ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่139 สั่งการเป็นจังหวะเร้าใจ!!!

         จากที่คิดว่าพวกเด็กๆคงจะสิ้นสุดการร้องเพลง บรรเลงเพลร เต้นรำกันสักพักใหญ่แต่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้นจริงๆ เพราะความเป็นจริงตรงหน้ามันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว!!

         ในเมื่อตอนนี้เหนี่ยวเหนี่ยวเสมือนกับมีพลังงานเต็มที่อีกครั้งจึงได้ส่งเสียงดังขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย!!! เล่นเอาผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต้องพากันสั่นสะเทือนอารมณ์กันอีกรอบอย่างหนักหน่วง เสมือนความตายรอคอยตรงหน้ากันทุกๆคน!!

         “ข้าคิดผิดจริงๆว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะสนใจอย่างอื่นแทนแล้ว”ท่านแม่

         “ดูท่าคงจะต้องอีกยาวไกลล่ะนะกับความสนุกของนางในตอนนี้น่ะ”ท่านป้าอี้

         “คงจะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้แล้วล่ะนะพวกเรา นับแต่ช่วงเวลานี้ไปยันถึงเวลานอนคงจะต้องทนกันไปก่อนล่ะ”ท่านป้าฉือ

         “เฮ้อ……”บรรดาฮูหยินได้แต่พากันทอดถอนหายใจกันอีกรอบแล้วอย่างยาวๆไปเลย เมื่อมองไปทางเหนี่ยวเหนี่ยวที่กำลังสนุกสนานอยู่คนเดียว ในขณะที่เหลนๆกำลังช่วยกันเก็บเกี่ยวดอกราตรีบรรเลงกันอยู่ 

         และไม่นานมากนักบรรดาเหลนสาวน้อยก็เริ่มกลับมาบรรเลง ร้องเพลง เต้นรำกับท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันต่อเหมือนเดิมเรียกได้ว่าพากันรวมทีมดาวร้อง ดาวเต้นกันอย่างครึกครื้นกันอีกแล้ว!!!

         “โอ้..ทีนี้ก็กลับมารวมตัวกันชุดใหญ่อีกรอบแล้ว พวกเราไม่รอดแน่ๆ”ท่านพ่อ

         “คงจะต้องรอให้ถึงมื้ออาหารมื้อดึกแล้วล่ะ ถึงจะดึงความสนใจจากพวกนางได้น่ะ”ท่านลุงอี้

         “จริงด้วย พวกเราจะต้องฝากความหวังไว้ที่พวกฮูหยินกันแล้วล่ะให้รีบเร่งทำอาหาร และขนมอร่อยๆให้พวกนางได้กินกันเร็วๆ มีวิธีนี้วิธีเดียวนั่นแหละที่จะหยุดยั้งพวกนางให้เลิกร้องเพลง บรรเลงเสียงดนตรีแปลกๆออกมาพวกนี้ได้น่ะ”ท่านลุงฉือ

         “ใช่ๆ”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้

         “งั้นพวกเราจะมัวรออะไรอยู่กันเล่าไปบอกพวกฮูหยินกันเถอะนะ”ท่านลุงฉือ

         “เดี๋ยวก่อนเจ้าเฒ่าอี้ เจ้าเฒ่าฉือ ก่อนที่จะไปบอกฮูหยินน่ะลืมไปแล้วเหรอว่า ไอ้เจ้าพวกตัวเหม็นที่พวกมันอาสาหนีขึ้นไปเก็บข้าวของด้านบนน่ะยังไม่กลับกันมาเลยนะ แล้วอย่างนี้จะให้พวกผู้หญิงเริ่มทำอาหารหลอกล่อดึงความสนใจจากพวกนางได้อย่างไรกันเล่า??”ท่านพ่อ

        “จริงด้วย..!!”ท่านลุงทั้งสองคน

        “แล้วนี่เจ้าพวกนั้นมันไปนานกันมากน้อยเพียงใดแล้วเนี่ย ทำไมถึงยังไม่กลับลงมาที่หุวเหวด้านล่างนี้กันเสียทีหนึ่งน่ะฮะ”ท่านลุงฉือ

         “ข้าว่าก็ไปนานพอสมควรกันแล้วนะเจ้าพวกนั้นน่ะ ทำไมถึงไม่กลับมาอีกกัน ชักจะรู้มากเกินไปแล้ว”ท่านลุงอี้

         “เหอะ….เจ้าพวกนั้นมันก็หาทางหลบหลีกสถานการณ์ตรงนี้อย่างไรเล่า ปรกติแล้วเก็บข้าวของใช้คนหลายสิบคนขนาดนั้นมีหรือจะยังไม่เสร็จเร็วนะ?? พวกมันดึงเวลาเสียมากกว่า แต่ว่าไม่เป็นอะไรหรอก ขืนเจ้าพวกตัวดีมันชักช้ามากและเลยเวลาแล้วล่ะก็โน้นเลย ให้พวกนางจัดการแทนสะใจกว่าแน่นอนล่ะ พวกเราก็รออยู่เฉยๆเนี่ยแหละไม่ต้องไปเร่งเจ้าพวกตัวดีพวกนั้นหรอก”ท่านพ่อ

         “โอ้….ใช่เลย”ท่านลุงทั้งสองคน

         “ปล่อยให้เจ้าพวกนั้นมันเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเยอะๆเลย”ท่านลุงฉือ

          “ถือเสียว่า เป็นผลที่เจ้าพวกนั้นบังอาจพากันเอาตัวรอดทิ้งข้ากับพวกเจ้าไว้ที่นี่ก็ละกันนะ”ท่านลุงอี้

           “ฮึ….ฮึ…..”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ ทำสีหน้าแววตาท่าทางที่เหมือนจะสะใจอะไรบางอย่างมากมายในระหว่างที่พูดคุยถึงพวกลูกชาย และหลานชายของพวกท่าน

         “ฮัดเช้ย…ฮัด…เช้ย..!!”เหล่าบรรดาลูกชาย หลานชายที่พากันโดนนินทาอย่างต่อเนื่องก็พากันจามกันเป็นทิวแถวอีกแล้ว

         “ท่านย่าเล็กเจ้าคะ..ก่อนนอนพวกเราจะมีอะไรทำสนุกๆเพิ่มอีกไหมเจ้าคะ??”เหลนสาวใหญ่ยายา

         “นั่นน่ะสิเจ้าคะ ท่านย่าเล็ก??”เหลนๆสาวน้อยคนอื่นๆก็พากันถามด้วยเช่นกัน เผื่อว่าท่านย่าเล็กจะมีของสนุกให้ทำส่งท้ายอีกรอบก่อนจะถึงเวลานอนของวันนี้กัน

         “หาอะไรสนุกๆเพิ่มเติมอีกอย่างงั้นเหรอ???อือ….ขอข้าคิดสักหน่อยละกันนะเหลนๆนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว      

         “เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         เหนี่ยวเหนี่ยวนางท้าวคางทำท่าครุ่นคิดไปด้วย แต่ก้นน้อยๆก็ยังคงส่ายตามจังหวะบรรเลงของเจ้าดอกราตรีบรรเลงอย่างต่อเนื่อง

         “อ้อ….ข้านึกออกแล้วล่ะว่าจะทำอะไรสนุกๆต่อดีก่อนนอสำหรับค่ำคืนนี้ที่ ณ เมืองเฮยอ้านแห่งความมืดมิดสนิทๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว

          “ทำอะไรหรือเจ้าคะ ท่านย่าเล็ก??”เหลนๆสาน้อย พากันส่งเสียงประสานถามท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันอย่างตื่นเต้นขึ้นมากันทันที ที่รู้ว่าจะมีเรื่องสนุกๆให้ได้ทำกันอีกแล้วพวกนางรอแทบจะพากันรอไม่ไหวเลยจริงๆ 

         “..................??”พวกพี่ชายของน้องสาวหรือเหลนชายของท่านย่าเล็ก

         “...............???”พวกผู้ใหญ่ที่บางคนพอจะได้ยินเสียงพูดคุยของพวกสาวน้อยก็ต่างพากันสะกิดกันไปมาเพื่อส่งสัญญาณว่าเหนี่ยวเหนี่ยวเริ่มจะพร้อมออกฤทธิ์อีกครั้งแล้ว

         พวกผู้ใหญ่ที่หาอะไรปิดหู อุดหูเอาไว้ก็รีบเอาออกอย่างรวดเร็ว เพื่อรอฟังคำพูดจากเหนี่ยวเหนี่ยวตัวป่วนประจำบ้าน ว่านางจะพูดอะไรออกมาอีก พวกท่านเองจะได้เตรียมตัวรับมือได้ทันการณ์ด้วย

         “ข้าว่าจะเล่นก่อรอบกองไฟนั่งเล่น ร้องเพลง เต้นรำกันเพิ่มเติมด้วยอย่างไรเล่า”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “รอบกองไฟ….!!”พวกเหลนๆ ตากันตาโตและคึกคักกันใหญ่เลยทีนี้

         “ใช่แล้ว พวกเราก็ก่อกองไฟ กองใหญ่ๆเพื่อนั่งเล่น นั่งกิน นั่งร้องเพลง ไปด้วยอย่างไรล่ะ และด้านล่างหุบเหวนี่อากาศค่อนข้างเย็นอีกด้วยก็จะได้ช่วยให้ความอบอุ่นขึ้นน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ดีๆเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย

         “อากาศเย็น…??”

         “จะได้อบอุ่นขึ้น…??” พวกเหลนชาย

         แน่นอนว่าคำพูดบางคำบางประโยคของเหนี่ยวเหนี่ยว มักจะสะดุดที่หูของเหล่าบรรดาเหลนชายทุกครั้งไปด้วยความที่ไม่เข้าใจภาษาพูดของท่านย่าเล็กทั้งประโยคดีมากนักเหมือนกับพวกน้องสาวของพวกเขา จึงได้พากันมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆขึ้นมาอีกแล้วในตอนนี้

         “พวกเจ้ารู้สึกว่าหนาว หรือว่ารู้สึกอบอุ่นอะไรแบบที่ท่านย่าเล็กพูดหรือไม่กัน??”เหลนชายใหญ่หยางหยาง

         “ไม่ขอรับ..!!”พวกเด็กผู้ชาย พากันส่ายหน้าไปมากันอย่างงงๆอีกแล้ว

         “ตั้งแต่เดินทางเข้าเขตเมืองเฮยอ้านมา ตัวข้าเองก็รู้สึกปรกตินะ ไม่คิดว่าจะร้อนหรือจะหนาวจนเกินไปเลย”เหลนชายรองจูจู

         “นั่นน่ะสิ แล้วท่านย่าเล็กบอกให้ก่อกองไฟเพื่อจะได้กันความหนาวได้ ข้าก็งงมากๆเช่นกัน”เหลนชายสามจีจี

         “หรือว่าท่านย่าเล็กจะบอกใบ้อะไรเกี่ยวกับการก่อรอบกองไฟกองใหญ่นี้หรือไม่กันล่ะ??”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         “ไม่รู้สิ…”

         “ไม่แน่ใจเหมือนกัน….”

         “แกร๊ก….แกร๊ก…..”ต่างพากันเกาหัวแกร๊กๆกันไปแล้วสำหรับพวกเหลนชาย

         “เฮ้อ…….”เหล่าบรรดาเหลนชายพากันทอดถอนหายใจและส่ายหน้ากันไปมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะขนย้ายปลูกเจ้าดอกราตรีบรรเลงดอกที่ยังไม่เบ่งบานไปด้วยอย่างต่อเนื่อง

         ที่พวกเขาไม่ได้รับรู้สัมผัสอากาศแปรเปลี่ยนแปลกๆจากเมืองเฮยอ้านแห่งนี้นั้นก็เป็นเพราะเหนี่ยวเหนี่ยวได้ปลดปล่อยพลังธาตุของนางให้ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิโดยรอบให้ปรกตินั่นเอง เพื่อปกป้องคุ้มครองครอบครัวและพวกเพื่อนๆอีกทั้งสองตระกูลไม่ให้รู้สึกไม่สบายตัวกัน 

         เพราะการมาอยู่ในเมืองที่ไม่มีแสงแดด แสงสว่างเลย แน่นอนว่าอากาศมันจะต้องไม่ปรกติเหมือนที่บ้านเมืองของพวกนางกัน อาจจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมาก็ได้ระหว่างเดินทางอยู่ภายในเมืองเฮยอ้านแห่งนี้

         แต่ว่าสำหรับผู้ที่มีพลังธาตุที่ระดับสูงขึ้นมาหน่อยจะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงต่ออากาศและสภาวะแวดล้อมโดยรอบนั่นคือข้อดีของคนที่มีพลังธาตุสูงๆ ที่จะสามารถรับมือกับพลังกลิ่นไอแปลกๆจากภายนอกได้เป็นอย่างดี 

         พอถึงเวลาที่เหล่าบรรดาพวกผู้หญิงจะต้องเริ่มทำอาหารตอนมื้อดึกกันแล้ว พวกพี่ชาย และพวกหลานชายก็พากันมาช้าเลยไปนิดหน่อย ก็โดนพวกฮูหยินดุบ่นไปเสียรอบหนึ่งยาวๆไปเลย

         “ก็ข้าบอกแล้วว่าให้ดูเวลากันให้ดีเป็นอย่างไรเล่าเนี่ยฮะ”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “โธ่พี่ใหญ่อย่าบ่นเลยน่า ก็ผิดด้วยกันไปหมดนี่แหละพอได้ยินเสียงน้องเล็กรอบหลังขึ้นมาก็พากันงงๆมึนๆหลงลืมเวลากันไปบ้างน่า”พี่รองเหล่าหู่

         “ใช่ๆ”พวกเพื่อนๆ ต่างก็พากันไม่ยอมรับว่าพวกเขาก็ลืมกันฝ่ายเดียว ต้องผิดกันหมดทุกๆคนนี่แหละ!!

         “ยังดีที่ได้เจ้าขาวผ่องเตือนน่ะไม่งั้นล่ะก็เจอหนักกว่านี้แน่ๆ”พี่ใหญ่ซือจื่อ

         “ก็จริง!!”พวกพี่ชาย หลานชาย

         “พี่ใหญ่ และพวกเจ้าดูทางด้านโน้นสิ นู้นน่ะนู้น..!!”พี่รองเหล่าหู่

         “อะไรหรือ??”พวกเพื่อนๆจากสองตระกูล

         “ก็นั่นไง ท่านพ่อของข้ากับท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือน่ะทำสีหน้าท่าทางมองข้ากับพวกเจ้าแบบเห็นได้ชัดเลยประมาณว่า “สมน้ำหน้าพวกเจ้านัก!!”พี่รองเหล่าหู่

         “ควั่บ…ควั่บ…..”พวกพี่ชาย หลานชายคนอื่นๆ ก็พากันมองไปที่ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองกันหมดและก็เห็นชัดเจนจริงๆ เพราะพวกท่านพากันมองมาแบบตรงๆไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด แสดงอาการแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า..

         “ชัดเลย…ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือกำลังยิ้มเยาะข้ากับพวกเจ้าอยู่จริงๆ !!!”พี่ใหญ่ซื่อจือ

         “นี่คงจะสมน้ำหน้าพวกเราที่พากันหลบหนีจากด้านล่างหุบเหวเป็นแน่ล่ะ”คนของตระกูลอี้ 

         “มันแน่นอนอยู่แล้ว พวกท่านแสดงออกเสียขนาดนี้น่ะเหอะ….”คนของตระกูลฉือ

         “ไม่มีการเรียก หรือเตือนใดๆจากท่านพ่อ กับท่านลุงทั้งสองคนเลยจริงๆ พวกท่านให้พวกเราลงหลุมกับดักเต็มๆเลย”คนของตระกูลอี้

         “ใช่ๆ…”คนอื่นๆพากันพยักหน้ากันหมด และพากันทดเอาไว้ในใจว่า ไม่ให้ถึงทีพวกข้าบ้างก็แล้วไป!!

         กว่าพวกฮูหยินจะหยุดบ่นกันได้ก็พักใหญ่เลยทีเดียว เพราะพวกนางต่างก็พากันรู้ดีว่าพวกสามีนั้นแอบหนีจากตรงสถานการณ์ตรงนี้กันไป และไปนานเสียด้วยนี่แหละปัญหาล่ะ!!

         ทางด้านเหนี่ยวเหนี่ยวกับเหลนสาวน้อย ที่พอเห็นว่าพวกพี่ชายและหลานชายของนางพากันกลับมาจากด้านบนกันแล้ว และได้จัดแจงให้พวกท่านจัดการวางตำแหน่งโต๊ะเก้าอี้ตามที่นางต้องการเป็นลักษณะวงกลม ทิ้งตำแหน่งตรงกลางไว้สำหรับก่อรองกองไฟด้วยนั่นเอง

         “พวกพี่ชาย หลานชาย เอาโต๊ะๆๆๆเก้าอี้ๆๆๆ วางไว้รอบๆๆๆตรงบริเวณนี้ๆๆๆ เท่านั้นนะเจ้าคะ เจ้าคะ เจ้าคะ เจ้าคะ

         ตรงกลางๆๆๆ เว้นเอาไว้ๆๆๆ ตือ…ตึด….ปัก…แปก…”เหนี่ยวเหนี่ยว ยืนสั่งการแบบเป็นจังหวะและเสียงร้องแหลมๆออกมา

         “............!!!”พวกพี่ชาย หลานชาย

         “..............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคน

         “ด้านนี้ๆๆๆ เว้นช่วงไว้ด้วยเจ้าคะ เจ้าคะ เจ้าคะ….”เหลนสาวน้อย ก็ช่วยกันแต่งร้องเพลงสดๆตามมาติดๆไม่น้อยหน้าท่านย่าเล็กของพวกนางด้วยเช่นกัน

         “ตึด…ตือ…ติ๊ด….”

         “ตุ้ง…ตุ้ง…..”

         “ลัน…ลา….ล้า….”

         เสียงจังหวะดนตรีที่คร่อมโน๊ตอยู่ตลอดเวลาก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ไม่มีหยุด!!

         “............!!!”พวกพี่ชาย หลานชาย

         “..............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคน

         “สั่งเป็นจังหวะ และเสียงเพลง เล่นเอาพวกพี่ชาย หลานชายสมาธิหลุดกันไปเลย”ท่านแม่

         “จริงเจ้าค่ะ…”บรรดาสะใภ้

         “ฮ่า….ฮ่า…ฮ่า….”พวกบรรดาฮูหยินก็พากันหัวเราะพวกผู้ชายที่ตอนนี้ได้ยินเสียงเพลงแบบแนบชิดติดตัวกันไปเลย เพราะพวกแม่นางน้อยเดินตามประกบสั่งการในการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้สำหรับมื้ออาหารมื้อดึกสำหรับค่ำคืนนี้

    ************

         เหนี่ยวเหนี่ยวก็หาเรื่องสนุกสนาน ปั่นป่วนผู้อื่นได้อยู่เรื่อยๆสิน่า เรียกได้ว่าแทบจะไม่ให้พวกผู้ใหญ่ได้มีเวลาพักผ่อนกันแบบชิวๆบ้างเลยแม้แต่น้อย !!

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน