War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 71

    เยี่ยหลงเดินทางออกมาจากหมู่บ้านใกล้เมืองสายลมเหนือเมฆได้สองวันและเข้ามาอยู่ในป่า


    ณ เวลาปัจจุบันตอนนี้ที่เยี่ยหลงมาอยู่ในป่า คือเวลากลางคืนของวันที่ ยี่สิบหก ตุลา


    เยี่ยหลงที่เห็นว่ากลางคืนแล้ว คนก็กำลังจะนอนพัก


    แต่ฟีนิกซ์ที่มีเรื่องถามก็ถามขึ้นก่อน ' ไอ้เยี่ยหลง ทักษะที่มึงได้มาจากการดูดซับดวงวิญญาณล้านปีของไอ้เทพราชสีห์แสงสุริยันอะไรนั่น มึงได้มาแค่ทักษะเดียวหรอวะ '


    เยี่ยหลงตอบ ' ผมได้มาสามทักษะครับ '


    ฟีนิกซ์ที่อยากรู้จึงถามเยี่ยหลง ' มึงบอกกูได้มั้ยว่าได้ทักษะอะไรมาบ้าง '


    เยี่ยหลงบอก ' ทักษะแรก ก็อย่างที่คุณฟีนิกซ์เห็นตอนผมต่อสู้ มันคือทักษะแสงพิสุทธิ์สลายพลัง ที่จะสลายพลังเวททุกชนิดที่รัศมีแสงส่องไปถึง และจะสะกดพลังวิญญาณให้ใช้ได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งจากในร่างทั้งหมด '


    เยี่ยหลงกล่าวต่อ ' ส่วนทักษะที่สอง มีชื่อว่า ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ ผมสามารถยิงลำแสงสุริยันศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ และลำแสงที่ถูกปล่อยออกมา วิธีเดียวที่จะป้องกันได้ ก็คือต้องใช้เกราะวิญญาณที่อัดพลังวิญญาณสองเท่าจากพลังวิญญาณที่ลำแสงปล่อยไปเท่านั้น ถึงจะป้องกันได้ '


    ' และทักษะที่สาม ทักษะสุดท้าย มีชื่อว่า สุริยัน ทักษะนี้จะเพิ่มพลังวิญญาณและพลังเวท ตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ยิ่งใกล้เที่ยงวันก็ยิ่งแข็งแกร่ง ' เยี่ยหลงกล่าว


    เยี่ยหลงถาม ' คุณฟีนิกซ์ คุณแคน มีอะไรจะถามอีกมั้ยครับ ผมจะได้นอน '


    ฟีนิกซ์บอก ' ไม่มีแล้ว '


    แคนบอก ' ไม่มีแล้ว ' เหมือนกัน


    พอแคนและฟีนิกซ์บอกมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็เอนหลังพิงต้นไม้และนอนหลับไป


    เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ ยี่สิบเจ็ด เยี่ยหลงที่ตื่นขึ้นมาก็เริ่มออกเดินทางตามเข็มทิศในทันที


    คนออกเดินทางไปเรื่อยๆ ในที่สุด วันที่ สามสิบเอ็ด ตุลา คนก็มาถึงยังหน้าเมืองเมืองหนึ่ง ที่มีชื่อเมืองว่า เมืองตะวันปลิดเมฆ


    เยี่ยหลงที่มาถึงหน้าประตูเมือง คนก็ไม่ผลีผลามเข้าเมืองไป เพราะคนรู้ตัวว่า ตนมีหมายจับอยู่


    เยี่ยหลงถามพวกฟีนิกซ์ ' คุณฟีนิกซ์ คุณแคนครับ ผมจะเข้าเมืองไปอย่างไรดี หากเข้าไปแบบโชว์ใบหน้าแบบนี้ ผมคงโดนรุมจับเป็นแน่ '


    แคนบอก ' เดี๋ยวกูหาหน้ากากกับหมวกให้ แป๊บหนึ่ง '


    พอแคนบอกเสร็จ แคนก็ออกมาจากร่างของเยี่ยหลง และทำการโค่นต้นไม้ต้นหนึ่ง จากนั้นก็ทำการใช้ตาลําแสงเลเซอร์ แกะสลักไม้ให้เป็นเป็นหน้ากาก แล้วนำ เถาวัลย์เล็กมาเป็นเชือกสายรัดของหน้ากาก และจากนั้นก็ทำหมวก มอบให้เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่ได้รับหน้ากากและหมวกมา คนก็ใส่และมุ่งเข้าเมืองไปในทันที


    คนเดินตามทางที่เข็มทิศชี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเข็มทิศก็ชี้เข้าไปยังโรงประมูลใหญ่ของเมืองตะวันปลิดเมฆ


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็จะทำการเดินเข้าไปยังในโรงประมูล แต่คนก็โดนขวางเอาไว่เสียก่อน


    คนที่ขวางเยี่ยหลงให้หยุด คนก็กล่าวบอกกับเยี่ยหลงว่า ทำไมต้องให้คนหยุด " นายท่าน ตอนนี้โรงประมูลเดือนดาวยังไม่เปิด โปรดรอจนถึงเวลาเปิด คือยามซวี (19.00-21.00)เถอะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวเข้าใจ " อ๋องั้นหรอ เอาไว้ข้ามาใหม่ก็แล้วกัน "


    หลังเยี่ยหลงบอกเสร็จ คนก็เดินจากหน้าโรงประมูลไป


    คนมุ่งไปพักยังโรงเตี๊ยมใกล้ๆ เพื่อรอเวลาเข้าสู่โรงประมูลได้


    ไม่นานเวลายามซวีก็มาถึง เยี่ยหลงที่ต้องการเข้าสู่โรงประมูลโดยเร็วก่อนที่งานประมูลจะเริ่ม คนก็มารออยู่หน้าโรงประมูลก่อนโรงประมูลจะเปิดอยู่ประมาณครึ่งของครึ่งชั่วยาม


    เมื่อโรงประมูลเปิดแล้ว เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้า รีบเข้าสู่ยังโรงประมูลในทันควัน


    ครั้นคนเข้าไปสู่โรงประมูลและได้ที่นั่งแล้ว ทิ้งเวลามาอีกครึ่งของครึ่งชั่วยาม งานประมูลก็เริ่มต้นขึ้น


    ผู้ดำเนินรายการกล่าว " ขออภัยที่ปล่อยให้รอกันเสียนาน งั้นอย่าได้เสียเวลากันอีกเลย โปรดชมสินค้าอย่างแรก "


    ทันทีที่ผู้ดำเนินรายการกล่าวจบ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข็นสินค้าที่ต้องนำออกมาประมูลเป็นชิ้นแรก นำออกมาโชว์ให้ทุกคนได้ดูและได้ประมูล


    " ของชิ้นแรกก็คือ หญ้าฟ้านภาเหมันต์ สรรพคุณคือ หากนำไปทำเป็นยาลูกกลอนโพธิสัตว์มอบบุตรสำหรับหญิงสาวที่ต้องการมีลูกแล้วล่ะก็ กินต่อเนื่องประมาณเจ็ดวัน รับรองมีบุตรแน่นอน ของเสนอราคาเริ่มต้นที่ห้าร้อยเหรียญเงิน และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทีละไม่ต่ำกว่า ห้าสิบเหรียญเงิน "


    พอผู้ดำเนินรายการกล่าวจบ ทันทีทันใดนั้นก็มีคนเสนอราคา


    คนแรกเสนอ " ห้าร้อยห้าสิบเหรียญเงิน "


    คนที่สองเสนอ หกร้อยเหรียญเงิน "


    คนที่สามเสนอ " เจ็ดร้อยเหรียญเงิน "


    ทันทีที่คนที่สามเสนอมาดังนั้น ก็ไม่คนสู้ต่อ ผู้ดำเนินรายการก็เคาะไม้ปิดการประมูล


    เมื่อชิ้นแรกของออกไปแล้ว ชิ้นที่สองก็เอาออกมาประมูลกันตามมาติดๆ


    " ชิ้นที่สองคือ โสมแดงสมสู่ สรรพคุณ คือ หากนำไปทำเป็นยาลูกกลอนยากระตุ้นอารมณ์ ก็จะทำให้คนกินมีอารมณ์ความต้องการทางเพศขึ้น อย่างรุนแรง ขอเสนอราคาเริ่มต้นที่ ห้าร้อยเหรียญเงิน และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทีละไม่ต่ำกว่า ห้าสิบเหรียญเงิน "


    คนแรกเสนอ " ห้าร้อยห้าสิบเหรียญเงิน "


    คนที่สองเสนอ " หกร้อยห้าสิบเหรียญเงิน "


    คนที่สามเสนอ " หกร้อยเก้าสิบเหรียญเงิน "


    คนที่สี่เสนอ " แปดร้อยเหรียญเงิน "


    ครั้นคนที่สี่เสนอราคาสูงขนาดนั้น ก็ไม่มีคนประมูลสู้ต่อ ผู้ดำเนินรายการก็เคาะไม้ปิดการประมูล


    " และชิ้นที่สาม ก็คือ หน้าไม้ยิงเข็มที่ถูกสร้างโดยปรมาจารย์กลไกอย่างซ่งเฟิงหาน หน้าไม้นี้หากยิงเข็มออกไปแล้ว คนที่อยู่ต่ำกว่าระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นหนึ่งไม่มีทางกันได้แน่นอน แม้จะใช้เกราะวิญญาณป้องกันแล้วก็ตาม ขอเสนอราคาเริ่มต้นที่ ห้าพันเหรียญเงิน และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทีละไม่ต่ำกว่า ห้าร้อยเหรียญเงิน เอาล่ะเริ่มประมูล " ผู้ดำเนินรายการกล่าว


    คนแรกเสนอ " ห้าพันห้าร้อยเหรียญเงิน "


    คนที่สองเสนอ " ห้าพันเก้าร้อยเหรียญเงิน "


    คนที่สามเสนอ " หกพันเก้าร้อยเหรียญเงิน "


    คนที่สี่เสนอ " เจ็ดพันห้าร้อยเหรียญเงิน "


    คนที่ห้าเสนอ " แปดพันเหรียญเงิน "


    คนที่หกเสนอ " หนึ่งเหรียญทอง "


    ครั้นคนที่หกเสนอราคามาสูงขนาดนี้ ก็ไม่มีคนสู้ต่อ ผู้ดำเนินรายการจึงเคาะไม้ปิดการประมูล


    พอชิ้นที่สามจบการประมูลแล้ว ชิ้นที่สี่ก็นำออกมาให้ประมูลกันตามมาติดๆ


    เมื่อชิ้นที่สี่ถูกประมูลออกไปแล้ว ของชิ้นที่ห้าก็ถูกนำออกมาให้ประมูลแบบรวดเร็ว


    สิ่งที่ถูกนำมาประมูล ในครั้งที่ห้าหาใช่สิ่งของไม่ แต่เป็นมนุษย์เพศหญิงเผ่าพฤกษา


    ทันทีที่ผู้มนุษย์เพศผู้หญิงเผ่าพฤกษาปรากฏตัวให้คนมาประมูลได้เห็น ผู้ดำเนินรายการก็กล่าว " หญิงสาวเผ่าพฤกษา ที่ยังมีความบริสุทธิ์ไม่เคยผ่านมือชายใด หากคนที่มีวิญญาณยุทธ์ธาตุไฟ หรือ ใช้เวทธาตุไฟ หากได้สมสู่กับนาง จะยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นแน่ ขอเสนอราคาเริ่มต้นที่ ห้าสิบเหรียญทอง และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ทีละไม่ต่ำกว่า สิบเหรียญทอง เอาล่ะเริ่มประมูลได้ "


    เยี่ยหลงที่เห็นหญิงสาวเผ่าพฤกษาและสงสาร คนก็กะจะยกมือขึ้นประมูล


    แต่ฟีนิกซ์ที่รู้ทันก็กล่าวกับเยี่ยหลงขึ้นก่อน " อย่านะเยี่ยหลง กูรู้นะว่ามึงจะทำอะไร กูขอบอกเลยนะ อย่าได้คิด เพราะตอนนี้ตัวมึงถูกตั้งค่าหัวอยู่ หากประมูลผู้หญิงคนนี้มา ก็เท่ากับว่า มึงมีภาระถ่วงแข้งถ่วงขา และอีกอย่างนะ หากมึงประมูลนางมา มึงคิดว่ามึงจะปกป้องนางได้นานแค่ไหน "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวขึ้น " แต่ว่า "


    ฟีนิกซ์บอกกลับทันควัน " ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เก็บเงินไว้ประมูลสิ่งที่เราต้องการ "


    ทันทีที่ฟีนิกซ์บอกจบ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ คนแรกเสนอราคา " หนึ่งร้อยเหรียญทอง "


    คนที่สองเสนอ " สองร้อยเหรียญทอง "


    คนที่สามเสนอ " สามร้อยเหรียญทอง "


    คนที่สี่เสนอ " ห้าร้อยเหรียญทอง "


    คนที่ห้าเสนอ " หนึ่งพันเหรียญทอง "


    คนที่หกเสนอ " สองพันเหรียญทอง "


    คนที่เจ็ดเสนอ " หนึ่งหมื่นเหรียญทอง "


    ทันทีที่คนที่เจ็ดเสนอราคามาสูงขนาดนี้ ก็ไม่มีใครยกเสนอราคาขึ้นสู้ต่อ คนที่เจ็ดจึงได้รับหญิงสาวเผ่าพฤกษาไป


    การประมูลครั้งที่หกเริ่มต้นขึ้น " มนุษย์คนต่อไปที่เราจะเอามาประมูลก็คือ มนุษย์เพศชายเผ่าปักษา เป็นที่รู้กันดีว่า น้ำตาของเผ่าปักษาสามารถรักษาได้ทุกโรค หากท่านเปิดโรงหมอรักษาคนล่ะก็ คงรวยไม่หวั่นไม่ไหวเป็นแน่ เราขอเสนอราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งแสนเหรียญทอง และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ที่ละไม่ต่ำกว่า ห้าหมื่นเหรียญทอง เอาล่ะเริ่มประมูลได้ "


    ทันทีที่ผู้ดำเนินรายการประกาศว่าเริ่มประมูลได้จบ ฟีนิกซ์ที่สนใจเผ่ามนุษย์ปักษา คนก็กล่าวบอกกับเยี่ยหลงขึ้น ' ไอ้เยี่ยหลง ประมูลเอาไอ้มนุษย์ปักษาตนนี้แหละ หากไม่เกินสองล้าน กูจะเอามาสะสม '


    เยี่ยหลงถาม ' ไหนตอนก่อนที่ผมจะประมูลมนุษย์เผ่าพฤกษา คุณฟีนิกซ์บอกว่า ให้เก็บเงินไว้ประมูลสิ่งที่เราต้องการยังไงล่ะครับ แล้วไหงตอนนี้ถึง '


    ฟีนิกซ์บอก ' กูลืมบอกไป อีกอย่างที่ควรประมูล คือ สิ่งที่กูต้องการ มึงเข้าใจไหม '


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจ และตอบรับ ' ครับ ครับ ครับ เข้าใจแล้วครับ '


    ทันทีที่เยี่ยหลงตอบรับฟีนิกซ์เสร็จ ในเวลาเดียวกัน คนแรกก็เสนอราคา " หนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่สองเสนอ " หนึ่งแสนเก้าหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่สามเสนอ " สองแสนสี่หมื่นเหรียญทอง "


    คนที่สี่เสนอ " สองแสนเก้าหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่ห้าเสนอ " ห้าแสนห้าหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่หกเสนอ " หกแสนหกหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่เจ็ดเสนอ " เจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเหรียญทอง "


    คนที่แปดแสน " หนึ่งล้านเหรียญทอง "


    คนที่เก้าเสนอ " หนึ่งล้านห้าหมื่นเหรียญทอง


    เยี่ยหลงคนที่สิบเสนอ " สองล้านเหรียญทอง "


    ครั้นเยี่ยหลงเสนอราคามาสูงขนาดนี้ ก็ไม่มีใครคิดสู้ต่อ ผู้ดำเนินรายการจึงเคาะไม้ปิดการประมูล


    หลังจากการประมูลครั้งที่หกจบแล้ว ครั้งที่เจ็ดก็เริ่มต้นขึ้น 


    ครั้นการประมูลครั้งที่เจ็ดจบลง ครั้งที่แปดก็เริ่มต้นขึ้น


    การประมูลดำเนินไปเรื่อยๆ จนมาถึงครั้งที่ยี่สิบมาถึง


    " สิ่งของชิ้นต่อไป พวกท่านต้องคาดไม่ถึงแน่ว่ามันคือ อะไร สิ่งนั้นก็คือ " ผู้ดำเนินรายการการมาถึงตรงนี้ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข็นสินค้าออกมาหยุดตรงด้านข้างผู้ดำเนินรายการ


    พอสินค้ามาหยุดด้านข้างคนแล้ว ผู้ดำเนินรายการก็ทำการดึงผ้าที่ปิดสินค้าเอาไว้ออกพร้อมกับกล่าวว่า " มันคือ คัมภีร์สวรรค์ ของนิกายมารฟ้า นั่นเอง "


    ทันทีที่ผู้คนได้ยินว่ามันคือ คัมภีร์สวรรค์ ทุกคนที่ได้ฟังก็ตาลุกวาวด้วยความอยากได้ขึ้นมา


    ผู้ดำเนินรายการกล่าว " คัมภีร์สวรรค์นี้ขอเสนอราคาเริ่มต้นที่ หนึ่งล้านเหรียญทอง และพวกท่านสามารถเสนอราคาเพิ่มขึ้นได้ที่ละไม่ต่ำกว่า หนึ่งแสนเหรียญทอง เอาล่ะเริ่มประมูลได้ "


    ทันทีที่ผู้ดำเนินรายการบอกว่าให้เริ่มประมูลได้ ผู้คนก็ยกเสนอราคากันให้ควั่ก


    เพียงเวลาไม่นาน ราคาก็พุ่งขึ้นถึงสี่ล้านเหรียญทอง


    เมื่อมาถึงสี่ล้านเหรียญ ก็ไม่มีใครยกเสนอราคาขึ้นมาอีก


    ผู้ดำเนินรายการที่ดังนั้น ก็เริ่มนับถอยหลังเพื่อปิดการประมูล


    เยี่ยหลงถามฟีนิกซ์ขึ้น ' คุณฟีนิกซ์ครับ นี่ใช่คัมภีร์สวรรค์ของจริงมั้ยครับ ผมจะได้ประมูล '


    ฟีนิกซ์บอก ' จริงแท้แน่นอน '


    หลังฟีนิกซ์บอกมาแบบนั้น และการนับถอยหลังปิดการปิดประมูลยังไม่ทันจบ เยี่ยหลงก็เสนอราคา " ข้าขอเสนอราคาที่ห้าล้านเหรียญทอง "


    ทันทีที่เยี่ยหลงเสนอราคาไปแบบนั้น คนที่เสนอราคาสี่ล้านก็ทุบเก้าอี้ด้วยความหัวเสีย ที่ไม่อาจเอาคัมภีร์สวรรค์มาได้โดยชอบธรรม


    เมื่อเยี่ยหลงเสนอราคามาสูง ขนาดนั้น ก็ไม่มีคนสู้ การประมูลคัมภีร์สวรรค์จึงปิดที่เยี่ยหลงได้ไป


    พอเยี่ยหลงได้ประมูลให้สิ่งที่ตนต้องประมูลเอามาได้หมดแล้ว คนก็เดินไปหาพนักงานของโรงประมูลและบอกกับพนักงานว่า " ข้าต้องการของที่ประมูลได้บัดเดี๋ยวนี้ "


    ชายพนักงานที่เยี่ยหลงบอกความต้องการไป เมื่อได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " งั้นเชิญทางนี้ " คนกล่าวเสร็จ คนก็เดินนำทางเยี่ยหลงไป ไปเอาสิ่งที่เยี่ยหลงประมูลได้ให้กับเยี่ยหลง

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน