หลังจากที่ประธานนาวินออกจากโรงพยาบาล ได้ให้เลขาโทรนัด เข้าพบท่านเ้าสัวเจริญศิลป์ทันที
“สวัสดีครับพี่นาวิน ผมทราบว่าพี่ไม่สบาย แต่ผมพึ่งเดินทางกลับจากเซี่ยงไฮ้ ว่าอีกสัก 2-3 วัน จะไปเยี่ยมอาการพี่”
“อาการคนแก่นะ เป็นั้นเป็นี่ ตามประสาคนอายุมากแล้ว”
“วันนี้พี่มา เพื่อที่จะปรึกษาเื่ปัญหาบริษัทของพี่”
“ครับ พี่นาวิน ผมพอจะทราบข่าวมาบ้าง ผมต้องขอพูดตามตรง ตอนนี้ที่บริษัทที่พี่เจอ คือ การความขาดความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจรวมทั้งในและต่างประเทศ และการขาดสภาพคล่องทางด้านการเงิน”
“ใช่แล้ว เจริญศิลป์ ซึ่งพี่ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวพี่เองแล้ว”
“ตอนนี้พี่ได้ลองเจรจากับกลุ่มการค้าร่วมแล้ว แต่ยังดูไม่เป็ผล และบริษัทที่เคยส่งส่วนประกอบยางให้เรา ตอนนี้ก็ไม่สามารถส่งให้เราได้ เนื่องจากสภาพคล่องทางด้านการเงินของบริษัท”
“ครับพี่นาวิน ผมคิดว่าพี่ลองคุณกับท่านประธานภาคินดูไหมครับ เขาเป็คนหนุ่มที่ฉลาดเื่การทำธุรกิจ และยังอยู่ในธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ เบอร์ต้นของเมืองไทย”
“พี่ว่าก็ดีนะ”
“งั้นเดี๋ยวผมให้เลขาผม โทรนัดท่านประธานภาคินให้ครับ”
พิมพ์ขวัญได้เข้าตรวจโรงงานผลิตยางรถยนต์ เมื่อทราบว่าที่โรงงานได้มีปัญหาเื่ขาดสารเคมีและวัตถุดิบผลิตยางรถยนต์กะทันหัน ซึ่งต้องรีบเข้าแก้ไขด่วน
“คุณพิมพ์คะ ตอนนี้ทางโรงงานกำลังแย่มาก ผลิตยางรถยนต์ไม่ทันออเดอร์หลายล็อตมากค่ะ เพราะทางผู้ผลิตวัตถุดิบไม่ส่งวัตถุดิบให้เรา”
“งั้นพิมพ์ขอข้อมูลจำนวน ออเดอร์ทั้งหมดด้วยนะ นาตาชา ว่ายังขาดออเดอร์ไปจำนวนเท่าไร”
“เดี๋ยวพิมพ์ จะลองโทรไปขอเจรจาเลื่อนการจัดส่งไปก่อน กับบริษัทต่างๆ เองอีกครั้ง”
พิมพ์ขวัญได้เดินทางกลับเข้าบริษัทหลังจากที่เข้าตรวจโรงงานพร้อมนาตาชา แต่ใบหน้าของพิมพ์ขวัญไม่ค่อยดี น่าจะเกิดจากความเครียดที่จะจัดการกับปัญหาโรงงานผลิตยางรถยนต์ และยิ่ง่นี้ทานข้าวไม่ตรงเวลา เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และต้องโทรประสานงานกับบริษัทต่างๆ เพื่อขอชะลอในการส่งมอบยางรถยนต์
“สวัสดีครับ ท่านประธานนาวิน”
“เรียกลุงเถอะหลาน”
“ครับคุณลุง”
“คือลุงอยากนัดเจอ ภาคินเพื่อปรึกษา เอ่อ...ปัญหาบริษัทของลุงหน่อย ว่าหลานพอที่มีแนวทางช่วยลุงได้”
“ได้ครับ พอดีคุณอาเจริญศิลป์ได้โทรมาเล่ารายละเอียดก่อนหน้าแล้วครับ”
หลังจากที่วางสายท่านประธานนาวินไป ภาคินได้ยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างผู้มีชัยชนะ กับแผนการทำลายของตนเองที่วางแผนไว้ได้ทำสำเร็จ ภาคินตั้งใจที่จะทำลายบริษัทของท่านประธานนาวินให้สาสมกับการจากไปของผู้หญิงอันเป็ที่รักของเขา และให้บทเรียนอย่างแสนสาหัส กับครอบครัวของท่านประธานนาวิน
“คุณพ่อจะปรึกษากับคุณภาคิน เื่ธุรกิจของบริษัทเราจริงหรอคะ”
“นภากลัวว่า คุณภาคินจะมีอคติกลับบ้านเรา แล้วไม่ยอมช่วยเหลือ”
“ไม่หรอจ๊ะนภา แม่ว่าอย่างคุณภาคินเอง เขาเป็ผู้ใหญ่และมีวุฒิภาวะมากพอ และแยกเยอะเื่ราวได้”
“นั้นสิคะ พี่นภา พิมพ์ก็คิดเห็นเหมือนกับคุณแม่ ไม่อย่างนั้นเขาจะตอบตกลงนัดเจอกับคุณพ่อทำไม”
“พี่ก็หวังไว้เป็เช่นนั้นเหมือนกันจ๊ะ”
นภาได้หวังว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันจะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะเธอเองได้รู้จักนิสัยน้องสาวของเธอเองดี ว่าเป็คนหัวอ่อนและมองโลกให้แง่ดีเสมอ และเป็คนที่จิตใจดีมาก หวังว่าทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับบริษัทของครอบครัวจะผ่านไปด้วยดี ระหว่างมื้อค่ำจบลง ทุกคนได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อต่อสู้กับปัญหาใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“สวัสดีครับคุณลุงนาวิน เชิญนั่งก่อนครับคุณลุง”
“ขอบใจนะ ภาคิน ที่สละเวลาการทำงานมานั่งฟังปัญหาบริษัทของลุง”
“คุณลุงจะรับน้ำหรือเครื่องดื่มอะไรก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมให้เด็กจัดการให้”
“ขอบใจมากนะ”