือบสามชั่วโมง เย่ฮวาก็เปิดแผนที่ทั้งหมดในที่ราบเฟิงหมิง สมุนไพรเกือบทั้งหมดถูกเก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระสะพายหลังของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ทักษะการเก็บสมุนไพรของเขาเพิ่มขึ้นถึง lv.3 สมุนไพรทั้งหมดที่เก็บมา ทั้งหมดถูกหลอมกลายเป็น โอสถชีเฟิง
【โอสถชีเฟิง】: ยาระดับสอง สามารถฟื้นฟูพลังชีวิต 600 หน่วย , ค่าพลังเวทย์ 300 หน่วย เวลาในการคลูดาวน์ 20 วินาที
...
การฟื้นตัวของยาอมตะนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ ในครั้งนี้มันสามารถเพิ่มได้ถึง 300 มานา ถึงแม้ว่าข้อ จำกัด ของมานาของเขาจะสิ้นเปลืองเล็กน้อย แต่ปัญหาก็ได้ถูกสลัดทิ้งไปเรียบร้อย
หลังจากหญ้าชีเฟิงได้ถูกปรุงขึ้นเป็นโอสถ ทักษะการปรุงยาของเย่ฮวาก็ได้รับการพัฒนาขึ้น ในเวลาเดียวกันเย่ฮวาก็มีโอสถชีเฟิง 13 ชุด ภายในกระเป๋าสัมภาระ ส่วนเลเวลของกวาจื่อที่ล่ามอนสเตอร์ข้างๆอยู่สักพักใหญ่ก็เพิ่มเป็น 24 จากนั้นเขาก็เดินตรงมาหาเย่ฮวา และเปิดปากถามว่า: "เย่ฮวาโอสถของนายเป็นไง?"
เย่ฮวาโยนโอสถชีเฟิง ไปให้กวาจื่อ: "เอาไปเพิ่มเลือด!"
ใบหน้าของ กวาจื่อ เต็มไปด้วยความสุขหลังจากก้มลงมองโอสถชีเฟิง: "วิเศษเลย! ยาดีๆแบบนี้ฉันอยากจะใช้มันทุกวัน"
"เหอะๆ! ยาสามชุดก็น่าจะเพียงพอสำหรับนาย" หลังจากนั้นเย่ฮวา ก็โยนถุงบรรจุยาใบเล็ก ๆ ที่ใส่โอสถชีเฟิง 3 ชุดให้กับกวาจื่อ
"พอก็พอ แล้วนายล่ะ?"
"ฉันปรุงมันขึ้นมาได้ 13 ชุด และฉันก็คิดจะแบ่งออกมา 2 ชุด ส่วนที่เหลือฉันวางแผนว่าจะโยนใส่ร้านประมูล เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญทอง"
กวาจื่อ กล่าวว่า: "ดูท่าว่านายจะเริ่มบ้าเงินเข้าไปทุกที! ของดีๆแบบนี้ยังคิดจะขาย"
เย่ฮวา ยักไหล่: "สองชุดก็เพียงพอสำหรับการล่ามอนสเตอร์ อีกอย่างโพชั่นแดงก็มีออกเหลือเฟือ แล้วฉันไม่เชื่อว่าการต่อสู้แบบนี้จะจำเป็นต้องใช้โอสถชิงเฟิงทั้งสองชุดในรวดเดียว อย่าลืมว่าสิ้นเดือนนี้ เราต้องจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟและค่าแก๊ส ทั้งหมดที่ว่าฉันเป็นคนจ่าย ดังนั้นฉันจำเป็นต้องหาเงินเพื่อเอาชีวิตรอด "
กวาจื่อ หัวเราะเบา ๆ : "นายต้องการให้เหล่าจื่อช่วยอะไรหรือเปล่า"
เย่ฮวา โบกมือ: "ดูหุ่นที่เหมือนหมีของนายสิ ถ้านายเต็มใจที่จะช่วยค่าใช้จ่าย ฉันยอมเอาหัวของฉันมาให้นายเตะเล่นเลยเอ้า!"
"ได้ ~ อย่าลืมล่ะ!" กวาจื่อ เงยหน้าขึ้นขณะที่หันมา
เย่ฮวากับกวาจื่อรู้จักกันมาเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าเขาจะไม่เคยเล่า แต่เย่ฮวาก็รู้ว่าครอบครัวของกวาจื่อไม่ได้มีฐานะดี สมัยที่ยังไปโรงเรียนเย่ฮวาเคยเห็นเขาออกไปทำงานพิเศษ เมื่อกลับมายังหอพักก็ได้กลิ่นเหงื่อเหม็นกลับมาที่ห้องเป็นประจำ แต่เย่ฮวาก็นอนได้ปกติโดยไม่เคยบ่น ดังนั้นอะไรที่พอจะช่วยได้เขาก็ช่วย ถึงต่อให้เขาจะยอมช่วยจ่ายแต่เย่ฮวาก็คงไม่คิดจะรับ
เหตุผลที่ กวาจื่อ มาเล่นเกมนี้เป็นเพราะเขาได้ยินมาว่ามันสามารถทำเงินได้จากที่นี่ เขามักจะขาดเงินในเกมทั้งๆที่ได้รับเหรียญทองไปเป็นจำนวนมาก แต่เย่ฮวาก็รู้ว่าแท้ที่จริงเหรียญทองของเขาถูกแลกเปลี่ยนเป็นเงินหยวนผ่านธุรกรรม และเงินที่ได้มาก็คงอยู่ที่พ่อแม่
หลังจากกลับไปที่เมืองชิงสุ่ย เย่ฮวาก็ได้นำเอาโอสถชิงเฟิงจำนวนแปดชุดไปยังร้านประมูล คุณสมบัติในการฟื้นฟูของโอสถชิงเฟิงนั้นแข็งแกร่งกว่าโพชั่นแดงระดับ 5 ในปัจจุบัน และ ยาแดงระดับสองที่สร้างโดยผู้เล่น ราคายังไม่ถูกกำหนดตายตัว ดังนั้นโอสถชิงเฟิงที่วางในร้านประมูลของเมืองชิงสุ่ยจึงเริ่มต้นที่ราคา 5 เหรียญทองต่อชุด
หากตั้งไว้ในราคาสูง หลังจาก 4 ชั่วโมงคาดว่าน่าจะขายหมด ซึ่งเจ้าของไอเท็มจะได้รับเหรียญทองจำนวนมากเข้าสู่กระเป๋าสัมภาร ในเช้าวันพรุ่งนี้ อัตราการแลกเปลี่ยนปัจจุบันของ 1 เหรียญทองในหลิงเกิง ปัจจุบันเท่ากับ 47 หยวน ฉะนั้นข้ามวัน เย่ฮวาคงจะมีเงินหลายพันดอลลาห์
จบตอน