เหนือฟ้าดาราข้าเป็นหนึ่ง!

    บทที่ 48 ล่อหมาป่าทองแดง(1)

            “นี่...เจ้าเด็กนี่เป็นใครกัน?ปรมาจารย์ขั้นสามฟันกระบี่ง่ายๆก็จัดการหมาป่าทองแดงได้แล้ว?”

            ศิษย์พี่จากหออักษรจิ่วพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอยทว่าไม่นานพอได้สติเขาก็รีบตามเสวียนเทียนชิงไปทันทีปรมาจารย์ขั้นสี่กลุ่มเล็กๆยังยากจะจัดการหมาป่าทองแดงได้ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องเป็นดาวเด่นของเด็กใหม่ปีนี้แน่อย่างน้อยก็ต้องคอยตามดูเขาให้ดีๆหน่อยยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเสี่ยงที่ราชาหมาป่าทองแดงจะปรากฏตัวด้วย

            ขณะเดียวกันในหอสูงโบราณแห่งหนึ่งตอนนี้มีเงาร่างพร่ามัวนับสิบกำลังมองดูวังวนที่สะท้อนภาพภายในป่าโบราณออกมาทุกมุมหนึ่งในเงาร่างเหล่านั้นก็คือผู้อาวุโสเนี่ยที่รับตัวเด็กใหม่ในปีนี้มา

            “เหล่าเนี่ยเจ้าหนูนั่นมาจากตระกูลเสวียน?”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงาพร่าเลือนในป่าโบราณตอนนี้เพราะหมาป่าทองแดงทำให้การต่อสู้ของศิษย์ใหม่ปะทุขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้สายตาของผู้อาวุโสเหล่านี้ล้วนกำลังจับจ้องไปยังเสวียนเทียนชิงที่แสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้ว่าการจัดการหมาป่าทองแดงด้วยระดับปรมาจารย์ขั้นสามจะเป็นเรื่องธรรมดาของศิษย์หอฟ้าแต่สำหรับเด็กใหม่จากแดนเบญจภพนั้นยังถือว่าน่าประทับใจอยู่บ้าง

            “อืมเจ้าเด็กนั่นคือลูกชายคนเล็กของอู่หยาง นับเป็นต้นกล้าชั้นดีของปีนี้เลย”

            ผู้อาวุโสเนี่ยกล่าวออกมาด้วยเสียงราบเรียบเกี่ยวกับเสวียนเทียนชิงเขาได้ยินมาอยู่บ้างชื่อเสียงของเสวียนอู่หยางนั้นโด่งดังแม้แต่บนสะพานฟ้าจึงเป็นธรรมดาที่ผู้อาวุโสเนี่ยจะให้ความสนใจกับบุตรชายคนเล็กของเขาเมื่อไปถึงแดนเบญจภพอีกอย่างแม้ว่าบุตรชายคนโตของเสวียนอู่หยางจะไม่ได้มีชื่อเสียงเด่นดังแต่นั่นก็เพราะเขาค่อนข้างเก็บตัวต่างกับบุตรคนเล็กอย่างเสวียนเทียนชิง

            “เหอะๆจัดการหมาป่าทองแดงได้ตัวหนึ่งมีอะไรให้ตกใจกัน? อีกอย่างข้ารู้มาว่านิสัยของเจ้าเด็กนี่เหมือนจะมีปัญหาทั้งโหดเหี้ยมและก้าวร้าวยิ่งนัก”

            “สุ่ยซั่วเจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?หากกล่าวถึงพวกนิสัยมีปัญหาเกรงว่าในสำนักคงไม่มีใครสู้หออักษรปาของเจ้าได้แล้ว!”

            เสียงดุดันดังขึ้นด้วยความโกรธเจ้าของเสียงผู้นี้คือร่างเงาใหญ่โตคล้ายมีเปลวไฟปะทุรอบกายเขาคือหยานเฟยหูเจ้าหออักษรอู่ย้อนกลับไปตอนนั้นเสวียนอู่หยางเคยกล่าวกับเสวียนเทียนชิงว่าให้เขาไปที่หออักษรอู่เพราะมีคนของตระกูลเสวียนอยู่ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าหออักษรอู่ท่านนี้ก็คืออาจารย์คนแรกของเสวียนอู่หยางในปีนั้นด้วย!

            “หยานเฟยหู!”

            เจ้าหออักษรปาสุ่ยซั่วคำรามออกมาทันที่กลิ่นอายรุนแรงปะทุขึ้นจนทำให้อากาศในหอโบราณปริแตกอย่างไรก็ตามเจ้าหอทั้งสองก็ทำได้เพียงปะทะฝีปากกันเท่านั้นภาพเงาของผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็นเจ้าหออักษรอี่ถึงอักษรจิ่วทว่าในหอโบราณตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีอำนาจสูงสุดแต่เป็นภาพเงาเลือนลางที่ด้านในสุดของหอโบราณ

            “พวกเจ้าเลิกเถียงกันได้แล้วหอฟ้าเก้าอักษรสร้างขึ้นเพื่อปกป้องแดนเบญจภพพวกเรามีหน้าที่ฝึกฝนเหล่าเด็กๆให้กลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งอย่าได้ลืมเลือนจุดประสงค์และการเสียสละของบรรพบุรุษ”

            เสียงจากร่างเงาด้านหลังดังขึ้นน้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์แต่ยามที่ฟังแล้วกลับทำให้จิตใจของผู้คนรู้สึกสงบได้อย่างน่าประหลาดในหอฟ้าเก้าอักษรนั้นคำตัดสินของผู้อาวุโสท่านนี้คือที่สุดต่อให้เป็นเจ้าหอทั้งเก้าอักษรก็ไม่กล้าคัดค้าน

            ขณะเดียวกันกับที่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่เฝ้ามองสถานการณ์ในป่าโบราณนั้นเสวียนเทียนชิงก็ยังคงมุ่งหน้าอย่างต่อเนื่องการมาถึงของหมาป่าทองแดงทำให้ป่าบริเวณนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดันสัตว์อสูรเจ้าถิ่นหลายตัวแม้ว่าจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าสู้กับหมาป่าทองแดงมีแค่ราชาอสูรไม่กี่ตัวเท่านั้นที่พวกหมาป่าทองแดงหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปรบกวน

            “อืมหากข้าเดาไม่ผิดการทดสอบศิษย์ใหม่เช่นนี้จะต้องมีคนระดับสูงคอยจับตามองอยู่แน่”

            ระหว่างมุ่งหน้าออกจากป่าเสวียนเทียนชิงยังคงคิดถึงความเป็นไปได้มากมายสำหรับเขาที่เป็นปรมาจารย์ขั้นสามนั้นไม่ต้องกลัวสัตว์อสูรขั้นสี่หรือขั้นห้าแล้วที่ต้องระวังมีแค่พวกราชาอสูรขั้นหกขึ้นไปตลอดหลายปีที่เขาระหกระเหินอยู่นอกบ้านนั้นทำให้เสวียนเทียนชิงได้เรียนรู้มากมายอัญมณีจะมีค่าก็เพราะส่องประกายแวววาว หากต้องการให้สำนักสนับสนุนเขาก็ต้องแสดงพลังออกมา

            สำหรับการเจียมเนื้อเจียมตัวปกปิดพลังแบบนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเสวียนเทียนชิงเลย!

            “คราวนี้ลองเล่นใหญ่สักหน่อยก็ไม่เสียหายต่อให้มีคนต้องการกำจัดข้าก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ เหอๆ ข้าคือคุณชายตระกูลเสวียนเชียวนะไม่ใช่ลูกกำพร้าชีวิตรันทดเสียหน่อย”

            กล่าวไปพลางยิ้มออกมาแววตาเจิดจ้าแต่ไหนแต่ไรมาเรื่องที่เสวียนเทียนชิงไม่กลัวมากที่สุดก็คือความวุ่นวาย! หากเขาเป็นพวกเจียมเนื้อเจียมต่อจะก่อเรื่องจนสั่นสะเทือนเมืองหลวงได้อย่างไร?ต่อให้ศัตรูยิ่งใหญ่แล้วเขาต้องกลัวหรือ?ขุมกำลังเบื้องหลังของเขาก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน!

            อีกอย่างออกจากบ้านคราวนี้เขาถังแตกแล้วจริงๆศพหมาป่าทองแดงเป้นของมีค่าทั้งยังมีแก่นโลหิตอสูรด้วยอยู่ในสำนักแม้จะมีทรัพยากรแต่ใช่ว่าจะได้มาอย่างไม่จำกัดจิตวิญญาณของเสวียนเทียนชิงแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเพราะฝึกฝนตำราเมฆากมลดังนั้นเขาจึงรู้นานแล้วว่ามีคนคอยตามเขาอยู่เดิมทีคิดอยากเลี่ยงหมาป่าทองแดงพวกนี้แต่พอคิดดูดีๆแล้วนี่กลับเป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่ควรคว้าเอาไว้

            มีสัตว์อสูรให้ล่าแถมยังมีคนคอยตามช่วยเหลือด้วยโอกาสหาเงินง่ายๆแบบนี้ข้าจะพลาดไปได้อย่างไร?

            การคเลื่อนไหวของเสวียนเทียนชิงเริ่มช้าลงเรื่อยๆถึงยังไงเขาก็มีเวลาแค่วันเดียวสุดท้ายแล้วยังต้องรีบไปให้ถึงประตูสำนักก่อนตะวันตกดินของวันพรุ่งนี้สำหรับราชาหมาป่าทองแดงนั้นเสวียนเทียนชิงยังไม่หลงตัวเองจนถึงขั้นไปสู้กับมันทว่าสำหรับหมาป่าทองแดงตัวอื่นๆนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย!

            “อืมยังต้องรักษาเส้นทางเดิมเอาไว้ ลองดูก่อนว่าจะล่อพวกมันมาได้หรือไม่”

            เสวียนเทียนชิงเริ่มลงมือวิ่งไปทั่วป่าบริเวณนั้นหลังจากเลือกสถานที่ได้เขาก็เอาเลือดจากศพหมาป่าทองแดงออกมาสาดไว้ตามต้นหญ้าหลายตำแหน่งหมาป่าพวกนี้อยู่กันเป็นฝูงหากมีจำนวนมากเกินไปเขาก็ไม่ไหวเหมือนกันดังนั้นต้องล่อพวกมันไปหลายๆที่ให้พวกมันแบ่งกลุ่มไปตามกลิ่นเลือดแล้วค่อยเลือกว่าจะลงมือกับกลุ่มไหน

            แผนการนี้มีจุดอ่อนร้ายแรงคือเขามีเวลาลงมือไม่มากหากจัดการกับกลุ่มแรกไม่ทันเวลากลุ่มอื่นๆจะตามมาสมทบทันทีดังนั้นต้องจัดการหมาป่าทองแดงแต่ละกลุ่มให้เร็วที่สุดหลังจากจัดการเรื่องพื้นที่ทั้งหมดแล้วเสวียนเทียนชิงก็หาต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งบริเวณจุดศูนย์กลางของพื้นที่นี้เพื่อซ่อนตัวและคอยสังเกตุการณ์พลังจิตวิญญาณของเขาที่ฝึกตำราเมฆากมลนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นโดยเฉพาะการตรวจจับนั้นทำได้กว้างและแม่นยำมากในระดับของปรมาจารย์ขั้นสามเดิมทีสามารถตรวจจับได้อย่างมากไม่เกินห้าลี้รอบตัวแต่พลังจิตวิญญาณของเสวียนเทียนชิงนั้นสามารถตรวจับได้ไกลถึงสิบลี้!

            “มาแล้ว!มีสามกลุ่มแยกกันไป...ต้องจัดการกลุ่มที่เล็กที่สุดก่อน!”

            หมาป่าทองแดงในบริเวณสิบลี้ที่มุ่งหน้ามาตามกลิ่นเลือดนั้นแบ่งออกเป็นสามกลุ่มไปตามจุดที่เสวียนเทียนชิงทิ้งเลือดไว้แต่ละจุดห่างกันประมานห้าลี้ต่อให้พวกมันจะรีบไปอีกจุดหนึ่งก็ต้องใช้เวลาประมานหนึ่งเค่อจัดการกับหมาป่าทองแดงสามตัวด้วยเวลาเท่านี้แม้จะตึงมืออยู่บ้างแต่เสวียนเทียนชิงก็ยังมั่นใจว่าจะทำสำเร็จ

            “บ้าไปแล้ว...เจ้าเด็กนี่คิดจะล่อหมาป่าทองแดงมาจริงๆหรือเนี่ย?”

            ศิษย์จากหออักษรจิ่วที่ตามดูเสวียนเทียนชิงพอเดาเรื่องที่เขาจะทำได้ก็หน้าเปลี่ยนสีทันทีศิษย์สายในของเก้าหอส่วนใหญ่แล้วเป็นปรมาจารย์ขั้นสี่ขึ้นไปต่อให้เป็นพวกเขาก็ไม่กล้าสู้กับสัตว์อสูรขั้นสี่หลายตัวพร้อมๆกันหากเสวียนเทียนชิงถูกหมาป่าทองแดงหลายตัวรุมเขาเองก็ไม่มีปัญช่วยเหลือ!

            เขารีบติดต่อหลัวซู่ทันทีด้วยความร้อนรนหากหมาป่าทองแดงกลุ่มใหญ่มุ่งหน้ามาทางนี้ก็ไม่ต้องพูดจะช่วยเจ้าหนุ่มนั่นเลยแม้แต่ตัวเขาเองก็จะหนีจากวงล้อมได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้!อีกด้านหนึ่งหลัวซู่พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นสีหน้ามืดครึ้มทันทีปัญหาเรื่องราชาหมาป่าทองแดงยังจัดการไม่ได้ก็มีคนก่อปัญหาใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว?การทดสอบรับศิษย์ใหม่ปีนี้นับเป็นเคราะห์ร้ายของหออักษรจิ่วจริงๆทั้งยังเป็นเขาที่ซวยต้องมารับภารกิจนี้อีกด้วย!

            “เจียวหลางตอนนี้หมาป่าทองแดงมาถึงเขตทิศเหนือแล้ว เจ้ามุ่งหน้าไปทางนั้นยี่สิบลี้ก็จะเจอมันรอข้าจัดการเรื่องศิษย์ใหม่เสร็จข้าจะรีบไปสมทบกับเจ้า”

            หลัวซู่พูดจบก็เหยียบกระบี่บินมุ่งหน้าไปทางที่เสวียนเทียนชิงอยู่ทันทีส่วนเจียวหลางที่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเขาคือชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวสีน้ำตาลดวงตาทั้งสองเล็กแหลมเหมือนสัตว์ร้ายร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งดุจหินผาทั้งเขาและหลัวซู่ล้วนเป็นศิษย์สายในของเก้าหอและเป็นปรมาจารย์ขั้นหกเหมือนกัน

            “ราชาหมาป่าทองแดง...ในที่สุดก็มีโอกาศจัดการเจ้านี่สักที!”

            เจียวหลางยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนขะมุ่งหน้าไปตามทางที่หลัวซู่บอกเขาตามหาตัวมันมานานแล้วก่อนหน้านี้เพราะมันอาศัยอยู่ใกล้กับเขตชั้นในของป่าโบราณทั้งยังอยู่รวมกันเป็นฝูงทำให้เขาไม่สามารถเข้าใกล้มันได้ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ มันจะออกจากรังมาที่ป่าทิศเหนือ ราชาหมาป่าทองแดงมีสมุนอยู่ราวสี่สิบตัวจากรายงานของหลัวซู่บอกว่ามีหมาป่าทองแดงมากกว่ายี่สิบตัวแยกออกมาจากฝูงแล้วนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสังหารมันอย่างไม่ต้องสงสัย!