สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สามสิบสาม พระเอกในอิเซไคเอ๊ยในเทพนิยาย

    ตอนที่สามสิบสาม พระเอกในอิเซไคเอ๊ยในเทพนิยาย

    “โอ๊ย ไม่ไหวหมดแรงแล้ว”แม้จะทำงานจนเสร็จ กองกระดาษบนโต๊ะวางเรียบร้อย

    นี่น่าจะได้อิทธิพลจากความเป็นเกมส์ที่สร้างโดยคนญี่ปุ่นแม้จะมีความเป็นยุโรป เจ้าชายขุนนาง แต่มีระบบเอกสารที่เป็นระเบียบมาก

    ความเชื่อมั่นในตราสัญลักษณ์และเอกสารนี่สูงมากหากเป็นคนไซฮก เอ๊ย คนตะวันตก ที่มีแนวความคิดต่อต้านรัฐบาลตลอดเวลาคงมองว่าการสร้างกิลด์นักผจญภัยที่มีสาขาไปทั่วแผ่นดินนี้ไม่น่าจะสามารถเกิดขึ้นได้แต่ผมมองว่ามันก็น่าจะเกิดขึ้นได้นั่นล่ะ ในเงื่อนไขที่ว่าหากเรามองว่ามอนสเตอร์หรือสัตว์ปีศาจเนโครแมนเชอร์ มังกร คือสัตรูกลุ่มหนึ่งเช่นกันที่จะทำลายอำนาจของชนชั้นสูงและขุนนางได้

    การมีกิลดฺนักผจญภัยในทุกอาณาจักรจึงเป็นข้อตกลงร่วมกันของหลายๆอาณาจักร แม้จะมีการ”รักษาความเป็นกลาง”ก็ตาม

    แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่มีข้อห้ามที่ลูกนอกสมรสBastardจะหนีมาเป็นนักผจญภัยหรือลุกสาวดยุกจะหนีออกมาเป้นนักผจญภัยแต่ประการใด

    แค่คนทั่วไปคงไม่คิดว่าดยุกที่ต้องมีหน้าที่ปกครองแว่นแคว้นอย่างผมจะมีเวลาว่างมาเล่นเป็นนักผจญภัยอยู่อย่างนี้

    หารู้ไม่ว่าผมใช้จังหวะนี้รวบรวมลุกน้องที่มีความสามารถจำนวนมากขึ้นได้โดยหลฃีกเลฃี่ยงข้อห้ามบางประการของเหล่าขุนนางเช่นกัน

    ผมอาจจะไม่สามารถตั้งยศขุนนางแก่สามัญชนโดยไม่โดนกลุ่มขุนนางมองตาขวางไม่พอใจได้แต่ผมสามารถตั้งพวกเขาให้มีองค์กรหรือกลุ่มคนที่เขาสามารถเป็นผู้นำได้

    เช่นแบบเดียวกับพระเอกอิเซไคที่จะไปเกิดกับพ่อแม่ที่คุมดินแดนบ้านนอกชายแดนอย่างนั้นพวกขุนนางต่างๆจะรับได้มากกว่าเพราะมองว่าคือการบุกเบิกที่ดินแห่งใหม่นั่นเอง

    และเพื่อรับภาระการปรับโครงสร้าง การขยายกองทัพและการขยายดินแดน

     

    ต้องสร้างระบบราชการเอกสารที่เข้มแข็งคำสั่งของผมจึงจะส่งไปถึงทั่วแคว้นได้อย่างรวดเร็วซึ่งผมกำลังพัฒนาตรงนี้อยู่เพราะมองว่าสามารถเพิ่มทักษะสกิลได้อย่างรวดเร็วหากไปปราบมอนสเตอร์มากกว่าการฝึกฝนธรรมดา

    และผลลัพธ์ก็เห็นของข้างชัดเจนที่เอกสารที่ออกมาจากการทำงานนั้นสำเร็จเรียบร้อย

    เอกสารตั้งวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อยพร้อมที่จะส่งไปตามกระบวนการ

    ผมไม่โหดร้ายขนาดจะเผลอฟาดแส้ใส่จนพวกนี้ต้องมาทำงานอีกรอบอย่างมุกตลกทั่วไปผมเลยใช้แส้ฟาดคนที่ยังพอมีแรงให้ดื่มน้ำยาเพิ่มพลังไปอีก

    แต่อนิจจาผมได้ค้นพบว่าพวกเนิร์ดคอไม่แข็งในการดื่มน้ำยาเพิ่มพลังก็จะมีอาการเมาหรือรับยาเพิ่มพลังจำนวนมากติดต่อกันไม่ได้หากไม่พักก่อน

    ตกลงมันจะมีปัญหา ความลำบากให้ได้ทุกขั้นตอนเลยใช่ไหมนี่?

    ผมชักโมโหแล้วนะ

    ไม่แปลกเลยที่พวกขุนนางมันจะดูถูกชาวบ้านจากก้นบึ้งของหัวใจในเรื่องเรพาะหากตีค่าเป็นตัวเลขตามเกมส์ ชาวบ้านก็มีพลังเวทย์หน้อยกว่า พลังชีวิตน้อยกว่าสกิลน้อยกว่าทุกประการตามที่ระบบแสดงออกมาเป็นค่าที่วัดได้

    ผมที่พยายามจะเพิ่มค่าพลังและทักษะของพวกลูกน้องของตนเองและที่มองว่าคนเท่าเทียมกันมากกว่าคนในโลกนี้ยังรู้สึกเหนื่อยใจกับความด้อยกว่าของชาวบ้านธรรมดา

    เปรียบเทียบระหว่างมาเรียกับชาวบ้านธรรมดาทำให้อารมณ์ของผมพลิกกลับไปกลับมามาก

    มาเรียอาจจะทำให้ผมอิจฉาแต่ชาวบ้านลูกน้องของผมทำให้ผมหงุดหงิด

    “ข้าจะทำให้พวกเจ้ามีความสามารถระดับพระเอกอิเซไคให้ได้”

    “อืออพระเอกอิเซไคคืออะไรหรือขอรับท่านดยุก”พวกลูกน้องที่หลับตาเบลอๆไม่แน่ใจว่าจะหลับหรือตื่น แต่ความสามารถ Command คำสั่งที่ทำให้แม้แต่พวกเขาที่เกือบจะสลบไปแล้วก็ยังพอเข้าใจตอบคำถามได้แม้ร่างกายจะไม่เหลือพลังแล้วก็ตาม

    ผมรู้ตัวว่าเผลอพูดไปก็เลยแก้ตัวว่า

    “เอ ไม่มีอะไรข้าหมายถึงข้าอยากให้พวกเจ้าทุกคนเก่งอย่างพระเอกในเทพนิยายหรือตำนาน”

    “โอ๊ย ท่านดยุกขอรับพวกคนในนิทานมันมีจำนวนน้อยมากๆ มันถึงเป็นนิทานนะขอรับท่าน”เสมียนคนหนึ่งกึ่งหลับกึ่งตื่นตอบผมเขาแทบไม่เหลือความสุภาพเพราะตอนนี้เขายังตอบคำถามอยู่ได้เพราะพลัง Command ของผมล้วนๆ

    อะผมเริ่มสังเกตออกว่าพวกเขาไม่มีความคาดหวังที่จะเป็นคนเก่งที่สุดในโลกอยู่ในตนเองแม้แต่น้อยคนที่ไม่มีความกล้าที่จะประกาศว่าตนเองจะเป็นโฮคาเงะหรือจ้าวแห่งโจรสลัดน่ะไม่สามารถเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้หรอกนะ

    นอกจากพะเอกอิเซไคจะมีความรู้จากโลกสมัยใหม่แล้วยังมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวข้ามพ้นสถานะเดิมของตนเองและความอดทนจนสามารถเก็บเลวลให้ได้ระดับสูงตั้งแต่ตอนเด็กๆที่จะมาที่ต่างโลกได้มันคือแนวคิด ความทะเยอทะยานและความอดทนในการทำให้ถึงจุดหมายนั่นเอง

    “เหลวไหล”

    เพี๊ยะ Domesticate ทำให้เชื่องสำแดงพลังอีกครั้ง

    จากสีหน้ารำคาญกลายเป็นหวาดกลัวและเชื่อฟังคำสั่งอีกครั้งของเลห่าเสมียน

    “อยู่ในมือของข้าภายใต้การนำของคนที่ยิ่งใหญ่อย่างข้าพวกเจ้าจะไม่กลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?”

    ผมใช้ประกอบกับทักษะข่มขู่และคำสั่ง Intimidate and Command

    พวกเหล่าเสมียนสะดุ้งลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหวาดกลัวจนไม่สามารถต่อต้านได้เพราทักษะที่เพิ่มสูงขึ้นของผมที่เพิ่มขึ้นได้พอสมควรจากการใช้สกิลlearning แบบหมู่แม้จะทำอย่างนั้นได้เวลาไม่นานเพราะข้อจำกัดด้านมานาของพวกสามัญชนเสมียน

    “ภายใต้การปกครองของข้าไม่มีใครที่ไร้ความสามารถ”

    และจากการคำนวณของผมทุกคนต่อให้ไม่ได้ระดับพระเอกอิเซไคก็อย่างน้อยทำให้ได้ระดับนักผจญภัยแรงก์ซีทุกคนล่ะนะหากมีทรัพยากรมากพอ

    อาจจะมีคนทะเยอทะยานเอาดาบเก่าๆชุดเกราะเก่าๆของทางบ้านไปผจญภัยเพราหวังจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่แต่ก็ตายกลางทางไปเยอะ

    คนที่เหลืออยู่อย่างเสมียนนี่น่าจะเป็นพวกที่ต้องการชีวิตที่สงบสุขแต่เสียใจด้วยนะ พวกแกมาอยู่ในมือของผมแล้ว บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    ..