“ รายงานฐาน พื้นที่ 15 ถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ขอพื้นที่ต่อไปด้วย ”
“ ฐานรับทราบ เราได้ส่งตำแหน่งพื้นที่ขอความช่วยเหลือไปแล้ว รีบเดินทางไปที่นั่นโดยด่วน ”
“ รับทราบ ”
ทหารหันมองผู้เป็นนายกอง การต่อสู้กันในพื้นที่ 15 มีทหารตายหลักร้อย ถึงแม้พวกเขาจะเอาชนะวอร์เรนไคน์ในจุดนี้ได้ก็จริง ความเสียหายยังคงมีอยู่
หลังจากที่นายกองมองดูพื้นที่ที่ตนเองจะต้องพากองกำลังของเขาเดินทางไป จึงรีบประกาศสั่งเคลื่อนพลขึ้นยาน พวกเขาจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่ 7
อย่างไรก็ตามการเดินทางในครั้งนี้ กองกำลังจากฐานดาวไกอัสที่ต่อสู้ร่วมกันไม่ได้เดินทางไปด้วย พวกเขาได้แยกไปอีกพื้นที่หนึ่งเพื่อกระจายกำลังเข้าช่วยเหลือพื้นที่ต่างๆ
แอ็กเซลเลือกที่จะเดินทางไปกับทหารดาวไกอัส เนื่องจากว่าพื้นที่หมายเลข 3 มีทหารดาวโนวาต่อสู้อยู่ที่นั่น เมื่อสงครามจบเขาสามารถติดยานอีกฝ่ายกลับฐานได้จึงขอแยกทางกับทหารดาวไพรมัส ถึงแม้อีกฝ่ายจะเสียดายที่แอ็กเซลแยกตัวออกไป เพียงแต่ว่าเขาได้มอบมอนสเตอร์นกน้อยและกระบองเพชรอย่างละ 10 ตัวให้พวกมันเดินทางไปกับทหารดาวไพรมัส ในความคิดของทุกคนนี่คือความช่วยเหลือที่แอ็กเซลยื่นให้ แต่ความเป็นจริงแล้วนกน้อยและกระบองเพชรที่กำลังจะแยกตัวออกไป พวกมันกำลังจะเข้าสู่การดูดซับของเหลวจากศพเพื่อพัฒนาไปยังอีกระดับ
“ ไม่ต้องสั่งการ แค่ไปถึงพวกมันจะโปรยสปอร์ด้วยตนเอง หากต้องการย้ายพื้นที่ต่อสู้ แค่บอกพวกมันให้รู้ด้วยเท่านั้นก็พอแล้ว ”
“ ขอบใจนายมาก ทางฐานไพรมัสจะไม่ลืมความช่วยเหลือในครั้งนี้ ”
แอ็กเซลขึ้นยานไปกับทหารดาวไกอัส ในระหว่างยานขึ้นบินเขาก็เริ่มกวาดตามองดูแสงสว่างที่เกิดจากการต่อสู้ในความมืด รอบตัวของเขายังคงเต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ราวกับว่าพื้นที่แห่งนี้สามารถถูกทำลายได้ทุกเมื่อ ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงแจ้งเตือนบนยานบินก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงการทิ้งดิ่งของตัวยานที่ราวกับว่าลดระดับความสูงเพื่อหลีกหนีจากบางอย่าง
แอ็กเซลจึงใช้สกิลเชื่อมจิตกับนกน้อยที่อยู่บนหลังคายานก่อนที่เขาจะพบว่ามีแมลงยักษ์ฝูงหนึ่งนำโดยแมลงยักษ์ 100 เมตรกำลังเปลี่ยนพื้นที่ต่อสู้
“ ช่วยเปิดประตูยานด้วยครับ ”
“ ช่วยเปิดนประตูยานด้วย! ”
แอ็กเซลร้องตะโกนบอกกับตัน หากไม่รีบเปิดประตูยานในตอนนี้พวกเขาจะต้องสละยานจากการถูกฝูงแมลงโจมตี กัปตันยานจึงเปิดประตูยานกลางอากาศ ตามกฎแล้วเขาไม่ควรเปิดประตูยานในขณะบินด้วยความเร็วสูง
ทันทีที่ประตูยานเปิดอ้าออกหลายคนให้ความสนใจมือแอ็กเซลที่กำลังถือไม้เท้าชี้ไปทางประตูที่เปิดอ้าออก พริบตานั้นเองเข็มสีแดงเลือดขนาดเท่าต้นขาก็พุ่งออกไปจากประตูก่อนที่มันจะเลี้ยวเบนไปหาแมลงยักษ์ที่กำลังบินเข้าใกล้กองยานบิน
บู้ม!
เสียงระเบิดดังออกมาจากแมลงยักษ์ 100 เมตร ภาพที่ทุกคนบนยานเห็นผ่านกล้องคือเข็มที่แอ็กเซลส่งออกไปเมื่อครู่พุ่งเข้าชนกลางลำตัวของมัน ก่อนที่ร่างๆนั้นจะร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า พริบตานั้นร่างใหญ่ยักษ์ที่ต้องใช้ความพยายามในการเจาะการป้องกันก็ได้ระเบิดออกจากบางอย่างที่พยายามพองตัวจากภายในร่างของมัน
สิ่งที่ปรากฎตัวต่อสายตาของทหารทุกคนคือดอกไม้มากมายหลายหมื่นดอกที่พรั่งพรูออกมาจากร่างของแมลงยักษ์ ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของทหารแอ็กเซลกลับแยกเข็มออกจากกันเป็น 32 เล่มแล้วควบคุมมันด้วยการใช้สกิลเชื่อมจิตไปที่นกน้อยเพื่อให้มันช่วยมองภาพรอบๆตัว ส่งผลให้แมลงฝูงใหญ่ถูกเข็มเล็กๆเจาะร่างร่วงตกลงไปบนพื้นดิน
“ ช่วยกันฆ่าพวกมันแล้วก็ดูดซับให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยตามมานะ ”
แอ็กเซลปล่อยนกน้อยและกระบองเพชรออกจากยาน สนามรบทางฝั่งนี้เขาจะให้พวกมันรับมือ แม้ทหารอยากจะออกความคิดเห็นพวกเขากลับเงียบ เนื่องจากว่าถ้าพวกเขาแยกตัวตรงนี้อาจจะทำให้การช่วยเหลือพื้นที่ 3 มีกำลังทหารไม่เพียงพอจึงปล่อยที่นี่ให้เป็นหน้าที่มอนสเตอร์ในพันธะของแอ็กเซล
เจ้าตัวน้อยทั้ง 10 ตัวที่กระโจนลงมาจากยานพวกมันก็ได้ขี่หลังกันบินวนรอบๆเพื่อโปรยสปอร์ให้กับฝูงแมลงที่คลานอยู่บนพื้น ต่อให้พวกมันจะมีปีกก็ตาม ร่างกายของพวกมันยังคงต้องใช้พลังคอสมิกเพื่อเสริมการบิน แต่ละตัวที่ถูกเข็มทะลวงจึงทำได้เพียงแค่ลงไปคลานบนพื้นดินเท่านั้น
เมื่อนกน้อยกระจายสปอร์จนพอใจ มันก็เริ่มบินโฉบลงไปใช้สกิลแทงรากกับศพมอนสเตอร์ที่แอ็กเซลทิ้งเอาไว้ให้จากการซัดเข็มชุดแรก กระบองเพชรน้อยก็รีบใช้สกิลแทงรากเช่นเดียวกันจนพลังของพวกมันเพิ่มไปที่ 5 ดาว เมื่อร่างทั้ง 10 พร้อมแล้วพวกมันก็เริ่มจับคู่กันไล่ฆ่าวอร์เรนไคน์ที่ตกอยู่ภายใต้ผลของสปอร์
แม้ทหารจะมองว่าแอ็กเซลทิ้งมอนสเตอร์พันธะของเขาให้รับมือกับสงครามโดยไม่ใยดี แต่สกิลเชื่อมจิตกลับไม่มีระยะ มันจึงทำให้เขาสามารถออกคำสั่งไปยังนกทั้ง 100 ตัวได้ นอกจากนั้นยังให้พวกมันส่งคำสั่งไปยังกระบองเพชรได้เช่นเดียวกัน
มู่มู่!
เปลวไฟสีแดงลุกไหม้ออกมาจากร่างสูง 2 เมตรที่ขยายใหญ่จากผลของสกิล หลังจากเรียกพลังออกมาพร้อมแล้วกระบองเพชรก็ได้กระโจนขึ้นไปบนหลังแมลงสูง 5 เมตรแล้วใช้มือทุบบริเวณที่เคยมีรอยทะลวงจากเข็ม มันคือตำแหน่งที่สามารถสร้างรอยแตกได้ดีที่สุด เพียงทุบไม่กี่ครั้งก็สามารถทำลายเกราะจนเผยให้เห็นเนื้อด้านใน กระบองเพชรจึงลงมือทุบต่อไปแล้วมุดเข้าไปในร่างของสิ่งมีชีวิตใหญ่ยักษ์ เพียงไม่นานที่มันหดร่างแล้วขยายร่าง วอร์เรนไคน์ที่เป็นเป้าหมายก็ตายลงโดยใช้เวลาไปทั้งหมดไม่ถึง 10 วินาที
ทางฝั่งนกที่บินอยู่บนฟ้าสูงใช้วิธีเดียวกันด้วยการโจมตีไปยังจุดที่เจ้านายทะลวงเข้าไปให้ ส่งผลให้แมลงตายในการโจมตีไม่กี่ครั้ง
แอ็กเซลไม่ได้สั่งให้สปอร์ขยายตัวจนฆ่าพวกมันก็เพราะว่าสารอาหารภายในร่างจะหายไป โดยที่เจ้าตัวน้อยที่พยายามฆ่าวอร์เรนไคน์จะไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงทำเพียงแค่ให้สปอร์ดูดพลังคอสมิกจากนั้นก็ให้เจ้าตัวน้อยช่วยกันฆ่าเพื่อดูดซับสารอาหาร ต่อให้พวกมันจะต้องใช้สกิลแทงรากเรื่อยๆ จำนวนวอร์เรนไคน์กลับมีพอให้ใช้งานทั้งเพิ่มค่าประสบการณ์และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานชั่วคราว
“ อีก 3 นาทีเราจะถึงที่หมายกันแล้ว โยนความกลัวทั้งหมดทิ้งไป พวกมันก็เหมือนวอร์เรนไคน์กลุ่มก่อนหน้าที่เราฆ่าตาย หากเราช่วยกันไม่มีอะไรที่ฆ่าไม่ได้ สู้ เราจะสู้จนกว่าพวกมันจะตายกันทั้งหมด ! ”
ทหารโห่ร้องด้วยท่าทางฮึกเหิม ก่อนที่พวกเขาจะกระโจนลงมาจากยานที่ลดระดับความสูงลงจนใกล้จะถึงพื้นดิน
เมื่อทหารลงมาจากยานทั้งหมดแล้วพวกเขาก็เริ่มจัดรูปแบบแล้ววิ่งเข้าสู่พื้นที่ต่อสู้ด้านหน้าของตนที่มีศพนอนตายเกลื่อน
แอ็กเซลที่ลงมาจากยานปล่อยนกให้ลอยเวียนวนทั่วสนามรบอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ขึ้นขี่วูดวูล์ฟเพื่อตามหาจุดปลอดภัยสำหรับตน หลังจากพบว่าไม่มีแมลงตัวใดต้องการฆ่าเขาแล้วนั้น ไม้เท้าในมือของแอ็กเซลก็นำออกมาใช้งานร่วมกับสกิลระยะไกล พริบตาที่ไม้เท้าแกว่งไปด้านหน้าเล็กน้อยเข็มมนตราขนาดใหญ่ก็ได้พุ่งเข้าหาวอร์เรนไคน์สูง 100 เมตรจบชีวิตของมันด้วยระยะเวลาเพียง 30 วินาที เมื่อตัวใหญ่ถูกสังหาร วอร์เรนไคน์ตัวเล็กที่อยู่รอบๆก็กลายเป็นสิ่งต่อไปที่ถูกเข็มมนตราของเขาพุ่งเข้าแทงร่างเปิดช่องว่างให้สปอร์เข้าไปเติบโตในร่างของมัน
“ ได้ยินไหม ”
“ ครับผมได้ยิน ” นายพลแซทเทิร์นพูดกับชายที่นั่งทำงานอยู่ด้านข้าง รายงานหลายฉบับส่งเข้ามาในเวลาเดียวกัน มากกว่า 90 % มาจากสงครามที่ไม่ได้มีเพียงแค่ในสนามรบปฐมภูมิเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามรายงานที่มาจากสนามรบปฐมภูมิกลับถูกเขาปัดตก เนื่องจากว่าแนวโน้มของสงครามที่เห็นทีมสำรวจที่ส่งเข้าไปประเมินสถานการณ์ ทำให้เห็นว่าสงครามจะจบลงรวดเร็วไม่ต่างจากช่วงที่เดม่อนโผล่ออกมา
โดยสิ่งที่กำลังลดความรุนแรงของสงครามไม่ให้เพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นไปอีกยังคงเป็นสกิลสปอร์ที่ยังไม่มีใครครอบครองนอกจากแอ็กเซล การโปรยสปอร์ของเขานอกจากจะช่วยลดระดับความรุนแรงภายในสงครามได้แล้ว มันยังทำให้ทหารสามารถโต้กลับได้ง่ายขึ้น
ซึ่งการโปรยสปอร์กลับพิเศษกว่าช่วงที่เดม่อนโผล่ออกมา เนื่องจากว่าแอ็กเซลไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าสู่สงครามด้วยตนเอง มอนสเตอร์ในพันธะของเขารู้จักกระจายตัวเข้าสู่สนามรบด้วยความสามารถของพวกมันเอง การปรากฎตัวของพวกมันจึงทำให้ทุกสนามรบในตอนนี้มีสปอร์โปรยเต็มไปหมด ส่งผลให้นักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าสงครามจะจบลงในเวลา 1 วัน
“ ระงับการส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือสนามรบปฐมภูมิ ”
“ ทราบแล้วครับ ”
“ แล้วก็ยกเลิกการเรียกตัวนักศึกษาแต่ละสถาบันให้กลับเข้าสู่สนามรบปฐมภูมิด้วย ”
“ ทราบแล้วครับ มีอะไรอีกไหมครับ ”
“ ไม่ล่ะ สำหรับสนามรบปฐมภูมิมีเท่านี้ ”
นายพลแซทเทิร์นมองภาพอันน่าเหลือเชื่อที่กำลังปรากฎในมุมกล้องหนึ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือทหารฐานโนวาที่เขาส่งเข้าไปช่วยเหลือก่อนหน้า
ภาพเข็มสีแดงเลือดที่เคยเห็นในงานคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์กำลังบินวนรอบๆพื้นที่หมายเลข 1 วอร์เรนไคน์ที่อยู่ในจุดนี้ล้วนแล้วถูกเข็มสีแดงทะลวงร่างก่อนที่พวกมันจะมีดอกไม้บานบริเวณที่ถูกทะลวง
การเจาะเกราะของแมลงเหล่านี้ ยังคงเป็นสิ่งที่สหพันธ์หาทางเจาะทะลวงในเวลา 1 นาทีไม่ได้ อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่วิจัยมาช้านาน ยังไม่มากพอจะทะลวงเกราะพวกมันถ้าไม่ใช้พลังที่เหนือกว่า
การที่วอร์เรนไคน์ระดับ 5 ถูกทะลวงเกราะจากเข็มเล็กๆจึงสรุปได้ว่า เข็มเหล่านี้มีความสามารถในการทะลุทะลวงที่สูงมาก จนทำให้วอร์เรนไคน์ตัวแล้วตัวเล่ากลายเป็นศพจากการพุ่งชนของพวกมัน
---------------------------------------------------------------
แฮร่ !
เสียงคำรามเบาๆส่งออกมาจากวูดวูล์ฟ ค่าประสบการณ์ของมันเต็มแล้ว เหลือเพียงแค่ใช้คอร์ไดฟ์ระดับ 5 และแก่นพลังว่างเปล่าระดับ 5 ก็สามารถเลื่อนระดับได้ พิกซี่น้อยทั้ง 2 ตัวค่าประสบการณ์เต็มแล้วเช่นกัน พวกมันจึงเปลี่ยนมานั่งเล่นบนหัวของวูดวูล์ฟรอให้สงครามจบลง
การต่อสู้ในครั้งนี้แอ็กเซลไม่ได้เดินลงจากหลังของวูดวูล์ฟ ต่อให้วอร์เรนไคน์จะมีความคิดและสติปัญญา กว่าที่มันจะเข้าถึงตัวของเขาก็ถูกฆ่าตายไปก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีการลอบโจมตีเหมือนเดม่อนที่ยอมเผาผลาญพลังชีวิตเพื่อใช้ทักษะฆ่าเขาให้ตาย
“ ไข่ของพวกมันกินเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ได้ไหมนะ ”
แอ็กเซลมองไปยังไข่สีขาวสลับดำขนาดเท่าล้อรถยนต์ ไข่เหล่านี้ถูกเบ่งออกมาจากท้องของวอร์เรนไคน์ขณะที่พวกมันต่อสู้ อย่างไรก็ตามภายในไข่กลับไม่ได้มีของเหลวที่สามารถดื่มได้ การกินไข่เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์จึงไม่เกิดขึ้น แอ็กเซลจึงทำลายไข่ทิ้งแล้วรอให้มอนสเตอร์ในพันธะของเขาฆ่าวอร์เรนไคน์ในจุดนี้ช่วยเจ้าหน้าที่จนกว่าจะไม่มีความเคลื่อนไหว.