เส้นทางวิญญาณคือหลุมฝังศพของพวกเจ้า
ผู้คนต่างมองผลเซียนทั้งสามด้วยสายตาอิจฉาและละโมบ บางคนเริ่มวางแผนแย่งชิงผลเซียนทั้งสามลูกจากฟางเฉิน และหนึ่งในนั้นก็คือหยูฮ่าว“หืมนั่นมันตระกูลเสวี่ยนี่ พวกนั้นเองก็มาแล้วเหมือนกัน” ในตอนนั้นเองผู้คนก็เห็นพวกเสวี่ยฟานเดินตรงมาและคราวนี้เสวี่ยฟานไมได้มาแค่สามคนแต่มากับเสวี่ยหนิงซึ่งนางตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเสวี่ยฟานเสียอีก“โอ้ พวกเจ้ามากันแล้วรึ” หยูฮ่าวยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อมองไปที่เรือนร่างของเสวี่ยหนิง สามารถบอกได้ว่าหญิงสาวที่บ่มเพาะพลังน้ำแข็งนั้นจะร่างกายที่ยอดเยี่ยมทุกคนทั้งรูปร่างผลิวพรรณและกลิ่นอายต่างดึงดูดหยูฮ่าวอย่างมาก“คุณชายหยูเป็นคนพบสถานที่แห่งนี้งั้นหรือ” เสวี่ยฟานกล่าว“ใช่แล้ว ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ทดสอบความสามารถถ้าเจ้าสามารถเอาชนะหุ่นกลเหล่านั้นได้เจ้าก็จะได้รับผลเซียนเป็นรางวัล และเจ้าดูชายคนนั้นเจ้านั่นมันบังอาจได้รับผลเซียนสัจจะที่ข้าต้องการไปเสียได้” หยูฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“หืมเจ้านั่นมัน คนที่สังหารคนของพวกเรานี่” เสวี่ยฟานกล่าว“เจ้านั่นหนะเหรอแต่ว่าด้วยพลังของเจ้านั่นไม่มีทางสังหารคนของเราได้” เสวี่ยหนิงกล่าว“พวกเจ้าอย่าดูถูกพลังของเจ้านั่นไปดูเหมือนเจ้านั่นจะมีทักษะลับที่สามารถปะทุพลังทพให้พลังของตัวเองยกระดับขึ้นได้อยู่” หยูฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายเขาไม่คิดว่าฟางเฉินจะมีเรื่องบาดหมางกับตระกูลเสวี่ยซึ่งมันก็เข้าทางเขาเลยที่จะแย่งชิงผลเซียนทั้งสามจากฟางเฉินฟางเฉินที่ทดสอบเสร็จแล้วก็ถูกส่งตัวออกไปมา ต่อจากนั้นพวกเย่เซียนก็ออกมาเช่นกัน น่าแปลกเมื่อพวกฟางเฉินออกมาจากการทดสอบบาดแผลและอาการบาดเจ็บทั้งหมดก็หายไปจนหมด“เจ้าได้ผลเซียนกี่ผล” ฟางเฉินหันไปถามกับเย่เซียน“ข้าชนะหุ่นกลสองตัวดังนั้นจึงได้แค่ผลเซียนชำระและผลเซียนดวงใจมา” เย่เซียนกล่าว“แล้วเจ้าละ” อู่เย่หลานกล่าว“ข้าชนะหุ่นกลสามตัวดังนั้นเลยได้ผลเซียนสัจจะมาผลนึง” ฟางเฉินกล่าว“บัดซบ ทำไมข้าถึงโชคร้ายแบบนี้อีกนิดเดียวก็ชะทำลายเจ้าหุ่นตัวนั้นได้แล้ว” ถังเจี่ยปรากฎตัวและบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเห็นได้ชัดว่าถังเจี่ยก็เหมือนกับพวกเย่เซียนที่ผ่านแค่สองด่านตามจริงฟางเฉินเองก็ไม่น่าจะผ่านด่านที่สามเล่นกัน แต่ว่าหุ่นกลที่ต่อสู้กับฟางเฉินได้ใช้ทักษะที่สองของมหาดาบอาชูร่า อาชูร่าพิโรธ ซึ่งการโจมตีนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้พลังกายที่มหาศาลและยังต้องใช้จิตสังหารที่รวบรวมเอาไว้อีกด้วย ดังนั้นด้วยสภาพของหุ่นกลที่ไม่มีกายเนื้อจึงได้ไม่สามารถทนรับพลังของทักษะใหวหลังจากใช้ทักษะไปแล้วจึงแตกสลายไปในทันที“พี่ชายถือว่าข้าชนะละนะ” ฟางเฉินกล่าว“แน่นอนว่าเจ้าชนะ แต่ว่าถ้ามีครั้งหน้าข้าไม่แพ้แน่” ถังเจี่ยกล่าว“พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ เจ้านั่นหนะ วางผลเซียนทั้งสามเอาไว้และก้มหัวขอโทษตระกูลเสวี่ยเดี๋ยวนี้” หยูฮ่าวเดินมาดักหน้าฟางเฉินและคำรามออกมา“ไอ้หมูตอนถ้าเจ้ายังไม่อยากถูกข้าทุบก็รีบใสหัวไปตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยจะดี” ถังเจี่ยกล่าวด้วยใบหน้ามืดมนเห็นได้ชัดว่าถังเจี่ยกำลังอารมณ์เสียมาก ๆที่แพ้ให้กับหุ่นกล“ถังเจี่ยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่เป็นเรื่องระหว่างตระกูลเสวี่ยกับเจ้าเด็กนั่น และเจ้าเด็กนั่นก็เป็นคนลงมือสังหารคนของตระกูลเสวี่ยอีกด้วย” หยูฮ่าวกล่าว“อ้อเหรอ แล้วหมูตอนอย่างเจ้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยละ” ถังเจี่ยยกค้อนออกมาเตรียมหวดเต็มที่ทำให้ลูกน้องของหยูฮ่าวชักอาวุธออกมาถึงแม้จะรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะถังเจี่ยได้แต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้หยูฮ่าวบาดเจ็บได้“ข้าและตระกูลเสวี่ยมีความสัมพันธุ์ที่ดีจ่อกันแล้วอีกไม่นานข้าก็จะแต่งงานกับคนของตระกูลเสวี่ยซึ่งถือว่าพวกข้าก็จะกลายเป็นญาติกันแล้วไม่ใช่หรือ” หยุฮ่าวกล่าว“ฮ่า ฮ่า แต่งงาน ใครกันจะอยากไปแต่งงานกับเจ้า เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าตอนนี้แต่งงานไปกี่ครั้งแล้ว และภรรยาที่แต่งกับเจ้าก็ล้วนตายไปหมดแล้วเช่นกัน รู้อย่างงี้พวกเจ้ายังคิดจะส่งคนของตัวเองไปแต่งกับเจ้าหมูนี่หรือเปล่าละ” ถังเจี่ยกล่าว“แล้วยังไงนี่มันเรื่องของพวกเราไม่ใช่เรื่องของเจ้า” เสวี่ยหนืงกล่าว“เจ้าบ้าไปแล้วงั้นเหรอ” ถังเจี่ยแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ“ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากเลยพี่ชายเพราะคนพวกนั้นใช้น้องสาวของข้าไปแต่งงานกับเจ้าหมูตอนนี่ยังไงละ” ฟางเฉินส่งกระแสจิตหาถังเจี่ย“แบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่พวกเจ้าตระกูลเสวี่ยจะคบหากับเจ้าบัดซบนี่ได้แสดงว่าคนของตระกูลเสวี่ยทุกคนก็เป็นพวกบดซบเหมือนกันหมดนี่เอง” ถังเจี่ยคำรามออกมา“นี่เจ้ากล้าดูถูกตระกูลเสวี่ยงั้นเหรอ” เสวี่ยฟานคำรามและพุ่งเข้าหาถังเจี่ย“รนหาที่ตาย ค้อนสวรรค์” ถังเจี่ยคำรามออกมาค้อนในมือของถังเจี่ยฟาดออกไป พลังปราณที่พุ่งออกจากค้อนกระแทกร่างของเสวี่ยฟานจนกระเด็นออกไปพร้อมกับซี่โครงทั่วร่างแตกระเอียด“เจ้าบ้า เจ้าจะเข้าไปปะทะกับเจ้าสมองกล้ามนี่ทำไม ด้วยพลังของเจ้านี้สามารถบดขยี้เจ้าตายได้เลยนะ” หยุฮ่าวกล่าว“เหอะ มีน้ำยาแค่นี้จะให้น้องชายข้าคุกเข่างั้นเหรอ ถ้าแน่จริงก็เข้ามาให้หมด” ถังเจี่ยคำรามออกมาเห็นได้ชัดว่าถังเจี่ยกำลังต้องการที่ระบายอารมณ์เช่นกัน“พวกเราเองก็คงปล่อยให้ผู้มีพระคุณตกอยู่ในอันตรายไม่ได้หรอก เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตระกูลเสวี่ยของเจ้าเป็นคนเริ่มโจมตีคนของนิกายเทพธิดาก่อนและคุณชายท่านนั้นก็แค่เข้ามาช่วยพวกเราไว้เท่านั้น” หญิงสาวจากนิกายเทพธิดาเดินมาแล้วกล่าวขึ้น“โอ้ งดงามยิ่งนี่แห่งนี้มีของดีมากจริง ดูเหมือนว่าข้าจะต้องอยู่ที่แห่งนี้นาน ๆเสียแล้ว” หยูฮ่าวกล่าว“นิกายเทพธิดางั้นหรือ หึดูเหมือนว่าคราวนี้เจ้าจะโชคดีไปนะ แต่เมื่อทุ้งหญ้าแห่งการสังหารเปิดเมือ่ไหร่ตอนนั้นจะเป็นเวลาตายของเจ้า” เสวี่ยหนิงจ้องมาที่ฟางเฉินด้วยสายตาเย็นชา“งั้นหรือ เรื่องนั้นมันก็ยังไม่แน่ เพราะข้าเองก็ไม่คิดจะปล่อยพวกเจ้าไปสักคนเช่นกัน ในเส้นทางวิญญาณแห่งนี้จะกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่ว่าพวกเจ้าหรือพวกเจ้าก็ต้องตายที่นี่” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาจิตสังหารที่กระหายเลือดปะทุออกมาทำให้หยูฮ่าวตื่นกลัว“ถ้าเจ้าทำได้ละก็นะ” เสวี่นหนิงกล่าวและพาคนของนางจากไปทันที ฟางเฉินกำหมัดแน่นและความต้องการที่จะแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างมาก ฟางเฉินไม่มีทางเลือกนองจากที่ต้องไปปรึกษาหวู่เถียนอี้เพราะมีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าในเส้นทางวิญญาณตรงใหนบ้างมีทรัพยากรบ่มเพาะที่มีประโยชน์ต่อตัวเขาเอง