(13)
ขอโอกาส
ก๊อก!ก๊อก! ก๊อก!
ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง ธงรบก็ยิ้มด้วยความดีใจรีบเดินตรงไปเปิดประตู เมื่อพบว่าเป็ดาววดีรอยยิ้มกลับเจื่อนลงในทันทีไม่นึกว่าจะเห็นเลขาส่วนตัวที่นี่
“ดาววดี!”
“สวัสดีค่ะบอส” เ้าหล่อนยิ้มหวาน แม้จะเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีใจของผู้เป็เ้านายหนุ่ม
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“บอสอยู่ที่ไหนดาวก็อยู่ที่นั่นสิคะเพราะดาวคือเลขาสุดที่รักของบอสไง”
“ฉันมาธุระส่วนตัวไม่ใช่เื่งานจะไปไหนก็ไป ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น”
“แต่ดาวคิดถึงบอสนี่คะ เราไม่ได้...” เ้าหล่อนเดินเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มยกมือขึ้นคล้องคออย่างยั่วยวน ทว่าธงรบพยายามแกะมือเรียวออกราวกับรำคาญเต็มทน
“พอได้แล้วดาวเื่ของเรามันจบลงไปแล้ว เธอก็รู้ว่าเราไม่ได้คบกันแบบจริงจังต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่สิ บอสได้ดาวแล้วก็คงจะทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ใช่ไหม ดาวไม่มีทางยอมแน่” เ้าหล่อนไม่ยอมแพ้ โน้มใบหน้าเข้าไปหมายจะหอมแก้มแต่ธงรบรีบเบนใบหน้าหนี
“หยุดเถอะดาว”
“ไม่ค่ะ ดาวรู้ว่าบอสชอบ วันนี้ดาวจะทำให้บอสมีความสุขที่สุดเลยค่ะทำให้บอสลืมเมียที่น่าเบื่อคนนั้นไปเลย” ดาววดีซุกไซ้ตามซอกคอชายหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ในขณะที่ธงรบเองก็พยายามดันตัวเธอออกแต่ไม่เป็ผลสำเร็จ
“ถ้าจะทำอะไรกันรบกวนเข้าไปในห้องดีกว่าครับตรงหน้าประตูคงจะไม่เหมาะ เพราะที่นี่ไม่ใช่โรงแรมม่านรูด”
เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นทำให้คนทั้งสองผละตัวออกจากกัน หันไปมองก็พบว่าเป็เขียนฟ้านั่นเองและคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คือกรนัม
“ฟ้า! มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ”
“ไม่ใช่ตรงไหนคะบอส ก็บอสเป็คนชวนดาวมาที่นี่เองนี่นา”ดาววดีเกาะแขนธงรบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามขัดขืนก็ตามที
“เธอเอาอะไรมาพูดดาววดี”
“ช่างเถอะครับใครจะชวนหรือไม่ชวนมันก็ไม่ใช่ธุระกงการของผม กรครับนี่คุณรบอดีตสามีผมเอง” เขียนฟ้าไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณรบ ผมกรนัมเป็...แฟนเก่าของฟ้าและเป็พ่อของลูกในท้องฟ้าด้วย”กรนัมยื่นมือไปแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเมินเฉย จ้องมองอย่างไม่เป็มิตร
“มั่นใจเหรอว่าเป็พ่อของลูกจริง ๆไม่ใช่ถูกจ้างมาหรอกนะ”
“ผมว่าผมรู้จักฟ้ามากกว่าคุณอีกนะครับเพราะผู้ชายคนนี้เป็ของผมมาก่อน” ว่าแล้วก็โอบไหล่คนที่ยืนข้างกันยิ้มเย้ยอย่างเป็ต่อ
“จะมากไปแล้วนะ นั่นมันเมียกู” ธงรบโกรธจนหน้าแดงกำหมัดจะเดินเข้าไปหาเื่ แต่ดาววดีรีบรั้งแขนไว้เสียก่อน
“ไม่เอาสิคะบอสวัวเคยค้าม้าเคยขี่ปล่อยไปเถอะค่ะ”
“ปล่อย! ฉันจะเอาเืปากมันออก”
“อย่ามาทำเป็อวดเก่งที่นี่ ผมจะสั่งให้รปภ.ลากตัวคุณออกไปตอนไหนก็ได้”
“เอาสิ! เอาเลย!”
“อย่าท้าทายผมนะคุณรบ” เ้าตัวจ้องมองเขาอย่างเดือดดาลยิ่งเห็นดาววดีควงแขนทำหน้ายียวน ความโมโหยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
“ฉันไม่ได้ท้าทายคิดเหรอว่าการพาผู้ชายคนนี้มาให้เห็นแล้วฉันจะยอมแพ้ ฉันจะไม่ยอมให้นายกับมันได้มีความสุขแน่ยังไงซะตอนนี้นายก็ยังเป็เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันอยู่ดี ต่อให้ไล่ยังไงฉันก็มีไม่มีทางกลับไปแน่”ชายหนุ่มกล่าวอย่างเต็มเสียง จ้องเขม็งมองคนทั้งสองด้วยแววตาแห่งนักสู้
“ถึงขนาดนี้แล้วบอสยังจะโง่ต่ออีกเหรอคะปล่อยสองคนนี้ไปเถอะค่ะ ดาวจะเป็คนดูแลบอสเอง”
“ถ้าคุยกันดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องคุยเรากลับกันเถอะครับกร”
กำลังจะเดินออกไปแต่เ้าตัวกลับชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินประโยคที่น่ารำคาญหู
“ยังไงฉันก็มั่นใจว่าลูกในท้องเป็ลูกฉัน”
“หน้าด้าน” วลีสั้น ๆ เอาทำธงรบหน้าชาอยากจะเดินไปกระชากร่างบางมากอดไว้ ไม่อยากให้อยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นแม้แต่น้อย
“เขาด่าขนาดนี้แล้วจะอยู่ต่อทำไมคะบอสดาวว่าเรากลับกรุงเทพฯกันดีกว่า ดูท่าทางเมียบอสคงจะปลื้มผู้ชายคนนั้นมาก”
“เธอกลับไปคนเดียวเลย ฉันจะอยู่ที่นี่”
“ถ้างั้นดาวก็จะอยู่ที่นี่เหมือนกัน” หล่อนกระชับต้นแขนอีกฝ่ายแน่นยิ่งขึ้นซบแก้มอย่างออดอ้อน
“เฮ้อ! อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจได้ไหม เธอเป็ลูกน้องก็กลับไปทำงานซะ ไม่งั้นฉันจะไล่เธอออก”
“ไล่เลยค่ะ ดาวก็ไม่อยากจะทำเหมือนกันถ้าบอสไม่อยู่ที่บริษัท”
ธงรบได้แต่ถอนหายใจก่อนจะแกะแขนเธอออกอย่างรู้สึกรำคาญ
“ปล่อย...ฉันจะเข้าห้อง”
“ไม่ปล่อย ดาวจะเข้าไปกับบอสด้วยเราไม่ได้มีอะไรกันนานแล้วนะคะบอส”
“ฉันบอกแล้วว่าเลิกก็คือเลิกเข้าใจไหม”ธงรบแกะมืออีกฝ่ายออกจนสำเร็จ แล้วผลักให้ออกห่างจากตัว
“บอสจะทำอย่างนี้กับดาวไม่ได้นะ”
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อก็อย่าสร้างความรำคาญให้ฉันอีก”ว่าแล้วก็ปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง ดาววดีทำได้เพียงจ้องมองบานประตูด้วยอารมณ์เดือดดาลกำมือแน่นจนสั่น คนที่หล่อนควรจะเล่นงานตอนนี้ก็คือเขียนฟ้า คนที่ทำให้ธงรบเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือไม่สนใจไยดีหล่อนแม้แต่น้อย
“ฉันไม่ยอมแพ้แกแน่...เขียนฟ้า”
พูดจบก็เดินดุ่ม ๆ ออกไปจากตรงนั้นเพื่อหาสถานที่พักใจให้รู้สึกดีขึ้น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการร้ายสร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตคู่ของคนที่หล่อนรัก
เย็นวันนั้น...
ตะวันคล้อยต่ำลงทอแสงสีส้มอ่อนลงมาตกกระทบกับธรรมชาติเบื้องล่างทำให้บรรยากาศ่เย็นสุดแสนจะโรแมนติกเหมาะสำหรับการออกมานั่งเคียงคู่ชมภาพที่สวยงามนี้
ธงรบเดินถือกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายตรงไปยังบ้านไม้หลังใหญ่ด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก ในเมื่อตอนนี้เขียนฟ้ารู้ว่าเขาอยู่ที่นี่จึงควรจะเข้าตามตรอกออกตามประตู บอกกล่าวผู้ใหญ่ทั้งสองท่านว่ามาที่นี่เพราะเื่อะไร เพื่อแสดงความจริงใจให้ท่านเห็น
เดินมาถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากข้างในดูเหมือนว่าทุกคนกำลังมีความสุขกันมากนั่นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามตั้งสติเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากวินาทีนี้ไป
“มาทานข้าวที่นี่บ่อย ๆ นะกร ฟ้าจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง”
“ครับคุณพ่อ”
“แล้วกิจการที่บ้านเป็ยังไงบ้างล่ะแขกคงเยอะมากเลยสินะ” หทัยรัตน์เอ่ยถามบ้าง
“ก็กำลังไปได้ดีครับ ่นี้ก็จะยุ่งๆ หน่อย เพราะกำลังขยายพื้นที่ออกไปอีก”
“ทั้งเก่งทั้งขยันอย่างนี้ มีฟะ...”กำลังจะเอ่ยถามแต่หทัยรัตน์กลับเห็นใครบางคนเดินเข้ามาเสียก่อน เ้าหล่อนอึ้งไม่นึกว่าจะเห็นธงรบที่นี่
“ธงรบ!”
“เอ่อ...สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” ธงรบยกมือไหว้แล้วเดินมาที่โต๊ะอาหาร
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” คำดลรีบชี้หน้าห้ามเอาไว้ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปหาในมาดนักเลง
“คุณพ่อครับ” เขียนฟ้ารีบเดินตามหลังไปดึงแขนผู้เป็พ่อไว้
“แกยังมีหน้ากล้ามาที่นี่อีกเหรอ ทำลูกชายฉันเสียใจขนาดนี้ไหนเคยรับปากว่าจะดูแลฟ้าให้ดียังไงล่ะ ไอ้สารเลว” คำดละโลั่นด้วยความโมโหคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารรีบเดินมาสมทบ มองไปที่ธงรบราวกับเป็ผู้ร้ายข้ามแดนก็ไม่ปาน
“ผมเอาของมาฝากครับ”คนพูดพยายามยิ้มสู้เสือ ยื่นกระเช้ามาให้ แม้ว่าสายตาทุกคู่จะมองมาอย่างรังเกียจ
คำดลยอมรับมาแต่โยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดีชี้หน้าไล่ให้ออกไปทางประตู
“มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยคนที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแกหรอก ฉันจะไม่มีวันให้ลูกชายกลับไปอยู่ที่นั่นอีก”
“ผมขอโทษครับคุณพ่อผมมันเลวเองที่ไม่รักษาน้ำใจฟ้า แต่วันนี้ผมสำนึกผิดและตั้งใจจะมาขอโทษฟ้าและขอขมาคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยครับ ขอโอกาสให้ผมอีกสักครั้งเถอะนะครับ” เ้าตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าพนมมือขึ้นแล้วก้มลงกราบแทบเท้า คำดลรีบขยับเท้าออกห่างทันที
“แล้วทำไมก่อนทำถึงไม่คิดล่ะธงรบ” หทัยรัตน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองหล่อนเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกิ่งดาว จึงไม่อยากจะต่อว่าให้มากนัก
“ผมยอมรับผิดทุกอย่างครับคุณแม่ผมมันเลวเองที่ไม่เห็นคุณค่าของฟ้าั้แ่แรก ขอโอกาสให้ผมอีกสักครั้งนะครับ”
เขียนฟ้าพยายามไม่มองเขาเพราะกลัวว่าจะร้องไห้ออกมาให้เห็น จะอ่อนแอในเวลานี้ไม่ได้ตั้งใจแล้วว่าจะเข้มแข็งให้ถึงที่สุด
“คงไม่ได้แล้วล่ะเพราะพ่อตัวจริงของหลานฉันยืนอยู่ตรงนี้แล้ว กลับไปจัดการเื่หย่าซะเพราะบ้านนี้จะไม่มีทางรับคนที่ชื่อธงรบเป็ลูกเขยอีกต่อไป” หทัยรัตน์กล่าว
เขียนฟ้าและกรนัมมองหน้ากันอย่างงุนงงเพราะยังไม่ได้บอกเื่นี้กับใครเลย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร
“ผมไม่มีทางเชื่อยังไงก็มั่นใจว่าลูกในท้องเป็ลูกผม”
“แล้วทำไมแกไม่พูดอย่างนี้ั้แ่แรกทำไมปล่อยให้ลูกชายฉันเสียใจหอบกระเป๋ากลับมาที่นี่ ที่ผ่านมามันคืออะไรบอกฉันมาสิ”คำดลถาม
“ตอนนั้นผมยังไม่คิดอะไรให้ถี่ถ้วนเลยปากหมาพูดอย่างนั้นออกไป คุณพ่อให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับจะให้ทำอะไรก็ได้ผมยอมทั้งนั้น เพื่อจะได้ลูกกับเมียคืนมา”
คำดลมองหน้าลูกชายก็เห็นเพียงความเรียบเฉยเขามองออกว่าตอนนี้เขียนฟ้ากำลังพยายามทำเป็นิ่ง เพื่อข่มความอ่อนแอไว้ถึงอย่างไรธงรบก็คือพ่อของหลาน เป็ลูกชายของผู้มีพระคุณ จึงอยากจะลองให้โอกาสอีกสักครั้งเผื่อว่าจะทำให้ชีวิตคู่ของลูกชายไม่จบลงเพียงเท่านี้ และหลานก็จะได้เกิดมามีพ่อ
“ทำให้ฉันเห็นว่าแกดีกว่ากรสิ แล้วฉันจะยอมคืนลูกชายให้”
“คุณพ่อครับ” เขียนฟ้าหันขวับมามอง เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าผู้เป็พ่อจะให้โอกาสทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งแง่กับธงรบมาตลอด โกรธแค้นแทนเขามากกว่าใคร
“พ่อก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ผู้ชายคนนี้มันมีดีอะไรบ้าง” คำดลให้เหตุผลแค่นั้น
“ขอบคุณครับคุณพ่อที่ให้โอกาสผมผมจะทำให้คุณพ่อเห็นว่าผมมีดีไม่แพ้ใครเลยครับ” ตอนนี้ธงรบยิ้มจนแก้มแทบจะปริจ้องมองไปยังกรนัมราวกับ้าประกาศาย่อม ๆ
“แต่ผมไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนนี้เข้าใกล้ผมแน่”คำพูดของร่างเล็กทำให้ธงรบหุบยิ้มแทบไม่ทัน
แววตาที่เคยมีหวังบัดนี้เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากภรรยา ทำตัวให้เล็กเลเล็เแกที่สุดเพื่อให้ทุกคนเห็นใจ
“ในเมื่อมันกล้ามาขอโอกาสพ่อก็อยากจะให้โอกาสมันอีกสักครั้ง ครั้งนี้พ่อจะตัดสินด้วยตัวเองว่าใครเหมาะที่จะดูแลลูกและหลานของพ่อที่สุดและอยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ผู้ชายคนนี้มันจะทนได้สักกี่น้ำ” ดูเหมือนว่าตอนนี้คำดลกำลังมีแผนบางอย่างในใจ
“ผมจะเชื่อพ่อครับ”
“ดีมากลูก”
คำดลยิ้มให้ลูกชายแล้วหันมาหาลูกเขยอีกครั้ง
“นับจากวันพรุ่งนี้เป็ต้นไป แกจะต้องมาเป็คนรับใช้ลูกชายฉันทำทุกอย่างที่ลูกชายฉันสั่ง ห้ามปฏิเสธแม้แต่อย่างเดียวและที่สำคัญห้ามแตะเนื้อต้องตัวลูกชายฉันเด็ดขาด”
“ฮะ! คนรับใช้เหรอครับ” เขียนฟ้าเบิกตาโพลงด้วยความใเพิ่งจะบอกผู้เป็พ่อไปหยก ๆ ว่าไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
“ได้เลยครับ ผมยินดีและเต็มใจรับใช้ฟ้าอย่างเต็มที่ครับคุณพ่อ”ธงรบยิ้มอย่างมั่นใจว่าตนเองจะสามารถเอาชนะใจพ่อตาได้
“คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ” หทัยรัตน์ถามสามีเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“ผมคิดดีแล้ว ก่อนหน้านี้ลูกชายเราโดนกดดันต่างๆ นานา ถึงเวลาที่ฟ้าจะต้องเอาคืนแล้วล่ะ อยากทำอะไรก็ทำในเมื่อตอนนี้อำนาจทุกอย่างอยู่ในมือลูกแล้ว”
เป็เช่นนี้เขียนฟ้าก็ถึงบางอ้อผู้เป็พ่อ้าให้เขาเอาคืนสินะ เป็อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้ทำให้ธงรบรู้ว่าการต้องอยู่ในสถานะที่เป็รองมันรู้สึกอย่างไร
แม้จะรู้จุดประสงค์ของพ่อตาแต่ธงรบก็ยังยิ้มสู้เขาจะอดทนให้มากเพื่อเอาครอบครัวกลับคืนมา ต่อให้เด็กในท้องเขียนฟ้าจะเป็ลูกเขาหรือไม่ก็ไม่สนใจแล้วเพราะความเชื่อใจเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคู่ไปรอด จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ตัวและหัวใจเขียนฟ้ากลับมา
“ออกไปได้แล้ว”
“ครับคุณพ่อ งั้นผมลาล่ะครับ” ธงรบยกมือไหว้ทุกคนก่อนจะมองหน้าภรรยาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ทว่าอีกฝ่ายยังคงทำหน้าบึ้งใส่
เมื่อธงรบออกไปแล้วหทัยรัตน์ก็หันไปเอ่ยกับกรนัม“แม่ขอโทษด้วยนะลูก ที่ขี้ตู่ว่าเราเป็พ่อของลูกฟ้า”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะเื่นี้นั่นล่ะ”
“เื่นี้งั้นเหรอ หมายความว่ายังไงฟ้า”หทัยรัตน์ขมวดคิ้วถามลูกชาย
“คือผมให้กรมาช่วยเป็พ่อหลอก ๆเพื่อให้คุณรบยอมแพ้แล้วกลับกรุงเทพฯครับ”
“แสดงว่าลูกรู้ก่อนหน้านี้แล้วว่าไอ้ธงรบมันมา”คำดลถามเสียงเข้ม
“ครับพ่อ แต่ผมไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องกลุ้มใจกับเื่ของผมอีกเลยจะจัดการด้วยตัวเอง ไม่นึกว่าเขาจะมาหาถึงที่นี่ ผมขอโทษด้วยนะครับ” เ้าตัวยกมือไหว้ท่านทั้งสอง
“ไม่เป็ไรหรอกลูกแต่ต่อไปนี้มีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ เราจะได้ช่วยกันหาทางออก”
“ครับแม่”
“แล้วอย่างนี้ผมต้องทำยังไงต่อครับ” กรนัมถาม
“ก็ทำตัวปกตินั่นล่ะแต่ถ้าจะให้ดีพยายามเล่นบทคนรักต่อหน้ามันบ้าง แค่คิดก็สะใจแล้ว” คำดลแสยะยิ้มอย่างพอใจ
“ครับคุณพ่อ ผมจะเล่นให้สมบทบาทที่สุดเลยล่ะ”
“ผมไม่นึกว่าคุณพ่อจะร้ายกาจขนาดนี้”
“ก็พ่ออยากให้ลูกเอาคืนมันบ้างยังไงล่ะ”
“ผมไม่ใช่คนเ้าคิดเ้าแค้นขนาดนั้นสักหน่อยแต่ก็น่าสนุกดีนะครับ”
“เรานี่ก็ใช่ย่อยเหมือนกันบทจะใจแข็งก็ไม่ยอมท่าเดียว” หทัยรัตน์เอ่ยแซวลูกชาย
“คนเราเจ็บแล้วก็ต้องจำสิครับแม่”
“ดีแล้วล่ะลูกที่คิดได้อย่างนี้แม่ว่าตอนนี้เรารีบไปทานข้าวกันต่อดีกว่า อาหารคงจะเย็นหมดแล้วมั้ง”
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินกลับไปที่โต๊ะทานข้าวสนทนากันถึงเื่ต่าง ๆ อย่างออกรสเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นและแน่นอนว่าหนึ่งในหัวข้อก็คือ จะทำอย่างไรเพื่อจะเอาคืนธงรบให้เจ็บแสบและสาสมที่สุดนั่นเอง