ตอนที่ 34 เม็ดยาระดับ3
*ที่นี้มีสูตรยามากมายยิ่งนักส่วนใหญ่จะเป็นยารักษาทางร่างกายและสูตรยาเพิ่มพลังกายสมกับที่เป็นสมาคมปรุงยาจริงๆว่าแต่เราจะเลือกอันไหนดีนะเราเองก็ไม่เคยปรุงยาจริงๆด้วยสิวิธีการและขั้นตอนเราเองก็พอจะรู้อยู่หรอกแต่ให้มาทำจริงๆนิรู้สึกเก็งๆยังไงไม่รู้*
ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังยืนเลือกอยู่นั้นสายตาของเขาก็ตกไปกระทบกับสูตรยาที่เขาคุ้นเคยสามใบนั้นก็คือสูตรยารักษาร่างกายสูตรยาคลายกล้ามเนื้อ และสูตรยาขยายกล้ามเนื้อชั่วคราวทั้งสามสูตรนี้เป็นยาระดับ1-2 ซึ่งเจิ้งฟู่เคยเห็นมันที่หอโอสถที่ตระกูลมาก่อนแล้วและมันก็เป็นสูตรยาที่เขาเอามันมาดัดแปลงจนกลายเป็นยาระดับสามอีกด้วย....
"ข้าเลือกสามสูตรนี้ละกัน" เมื่อตัดสินใจได้เขาก็หยิบเอาแผ่นสูตรยามาจากนั้นก็ตรงไปที่เตาปรุงยาทันทีซึ่งเตาที่เขาเลือกนั้นอยู่ติดกับเหล่ยเทียนหลู่และเหตุที่เขาเลือกใกล้กับเหล่ยเทียนหลู่นั้นก็เพราะว่าเขาจะได้ถามในเรื่องที่เขาไม่รู้ด้วยเพราะถือสะว่ายังไงในการทดสอบนี้ก็ไม่ได้มีกฎห้ามถามกันด้วย.....
พรึบ!!
"เจ้าเลือกได้แล้วอย่างนั้นเรอะ?" เหล่ยเทียนหลู่ถามขึ้นเมื่อเห็นเจิ้งฟู่เลือกเตาข้างๆเขา.....
"อือ..ข้าเลือกแล้ว" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับวางแผ่นกระดาษสูตรยาข้างๆเขาที่เขาวางไว้ตรงนี้ก็เพื่อให้เหล่ยเทียนหลู่นั้นได้เห็นว่าเขาเลือกสูตรไหนมาและเมื่อเหล่ยเทียนหลู่เห็นสูตรยาที่เจิ้งฟู่เลือกมาเขาก็อดยิ้มไม่ได้เขาคิดว่าเจิ้งฟู่คงไม่เคยปรุงยาจริงๆไม่งั้นเขาคงไม่เลือกสูตรยาระดับหนึ่งมาแน่....
ไม่นานส่วนผสมในการปรุงยาทั้งหมดก็ถูกนำมาวางไว้เรียบร้อยในสูตรยาทั้งสามนี้ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมที่คล้ายๆกันจะมีก็แค่สมุนไพรบางชนิดเท่านั้นที่แตกต่างกัน......
ฟู้มมมมม!!
ฟิ้ววววว!!
ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังมองสูตรยานั้นเหล่ยเทียนหลู่ก็เริ่มลงมือปรุงยาของเขาทันทีเขาใส่ส่วนผสมลงไปที่ละชนิดตามสูตรยาที่เขาเลือกมาพร้อมกับอัดใส่พลังซีให้เตาปรุงยาเริ่มทำงานแต่พลังงานซีที่ใช้ในการปรุงยานั้นผู้ใช้ต้องเปลี่ยนให้เป็นเปลวเพลิงเสียก่อนและเปลวเพลิงที่ใช้นั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามระดับของนักปรุงยาด้วยยิ่งระดับสูงไฟที่ใช้ยิ่งมีความเข้มข้นมาก......
เปลวเพลิงของเหล่ยเทียนหลู่นั้นเป็นสีเขียวอมฟ้าและเมื่อเขาเริ่มปล่อยเปลวเพลิงออกมาสีหน้าของขงฉางถึงกับซีดขาวด้วยความตกใจทันทีเพราะว่าเปลวเพลิงแต่ละสีนั้นจะบ่งบอกถึงความสามารถของนักปรุงยาในแต่ละระดับขนาดตัวมันเองยังทำได้แค่เปลวเพลิงสีแดงเท่านั้น......
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กแซ่เหล่ยนั้นนะสามารถสร้างเปลวเพลิงสีเขียวอมฟ้าได้"
"นั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขามีความสามารถและความเข้าใจในเปลวเพลิงอยู่ในระดับนักปรุงยาชั้นกลางเกือบถึงชั้นสูงทีเดียว"
"นั่นมันเทียบเท่ากับพวกเราเลยนะถ้าเขาสามารถสร้างเปลวเพลิงสีฟ้าออกมาได้"
เหล่าผู้อาวุโสทั้งสามรวมถึงหมิงหว่างพวกเขาต่างก็นั่งมองกลุ่มคนที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ด้วยเมื่อพวกเขาทั้งสามดูการทดสอบของเจิ้งฟู่ในด่านแรกนั้นเขาก็ตามมาดูในด่านที่สองนี้ต่อเพราะพวกเขาอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่จะมีความสามารถมากแค่ไหนในการปรุงยาแต่พวกเขาก็ไม่คิดอะไรมากในด่านนี้เพราะการสร้างเปลวเพลิงนั้นไม่ใช้ว่าจะสามารถทำได้ง่ายๆถึงจะมีความเข้าใจและมีความจำที่ดีเรื่องสมุนไพรแต่มันก็ยากที่จะผ่านด่านนี้ไปได้ถ้าหากไม่สามารถใช้และควบคุมเปลวเพลิงได้......
และเมื่อทั้งสามเห็นเปลวเพลิงสีเขียวอมฟ้าของเหล่ยเทียนหลู่นั้นพวกเขาต่างก็ตกตะลึงไปพักหนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจเพราะหลายปีแล้วที่สมาคมปรุงยาสาขาเมืองอินทรีนั้นไม่มีอัจฉริยะโผล่มาเลย.....
ณ พื้นที่ปรุงยาของเจิ้งฟู่.....
*การปรุงยานั้นจากที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้เราต้องเปลี่ยนพลังงานซีในร่างกายของเราให้เป็นเปลวเพลิงและส่งไปยังเตาปรุงยาเพื่อให้เกิดการกลั่นของสมุนไพรในเตาและต้องคอยควบคุมระดับของไฟที่ใช้ด้วยไม่เช่นนั้นมันอาจจะล้มเหลวได้*
เมื่อตัดสินใจได้เช่นนั้นเจิ้งฟู่ก็เริ่มจากการเปลี่ยนพลังงานซีของเขาให้เป็นเปลวเพลิงตามที่ซื่อวู้ได้บอกเขาไว้ถึงแม้เขาจะไม่เคยทำมันมากก่อนก็ตามแต่ด้วยความทรงจำและไหวพริบของเขาที่คอยสังเกตซื่อวู้ในตอนปรุงยาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นเขาก็พอจะจับจุดได้รางๆ.......
หวืดดด!!
คลื่นพลังงานไหลเวียนจากจุดตันเถียนของเขาเคลื่อนไปที่ฝ่ามือจากนั้นเองก็ค่อยเกิดแสงสว่างสีแดงขึ้นช้าๆและมันก็เริ่มที่จะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าและสว่างขึ้นๆจนในที่สุดมันก็หยุดเปลี่ยนสีที่สีฟ้าอมส้ม...
เปลวเพลิงสีฟ้าอมส้ม!!!
สีหน้าของขงฉางซีดหนักยิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อเห็นเปลวเพลิงของเจิ้งฟู่มันแทบจะอกแตกตายหัวใจของมันเต้นไม่เป็นจังหวะราวกับว่าเขากำลังเจอผีในตอนกลางวันอย่างนั้นแหละ......
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสามารถสร้างเปลวเพลิงสีฟ้าอมส้มออกมาได้เรื่องก่อนหน้านี้ก็น่าตกใจแล้วยังจะนี้อีกเขาช่างเป็นอัจฉริยะของแท้จริงๆ" หมิงหว่างกล่าวชื่นชมขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นเปลวเพลิงสีฟ้าอมส้มของเจิ้งฟู่.....
ส่วนชายชราอีกสองคนยังคงอ้าปากค้างตาโตมองที่เจิ้งฟู่อยู่พวกมันแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยที่เด็กอายุแปดขวบจะสามารถสร้างเปลวเพลิงสีฟ้าอมส้มได้แบบนี้ไม่เพียงแค่นั้นขนาดพวกคนที่เข้าทดสอบก่อนหน้ายังต้องวางมือของพวกมันและหันมามองที่เจิ้งฟู่ด้วยความตกใจเช่นกันพวกมันต่างก็รู้ดีว่าสีเปลวเพลิงในแต่ละสีนั้นมีความหมายอย่างไร....
"เด็กนั้นมีเปลวเพลิงสีฟ้าอมส้ม!!"
"เป็นไปได้ยังไงกัน เขาอายุเท่าไหร่กัน ทำไมข้าไม่เคยรู้จักและเห็นหน้าเขามาก่อนเลย.....?"
ต่างเกิดเสียงฮือฮาไปทั่วห้องทดสอบทันทีขนาดเหล่ยเทียนหลู่เองยังอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกใจออกมาและเขาก็สงบลงในไม่ช้าภายใจของเขานั้นเกิดความรู้สึกชื่นชมและประทับใจเจิ้งฟู่เล็กน้อยในความสามารถของเขา.....
*ทำไมถึงเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าอมส้มกัน หรือว่ามันเป็นเพียงเปลวเพลิงระดับต่ำปกติข้าเคยเห็นแต่สีแดงของท่านอาจารย์และก็สีเขียวของพี่เหล่ยเทียนหลู่แล้วสีส้มมันคืออะไรกัน?* เจิ้งฟู่ไม่รู้เรื่องของเปลวเพลิงเลยว่ามีการจัดแบ่งยังไงดังนั้นเขาจึงคิดว่าเปลวเพลิงของเขานั้นอยู่ในระดับต่ำ......
"ช่างเถอะยังไงเราก็สามารถสร้างเปลวเพลิงได้แล้วต่อไปก็คือการทดสอบปรุงยา"เมื่อตัดสินใจได้แล้วเจิ้งฟู่ก็ทดสอบปรุงยาตามสูตรยาที่เขาเลือกมาทันทีทั้งสามสูตรนี้ถ้าปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างมันก็จะสำเร็จได้แต่ถ้าพลาดนิดเดียวมันก็ล้มเหลวเลย........
ฟู้มมมมม!!
ฟู้มมมมม!!
สูตรยาชนิดแรกที่เจิ้งฟู่เริ่มปรุงนั้นคือสูตรยารักษาพลังกายระดับหนึ่งเพราะมันเป็นยาที่เขาเคยเห็นซื่อวู้ปรุงบ่อยมากที่สุดตอนอยู่ที่หอโอสถของตระกูลมันจึงเป็นเหตุผลที่เจิ้งฟู่เลือกสูตรยานี้มาถึงแม้เขาจะเคยปรับแต่งสูตรยานี้มาแล้วก็ตามแต่เขาก็ไม่มีส่วนผสมที่จะทำมันจึงจำใจต้องทำตามเท่านั้น.......
แสงหว่างไปทั่วเตาปรุงยาเมื่อเปลวเพลิงของเขาหมุนวนไปรอบๆเตาอย่างช้าๆเขาค่อยๆทำตามที่ละขั้นตอนทีละขั้นตอนไปเรื่อยแต่เมื่อใกล้จะถึงขั้นตอนสุดท้ายจู่ๆแสงสว่างก็ดับไปพร้อมกับควันสีดำที่ลอยขึ้นจากเตาปรุงยาของเขา.......
บู้มมมมม!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
"ข้าว่าแล้วยังไงเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กถึงจะมีเปลวเพลิงสีส้มแล้วยังไง"
การปรุงยาครั้งแรกของเขานั้นล้มเหลวทำให้ส่วนผสมทั้งหมดในรอบแรกนั้นเสียไปเจิ้งฟู่เองก็คิดไว้แล้วว่าเขานั้นมีโอกาสสำเร็จเพียงแค่สีในสิบส่วนเท่านั้นแต่ก็ถือว่าทำได้ดีเลยในครั้งแรกของเขาเพราะว่ามันไม่ได้ระเบิดออกตั้งแต่แรก......
"อย่าคิดมากไปเลยน้องเจิ้งฟู่ถือว่าเจ้าทำได้ดีทีเดียวสำหรับครั้งแรกและที่มันล้มเหลวก็เพราะเจ้านั้นเร่งเปลวเพลิงเร็วไปทำให้ตัวยาที่ถูกกลั่นมาจนถึงขีดสุดนั้นไหม้"เหล่ยเทียนหลู่หันไปหาเจิ้งฟู่ก่อนจะยิ้มให้และพูดขึ้นบอกข้อผิดพลาดของเขา.....
*ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เองแต่เรานั้นยอมรับเลยว่าเรายังไม่สามารถที่จะควบคุมเปลวเพลิงได้ดีนักมันถึงได้เป็นเช่นนี้*
"ขอบคุณท่านพี่เหล่ยเทียนหลู่มากสำหรับคำแนะนำของท่านข้าจะเก็บเอามันไปปรับปรุง"
"ไม่เป็นไรข้ายินดีช่วยถ้าเจ้ายังคงไม่เข้าใจส่วนไหนก็ถามข้ามาได้เลย" เหล่ยเทียนหลู่กล่าวพร้อมกับทุบไปที่หน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ....
อือ!!
"เอาละตอนนี้เราคงต้องยกเลิกสูตรนี้ไปก่อน เพราะมันเหลือส่วนผสมอีกเพียงชุดเดียวเท่านั้นแล้วหากพลาดอีกคงแย่" หลังจากที่ล้มเหลวครั้งแรกเจิ้งฟู่ก็ยังไม่ได้ลงมือปรุงยาต่อเขายังคงนั่งมองที่สูตรยาทั้งสามและคิดเกี่ยวกับขั้นตอนการปรุงยาอยู่และเวลาก็ยังคงผ่านไปเรื่อยๆ.....
สำหรับกำหนดเวลาเพียงแค่สองชั่วยามสำหรับการปรุงยาในการทดสอบนั้นเพียงพอต่อการปรุงยาระดับหนึ่งได้ถึงยี่สิบเม็ดด้วยกันถ้าทำตามสูตรยาดั้งเดิมละนะแต่การที่จะปรุงยาระดับสองนั้นต้องใช้เวลาและขั้นตอนที่มากกว่ามันจึงสามารถปรุงได้เพียงแค่ห้าถึงหกเม็ดเท่านั้นในเวลาเพียงเท่านี้ยังไม่ต้องพูดถึงเม็ดยาระดับสามเลย......
และการทดสอบนี้ถ้าจะผ่านต้องปรุงยาระดับหนึ่งอย่างน้อยสิบเม็ดหรือยาระดับสองสองเม็ดหรือไม่ก็ระดับสามหนึ่งเม็ดถึงจะผ่านการทดสอบได้และตอนนี้เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควรแล้วถ้าเจิ้งฟู่อยากที่จะผ่านการทดสอบเขาต้องปรุงยาระดับสองหนึ่งเม็ดและยาระดับหนึ่งห้าเม็ดก็จะถือว่าผ่านเช่นกัน.......
"อ่ะ!! สมุนไพรพวกนี้สรรพคุณมันแทบจะไม่แตกต่างกันเลยเปลี่ยนเพียงแค่ส่วนผสมบางตัวเท่านั้นแล้วถ้าเรานำพวกมันมายำรวมกันและเปลี่ยนวิธีการละ"เจิ้งฟู่ตกลงสู่ห้วงความคิดของเขาเกี่ยวกับขั้นตอนการปรุงยาสูตรใหม่ทันทีและจู่ๆเขาก็คิดมันออกว่าเขาจะทำวิธีไหนกับมันเขาเริ่มลงเมื่อปรุงยาอีกครั้งโดยการนำเอาส่วนผสมทั้งหมดมาปรุง......
"นั้นเขาทำอะไร!!?" หมิงหว่างอดไมได้ที่จะอยากรู้ถึงการกระทำของเขามันพยายามจ้องดูสิ่งที่เจิ้งฟู่กำลังทำอยู่....
"นั้นเขาจะทำอะไรนะ ทำไมถึงได้โยนส่วนผสมเข้าไปทั้งหมดกันหรือว่าเขายอมแพ้ในการทดสอบแล้วเลยคิดจะโยนส่วนผสมเล่น....?"
"นั้นสิ!! ช่างน่าเสียดายนักที่เขาทำแบบนั้นและมันยังเท่ากับว่าเป็นการไม่ให้เกียรติต่อการเป็นนักปรุงยาอีกด้วยเขาทำแบบนี้มันไม่ถูกเอาสะเลย"
ชายชราอีกสองคนต่างทำหน้าผิดหวังและไม่พอใจเมื่อเห็นเขาทำแบบนั้นกับส่วนผสมที่เหลือเมื่อพวกเขาคิดว่าเจิ้งฟู่ยอมแพ้ในการทดสอบแล้วแต่หมิงหว่างไม่ได้คิดแบบนั้นเขายังคงเชื่อมั่นและรู้สึกว่าเจิ้งฟู่นั้นต้องทำอะไรที่เหนือความคาดหมายอีกแน่......
*นั้นเขาคิดจะทำอะไรนะ หรือว่าเขายอมแพ้กับการทดสอบแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะโยนส่วนผสมทั้งหมดลงไปเช่นนั้นเลย*เหล่ยเทียนหลู่หันไปมองพลางคิดในใจ.....
ทุกคนต่างก็คิดเช่นเดียวกันเมื่อเห็นการกระทำของเจิ้งฟู่พวกมันต่างพูดดูถูกเขาและเยอะเย้ยต่างๆนาๆส่วนขงฉางนั้นมันกลับรู้สึกเช่นเดียวกับหมิงหว่างมันคิดว่าเด็กตรงหน้าของมันนั้นคงไม่คิดที่จะยอมแพ้ง่ายๆหรือทำเรื่องล้อเล่นแน่นอน......
ตอนนี้ส่วนผสมทั้งหมดต่างก็ลงไปอยู่ในเตาพร้อมๆกันแล้วจากนั้นเจิ้งฟู่ทำการปล่อยพลังซีให้เป็นเพลิงสีแดงก่อนแล้วค่อยๆเปลี่ยนสีเพลิงไปช้าๆช้าๆ เวลาเริ่มที่จะผ่านไปเรื่อยๆจนตอนนี้ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว......
*เราต้องค่อยๆหมุนวนเพลิงช้าๆ ถ้าคิดจากมุมมองการต้มยาแล้วในช่วงแรกๆเราต้องอุ่นมันก่อนเมื่อหม้อเริ่มร้อนเราก็ค่อยๆเร่งไฟขึ้นจนน้ำเดือดจากนั้นก็เบาลงให้มันคงที*
ในตอนนั้นเองกลุ่มควันสีขาวก็ค่อยๆลอยออกมาจากเตาปรุงยาของเขาควันสีขาวนี้ลอยอบอวนขึ้นก่อนจะส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรอย่างมากออกมาและทันใดที่เตาปรุงยาของเขาก็เกิดแสงสว่างสีเหลืองอ่อนๆและก็เริ่มที่จะสว่างขึ้นสว่างขึ้นเรื่อยๆ........
ฟู้มมมมมมมม!!
ตู้มมมมม!!