ณ สำนักเพลิงสืบทอดลานการทดสอบส่วนกลาง
“ อายุ 13 ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 2 ” เสียงกล่าวออกมาของค่ายกลนั้น ทำให้บัดนี้รอบๆลานการทดสอบนั้นเงียบลงทันใด
*ผู้ที่มีอายุ 10-13 ปี นั้นเกณฑ์ขั้นต่ำคือระดับการฝึกตนต้องถึงขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3
ตอนนี้นั้นทุกสายตาได้จับจ้องชายร่างผอมสูงที่ยืนอยู่กลางค่ายกลตรวจสอบอายุและระดับการฝึกตนสีหน้าของเค้าตอนนี้นั้นซีดเซียวอย่างมาก
“ บัดซบ !!! ข้านั้นถูกหลอกมา ” ชายร่างผอมสูงบ่นโวยวายออกมาตัวของเค้านั้นได้ไปซื้อโอสถจากชายคนแปลกหน้าที่ได้บอกสรรพคุณของมันนั้นสามารถปกปิดหลอกลวงการตรวจสอบอายุและระดับการฝึกตนของค่ายกลมาได้
ฟึบ
ไม่รอให้ชายร่างผอมสูงนั้นโวยวายได้มากเท่าไหร่นัก บัดนี้นั้นศิษย์สายในที่เป็นผู้ทำการทดสอบในบทแรกได้พุ่งเข้าไปด้านหลังของชายร่างผอมสูงก่อนที่จะได้ใช้ทักษะหมัดอะไรบางอย่างพุ่งตรงไปที่หัวใจของชายคนนั้น
อึก อึก อึก
ชายร่างผอมสูงหลังจากโดนทักษะหมัดไปตัวของเค้าไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีกตัวของเค้านั้นได้ล้มลงไปก่อนที่จะกระอักเลือดออกมา 3 ครั้งแล้วตัวของเค้าก็ได้สิ้นลมหายใจไปแบบนี้
ตึกๆๆๆๆๆๆๆ
หลังจากเกิดเหตุการนี้ขึ้นนั้นคนที่ต่อแถวอยู่อีก 5-6 คนได้เริ่มที่จะวิ่งหนีพวกเค้าเหล่านนี้นั้นไม่ได้ต่างจากชายร่างผอมสูงเลย ที่เหมือนคือจริงๆแล้วพวกเค้านั้นไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของการเข้าร่วมสำนักเพลิงสืบทอดที่เข้ามานั้นล้วนหวังว่าวิธีการที่พวกเค้าเตรียมมาสำหรับปกปิดค่ายกลนั้นจะใช้ได้ผลถึงใช้ไม่ได้ผลก็คงเพียงรับผลของการกระทำนิดหน่อยเท่านั้นไม่ถึงตาย พวกที่กล้าทำแบบนี้นั้นคือพวกบ้านนอกที่พึ่งเข้าเมืองมาและอยากเสี่ยงดวงเพราะหากเป็นคนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองนั้นแต่ละคนต่างรู้กันอยู่แล้วว่าผลของการเข้ามาเพื่อทุจริตนั้นเป็นอย่างไร
ฟึบ ๆ 5-6 คนที่วิ่งไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นักยังไม่แม้แต่จะถึงหน้าทางเข้าสำนักที่ได้เข้ามา บัดนี้นั้นได้โดนสังหารชีวิตหมดสิ้นไปจากศิษย์ชั้นในที่หลบซ่อนอยู่บางส่วน สำนักเพลิงสือบทอดนั้นรู้อยู่แล้วว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมันไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันคือเหตุการณ์ปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นตลอดเมื่อมีการทดสอบเข้าสำนัก ฉะนั้นศิษย์สายในที่ได้รับภารกิจเพื่อเข้ามาช่วยทดสอบศิษย์ใหม่นั้นมีอยู่ด้วยกันถึง 10 คนต้องเข้าใจก่อนว่าศิษย์ชั้นในนั้นระดับการฝึกตนขั้นต่ำที่สุดนั้นจะอยู่รวบรวมปราณขั้นที่ 8 นั้นจึงเป็นเหตุผลให้พวกเค้าสามารถควบคุมการทดสอบรอบแรกได้
“ คนต่อไปมาได้ ” ศิษย์สายในที่เป็นคนฆ่าชายร่างผอมสูงได้กล่าวต่อพร้อมมองไปทางผู้ที่มาทำการทดสอบทุกคนในสายตาของผู้มาทดสอบตอนนี้นั้นบางคนได้เกิดความกลัวขึ้น บางคนแกล้งทำเป็นสงบนิ่ง บางคนถึงกับตัวสั่นเทา แม้ทุกคนจะอาศัยอยู่ที่โลกแห่งการฝึกตนแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเคยเห็นการฆ่าหรือล่าสังหารคน นี้อาจจะเป็นครั้งแรกของใครบางคนด้วยซ้ำที่เคยเห็นการฆ่ากันเกิดขึ้น
“ เจ้าใช้ได้หนิเจ้าชื่ออะไร ? ” เมื่อศิษย์ผู้นั้นเห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงด้วยรูปร่างกำยำและสายตาที่สงบนิ่งไม่มีความเกรงกลัวเกิดขึ้นอย่างแท้จริงนั้นทำให้ศิษย์สายในผู้นี้นั้นประทับใจมาก
“ ก่อนจะถามชื่อคนอื่นไม่ใช่เจ้านั้นต้องบอกชื่อของตัวเองก่อนหรือ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นไม่เพียงจะไม่บอกชื่อของเค้าออกมาแต่เค้ายังถามย้อนกลับไปตามความคิดของเค้าอีก
“ เจ้ากล้าล่วงเกินศิษย์พี่หวังหรือ ” ตอนนี้นั้นได้มีศิษย์สายนอกคนนึงกล่าวออกมาพร้อมจะพุ่งเข้าไปทำร้ายจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเพื่อต้องการความดีความชอบของศิษย์พี่หวังของเค้า
ปัง
ศิษย์ผู้นี้นั้นยังไม่ได้เข้าถึงตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก็กลับถูกศิษย์พี่หวังที่เค้าพึ่งจะกล่าวเพื่อเอาหน้านั้นได้ทำการตบเข้ามาที่ใบหน้าของเค้าซะเอง
“ ใครบอกให้เจ้าเข้ามาสอดเรื่องของข้า ” ศิย์พี่หวังนั้นกล่าวกับศิษย์สายนอกผู้ที่ตัวของเค้านั้นพึ่งตบหน้าไปก่อนที่จะไม่สนใจและหันกล่าวกับจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงต่อ
“ ฮ่าๆๆ ตัวของข้านั้นมีนามว่าหวังอู่ เป็นศิษย์สายในอันดับที่ 3 ของสำนักเพลิงสืบทอด ทีนี้ข้านั้นสามารถทราบนามของเจ้าได้หรือยัง ” หวังอู่กล่าวออกมาพร้อมท่าทางสนอกสนใจ ปกติด้วยความที่ตัวของเค้านั้นเป็นศิษย์สายในอันดับที่ 3 ของสำนักเพลิงสืบทอดนั้นทำให้เค้าถูกประจบประแจงอยู่บ่อยๆ ต้องบอกเลยว่าตัวของเค้านั้นรำคาญเรื่องนี้เป็นพิเศษนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เค้าพึ่งเคยเจอคนแบบจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นทำให้เค้าค่อนข้างชอบคนแบบนี้
“ ข้าหมิงฉี ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นพูดก่อนเดินเข้าไปภายในค่ายกลตรวจสอบ
“ อายุ 10 ปี ระดับการฝึกตนรวบรวมปราณขั้นที่ 5 ” เสียงของค่ายกลได้กล่าวตอบออกมา
“ อัจฉริยะ ” ตอนนี้คำๆนี้นั้นได้ขึ้นมาบนหัวของทุกคนเมื่ออายุ 10 ปีเกณฑ์ขั้นต่ำที่รับเข้าสำนักเพลิงสืบทอดคือ รวบรวมปราณขั้นที่ 3 แต่ชายที่ชื่อหมิงฉีผู้นี้นั้นอายุ 10 ปีก็จริงแต่กลับมีระดับการฝึกตนถึงขั้นรวบรวมปราณที่ 5 แล้ว แม้จะหน้าแก่และร่างกายไม่เหมาะสมกับหน้าตาไปหน่อยก็เถอะ
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเห็นปฎิกิริยาผู้คนเค้านั้นก็ไม่ได้ตกใจเท่าไหร่นักตัวของเค้านั้นต้องการเป็นอัจฉริยะอยู่แล้วมีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่จะได้รับทรัพยากรณ์การฝึกตนมากที่สุดไอค่ายกลกระจอกๆนี้ไม่สามารถตรวจสอบอะไรเค้าได้เลยไม่พอแค่นั้นด้วยความเป็นอดีตนักวางค่ายกลขั้น 5 ดาวตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงยังสามารถหลอกค่ายกลได้อีกด้วย จะมีสิ่งที่เค้าไม่พอใจก็ตรงคนบอกว่าเค้าหน้าแก่เนี้ยละ เค้าจดจำคนที่พูดคำนี้เอาไว้ได้หมดแล้ว
“ ไม่แปลกใจที่เจ้าจะนิ่งสงบและมั่นใจในตัวของเจ้าได้มากขนาดนี้ ตัวเจ้านั้นมีสิทธิทำเช่นนั้น ” หวังอู่กล่าวกับจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับเพียงเดินเข้าไปอยู่ตรงกลางของหวังอู่ตามคำพูดตอนต้นเมื่อได้ทดสอบบทแรกเสร็จนั้นตอนนี้ด้านหน้าของหวังอู่ทั้ง ด้านซ้าย ด้านกลาง และด้านขวาของเค้ามีคนแยกกันอยู่ทั้งสิ้น 3 กลุ่มแต่ละกลุ่มนั้นมีคนประมาณ 100 กว่าคนด้วยกัน
“ การทดสอบรอบต่อไปนั้นง่ายดายมาก ข้าจะปลดปล่อยพลังไปกดดันพวกเจ้าใครที่ยืนอยู่ 10 คนสุดท้ายของแต่ละกลุ่มนั้นจะถือว่าผ่าน ” หวังอู่กล่าวคำพูดต่อ
โอกาศผ่านเท่ากับ 1 ใน 10