การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดแต่ที่มุมหนึ่งกลับมีชายสวมหน้ากากยืนสงบนิ่งอยู่ ถึงท่าทางจะสงบนิ่งแต่จิตใจของเขากำลังขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิดเนื่องจากคำพูดของสหายก่อนหน้านี้
ก่อนจะเกิดการต่อสู้ขึ้นไทสันได้ดึงวาสไปพูดคุยในห้องส่วนตัว
“...วาส ฉันมีเรื่องหนึ่งจะขอนาย”
“เรื่อง?”
“นายอย่ายุ่งกับการต่อสู้ระหว่าง 2 แก๊งครั้งนี้จะได้ไหม..”
“!”ไทสันถอนหายใจ จากนั้นจึงพูดเสียงจริงจังว่า
“เรื่องคราวนี้มันเป็นปัญหาภายในของแก๊งฉันและแก๊งมัจฉามรกต ฉันไม่อยากดึงนายเข้ามาเกี่ยว”การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ยิ่งการต่อสู้แบบคนหมู่มากเช่นนี้ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็มีสิทธิตายถ้าประมาท
วาสขมวดคิ้ว คิดจะพูดบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับศักดิ์ศรีของไทสัน ถ้าพูดอะไรไม่คิดมันอาจจะเป็นการดูหมิ่นไทสันได้
ชายหนุ่มปั้นหน้ายาก การที่เขากล้าสังหารโคลบี้ก็เพราะเขามั่นใจว่าจะรับมือกับแก๊งมัจฉามรกตได้ ต่อให้ไม่มีใครช่วยก็ตาม แต่การที่ไทสันห้ามเขายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้นี่ไม่เท่ากับเขาไปสร้างปัญหาให้ไทสันหรอกหรือ
“…ก็ได้”ในที่สุดวาสก็รับคำ แต่ในใจคิดหากไทสันและลูกชายตกอยู่ในอันตรายเมื่อไหร่เขาจะลงมือทันที ต่อให้ต้องผิดคำพูดก็ตาม
ปัจจุบันการต่อสู้ของ2ผู้นำยังคงต่อเนื่องไปไม่หยุด แต่การต่อสู้ระหว่าง2แก๊งกลับค่อนข้างติดขัด เพราะไทสันเลือกจังหวะเวลาลงมืออย่างรอบคอบ ใช้การปะทะกับปักเป้ามรกตปิดทางเข้าออกไว้
เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีแผนของไทสันก็ถูกปักเป้ามรกตดูออก ชายถือค้อนส่งเสียงหึ ใช้ไม้ตายก้นหีบออกมา!
สกิลทะลวงปฐพี!
ตูม!
ค้อนในมือปักเป้ามรกตพองลมขยายใหญ่กว่าเดิม3เท่าแล้วถูกฟาดลงพื้นเสียงดังสนั่น ทันทีที่ฟาดลงพื้นค้อนที่ขยายก็หดกลับไปขนาดเดิม แต่พลันมีแรงกระแทกแผ่พุ่งออกไปข้างหน้า!
ไทสันหน้าเปลี่ยนสีไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้ไม้ตายที่สร้างชื่อให้ตนเองออกมาเร็วขนาดนี้จึงไม่ทันได้ระวังตัว ยามเจียนตัวจึงได้แต่ยกขวานขึ้นบังตัวด้วยมือข้างเดียว
ปัง! อั๊ก!
ชายแขนเดียวรู้สึกเหมือนถูกช้างตัวโตเต็มวัยพุ่งเข้าชนเต็มแรง ขวานใหญ่หลุดออกจากมืออย่างไม่อาจควบคุม ส่วนตัวคนพุ่งไปชนต้นไม้จนหักโค่น
เมื่อไม่มีไทสันขวางทางคนของแก๊งมัจฉามรกตก็วิ่งตะบึงเข้าเขตฐานที่มั่นของแก๊งกะโหลกเลือดอย่างกระหายเลือด
สถานการณ์ของแก๊งกะโหลกเลือดเริ่มเข้าขั้นวิกฤต สมาชิกแก๊งมัจฉามรกตอย่างต่ำก็มีกว่าหนึ่งพันคน แต่แก๊งกะโหลกเลือดกลับมีคนแค่300-400 เท่านั้น
“เคี้ยกๆๆ ตายซะเถอะไอ้กระจอก เมืองนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับแก๊งกะโหลกเลือดแล้ว”แก๊งมัจฉามรกตคนหนึ่งหัวเราะย่ามใจเตรียมแทงดาบยาวในมือปลิดชีพชายแก๊งกะโหลกเลือดที่ล้มบาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น
“อย่ามั่นใจมากนัก”เสียงเย็นชาดังขึ้น พร้อมๆกับขวานเล่มใหญ่ที่ตัดสะพายแหล่งคนของแก๊งมัจฉามรกตเป็นสองส่วน ดวงตาของเขาเบิกกว้างตายไปทั้งอย่างนั้น
“บอส!”ชายที่กำลังจะโดนปลิดชีพร้องขึ้นอย่างดีใจ โทมัสปรายตามองเขาแวบหนึ่งกล่าวเสียงเรียบว่า
“รีบถอยไปด้านหลัง อย่าเป็นตัวถ่วงคนอื่น”ชายคนนั้นพยักหน้าหงึกๆหมอบคลานจากไปแม้บาดเจ็บสาหัส
“เฮ้ย! นั่นมันลูกชายของกะโหลกแดง!”
“ฆ่ามันซะ ถ้าไม่มีพวกมัน2พ่อลูก แก๊งกะโหลกเลือดก็ไม่ต่างจากกลุ่มอันธพาลข้างถนน!”กลุ่มคนเกือบ 30 คนวิ่งกรูเข้าหาโทมัส ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด หากใครสามารถสังหารโทมัสได้รับรองว่าปักเป้ามรกตต้องตบรางวัลให้ไม่น้อยเลยทีเดียว
โทมัสแค่นเสียงย่อขาลงไขว้ขวานใหญ่ไปด้านหลังทำท่าคล้ายซามูไรแต่เปลี่ยนจากถือดาบไปถือขวานแทน
สกิลคลื่นจันทร์เสี้ยว!
ฟุ่บ!
ขวานในมือตวัดไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงก่อเกิดคลื่นขวานรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งไปอย่างรวดเร็วตัดร่างกลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาเป็น2ส่วน
เฮือก!
แก๊งมัจฉามรกตหลายคนที่ตั้งท่าจะเข้ามารุมสูดลมหายใจหนาวเหน็บ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นโทมัสลงมือต่อสู้ด้วยตัวเอง นับตั้งแต่โทมัสขึ้นเป็นบอสคนใหม่ของแก๊งกะโหลกเลือดก็แทบไม่เคยมีใครเห็นเขาแสดงฝีมือ ดังนั้นการลงมือครั้งเดียวของโทมัสจึงสามารถสะกดข่มพวกเขาได้ทั้งหมด
ภาพการโจมตีของโทมัสอยู่ในสายตาปักเป้ามรกตเช่นกัน บอสแก๊งมัจฉามรกตขบกราม ตอนที่เขาวางแผนลอบกัดไทสันตั้งใจจะให้แก๊งกะโหลกเลือดแตกสลาย แต่การขึ้นเป็นบอสคนใหม่ของโทมัสก็ทำให้แผนการของเขาล้มเหลว ปักเป้ามรกตจึงเกลียดชัง2พ่อลูกนี้เข้าไส้
“มาดูกันว่าแกจะแน่แค่ไหนไอ้หนู!”ปักเป้ามรกตหมายจะเข้าไปจัดการโทมัสด้วยตัวเอง แต่ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นขวานยักษ์ที่ลอยตรงดิ่งมาหาเขาเสียก่อน
สกิลระเบิดคลื่นอัดกระแทก!
บูม!
ปักเป้ามรกตถอยฉากหลบแต่เสียงดังราวกับฟ้าผ่าทำให้เขารู้สึกวิงเวียนในหัว
“ตาย!”ไทสันที่พุ่งตามขวานมาเอื้อมมือไปหยิบขวานกระโดดหมุนตัวกลางอากาศเหวี่ยงแขนใช้แรงหมุนช่วยเสริมพลังและใช้สกิลในครั้งเดียว
สกิลขวานถล่มภูผา!
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากขวานทำให้ปักเป้ามรกตรู้สึกคล้ายถูกภูเขาทั้งลูกกดทับ ฝืนใจใช้สกิลเข้าต้านแขนพองหนาหวดสวนค้อนกลับไป!
เปรี้ยง!
เนื่องจากไทสันอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบประกอบกับการที่ปักเป้ามรกตใช้สกิลออกมาอย่างฉุกละหุก ทำให้บอสปักเป้ามรกตทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น กล้ามเนื้อขาที่ใช้ค้ำยันส่งความรู้สึกเหมือนกำลังส่งเสียงกรีดร้อง ส่วนไทสันเพียงแค่ถูกแรงปะทะดันลอยไปข้างหลังและลงสู่พื้นอย่างสวยงาม
“โทมัสรีบจัดการกระจอกให้หมด! เร็ว!”สิ้นคำไทสันก็กระโจนพรวดเข้าหาปักเป้ามรกต กดดันยามได้เปรียบ
โทมัสที่ได้ยินคำสั่งก็ไม่เก็บงำฝีมืออีกต่อไป ชายหนุ่มถือขวานสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว สองขาพุ่งเข้าไปใจกลางกลุ่มแก๊งมัจฉามรกต มือตวัดกวาดขวานในมือไม่ขาดสาย
พอมาถึงจุดที่เหมาะสมโทมัสก็ไม่ลังเลที่จะใช้สกิลของตนออกมา
สกิลคลื่นจันทร์เต็มเสี้ยว!
สกิลคลื่นจันทร์เต็มเสี้ยว!
สกิลคลื่นจันทร์เต็มเสี้ยว!
สกิลคลื่นจันทร์เต็มเสี้ยว!
ฟุ่บๆๆ! อ๊ากกก!
ขวานในมือส่องประกายลี้ลับ โทมัสหมุนตัวสะบัดขวานคล้ายลูกข่างส่งคลื่นขวานออกไปรอบตัว ตัดเฉือนแก๊งมัจฉามรกตรอบๆเรียกเสียงกรีดร้องระงม
นี่นับเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของแก๊งกะโหลกเลือดที่มียอมฝีมือถึง2คน!
ถึงแม้ไทสันจะรักลูกชายเพียงคนเดียวแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ต้องการให้ลูกชายเป็นดอกไม้ในเรือนกระจก ตลอดชั่วอายุของโทมัสได้ไทสันคอยฝึกฝนอย่างเข้มข้นทำให้เขามีอย่างทุกวันนี้
ปักเป้ามรกตเริ่มหวั่นวิตก เขาไม่คิดว่าโทมัสจะมีฝีมือมากขนาดนี้ ด้วยสายตาที่เฉียบขาดทำให้รู้ว่าถ้าเทียบกันจริงๆทั้งแก๊งมัจฉามรกตมีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถจัดการกับโทมัสได้อย่างเด็ดขาด
“ราร์มานไปจัดการไอ้เด็กนั่นเดี๋ยวนี้!” ปักเป้ามรกตตะเบ็งเสียงสั่ง
“ครับบอส!”ราร์มาน ชายวัยกลางคนร่างผอมคือรองหัวหน้าของแก๊งมัจฉามรกต ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจนได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าแก๊งมัจฉามรกตจึงหยิ่งยโส แต่น้อยครั้งจะลงมือต่อสู้ด้วยตัวเองทำให้ความสามารถที่แท้จริงนับว่าด้อยกว่าโทมัสหลายส่วน แต่ปักเป้ามรกตเชื่อว่าราร์มานน่าจะถ่วงเวลาโทมัสได้พอสมควร
“ไอ้เด็กเวรหยุดกำแหงได้แล้ว”ราร์มานประกาศกร้าว ในความคิดของเขาโทมัสเป็นแค่ชายหนุ่มที่พึ่งมีประสบการณ์ต่อสู้เท่านั้น การเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมายเพียงอาศัยการจดจ้องเพียงชั่วครู่ราร์มานก็หาช่องว่างหลบสกิลของโทมัสเข้าไปประชิดตัวเข้าได้
“ไปนอนเล่นในนรกรอพ่อแกเถอะไอ้หนู”ราร์มานกล่าวเสียงเย็น ปลายมีดแหลมส่องประกายแทงเข้าใส่ลำคอของชายผิวคล้ำโดยไม่สนใจแม้แต่จะใช้สกิล
แต่หารู้ไม่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาโทมัสยังไม่ได้ใช้ฝีมือที่แท้ จงใจเปิดช่องโหว่เพื่อโอกาสนี้...
โทมัสโยกตัวหลบมีดเฉียดลำคอไปแค่เส้นขนบิดขวานในมือลงต่ำแล้วตวัดเสยขึ้นเต็มแรง!
สกิลจันทร์ฉายแสง!
ขวานในมือเรืองสงสีเหลืองนวลเคลื่อนไปครึ่งวงกลมก่อเกิดภาพจันทร์เสี้ยวติดตา และดวงจันทร์เสี้ยวนั้นก็ปล่อยลำแสงทำลายล้างอุณหภูมิสูงออกมาอย่างเฉียบพลัน!
ลำแสงเคลื่อนที่ผ่านทุกสิ่งอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงรอยไหม้บนพื้น ราร์มานใบหน้าแข็งทื่อ ความคิดเต็มไปด้วยความคับข้องใจ ผ่านไปไม่กี่วินาทีร่างของเขาก็แยกเป็น2ซีกล้มแยกกันออก ตายไปทั้งทียังไม่ได้แสดงฝีมืออะไรสักอย่าง ที่ด้านหลังมีสมาชิกแก๊งมัจฉามรกตได้รับผลกระทบตายไปหลายคนเช่นเดียวกัน
โทมัสฉีกยิ้มออกมา แผนการของเขาประสบผลสำเร็จ ในที่สุดก็เก็บหมากตัวสำคัญของอีกฝ่ายไปได้ ไม่เสียแรงที่เก็บงำความสามารถมานาน
“เวรเอ๊ย! ไอ้ตัวไร้ประโยชน์”ปักเป้ามรกตสบถหัวเสีย ใจจริงอยากจะปรี่เข้าไปฆ่าโทมัสด้วยตัวเองใจจะขาดแต่ติดที่ไทสันไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น
หลังจากราร์มานตายไปก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางโทมัสได้อีก ชายผิวคล้ำราวกับนักล่ากระหายเลือดเข่นฆ่าแก๊งมัจฉามรกตไม่หยุดมือ สถานการณ์เปลี่ยนเป็นสูสี
“หึหึ! ดูเหมือนว่าแกจะเดินหมากผิดนะไอ้ปลาปักเป้า”ไทสันพูดเยอะเย้ย ในใจโล่งขึ้นเยอะมาก ผิดกับปักเป้ามรกตที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ วันนี้นับเป็นวันที่เขารู้สึกโกรธเกรี้ยวมากที่สุดในชีวิต ในที่สุดเขาก็เลือกจะใช้ไพ่ตายออกมา
“มันไม่แน่หรอกนะกะโหลกแดง ยังไงวันนี้แก๊งของพวกแกก็ต้องถูกลบไปจากเมืองอัมมอร์!”ปักเป้ามรกตสูดลมหายใจลึก หันไปมองที่ด้านนอกฐานที่มั่นแก๊งกะโหลกเลือดแล้วตะโกนเสียงดังว่า
“ออกมาได้แล้วดอนเต้! ฉันยอมรับข้อเสนอของแก”ไทสันที่ได้ยินคำพูดของปักเป้ามรกตใจหล่นวูบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวภายในชั่วพริบตา!