ดิวส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ ให้ตายสิมอส ดูก็รู้ว่าต้องไปหาพนักงานสาวๆ อีก ซึ่งแต่ละนางที่หามา ใช่ว่าจะทำงานดีทั้งหมด เป็นแค่บางคนเท่านั้น แต่ว่านะ ต้องยอมรับเลยว่าสเปคผู้หญิงของหมอนี่ ทำให้ในออฟฟิศเต็มไปด้วยดอกไม้หวาน บางทีทำงานเหนื่อยๆ นั่งอยู่ข้างใน มีพวกเธอคอยล้อมหน้าล้อมหลังก็ดีเหมือนกัน
“พี่มอส รู้นะว่าคิดอะไรอยู่” มิวมิวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอเองก็คิดไม่ต่างจากดิวนัก
“เกลียดนัก คนรู้ทัน” ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่ตัวเองกลับยืนกอดอก ให้ตาย เขาคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันถูกหรือไงนะ
“เอาล่ะ เรื่องนี้ผมจะให้คนในแผนกช่วยอีกแรงแล้วกัน” ไหนๆ ก็มีแต่สาวๆ ในที่ทำงาน มีอีกจะเป็นไรไปเนอะ
“ขอบคุณครับ ท่านประธาน!” มอสมีปณิธานแรงกล้า นัยน์ตาของเขาคุกรุ่นด้วยแสงแห่งความหวัง ดูคล้ายกับว่าเป็นทหารที่กำลังไปออกรบแน่ะ
วันนั้นเป็นปกติอย่างทุกวัน การทำงานในบริษัทไม่ได้น่าเบื่อเสมอไป ด้วยเหล่าดอกไม้หวาน ทำให้บริษัทไนต์แมร์ดูราวกับเลาจน์ ไฮโซ
ชั้นที่ว่างถูกแทนที่ด้วยพนักงานของบริษัทไนต์แมร์ พวกเธอคือนักศึกษาจบใหม่ อายุยี่สิบต้นๆ ใบหน้าละอ่อน รอยยิ้มหวานหยาด มีบ้างที่เป็นเด็กสาวต่างจังหวัด ข้อสังเกตนี้เห็นได้อย่างง่ายดาย สาวเหนือจะมีผิวพรรณอ่องต่อง นวลขาวใส แก้มแดงเป็นยวง ต่างจากสาวต่างจังหวัด จะเป็นผิวสองสีมากกว่า
การขยายตัวของเกม Devil Run ทำให้บริษัทเกมต่างๆ เริ่มตื่นตัว พวกเขาพยายามจะเข้ามาควบคุม แต่ดิวตอบปฏิเสธ เป็นเหตุให้พวกเขาหันกลับมาพัฒนาเกม อย่างเช่นบริษัทนินโจ โดยหวังว่าจะเอาชนะเกม Devil Run ได้
มันเป็นวันหยุด อากาศช่วงเช้าที่ค่อนข้างร้อน แสงแดดที่ทอดลงมาบนถนน ตกกระทบบ้านเรือน ตึกแถวที่สูงตระหง่าน ดิวขับรถมาที่บ้านของสองสาว มิวมิว ลักซ์ ตั้งแต่วันนั้น เขามักจะมาส่งมิวมิวตลอด เป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลักซ์เพิ่มขึ้น
ไม่ใช่ว่ามีบริษัทแล้วไม่สนใจ หรือเปลี่ยนแนวทาง แต่บางครั้งเราต้องหาบางอย่างมาเติมเต็มบ้าง หากทำงานเพียงอย่างเดียวไม่รู้จักหาความสุข แบบนั้นจะมีเงินไปทำไม
“มา เดี๋ยวผมช่วย...” ไม่ใช่มานั่งเม้าท์มอย แต่ดิวกำลังคุกเคล้าแป้งทอดกรอบกับน่องไก่ชิ้นใหญ่
“ขอบคุณค่ะ” ลักซ์จะไม่รู้ได้ยังไงว่าดิวคิดอะไรอยู่ ส่วนมิวมิวเหรอ เธอส่งเสียง ฮึ ในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ยังยืนคุมไม่ห่าง
“ไม่คิดเลยนะคะเนี่ย ว่าคุณดิวจะทำกับข้าวเป็นด้วย”
ประธานบริษัทเกมกำลังคลุกไก่อยู่ในบ้านหลังเล็กๆ หากใครรู้เข้าคงไม่เชื่อแน่ เเต่เชื่อเถอะ ตอนนี้เขากำลังหมักอย่างขมักเขม้นเลยเชียว
“ไม่หรอกครับ แค่นี้เอง ไม่ได้เก่งอะไรหรอก” ไก่พอหมักได้บ้างเพราะมันก็แค่คลุกเคล้าใช่มั้ย แต่หากให้ไปทำอาหารเอง คงรสชาติอร่อยเหาะเลยเชียวมั้งนะ...
“ฮิฮิ คุณดิวนี่ล่ะก็”
มิวมิวมองดูพี่สาวกับประธานบริษัท มันเป็นภาพที่น่าแปลกใจเหลือเกิน ความจริงแล้วพี่ของเธอก็สวยนะ แต่อายุเยอะไปหน่อย การศึกษาก็ต่ำเตี้ย น่าแปลกใจมากเลยที่ท่านประธานคนเก่งมาติดพันธุ์ นี่พี่สาวมีเสน่ห์อะไรที่เธอไม่มีนะ คิดแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ถ้าหากมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ผมว่าคงขายดีกว่านี้นะครับ” ดิวได้กินไก่ฝีมือลักซ์แล้ว ก็อร่อยดีแต่ไม่ถึงกับว้าวนะ แต่ยังดีกว่าทั่วไประดับหนึ่งนั่นแหละ และเขาคิดว่ามันคงขายดีหากมีหน้าร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง
“หูย...ไม่หรอกค่ะ แค่ไก่อย่างเดียวใครเขาจะมาซื้อ” ลักซ์ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ “และอีกอย่าง การทำหน้าร้านใช้เงินลงทุนเท่าไหร่นั้น ไม่ต้องคิดหรือฝันเพราะฉันคงไม่มีปัญญาทำ...”
“ท่านประธานพูดแบบนี้ เอ...หรือว่าจะทำร้านให้พี่ลักซ์กันล่ะคะ” มิวมิวชี้ประเด็น ทำให้ลักซ์ที่กำลังหมักไก่อยู่ตะกุกตะกัก
“พูดอะไรกันน่ะมิวมิว คุณดิวจะมาทำให้พี่ทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”
“ฮิฮิ ก็ไม่แน่หรอกเนอะ ใช่มั้ยคะ...ท่านประธาน” มิวมิวไม่สนใจพี่สาว เธอแลบลิ้นให้ทีหนึ่งแล้วหันไปมองดิว ประมาณว่าฉันต้องการคำตอบ
“ก็น่าสนนะครับ...” ดิวแค่พูดไปเท่านั้น เขาไม่ใช่คนดีถึงขนาดชอบใครคนหนึ่ง แล้วต้องซื้อร้านให้เป็นของขวัญ
การทำแบบนั้นคือการลงทุนและมันมากเกินไป ไม่คุ้มกับผลลัพธ์ที่ได้หากเธอทิ้ง ซึ่งมันต่างจากที่เขาเป็นเจ้าของกิจการเอง มีเธอมาดูแลให้ นั่นค่อยน่าฟังขึ้นมาหน่อย
ลักซ์เพียงยิ้มมุมปาก จะให้เธอขอจากเขาเหรอ ไม่ นั่นมัน่าอายเกินไป เธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ถ้าหากขอไปอย่างนั้นคงถูกมองว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงิน สุดท้ายคงถูกทิ้งเพราะง่ายไป
ดิวไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิง แต่เขามีข้อได้เปรียบ สำหรับหนุ่มหน้าตาดี มีฐานะ เงิน ชื่อเสียง ต่อให้คำพูดคุณดูห่วย แต่ผู้หญิงจะเข้ามาไม่ขาด ใช่ นั่นเป็นเพราะหน้าตาและฐานะนั่นเอง ต่างจากพวกพยายามไปก็เปล่าประโยชน์ สุดท้ายจึงจบด้วยคำว่าไม่ใช่นั่นเอง
ไม่มีพวกปืนมากวนใจ ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เห็นพวกเขาอีกเลย แต่ใช่ว่าจะไม่ได้ยินคนในตลาดเขาคุย ว่ามาด้อมๆ มองๆ อยู่ไกลๆ เป็นเหตุให้ดิวอดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะงั้นในวันหยุดเขาจึงมักมาที่นี่ อาสาช่วยลักซ์ขายไก่ทอดนั่นเอง
ไม่รู้เป็นเพราะวันอาทิตย์ด้วยหรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะดิว ไก่ทอดที่ว่าจึงขายหมดเกลี้ยงในเวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมต้องใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมง ทำให้ลักซ์รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งกว่านั้นแฟนคลับของเขา พวกเธอช่วยซื้อกันอย่างบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้
“พี่ดิว ร้านของพี่เหรอคะเนี่ย”“พี่ดิว ว๊ายยย ตายแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะเห็นพี่ในตลาด”“ขอน่องไก่สิบชิ้นค่ะพี่”“พี่คะ จะออกเพลงอีกเมื่อไหร่”“นี่ ฉันรอฟังเพลงอยู่นะพี่”“พี่มาทำแบบนี้ได้ยังไง ดูสิเนี่ย เดี๋ยวผิวก็เสียหมดหรอก!”“ผู้หญิงข้างๆ พี่นั่นคือใครคะ แฟนเหรอ?”“นี่เธอ ดูไปแล้วก็แค่แม่ค้าไก่ทอดนี่ รีบๆ ออกไปให้ห่างจากพี่ของฉันเลยนะ!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้ลักซ์กับมิวมิวตื่นกลัว พวกเธอไม่คิดเลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับดารานักร้องในทีวีจะมีใหม่เห็นตรงหน้า เห็นว่าแฟนคลับรู้สึกเดือดจัดอย่างนั้น ดิวจึงรีบอธบายด้วยใบหน้าเจื่อนๆ ว่า
“ใจเย็นๆ นะครับ ผมแค่มาช่วยเพื่อนผมขายเท่านั้นแหละ...”
ในวงการ คำพูดบางคำก็ทำให้เราทะยานหรือดับได้ ยกตัวอยู่เช่นการมีแฟน บางคนมีแฟนแล้วแต่กระแสดีก็มี แต่บางคนนี่สิ พอมีแฟนแล้วกลับดับวูบ น่ากลัวเหมือนกันนะ เพราะงั้นเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมา ดิวจึงต้องพูดไปอย่างนั้น ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ลักซ์รู้สึกแย่ก็ตามที
รายได้จากบริษัทไนต์แมร์เยอะก็จริง แต่ดิวยังมีอีกตัวตนนั่นคือศิลปินเดี่ยว เขาไม่สามารถทำให้ชื่อเสียงของตัวเองที่เพิ่งดังมาได้ไม่นาน ถูกกลบไปเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
ลักซ์ถึงกลับยิ้มฝืนๆ มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย เธอเป็นแค่แม่ค้าไก่ทอด แต่ทำไมกันนะ กลับรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน ขายไก่ทอดหมดนานแล้ว แต่ยังถูกรุมล้อมด้วยผู้หญิงนี่สิ กว่าจะผละออกจากพวกเธอได้ก็ใช้เวลาไปหลายนาทีเหมือนกัน
“พี่ ไอ้นั่นมันนักร้องใช่มั้ย...” ไม่ไกลจากจุดที่ขายไก่ทอด ปืนกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นกำลังยืนดูดบุหรี่อย่างเอร็ดอร่อย
“ถึงว่าล่ะ มันถึงได้แต่งตัวดีนัก ที่แท้ก็เป็นนักร้องนั่นเอง” เด็กในกลุ่มรู้สึกคุ้นหน้าของดิว ตอนนั้นยังนึกไม่ออก แต่มาวันนี้เห็นผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดจนแทบจะเป็นจะตาย เขาถึงจำได้ว่าดิวคือใคร
“ไอ้คนที่มีข่าวน่ะเหรอ...มันนั่นเอง” ปืนถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะใช้เท้าขยี้ด้วยความเจ็บใจ
ถ้าหากอีกฝ่ายเป็นตาสีตาสาก็ว่าไปอย่าง เขาสามารถกระทืบมันได้อย่างง่ายดาย แต่กับพวกอยู่ในวงการไม่เหมือนกัน ตำรวจจะทำงานเร็ว ต่างจากคนจนตาดำๆ เพราะงั้นหากพวกเขาลงมือกับลักซ์หรือดิว คงถูกจับในเร็ววัน
“แล้วเราจะทำไงดีครับพี่ ดูแล้วไม่ง่ายเลยนะ” เด็กที่อยู่ในกลุ่มไม่ใช่โง่ทั้งหมด ถึงแม้พวกเขาจะเกเร แต่เมื่อก่อนก็เคยสอบได้อันดับต้นๆ เหมือนกัน แต่ที่เสียคนเป็นเพราะเหล้าเบียร์มันหอมหวานนั่นเอง
“รอดูไปก่อน อย่าเพิ่งทำอะไร” ปืนไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน บางทีคงต้องเปลี่ยนเหยื่อรายใหม่
เมื่่อกลับมาถึงบ้าน ลักซ์ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาให้ดิว ส่งให้เขาด้วยความรู้สึกประหลาด
“ขอบคุณครับ...” ดิวรับผ้าเช็ดหน้ามา เขาสังเกตเห็นสีหน้าของเธอดูแปลกๆ จึงถามไปว่า “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าของคุณดูไม่ดีเลย”
“เปล่าค่ะ แค่คนเยอะนิดหน่อย พักสักเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว” จะให้บอกได้ยังไงว่ารู้สึกแย่กับคำพูดก่อนหน้านี้ ตอนนี้จึงทำได้เพียงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
“ขอโทษด้วยนะครับกับแฟนคลับของผม และเรื่องที่พูดในก่อนหน้านี้น่ะคือ...” ก่อนที่ดิวจะพูดมากไปกว่านั้น ลักซ์เลยแทรกขึ้นมาว่า “ไม่หรอกค่ะ ฉันเข้าใจ เพราะเราเป็นแค่เพื่อนกันนี่เนอะ”
ฟังแค่คำพูดจากปากของลักซ์ แม้แต่คนโง่ยังเข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไง แต่ดิวกลับยังนิ่งเฉย เขาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของเธอเลย การกระทำของเขาดูเย็นชา ไม่คล้ายกับผู้ชายที่เข้ามาจีบ นั่นยิ่งทำให้ลักซ์งุนงงว่า ที่จริงแล้วชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่