"ร้อน! ร้อนอะไรอย่างนี้"
มือบางโบกสะบัดไปตามใบหน้าที่กำลังปรากฏเม็ดเหงื่อขึ้นอย่างจางๆ หญิงสาวมองบรรยากาศรอบๆ ด้วยความหงุดหงิด แสงตะวันจากฟากฟ้าส่องแสงจ้าลงมายังเบื้องล่าง
"คุณหนิงฮวาใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจก่อนดีกว่า"
"ไม่ดื่มแล้วค่ะ ฝากบอกผู้กำกับด้วยนะคะว่าถ่ายฉากนี้เสร็จ ฉันจะกลับแล้วนะคะ ร้อนขนาดนี้เดี๋ยวผิวเสียหมด" หญิงสาวสะบัดน้ำเสียงตอบอย่างเอาแต่ใจ
ทีมงานผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาในตอนแรกเดินกลับไปหาเพื่อนที่ยืนมองอยู่ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นส่ายหน้าอย่างเอือมระอาในความเอาแต่ใจของหญิงสาว
"ฉันล่ะเบื่อยัยนี่จริงๆ ผู้หญิงอะไรหน้าตาสวยซะเปล่าแต่นิสัยแย่ชะมัด"
"ฉันก็เหมือนกัน แกก็ลองคิดดูสิ ขนาดกับคุณอวิ๋นซูฉีนางเอกดาวรุ่งน้องใหม่ที่นิสัยดีราวกับนางฟ้า แม่นั่นยังหาเื่ตบตีจนเป็ข่าวโด่งดังเมื่อปลายปีที่แล้วได้เลย"
พวกเธอกระซิบกระซาบกันราวกับเป็เื่สนุกเมื่อเอ่ยถึงข่าวใหญ่ปลายปีซึ่งไม่มีใครไม่รู้ข่าว 'ซูเปอร์สตาร์ตัวแม่เ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงตบกับนางเอกดาวรุ่งรุ่นน้องที่งานอีเว้นท์กลางห้างดัง' แต่เมื่อหันกลับไปมองเห็นสายตาของหญิงสาวเ้าของเื่ พวกเธอก็รีบสลายตัวอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีใครกล้ามีเื่กับลูกรักแห่งวงการอย่างเธอ
มู่หนิงฮวา ซูเปอร์สตาร์สาวชื่อดังของวงการมายาที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้ แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักเธอ ละครซี่รี่ย์ทุกเื่ที่เธอเล่นโด่งดังเป็พลุแตก เรตติ้งถล่มทลาย หญิงสาวอยู่ในวงการมานานหลายปีจนได้ฉายา 'เ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง' มา
แม้ทุกคนจะรู้ว่าซูเปอร์สตาร์สาวคนนี้นิสัยไม่ค่อยดีนัก เธอเป็คนเอาแต่ใจและขี้วีนจนทำให้คนทำงานด้วยถึงกับเอือมระอา แต่ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังกลับทำให้ทุกคนต่าง้าร่วมงานกับเธอ แม้จะแลกกับการต้องคอยเอาอกเอาใจหญิงสาวก็ตาม
"เอ่อ... ผู้กำกับบอกว่าตามใจคุณหนิงฮวาได้เลยค่ะ"
"ดีค่ะ! ถ้าอย่างนั้นก็รีบมาถ่ายให้มันจบๆ ไปเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับสักที"
คล้อยหลังจากที่ทีมงานจากไป ขณะที่กำลังรอเข้าฉากอยู่นั้น หญิงสาวหันไปสบตากับรูปปั้นัหยกที่ตั้งอยู่ตรงหน้าพระราชวังโบราณอันเป็สถานที่ถ่ายทำละครของเธอในวันนี้
"บ้าจริง! ก็แค่รูปปั้นัหน้าตาประหลาดตัวเดียวกลับต้องเดินทางไกลมาถึงที่นี่ น่าเบื่อชะมัดเลย!" หญิงสาวถลึงตาใส่เ้าัหยกที่กำลังอ้าปากคล้ายส่งเสียงคำรามอย่างไม่เกรงกลัว
ครืน!
พลันจู่ๆ ดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงสว่างไสวกลับถูกเมฆดำหนาเข้ามาบดบัง ท้องฟ้าแลบแปลบปลาบ ส่งเสียงคำรามะเืไปทั้งแผ่นดิน
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดลงมายังจุดที่มู่หนิงฮวายืนอยู่ หญิงสาวส่งเสียงกรีดร้องลั่นด้วยความใ แสงสีขาวสว่างวาบสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ ก่อนทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ใหมดเลย" หญิงสาวพึมพำเสียงเบา มือบางยกขึ้นทาบอกด้วยความใ
"อ้าว! จะเริ่มถ่ายได้หรือยังคะ" หญิงสาวหันไปหาทีมงานที่เดินกันจ้าละหวั่น แต่ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจเธอเลย
"เป็อะไรกันไปหมด!" หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะก้าวดุ่มๆ เดินไปหาผู้กำกับวัยกลางคนที่นั่งอยู่
"ผู้กำกับคะ ถ้าไม่ถ่ายตอนนี้ฉันจะกลับแล้วนะคะ"
ทว่าเขากลับลุกขึ้นโดยไม่สนใจเธอ มู่หนิงฮวารู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
'หน็อย กล้าเมินฉันเหรอ'
มือบางเอื้อมคว้าไปที่ต้นแขนกำยำกะจะให้เขาหันมาคุยกับเธอให้รู้เื่ แต่แล้วตัวของเธอก็วืดลงไปกลางอากาศ
หญิงสาวตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลางยกมือขึ้นมาก็พบเพียงความว่างเปล่า
"เกิดอะไรขึ้น!" หญิงสาวเอ่ยด้วยความใ ก่อนจะวิ่งตรงไปยังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่
"ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้!" มู่หนิงฮวากรีดร้องเสียงดัง เมื่อไม่เห็นภาพสะท้อนของตนอยู่ในกระจกอย่างที่ควรจะเป็
คนนิสัยไม่ดีอย่างเ้าต้องโดนลงโทษ จงลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นในโลกนี้ จำเอาไว้มู่หนิงฮวา ต่อจากนี้ไปชีวิตของเ้าขึ้นอยู่กับการกระทำของเ้าแล้ว!
เสียงปริศนาดังขึ้นในอากาศ ก่อนที่ร่างของหญิงสาวจะโดนดูดหายเข้าไปในประตูของพระราชวังโบราณ ท่ามกลางเสียงร้องที่ดังลั่นของมู่หนิงฮวา
"ไม่จริง! ไม่จริง!"
ความมืดในยามราตรี มีแสงจันทร์สีเหลืองนวลส่องลงมาให้ความสว่างอย่างสลัวๆ บนกำแพงสูงมีร่างบางของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
"รอช้าอันใดอยู่ รีบลงมาเถิด" ชายที่ยืนอยู่เบื้องล่างเอ่ยกับหญิงสาวเสียงเบา
"มันสูงเกินไป ข้ากลัว..." หญิงสาวส่ายหน้าไปมา
"ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าอยู่ตรงนี้รอรับท่านอยู่" ชายหนุ่มเอ่ยพลางอ้าแขนออกกว้าง
ดวงหน้างามหันกลับไปมองคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ตรงนั้นนางอยู่อย่างสุขสบาย มีข้าทาสบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง ทุกวันมีอาหารรสเลิศยกมาให้ถึงห้อง ไม่ว่าข้าวของเครื่องใช้ใดที่อยากได้ ท่านพ่อท่านแม่ก็หามาให้
นางจะทนกัดก้อนเกลือกินกับเขาได้จริงๆ หรือ?
เสี้ยวนาทีหนึ่งก่อเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมาภายในจิตใจ
ชายหนุ่มเห็นสีหน้าลังเลของคนตัวเล็กก็เริ่มใจเสีย เขาตัดสินใจว่าต้องกระทำการบางอย่างเพื่อไม่ให้นางเปลี่ยนใจ
"คุณหนูไม่รักข้าแล้วหรือ เหตุใดถึงมีท่าทางลังเลเช่นนั้น ท่านไม่อยากใช้ชีวิตอยู่กับข้าแล้วใช่ไหม หากท่านไม่ยอมไปกับข้าเห็นทีว่าข้าต้องขอลาท่านตรงนี้ จากกันครานี้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบเจอกันอีกหรือไม่ น่าเสียดายยิ่งนัก โชคชะตาอุตส่าห์นำพาให้เราได้เจอะเจอ หากข้านั้นไร้วาสนามิได้มีโอกาสได้อยู่เคียงคู่ดูแลท่าน" ชายหนุ่มงัดไม้ตาย เขาเอ่ยเสียงสั่น ใบหน้าฉายแววเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
"อาหลงอย่าทิ้งข้า ข้าจะไปกับเ้า" หญิงสาวรีบเรียกชายคนรักเมื่อเห็นเขาทำท่าจะจากไป
ร่างสูงได้ยินเช่นนั้น มุมปากมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น จากนั้นจึงหันกลับมา ร่างบางทิ้งตัวลงจากกำแพงสูงหล่นลงบนอ้อมแขนแข็งแรงอย่างพอดิบพอดี
"ไปกันเถอะ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป" เขาเอ่ยกับนางอย่างมีความสุข ก่อนจะจับจูงมือกันเดินหายจากไปในความมืด
เรือนไม้เก่าซอมซ่อตั้งอยู่ในบริเวณเขตนอกเมือง ภายในห้องแคบมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องเข้ามาแทรกผ่านซี่ไม้เผยให้เห็นร่างบางกำลังนอนหลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเก่า
จู่ๆ คนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมลุกพรวดขึ้นนั่ง มือบางจับสะเปะสะปะไปตามร่างกายอย่างสำรวจ ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
"ฉันยังไม่ตาย!" ั้แ่เกิดมามู่หนิงฮวาไม่เคยรู้สึกดีใจมากขนาดนี้มาก่อน
'หึ ที่แท้เื่ราวที่เกิดขึ้นก็คงเป็เพียงแค่ความฝันสินะ' หญิงสาวคิด ก่อนที่สายตาจะมองบรรยากาศรอบๆ อย่างสำรวจ
"ที่นี่ที่ไหนกัน อ๋อ รู้แล้ว ที่นี่คงเป็สถานที่ถ่ายหนังสินะ แล้วทุกคนไปไหนกันหมด" หญิงสาวใช้นิ้วจับผ้าห่มผืนเก่าที่ขาดเป็รูโหว่ออกจากร่างกายด้วยความรู้สึกรังเกียจ
คอยดูเถอะ หากเจอทีมงานเมื่อไหร่เธอจะอาละวาดให้หนักเลย กล้าดียังไงพาเธอมานอนอยู่ในที่ซอมซ่อแบบนี้!
หญิงสาวลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังประตูก่อนจะเปิดออก ที่นี่เป็บ้านเก่าหลังเล็ก ไม่มีสิ่งของเครื่องใช้ให้ความสะดวก
'ดูก็รู้ว่าเป็บ้านยาจก' มู่หนิงฮวาเบะปาก
มือเรียวยื่นไปเปิดประตูไม้ที่เริ่มผุพังจนกลายเป็รูทำให้แสงจากภายนอกส่องเข้ามาข้างใน
แอ๊ด! ประตูไม้เปิดออกเผยให้เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนอยู่ สายตาทุกคู่มองตรงมายังหญิงสาว มู่หนิงฮวามองกลุ่มคนที่แต่งตัวคล้ายทหารโบราณด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"เริ่มถ่ายทำหรือยังคะ ผู้กำกับอยู่ไหน ฉันอยากคุยกับผู้กำกับ"
"นางพูดอะไรของนาง" ชายคนหนึ่งหันไปเอ่ยกับเพื่อนในกลุ่ม
"ข้าไม่รู้ วาจาของนางพิกลนัก ใช่นางแน่หรือที่ท่านเ้าเมืองให้พวกเรามาจับไป ไหนเอาภาพเหมือนนางมาให้ข้าดูหน่อยสิ" พูดจบก็คลี่แผ่นกระดาษในมือออก เขามองภาพในมืออย่างพินิจพิจารณาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอีกครั้ง
"ก็ถูกต้องแล้วนี่"
"พวกคุณพูดเื่อะไรกัน จะมาจับตัวใคร นี่มันไม่มีอยู่ในบทนะ!" หญิงสาวเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นเท้าสะเอวด้วยความหัวเสีย
วันนี้มันเป็วันมหาวิปโยคอะไรกัน ทำไมเธอถึงเจอแต่คนประหลาดๆ
"คัตก่อน ฉันไม่ถ่ายแล้วฉันจะกลับบ้าน หลีกไป!" มู่หนิงฮวาใช้มือผลักร่างหนาของชายหนุ่มตรงหน้าออก แต่เมื่อกำลังจะก้าวเดินไปแขนเรียวก็ถูกคว้าเอาไว้
"แม่นางจะไปไหนไม่ได้เพราะท่านต้องไปกับข้า"
"ไม่ไป! ฉันไม่เล่นซีรี่ย์เื่นี้แล้ว พวกคุณทำเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ คอยดูเถอะ! ฉันจะให้ทางค่ายฟ้องกองถ่ายนี้ให้หมดตัวเลย" หญิงสาวขู่ฟ่อ ท่าทางเอาเื่ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับคำขู่ของเธอเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำพวกเขายังพากันหัวเราะด้วยความขบขัน
"นางน่าจะเสียสติไปแล้วจริงๆ ฮ่าๆๆ" คำพูดของคนที่คล้ายเป็หัวหน้าเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
"ฉันไม่ได้เสียสติ พวกแกน่ะสิเป็บ้า กรี๊ด! จะทำอะไรน่ะ อย่ามาจับฉันนะ ฉันไม่อยากไปกับพวกแก!" หญิงสาวร้องโวยวายเสียงดังพร้อมดิ้นไปมาหวังจะให้หลุดจากพันธนาการแต่กลับไม่มีใครสนใจ
มู่หนิงฮวาออกแรงดิ้นพร้อมถีบเข้าไปที่ยอดอกของคนตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะถีบแรงขนาดไหนร่างหนาก็ไม่สะทกสะท้าน หนำซ้ำนายทหารร่างใหญ่ยังนำเชือกเส้นใหญ่มามัดแขนมัดขาพร้อมใช้ผ้าปิดปากและตาของนาง
"สตรีอะไรฤทธิ์เยอะเหลือเกิน หนำซ้ำเสียงยังแหลมแสบแก้วหู ข้ารู้สึกสงสารบุรุษที่นางจะได้แต่งงานด้วยจริงๆ" เขาเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ห้าคนยังเกือบรับมือกับนางไม่ได้ ผู้หญิงประหลาดเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยพบนางเป็คนแรก
______________________________
เปิดเื่มาก็ปั่นป่วน ใครชอบนางเอกเก่งไม่ยอมคนมามุงเื่นี้ได้เลยค่ะ ????????