ร่างสูงเดินดุ่มๆ เข้าบ้าน หอบหิ้วเอาเสื้อผ้าออกจากรถขึ้นพาดบ่าไว้ สีหน้าเคร่งเครียดทำเอาแม่บ้านที่วิ่งกระหืดกระหอบมารอเผื่อจะช่วยหยิบจับทำอะไรได้บ้างเป็อันต้องหยุดอยู่กับที่ แล้วแหวกทางให้เขาเดินไปอย่างไม่อยากรบกวน
ทรงผมที่ยุ่งเหยิงพร้อมกับขอบตาดำคล้ำ บอกได้เป็อย่างดีว่าเ้าตัวกำลังอยู่ในสภาวะไหน เอาเป็ว่าถ้าเห็น ‘อัครา’ กลับบ้านมาในสภาพนี้เมื่อใด หมายความว่าเขา
ถูกสาวทิ้งอีกแล้วแน่นอน...
ชายหนุ่มใช้หางตามองพี่ชายที่นั่งเหยียดขายืดยาว ในมือถือแท็ปเล็ตอ่านอย่างสบายใจ ก่อนจะเมินหน้าหนี แต่ดันหันมาจ๊ะเอ๋เข้ากับมารดาเข้าเสียก่อน
ใบหูเลยถูกบิดเต็มแรงเกิด
“โอ้ย! ม๊า! บิดหูผมทำไม” ชายหนุ่มร้องเสียงหลง เห็นมารดาทำหน้าดุใส่แล้วก็ไม่อยากอ้าปากเถียง เพราะรู้ว่าอย่างไรก็เถียงไม่ชนะสักที
“ม๊าจะเอายังไงกับแกดีนะ หายหน้าหายตาไปสี่ห้าวัน โชว์รูมไม่รู้จักเข้า ตกลงแกยังอยากได้มรดกอยู่หรือเปล่าม๊าถามจริง”
มุมปากที่มีไรหนวดจางๆ ยกยิ้ม คุณนายพัดชาเป็อย่างนี้เสมอ เอะอะอะไรก็เอามรดกเข้าขู่ คิดว่าเขากลัวเหรอ
อืม...ก็นิดๆ
แต่ที่หายหน้าไปหลายวันก็เพราะอะไร เพราะคุณนายตรงหน้าเขานี่แหละ ที่สั่งให้ไปคืนดีกับคุณหนูอรลัดดา ทายาทร้านเพชรและเครื่องประดับใหญ่โต
แล้วยังจะมาบ่นอีก
“ทำไมม๊าชอบพูดเหมือนผมไม่เอาถ่านอย่างนี้ทุกทีเลย” อัคราส่ายหน้า ท่าทางราวเสียใจและผิดหวังอย่างหนัก
ก็ผิดหวังเล็กๆ เหมือนกัน ตลอดเวลาที่เขาเป็ลูกชายคนเล็ก มักจะถูกมารดาบ่นว่าเยอะกว่าพี่ชายอย่างอิสระ รายนั้นอิสระสมชื่อจริงๆ แทบไม่เคยโดนบ่นให้เขาได้ยินสักครั้งั้แ่เกิดมาเป็พี่น้องกัน จนบางทีก็แอบน้อยใจว่าเขาถูกเก็บมาเลี้ยงหรือไม่ใช่ลูกในไส้หรือเปล่า
แต่คิดไปก็เท่านั้น การเรียนก็ไม่แย่ จบบริหารป.โทฯ จากต่างประเทศ กลับมาปั้นโชว์รูมรถยุโรปจนอลังการ หน้าตาก็ดี สาวๆ ก็ติดตรึม แค่โดนแม่บ่น สบายมาก...
“ก็ถ้าแกไม่อยู่แล้วฝากงานไว้กับเฮียบ้าง ไม่ใช่หายเงียบติดต่อไม่ได้เลยอย่างนี้ ม๊าจะบ่นทำไม”
“ลูกค้าเข้ามาเซอร์วิส แต่พนักงานกลับทำอะไรไม่เป็เลยสักอย่าง ผู้จัดการก็งานเข้าด่วน เ้าของโชว์รูมก็หายตัว แค่ดึงหูนี่น้อยไปนะ”
คุณนายพัดชาบ่นจนน้ำลายแตกฟอง ในขณะที่เขาเองก็ทำปากมุบมิบล้อเลียนผู้เป็มารดาไปเรื่อย
แต่ทว่าที่มารดาพูดเื่พนักงานทำงานไม่เป็ เห็นทีเขาว่าจะไม่ใช่
“เดี๋ยวนะม๊า ที่บอกว่าพนักงานทำงานไม่เป็ ทำอะไรไม่เป็ แล้วคนไหนที่ทำไม่เป็ ผมไม่เคยจ้างพนักงานง่อยๆ มาทำงานนะ ม๊าใส่ร้ายอะไรผมอีกหรือเปล่าเนี่ย”
อัคราหรี่ตาถามมารดา เห็นคนสูงวัยกว่านิ่งไปอึดใจ มุมปากหนายกยิ้มอย่างมีเลศนัยทันที
“ได้ด่าแล้วติดลมไง ขอให้ได้ด่าเถอะม๊าอะ ไม่ไหวๆ” ร่างสูงเดินไปนั่งทิ้งตัวลงโซฟาแล้วเอนกายเลียนแบบพี่ชายบ้าง
“ตกลงยังไงม๊า จะบ่นอะไรก็ตรงประเด็นเลยดีกว่า อย่าเอาโชว์รูมมาอ้าง บ่นไปเรื่อยนะเราน่ะ”
อัคราเหยียดกาย ผงกหน้ามองมารดาที่หน้านิ่วคิ้วขมวด ท่าประจำเวลาโดนเขาจับได้ ในขณะที่อิสระหัวเราะในลำคออยู่เงียบๆ อย่างคนสังเกตการณ์
“จะมีเื่อะไร๊ ก็เื่ที่แกหาเมียไม่ได้เป็ตัวเป็ตนสักทีไงล่ะ ร่อนไปร่อนมา แล้วนี่ยังไง ที่ให้ไปคืนดีกับหนูอรแล้วก็เงียบหายไป ม๊านึกว่าแกโดนเ้าสัวฆ่าหมกส้วมไปแล้วด้วยซ้ำที่ไปหักอกลูกสาวเขา”
คุณนายพัดชาร่ายยาว อัคราได้แต่ทำเป็เซ็ง
ใครหักอกใครกันแน่นะ...
นับครั้งได้เลยมั้งที่เขาจะหักอกใคร มีแต่นายอัครานี่แหละที่ต้องวิงวอนให้ผู้หญิงแต่ละคนอย่าทิ้งเขาไปอยู่เรื่อย ไม่รู้ทำไม
อยากได้ผู้ชายสายเปย์ก็เป็ให้แล้ว อยากได้พ่อบ้าน นี่ก็ทำงานบ้านซักผ้าหุงข้าวมาั้แ่เล็กแต่น้อย อยากได้คนดูแล ก็ทำให้ทุกอย่าง ขาดก็แค่เข้าไปทำความสะอาดหลังจากทำธุระส่วนตัวให้ก็เท่านั้น
ผู้หญิงพวกนั้นยังกล้าทิ้งเขาไปไม่ใยดี
“พูดผิดให้พูดใหม่นะม๊า อรเขาทิ้งผมไปหาไอ้ฝรั่งนั่นก่อน นี่! ลูกชายม๊าถูกทิ้งให้เป็หมาหัวเน่าหนอนต่างหากล่ะ มาปลอบใจลูกชายตัวเองก่อนเหอะ”
ชายหนุ่มเอานิ้วจิ้มอก ระคนเจ็บใจ ริมฝีปากหนาอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากมองบน
อัคราพยายามหาสาเหตุแล้วว่าทำไมเขาต้องเป็ฝ่ายถูกทิ้งก่อนเป็ประจำ เขาไม่เคยงี่เง่าเอาแต่ใจ ว่าไงว่าตามกัน อยากได้อะไร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ทำให้ทุกอย่าง
แล้วข้อผิดพลาดมันอยู่ตรงไหนกัน
“โอ้ย! ไม่รู้แหละ อย่างที่ป๊าบอกว่าใครมีหลานก่อน ได้มรดกไป” มารดาเสียงแข็ง
ชายหนุ่มหันมองผู้พี่ที่ผิวปากเสมองไปเรื่อยเปื่อยอย่างสบายอารมณ์ด้วยความหมั่นไส้ใช่สิ... อีกแค่เดือนหน้าอิสระก็เข้าหอลง ‘โลง’ แล้ว
เพราะว่าที่พี่สะใภ้ แทบจะถอดแบบมารดามาทุกกระเบียดนิ้ว สำหรับเขา แค่เห็นว่าเป็เช่นนั้นก็รู้สึกสยองจนขนหัวลุก
อยากได้เมีย ไม่อยากได้แม่!