ระหว่างที่พวกเขานั่งกินเนื้อย่าง อี้เฉินรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติจากด้านหลังของซีเยว่ เขาเห็นงูสีเขียวตัวเล็กเลื้อยเข้ามาใกล้นาง
อี้เฉินไม่รอช้า ใช้ปราณพลังสร้างมีดปาออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าใส่งูสีเขียวตัวเล็กนั้นทันที
"มีอะไรงั้นหรืออี้เฉิน" พวกเขาตกใจอี้เฉินปามีดออกไปทำไม หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นพวกเขารีบหันกลับไปดูทันที
อยู่ๆ งูสีเขียวก็เลื้อยหลบปราณพลังมีดที่อี้เฉินสร้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปลงกาย เป็นเด็กหญิงอายุราว12 ปี ดวงตาสีแดงฉาน
หางตามีเกล็ดสีเขียว ผิวขาวเนียนราวกระเบื้องแก้ว นางสวมอาภรณ์สีเขียวบางส่วนตกแต่งด้วยเกล็ดงู นางมองด้วยสายตาดุร้ายมาที่อี้เฉิน
ก่อนจะแยกเขี้ยว
พวกเขาที่เห็นเด็กสาวตรงหน้าต่างลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบศาสตราวุธออกมาจากแหวนมิติชี้ไปที่เด็กสาว"เจ้าต้องการอะไรเหตุใดคิดเข้าโจมตีพวกเรา"
เด็กสาวชี้นิ้วมาที่ เนื้อย่างช้างบรรพกาล หลายๆ คนถึงกับแปลกใจ หรือว่าเนื้อย่างจะดึงดูดเด็กสาวให้เข้ามาใกล้
ก่อนซีเผิงจะเอ่ยถาม"เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่"
เด็กสาวทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจกับคำถามที่ซีเผิงถาม ก่อนนางจะพุ่งเข้าใส่ซีเยว่อย่างรวดเร็ว
อี้เฉินตะโกนลั่น "ซีเยว่ระวัง" พวกเขาไม่รู้เจตนาของเด็กสาวว่ามาดีหรือร้าย พวกเขาคิดจะโจมตีหมายฆ่านางทิ้งเสีย
แต่อยู่ๆ ซีเยว่ก็ยกมือสั่งห้าม "พวกเจ้าหยุดโจมตีก่อน" นางสัมผัสได้เด็กสาวไม่มีจิตสังหารแถมนางยังรู้สึกถึงแรงดึงดูดกับ
เด็กสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก
เด็กสาวเข้ามากอด ซีเยว่ไว้แน่นก่อนนางจะเอ่ยพูดขึ้นมา"ข้าขอกินเนื้อย่างนี้ด้วยได้หรือไม่"
พวกเขาแปลกใจ เด็กคนนี้เป็นตัวอะไรกันแน่เหมือนสัตว์อสูรแต่ก็ไม่ใช่สัตว์อสูร
แต่เมื่อเห็นว่านางไม่ได้มาร้ายพวกเขาจึงผ่อนคลายลงไปบ้าง ก่อนจะนั่งลงเช่นเดิม
เด็กสาวกินเนื้อย่างด้วยความตะกละตะกลาม ปากของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันจากเนื้อย่าง
นางเอ่ยพูดด้วยเสียงเล็กแหลม"อร่อยจังเลย" ใช้เวลาไม่นานเนื้อทั้งหมดก็ถูกเด็กสาวสวาปามจนหมด
อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน เหตุใดเด็กคนนี้ถึงกินได้มากขนาดนี้นั้นมันเนื้อตั้ง 20จินได้นางกินไม่นานก็หมดท้องของนางทำจาก
อะไรกันแน่ ดูเหมือนเด็กคนนี้จะชอบซีเยว่มากเกาะตัวนางแจไม่ไปไหน
ซีเยว่นางเอ่ยถาม"เจ้ามีชื่อหรือไม่" เด็กสาวส่ายหัว
ซีเยว่ที่เห็นเด็กสาวไม่มีชื่อเลยคิดจะตั้งชื่อให้กับนาง "งั้นเจ้าชื่อเยว่เยว่แหละกัน"
เด็กสาวเอ่ยพูดพึมพำ"ข้าชื่อเยว่เยว่งั้นหรือ"
อี้เฉินไต่ถาม "เจ้าเกิดภายในสุสานเทพงั้นหรือ"
เด็กสาวมองอี้เฉินด้วยความไม่พอใจ ก่อนพยักหน้ารับ
อี้เฉินอยากถามอะไรบางอย่างกับนางเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคาใจภายในสุสานเทพ "ภายในสุสานเทพนี้มีเรื่องอะไรแปลกๆ หรือไม่"
หลายๆ คนได้ยินคำถามของอี้เฉิน ถึงกับงงงวย กับคำถามนั้นของอี้เฉิน แต่เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่เยว่เยว่ตอบต่างพากันตกตะลึง
เยว่เยว่มีสีหน้ากังวลก่อนจะเอ่ยพูด "เมื่อ10ปีก่อนข้าเคยเห็นวิญญาณแค้นรวมตัวกันเยอะมากภายในทะเลความรู้
ควันสีดำรอยคลุ้งทั่วบริเวณ น่าจะเป็นวิญญาณของเหล่าจอมยุทธที่ตายตกลงไป"
พวกเขาต่างตกตะลึงกับคำตอบของเยว่เยว่ จึงรีบไต่ถามอี้เฉิน "เจ้ารู้อะไรมาหรืออี้เฉินบอกพวกเรามาเร็วเข้า"
อี้เฉินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เจ้ายังจำชายลึกลับที่เป่าขลุ่ยได้หรือไม่ ข้าเดาว่าเขาน่าจะเป็นปราณจิตของเทพผู้ล่วงลับ
ปราณจิตของเขาถูกบางอย่างกัดกินเป็นไปได้ที่ร่างปราณจิตของเทพผู้ล่วงลับ จะถูกวิญญาณแค้นเข้าสิง
จุดประสงค์ของวิญญาณแค้นน่าจะเป็นศพของเทพผู้ล่วงลับด้านบนสุดของต้นไม้โลก หากมันได้ร่างเนื้อขึ้นมาละก็ข้าไม่อยากคิดว่ามันจะทำอะไร"
พวกเขาได้ยินที่อี้เฉินพูดถึงกับหน้ามืดทะมึน "แบบนี้พวกเราก็จะช้าไม่ได้แล้วนะสิ"
อี้เฉินส่ายหัว"มันเป็นแค่การคาดเดาของข้าเท่านั้น"
ซีเผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่ข้าก็คิดแบบเดียวกับเจ้า ที่เจ้าพูดมามันสอดคล้องกันทั้งหมด"
เวินรั่วเจียงที่ศึกษาด้านนี้เอ่ยพูด"ข้าว่าวิญญาณแค้น คงไม่ร้ายกาจมากนักหรอกอายุของมันแค่10ปีเอง มันยังใช้เวลาเติบโตไม่มากพอ"
อี้เฉินตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นั้นก็จริงอย่างที่เจ้าว่า แต่ถ้ามันได้ร่างเทพผู้ล่วงลับไปล่ะ ภายในร่างเทพมีมรรคาวิถีอยู่อย่าลืมข้อนี้สิ"
"พวกเจ้าเลิกเถียงกันแล้วออกเดินทางกันเถอะ หากชักช้ามีแต่เสียเวลาเปล่า"
พวกเขาต่างพยักหน้ารับ ก่อนจะออกเดินทาง
เยว่เยว่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน"ข้าไปด้วยได้หรือไม่"
ซีเยว่เข้าไปรูปหัวนางก่อนจะยิ้ม"ได้ๆ ข้าจะพาเจ้าออกไปดูโลกกว้างภายนอก"
ไม่รู้เพราะเหตุใดซีเยว่ถึงรู้สึกถูกชะตากับเยว่เยว่เป็นพิเศษเหมือนมีบางอย่างดึงดูดกันและกัน
เยว่เยว่แปลงกายเป็นงูเขียวตัวน้อยก่อนจะพุ่งเข้าไปภายในแหวนมิติของ ซีเยว่
พวกเขาที่เห็นภาพตรงหน้าต่างพากันตกตะลึง "หรือเยว่เยว่จะเป็นสัตว์วิเศษ มีเพียงสัตว์วิเศษเท่านั้นถึงจะอาศัยภายในแหวนมิติได้"
อี้เฉินเอ่ยพูด "มันก็มีความเป็นไปได้ หากเยว่เยว่เป็นสัตว์วิเศษจริงก็ถือว่าซีเยว่ มีวาสนากับเยว่เยว่"
หลายคนต่างพากันพยักหน้า "ก็จริงอย่างที่เจ้าว่าสัตว์วิเศษใช่ว่าจะยอมเข้าใกล้คนง่ายๆ"
"พวกเราออกเดินทางเถอะน่าจะใกล้ถึงส่วนยอดของต้นไม้โลกแล้ว ข้ารู้สึกถึงแรงสั่นไหวจากด้านบนเหมือนด้านบนจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่อยู่"
แม้แต่พวกเขายังรับรู้ถึงแรงสั่นไหวด้านบนต้นไม้โลกต้องมีการต่อสู้เป็นแน่