นาฟเหลือบตามองอังเก้ แต่ไม่ได้ตอบกลับทันทีเขาพยายามกลืนความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นในอก ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกปล่อยให้ความคิดที่วนเวียนอยู่กับคำพูดและการปรากฏตัวของหญิงสาวจากไปค่อย ๆ สงบลงเขารู้ว่าหญิงสาวนั้นเป็นเบาะแสเดียวที่เขามีในตอนนี้เป็นความหวังเดียวที่จะคลายปริศนาแห่งความทรงจำที่สูญหาย แต่ตอนนี้เธอก็จากไปแล้วทิ้งเขาไว้เพียงลำพังกับความรู้สึกว่างเปล่า
อังเก้มองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน
“ไม่ว่าอดีตของเจ้าจะเป็นเช่นไรข้ารู้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งและค้นหาคำตอบได้ในที่สุดเจ้าจะไม่โดดเดี่ยวในการเดินทางครั้งนี้หรอก เจ้าจะมีพวกเราเสมอ”
นาฟพยักหน้าอย่างเงียบงันแม้ใจเขายังคงรู้สึกว้าวุ่นทว่าเสียงปลอบประโลมของอังเก้ก็ช่วยดึงเขากลับมาให้ยืนหยัดอยู่ในปัจจุบันได้อีกครั้ง
หลังจากเจ้าหน้าที่ที่เหลือเก็บกวาดสนามรบพร้อมกับยึดสินสงครามมาได้แล้ว พาริสสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมเดินทางกลับหน่วย
“พวกเรากลับกันได้แล้ว!” อังเก้เอ่ยกับนาฟ
นาฟหันมาทางอังเก้หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกท่านกลับไปก่อนเถอะข้าอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก…ข้ายังพอมีเวลาและยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความแน่วแน่
อังเก้ขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้าไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มธรรมดาอีกต่อไปแล้วเจ้าคือเป้าหมายของหลายคน ทั้งพวกศัตรูที่จ้องเล่นงานเจ้าเจ้าอยู่แดนนอกเพียงลำพังมันอันตรายเกินไป ข้าคงปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียวไม่ได้”
นาฟยิ้มเล็กน้อย แววตาฉายแววอบอุ่นปนดื้อรั้น
“ข้าอยู่คนเดียวมานานแล้ว ข้ารู้วิธีเอาตัวรอดดี…!”
ก่อนที่อังเก้จะได้เอ่ยอะไรต่อเสียงของพาริสก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาเดินเข้ามาใกล้มองนาฟด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
“ปล่อยเขาไปเถอะ ข้าเชื่อว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ดูแลตัวเองได้ข้าเองก็เชื่อว่าหากเขาตั้งใจจะไปให้ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีใครสามารถรั้งเขาไว้ได้”
พาริสหันมองนาฟอย่างชื่นชมและเอ่ยต่อ
“ข้าเชื่อว่าแม้ข้าจะลงมือเต็มกำลังก็ยากที่จะตามเขาได้ถ้าเขาคิดจะหนี”
พาริสพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
อังเก้สบตาพาริส พอรับรู้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เขาเองก็เข้าใจดีว่านาฟนั้นมีความแข็งแกร่งและมุ่งมั่นเพียงใดบางครั้งการปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาเลือกเองอาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด
อังเก้พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนักสุดท้ายเขาตบบ่านาฟเบา ๆ
“ถ้าเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะไม่ขัด ขอเพียงดูแลตัวเองให้ดีข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนมีฝีมือ แต่ข้าก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้”
นาฟยิ้มรับอย่างรู้คุณก่อนจะมองดูพวกเขาเดินจากไป ทิ้งตัวเขาไว้กลางแดนนอกที่ว่างเปล่า สายลมพัดผ่านเบาๆ ทิ้งให้เขาได้อยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง
เมื่อกลุ่มเจ้าหน้าที่ทั้งหมดลับหายไปจากสายตาทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด นาฟยืนอยู่กลางหุบเขา สายตาเหม่อมองขึ้นฟ้าเขากำหมัดแน่น สูดหายใจลึกก่อนจะปลดปล่อยพลังที่เหลือในร่างกายออกมา
“ย่างเวหา!”
เขาพึมพำเบา ๆก่อนร่างกายพุ่งทะยานขึ้นสู่ที่สูงราวกับถูกแรงลมยกตัวขึ้นกลางอากาศเขาค้างตัวอยู่ชั่วขณะ เปลือกตาปิดลงประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกเปิดกว้างเพื่อค้นหาเบาะแสของหญิงสาวปริศนาผู้มากับเกทมิติ
แต่ผลลัพธ์คือความว่างเปล่า ไม่มีแรงสั่นสะเทือน
ไม่มีร่องรอยพลังที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวใดๆของเธอ นาฟลืมตาขึ้น สีหน้าครุ่นคิดปรากฏชัด
"หายไปไหน...!"
เขาพึมพำ ก่อนจะตัดสินใจกระโดดไปยังตำแหน่งอื่นที่สูงกว่าด้วยย่างเวหาอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของนาฟดูเหมือนจะเป็นหนึ่งเดียวกับลมเขาทะยานขึ้นสู่ยอดโขดหินอีกหลายจุด ปิดตาตรวจจับพลังรอบบริเวณครั้งแล้วครั้งเล่าทว่า ทุกครั้งที่เขาหยุดเพื่อสำรวจ ผลก็ยังเหมือนเดิม ว่างเปล่าไม่มีอะไรให้สัมผัส
เวลาเนิ่นนานผ่านไปร่างกายเขาเริ่มส่งสัญญาณอ่อนล้า พลังงานในตัวลดลงเรื่อย ๆ ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงฝ่าเท้าแตะพื้นหินอีกครั้งพร้อมร่างที่ทรุดลงคุกเข่ามือเท้ากับพื้นเพื่อพยุงตัวไว้ นาฟเงยหน้าขึ้นมองเส้นขอบฟ้าสีครามที่เปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนของยามเย็น
"เป็นไปได้ยังไง...?"
เขากล่าวเสียงแผ่วเบาความหงุดหงิดและความผิดหวังแฝงอยู่ในน้ำเสียงราวกับตัวเขาเองกำลังตั้งคำถามกับโชคชะตา
แต่ถึงแม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าดวงตาของเขายังคงแฝงไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น
"ข้าจะต้องรู้ให้ได้..."
นาฟกัดฟัน กำหมัดแน่นพร้อมความตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้แม้ต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีส้มอ่อนเป็นม่วงเข้มลมยามเย็นพัดเบา ๆ สัมผัสกับผิวที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของนาฟ เขาเดินช้า ๆไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย สองขาแทบไม่สามารถพยุงน้ำหนักร่างกายได้อีกต่อไป หลังจากการใช้พลังอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวัน
ดวงตาของเขาเลื่อนลอยเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและผิดหวังทว่า เมื่อแสงสุดท้ายของวันจางหายไปเบื้องหลังภูเขาสายตาของนาฟก็สะดุดเข้ากับร่างบางที่ยืนอยู่บนทางเข้าถ้ำของเขา
หญิงสาวผมสีทองรัศมีรอบตัวเธอเรืองรองยามต้องแสงสุดท้ายของอาทิตย์ เธอยืนอยู่อย่างสง่างามเสื้อผ้าพลิ้วไหวไปกับลมเบา ๆ ราวกับไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา นาฟชะงักงันเขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทั้งเหนื่อยล้าและไม่ทันตั้งตัว
"ท่าน...!"