ท่ามกลางความอับชื้นและกลิ่นคาวปลาคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำมันดีเซลใต้ท้องเรือประมงลากอวนอันซอมซ่อ เสียงเครื่องยนต์เก่า ๆ ยังคงส่งเสียงครางกระหึ่มสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกลำเรือเหล็ก ทว่าความเคลื่อนไหวทางกายภาพรอบตัวกลับไม่ได้เข้าสู่การรับรู้ของ น้ำฟ้า ดาราสาวแสนสวยและอดีตเชียร์ลีดเดอร์ชื่อดังระดับประเทศเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิดนอนแผ่ระทมทุกข์อยู่บนกองอวนเก่าเปื้อนฝุ่นดินและเมือกปลาที่ทับถมกันอยู่มุมห้องแคบสลัว ผิวกายขาวผ่องปานหยาดน้ำผึ้งที่เคยเนียนละเอียด ยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเหงื่อไคล หยาดน้ำทะเลเค็มปี๋ และร่องรอยธารน้ำรักสีขาวขุ่นอันหนืดข้นของกลุ่มลูกเรือดิบเถื่อนที่พึ่งร่วมรักรุมทึ้งสรีระของเธอจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปหมาด ๆ คราบคาวโลกีย์หนานองเปียกโชกตามแนวง่ามขาเนียนและร่องก้นขาวผ่องชวนเวทนา
ความแสบร้อนระบมปวดร้าวทิ่มแทงแผ่ซ่านจากส่วนลึกกึ่งกลางเนื้อสาวที่บวมเป่งและฉีกขาดจากการบุกรุกสอดใส่ไร้ความปรานี อีกทั้งช่องทวารหลังอันตึงแคบที่ระบมช้ำจนแทบขยับกายไม่ได้ ทุกครั้งที่คลื่นซัดสาดให้ลำเรือโคลงเคลง ร่างอวบอิ่มจะไหวโยนไปตามแรงส่ง ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลทางสรีระให้เจ็บแปลบปราบจนน้ำตาร้อนหลั่งพรูนองอาบแก้มใส ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความระบมทางกายคืออาการไข้ป่าที่เริ่มเข้าจู่โจมร่างกายอันอ่อนแอของเธออย่างรวดเร็ว พิษไข้ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายของน้ำฟ้าพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวร้อนจัดประหนึ่งเปลวเพลิง ผิวเนื้อแดงระเรื่อเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่ออุ่นที่ผุดซึมตามไรผมและยอดปทุมถันบวมช้ำ สองมือบางสั่นเทาพยายามกอดกุมตัวเองเพื่อบรรเทาความหนาวสะท้านที่เสียดแทรกเข้าถึงกระดูก ริมฝีปากอิ่มระเรื่อแห้งผากสั่นระริกเพ้อละเมอเสียงเบาหวิว
“หนาว... เจ็บ... อึก... ใครก็ได้... ช่วยน้ำฟ้าด้วย... คุณแม่คะ... ฮึก...”
เสียงหวานละเมอแผ่วเบาปนสะอื้นไห้อย่างไร้ทางสู้ ดวงใจที่เคยหยิ่งผยองถูกเหยียบย่ำบดขยี้จนแตกสลายไม่มีชิ้นดีใต้ฝ่ามือของทรชน ในขณะที่สติสัมปชัญญะอันเลือนรางกำลังดิ่งจมลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง สุ้มเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังตึงตังขึ้นที่บันไดชันใต้ท้องเรือ ไต้ก๋งสมพร ชายวัยกลางคนร่างยักษ์ผิวกร้านแดด ถือไฟฉายส่องกราดเข้ามาในห้องแคบ ลำแสงสีขาวจับจ้องไปยังเรือนร่างเปลือยเปล่าชอกช้ำของดาราสาว มันสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยสะโพกผายของน้ำฟ้าเบา ๆ เพื่อดูการตอบสนอง ทว่าร่างอวบอิ่มกลับเพียงแต่สะดุ้งตัวสั่นเทาด้วยความหนาวสะท้านและพยายามขยับสะโพกหนีตามสัญชาตญาณหวาดกลัว
ไต้ก๋งสมพรก้มลงใช้ฝ่ามือหยาบกร้านหนาแตะหน้าผากเนียนขาวของน้ำฟ้า ก่อนจะชักมือกลับรวดเร็วพลางสบถพ่นน้ำลายลงพื้น “ชิบหายแล้วไง... ตัวร้อนยังกับไฟเย่อเลยนังนี่ ขืนปล่อยไว้ใต้ท้องเรือชื้น ๆ แบบนี้ มีหวังจับไข้ช็อกตายคาเรือกูแน่ ๆ ของดีราคาแพงระดับดาราแท้ ๆ ถ้ามันตายไปก่อนกูจะเอาอะไรไปแลกน้ำมันดีเซลกับพวกไอ้เก่งวะ”
มันคิดคำนวณผลประโยชน์ในใจรวดเร็ว หากน้ำฟ้าสิ้นใจตายคามือเรือประมงลำนี้ นอกจากการค้าขายน้ำมันดีเซลกึ่งกลางทะเลจะล่มลงแล้ว พวกมันอาจจะโดนแก๊งของไอ้เก่งตามมาคิดบัญชีเลือดอีกด้วย ไต้ก๋งสมพรจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ พลันจัดการเปิดวิทยุสื่อสารคลื่นสั้นติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงไปยังเรือยนต์กบฏของพวกไอ้เก่งที่ทอดสมออยู่ไม่ไกล เพื่อขอนัดหมายส่งตัวน้ำฟ้ากลับคืนไปจัดการกักขังและรักษาพยาบาลบนเกาะลับก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พายุฝนเริ่มก่อตัวครึ้มดำบดบังแสงจันทร์จนมืดมิดสนิท คลื่นลมทะเลพัดกรรโชกรุนแรงหนาวเหน็บ เรือประมงของไต้ก๋งสมพรและเรือยนต์ลำใหญ่ของแก๊งไอ้เก่งแล่นเข้าเบียดเทียบข้างกันกึ่งกลางคลื่นยักษ์โยนตัวสูง แผ่นกระดานไม้เชื่อมกราบเรือถูกวางพาดทอดสะพาน น้ำฟ้าที่ไร้พละกำลังและกำลังสั่นระริกจากพิษไข้ป่าและฤทธิ์ยาบำเรอที่ยังหลงเหลือตกค้างในกระแสโลหิต ถูกลูกเรือประมงร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกพยุงลากขึ้นมาจากใต้ท้องเรือ สรีระอวบอัดขาวผ่องมีเพียงผ้าห่มผืนเก่าสกปรกคลุมไหล่หลวม ๆ ทว่าลมทะเลแรงกลับพัดสะบัดผ้าคลุมหลุดลอย เผยเต้าเต่งตึงบวมช้ำขึ้นรอยนิ้วมือและง่ามขาเปียกคาวเปื้อนรอยหยาดน้ำรักต่อสายตาพรรคพวกคนชั่ว
“ส่งตัวนังนี่คืนให้พวกมึง! ดูแลมันให้ดีล่ะ ไข้ขึ้นสูงปรี๊ดเหมือนหมาใกล้ตายเลยมึง!” ไต้ก๋งสมพรร้องสั่งเสียงดังฝ่าเสียงคลื่นลม พลันผลักร่างระหงเปลือยเปล่าข้ามสะพานไม้ส่งไปให้แก๊งของไอ้เก่งทันที
ไอ้เก่ง ยื่นมือหยาบหนาเข้ามากระชากดึงแขนน้ำฟ้าอย่างแรงจนเธอถลาร่างลอยล้มลงไปกองกับพื้นดาดฟ้าเรือยนต์อย่างทารุณ ผิวเนื้อเนียนบดเบียดกับพื้นเหล็กเย็นเยียบจนขึ้นรอยครูดแดง น้ำฟ้าร้องกรีดครางเบา ๆ ในลำคอ น้ำตาร้อนหลั่งไหลอาบม่านแก้มช้า ๆ ด้วยความเจ็บระบมซ้ำซ้อน ไอ้เก่งก้มมองสรีระขาวโพลนเปียกชื้นเปรอะเปื้อนคราบน้ำรักของลูกเรืออื่นแล้วถ่มน้ำลาย “แม่งเอ๊ย! สภาพเน่าเปื่อยขนาดนี้เลยเหรอวะ ขืนเอาไปให้พวกแขกเหมืองแร่รุมโทรมคืนนี้ มีหวังมันช็อกคาแก่นกายแขกแน่ เสียชื่อสินค้าเกรดเอหมด!”
“เฮ้ย! พาตัวนังน้ำฟ้าลงเรือยนต์ มุ่งหน้าเข้าเกาะลับด่วนที่สุด! เอาตัวมันไปขังไว้ที่กระท่อมท้ายหาดทรายพิกัดเดิม แล้วให้คนเตรียมยาลดไข้กับยากระตุ้นสวาทไว้ด้วย คืนนี้ยังไงก็ต้องบังคับให้มันรับแขกหาเงินเข้ากระเป๋าพวกเราให้ได้!” ไอ้เก่งสั่งการสุ้มเสียงเฉียบขาดพลางกระชากผมน้ำฟ้าดึงรั้งใบหน้าหวานขึ้นมาจ้องเขม็ง แววตาดุดันโหดร้ายจ้องมองแววตาสั่นระริกอ้อนวอนของหญิงสาวไร้ความปรานี
เรือยนต์ลำใหญ่เร่งเครื่องยนต์แล่นฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง ตรงดิ่งเข้าเทียบท่าริมหาดทรายของเกาะลับร้างขอบแดน น้ำฟ้าถูกไอ้เก่งและลูกสมุนลากลุยน้ำทะเลเค็มปี๋ขึ้นมาบนฝั่ง ร่างกายเปียกปอนปะปนสายฝนหนาวสะท้านจนริมฝีปากเขียวคล้ำ ตัวสั่นเทาโยนคลอนกระเพื่อมเต้าอวบอิ่มงดงาม พวกมันนำร่างเปลือยชอกช้ำของเธอโยนเข้าไปกึ่งกลางกระท่อมไม้ไผ่ซอมซ่อสลัวริมหาดทราย ทุ่มร่างอวบอัดลงบนฟูกที่นอนบางเก่าคร่ำคร่าเปื้อนรอยฝุ่นที่วางอยู่บนพื้นไม้ไผ่สั่นคลอน
น้ำฟ้านอนขดตัวคุดคู้กอดตัวเองแน่น สะอื้นไห้ตัวโยนด้วยความทรมานจากไข้ร้อนสลับหนาวจัดกึ่งกลางความอับชื้นภายในกระท่อมสลัว ลมพายุหวีดหวิวภายนอกและเสียงหยาดฝนตกกระทบหลังคามุงจากดังเปาะแปะคล้ายดนตรีงานศพที่บรรเลงตอกย้ำชะตากรรมอัปยศของเธอ ทว่านรกบนดินยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เมื่อเสียงเปิดประตูไม้ไผ่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมร่างของไอ้เก่งที่เดินย่างสามขุมเข้ามาในกระท่อม แววตาของมันฉายประกายเล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าและรอยยิ้มสมเพชจับจ้องมาที่ดาราสาว
“น้ำฟ้า... มึงคิดว่ามึงเป็นคนดังแล้วกูจะไม่กล้าทำอะไรมึงไปมากกว่านี้ใช่ไหม? มึงคิดจะยอมนอนตายทื่อ ๆ ประท้วงพวกกูเหรอ?” ไอ้เก่งหัวเราะเสียงต่ำน่าเกลียด พลางเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนขอบฟูกนอนเก่า มือแกร่งจับปลายคางเรียวของน้ำฟ้าบีบแน่นบังคับให้เงยหน้าสบตา “กูรู้ว่ามึงรักเกียรติรักศักดิ์ศรี แต่ยามนี้ศักดิ์ศรีมึงเปื้อนน้ำเงี่ยนพวกลูกเรือจนหมดสิ้นแล้ว และถ้ามึงยังคิดจะดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟัง หรือคิดจะแกล้งป่วยแกล้งตายโง่ ๆ ละก็... กูมีของดีชิ้นพิเศษส่งตรงจากฝั่งมาให้มึงดูเป็นขวัญตา!”
ไอ้เก่งหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้สมุนด้านนอกกระท่อม “เฮ้ย! ลากนังผู้หญิงคนนั้นเข้ามา!”
สิ้นเสียงคำสั่ง บานประตูไม้ไผ่ถูกผลักเปิดกว้างออกอย่างรวดเร็ว สมุนร่างใหญ่สองคนดำเนินการหิ้วปีกกึ่งลากกึ่งจูงร่างของสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาในกระท่อมสลัว ยามแสงไฟฉายสลัวส่องจับใบหน้าสตรีผู้มาใหม่ ส่งผลให้น้ำฟ้ารู้สึกคล้ายสมองถูกสายฟ้าฟาดกึ่งกลางกบาลจนขาวโพลน ดวงตากลมโตฉ่ำปรือเบิกกว้างสุดขีดด้วยความตื่นตระหนกและหวาดสะพรึงสุดขั้วหัวใจ หัวใจในอกเต้นรัวกระชั้นถถี่จนแทบหลุดออกมา
“คุณแม่!... คุณแม่คะ!... ฮึก... อึก... คุณแม่!...”
เสียงหวานแหบแห้งหวีดร้องลั่นตะโกนชื่อมารดาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดตะเกียกตะกายคุกเข่าบนฟูก คลานร่างเปลือยชอกช้ำเข้าไปหา สตรีวัยกลางคนที่ถูกลากตัวเข้ามาคือ แม่ของน้ำฟ้า มารดาสาวใหญ่ผู้เพียบพร้อมไปด้วยเกียรติยศ ทว่ายามนี้กลับตกอยู่ในสภาพอิดโรยและน่าเวทนายิ่งนัก เส้นผมยุ่งเหยิงรุงรัง เสื้อผ้าหรูหราเปรอะเปื้อนดินโคลนและขาดรุ่ย สองมือถูกมัดไขว้หลังแน่นด้วยเชือกไนลอนหนาหนืด และมีผ้าเทปกาวสีดำปิดผนึกเรียวปากแน่นหนาเพื่อสกัดเสียงร้องรำพัน
เมื่อมารดาสาวใหญ่เบนสายตาผ่านความมืดสลัวมาเห็นร่างเปลือยเปล่าของลูกสาวสุดที่รักที่นอนแผ่ไร้อาภรณ์ ผิวกายลายพร้อยไปด้วยรอยฟกช้ำสีแดงก่ำและหยาดคราบสวาท น้ำตาของมารดาก็ร่วงพรูอาบแก้มสั่นสะเทือนใจแสนสาหัส ดวงตาเปี่ยมด้วยความทุกข์ทรมานโกรธแค้นและเจ็บปวดแทนลูกสาว เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนตัวตนส่งเสียงประท้วงอู้อี้ผ่านแผ่นเทปกาวแน่นในลำคอ “อื้อออ!... อื้ออออ!...” ร่างของมารดาสั่นระริกพยายามจะถลาเข้าไปโอบกอดบดบังเรือนร่างอันชอกช้ำของน้ำฟ้าทว่ากลับโดนสมุนชั่วกระชากดึงรั้งเชือกไนลอนเอาไว้แน่นจนล้มลงเข่ากระแทกพื้นไม้
“คุณแม่!... ปล่อยแม่ฉันนะ!... ฮือออ... อย่าทำคุณแม่!... ฉันไหว้ละ... ปล่อยแม่ฉันไป...” น้ำฟ้าร้องไห้โฮน้ำตานองหน้า สองฝ่ามือบางสั่นระริกกราบกรานเอื้อมเข้าหาไอ้เก่งด้วยความจำนนสิ้นเชิง ความเย่อหยิ่งทระนงตนอันตรธานหายไปสิ้นเหลือเพียงความอ่อนแอหน่วงเหนี่ยววิงวอนขอชีวิต
ไอ้เก่งแสยะยิ้มกว้างด้วยความสะใจยามเห็นนางเอกสาวสง่าพราวเสน่ห์คลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้า มันก้าวเท้าหลบพลันใช้มือแกร่งกระชากจิกกลุ่มผมนุ่มของน้ำฟ้าดึงรั้งศีรษะเธอให้แหงนหงายขึ้นสบตาอีกครั้ง แววตานั้นอำมหิตเหี้ยมเกรียมสะท้อนลึก “จำใส่สมองมึงไว้ซะอีนังตัวดี! แม่มึงตกอยู่ในมือของพวกกูแล้ว! พวกกูแอบส่งกำลังไปรวบตัวมันมาจากบ้านพักข้ามฝั่งมาคุมขังไว้ที่โรงเก็บของเก่าอับชื้นท้ายเกาะลับแห่งนี้เพื่อรอมึงโดยเฉพาะ!”
มันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำน้ำตาสั่นระริกของน้ำฟ้า พลางยื่นนิ้วมือลูบไล้ผิวแก้มเนียนช้ำหนาวสั่นของเธอช้า ๆ ก่อนจะออกแรงจิกบีบแก้มสาวแน่นจนปากอิ่มเผยออก “คืนนี้พวกกูเตรียมจัดงานรับแขกข้ามคืนยาว ๆ แขกเหมืองแร่และพวกแรงงานเถื่อนจะเดินทางมาถึงที่นี่ในไม่ช้า มึงมีหน้าที่ต้อนรับอ้าขาให้พวกมันกระแทกกระทั้นปรนเปรอตัณหาจนกว่าพวกมันจะพอใจและจ่ายค่าน้ำมันให้พวกกู! และจำไว้... หากมึงคิดจะขัดขืนแม้แต่นิดเดียว... หรือหากมึงทำให้แขกไม่พอใจจนโวยวายขึ้นมา... กูจะสั่งให้พวกลูกน้องเดินไปตัดนิ้วแม่มึงส่งมาให้มึงดูเล่นกึ่งกลางกระท่อมทีละนิ้ว! เริ่มจากนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วชี้... จนกว่าจะหมดมือมึงเข้าใจไหม!”
คำขู่ทารุณอันแสนเหี้ยมเกรียมดุจเครื่องประหารวิญญาณบีบอัดหน้าอกของน้ำฟ้าจนแทบหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนรับรู้อนาคตนรกโลกีย์เด่นชัด ภาพมารดาสุดที่รักต้องถูกตัดนิ้วทรมานส่งผลให้ความกลัวบีบคั้นขีดสุด ร่างระหงจำยอมพยักหน้ารับคำรวดเร็วสะอื้นไห้เสียงสั่นสะท้าน “ยอมแล้ว... น้ำฟ้ายอมแล้วค่ะพี่เก่ง... ฮึก... อย่าทำคุณแม่นะ... น้ำฟ้าจะทำทุกอย่าง... ยอมทุกอย่างแล้ว...”
“ดีมาก! ว่าง่าย ๆ แบบนี้สิถึงจะน่ารักสมราคาดาราดัง!” ไอ้เก่งหัวเราะลั่นอย่างผู้ชนะ พลางปล่อยมือจากผมนุ่มของเธอ พลันหันไปสั่งลูกสมุน “ลากตัวนังแก่นี่กลับไปขังขัดสลักไว้โรงเก็บของเก่าท้ายเกาะเฝ้าไว้ให้ดี ๆ อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด!”
สมุนชั่วกระชากลากร่างมารดาของน้ำฟ้าให้ออกเดินพ้นประตูระเบียงกระท่อมไป มารดาหันหน้ากลับมองดูลูกสาวเปลือยเป่าร้องไห้กอดตัวเองบนฟูกด้วยสายตาแหลกสลายก่อนที่เสียงประตูปิดลงทิ้งไว้เพียงความเงียบและมืดมิด น้ำฟ้านอนพับราบใบหน้าซบลงกับท่อนแขนเนียนช้ำ สะอื้นไห้ระทมทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสจนร่างกายเกร็งกระตุก หยาดน้ำตาอุ่นพรูอาบแก้มชะล้างคราบสกปรกปะปนหยาดเหงื่อจากพิษไข้ป่าที่รุมเร้าหนักหน่วงขึ้น ผิวกายขาวผ่องเริ่มส่งไอร้อนผ่าวระอุ ลมหายใจอุ่นระบายถี่กระชั้นสั่นสะท้าน
ทว่า... ร่างกายอันร้าวระบมทรยศนี้ ยามที่ได้รับรู้แรงกดดันทางจิตใจและสัมผัสกระตุ้นทารุณ กลับกระตุ้นให้สารเคมีและยากระตุ้นสวาท (ยากระตุ้นราคะวิปริต) ที่พวกลูกเรือเคยกวาดกรอกใส่ปากหลงเหลือสะสมในกระแสเลือดเริ่มปะทุสำแดงเดชทรยศมโนสำนึกอีกครั้ง ความเสียวสะท้านรัญจวนใจแล่นปราดจากท้องน้อยไหลลามไปทั่วเรือนร่างอวบอิ่ม ส่งผลให้ผิวกายขาวซีดจับไข้เริ่มขึ้นสีแดงซ่านแดงระเรื่อ ยอดปทุมถันคู่งามหดเกร็งสู้ลมหนาวชื้น ร่องรักกึ่งกลางกายสาวที่ระบมช้ำเปียกชื้นขยับตอดรัดขมิบถี่รัวหลั่งหยาดน้ำหวานใสเหนียวไหลเยิ้มชโลมชอนไชง่ามขาเรียวขาวผ่องบอบช้ำทีละน้อยอย่างห้ามสรีระไม่อยู่
ดวงจิตของดาราสาวร้องไห้โฮสมเพชเวทนาร่างกายร่านราคะของตนเองที่ตอบรับสัมผัสสวาทต่ำช้าทว่าไม่อาจขัดขืนระบบประสาทชีววิทยาได้ ร่างระหงสั่นริกขยับส่ายสะโพกมนเบียดเสียดไปมากับฟูกที่นอนยับเยินอย่างทรมานปนสยิวสะท้าน ปากอิ่มระเรื่อแห้งผากอ้าค้างพ่นลมหายใจร้อนระเบิดเสียงครางระเส่าแผ่วเบาปนสะอื้นไห้ท่ามกลางเงามืดกระท่อมไม้ไผ่ริมหาดทรายร้างริมเกาะนรก รอกลุ่มทรชนก้าวเดินผ่านบานประตูเข้ามาทำลายย่ำยีร่างของเธอให้ดับดิ่งลงสู่ก้นเหวโลกีย์ในค่ำคืนพายุร้ายนี้อย่างไม่มีวันหวนกลับคืน...