ฉันโดน เจ้านายอาหรับ Nc40+++

    ตอนที่ 92: วิกฤตฝ่าด่านอพยพ

    ตอนที่ 92: วิกฤตฝ่าด่านอพยพ


    เสียงหักเลี้ยวล้อรถยนต์บดเบียดพื้นคอนกรีตสลับทรายระเบิดดังเอี๊ยดอ๊าดแสบแก้วหูสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณรันเวย์ส่วนบุคคล ร่างอวบอัดของฉันและลูกแฝดถลาไปข้างหน้าตามแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของรถแวนกันกระสุนสีดำคันโตที่ปัดท้ายหมุนเคว้งกลางฝุ่นดินสีส้มแดงตลบอบอวล ทาริกบอดี้การ์ดยักษ์ใหญ่ผิวสีเข้มสบถหยาบเสียงต่ำคำรามลั่นในลำคอด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด กล้ามเนื้อแขนขวาทรงพลังของเขาสะบัดพวงมาลัยสู้แรงสะบัดเพื่อทรงตัวรถไว้ ขณะที่มือซ้ายเอื้อมดึงปืนกลพกสั้นกระชากขึ้นลำแสงวิบวับพุ่งออกนอกหน้าต่างรถระดมยิงตอบโต้กลุ่มชายชุดดำติดอาวุธที่กรูเข้ามาดักหน้ารถทันที เสียงปืนกลดังรัวสนั่น พรึ่ดๆๆๆ สลับกับเสียงกระสุนปืนของศัตรูที่กระทบกับตัวถังเหล็กหนาและกระจกกันกระสุนรอบรถแวนดัง ปึ้งๆๆๆ ปึกๆๆๆ ประหนึ่งมีพายุลูกเห็บหินตกลงมากระหน่ำซัดทารุณ


    "กรี๊ด! คุณคาริม! ลูกค่ะ! ช่วยลูกด้วย!" ฉันกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดวิตกขีดสุด น้ำตาแห่งความกลัวพรั่งพรูไหลนองสองแก้มเนียน ฉันรีบก้มตัวซุกต่ำลงไปกองกับพื้นเบาะหลัง ใช้ร่างอวบอัดที่มีสองเต้าคัพ E ยักษ์ธรรมชาติหนั่นแน่นไม่มีบราเซียสวมใส่ปกคลุมร่างกายเล็กๆ ของทารกแฝดที่ตื่นขึ้นมาร้องไห้จ้าด้วยความตกใจเสียงระเบิดกระสุนปืน หัวใจของคนเป็นแม่บ้านไทยวัย 23 ปีอย่างฉันเต้นระรัวราวกับเสียงกลองศึก ความวิตกจริตแล่นพล่านในสมองจนตัวสั่นเทาเกร็งตัวไปหมด ชัยชนะที่เพิ่งประคองพ้นความตายมาในลานประลองทรายสวาทของคาริมกลับกลายเป็นลานประหารนองเลือดกลางสนามบินเพียงเพื่อผลประโยชน์สัมปทานน้ำมันที่นายพลยาเซอร์พยายามแย่งชิงไปจากพวกเรา


    คาริมหันมาสบตาฉันจากเบาะหน้า แววตาคมกริบสีอำพันดุจเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองผ่านกระจกหลังมาด้วยความห่วงใยท่วมท้น ใบหน้าหล่อเข้มสะบัดเหงื่อไหลซึม คาริมยกปืนพกแม็กนั่มกระบอกโตเล็งผ่านช่องกระจกหน้ารถที่ร้าวเป็นใยแมงมุมสะท้อนประกายแสงแดดร้อน แล้วเหนี่ยวไกส่งกระสุนสังหารเจาะทะลุกบาลคนร้ายคนหนึ่งล้มคว่ำจมกองทรายขาว คาริมตวัดสายตามองทาริกแล้วสั่งการเสียงทุ้มเหี้ยมเกรียมเด็ดขาดไร้ความปราณีเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว


    "ทาริก! บดเกียร์แล้วพุ่งตรงไปที่โรงจอดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตระกูลฟาร์ฮานเดี๋ยวนี้! อย่าหยุดรถเด็ดขาด ไม่งั้นพวกมันจะรุมล้อมและยิงถล่มถังน้ำมันจนพวกเราไหม้เกรียมเป็นตอตะโกคาสนามบินแห่งนี้!"


    "รับทราบครับท่านชีค! เกาะไว้แน่นๆ นะครับมาดามมะนาว!" ทาริกคำรามลั่นพลางเหยียบคันเร่งมิดโคนส่งผลให้เครื่องยนต์รถแวนแผดเสียงคำรามลั่นพุ่งยานฝ่าม่านกระสุนของพวกเดนทรชน ยาเซอร์ผู้แพ้พ่ายส่งกำลังปิดล้อมทางออกรันเวย์จนหมดสิ้น คอนกรีตขอบถนนระเบิดกระจายปลิวว่อนเฉียดตัวถังรถเป็นประกายไฟแวบวาบฝุ่นผงกระจายหนาทึบจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ฉันได้แต่ก้มหน้าซบกับตะกร้าลูก กลิ่นควันปืน กลิ่นไหม้ของยางรถ และไอร้อนระอุของทะเลทรายอบอวลคละคลุ้งบีบคั้นประสาทสัมผัสจนฉันแทบอาเจียน สองเต้าคัพ E ยักษ์ของฉันกระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงกระแทกของรถอพยพ น้ำนมแม่รสอุ่นหวานรสเลิศไหลซึมเปียกชื้นเปื้อนเสื้อคลุมบางเบาจนแนบชิดเนื้อตัวเผยยอดอกสีเข้มเด่นสง่าในความมืดสลัว


    รถแวนพุ่งชนฝ่าประตูกระจกบานใหญ่ของเกตโกดังเก็บเครื่องบินเสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหว เศษกระจกแตกละเอียดปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้น ภายในโกดังปิดทึบขนาดใหญ่มีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวลำหรูสีขาวลายทองเหลืองของคาริมสตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว ใบพัดเครื่องยนต์เจ็ทคู่หมุนวนส่งเสียงหวีดหวิวกึกก้องสร้างลมหมุนมหาศาลเป่าทรายและเศษฝุ่นฟุ้งกระจาย บอดี้การ์ดส่วนตัวของคาริมอีกสามคนชักปืนสั้นคอยยิงสกัดกั้นคุ้มกันอยู่รอบบันไดเหล็กทางขึ้นเครื่องบินเพื่อรอรับการมาถึงของราชสีห์ทราย


    "ลงรถเร็ว! มะนาว ทาริก รีบพาลูกขึ้นเครื่องบินก่อน!" คาริมตะโกนก้องขณะก้าวลงจากรถเป็นคนแรก คาริมใช้ปืนยิงตอบโต้ปกป้องพวกเราอย่างกล้าหาญ ทาริกรีบกระโดดจากเบาะคนขับเปิดประตูหลังโผเข้ามาอุ้มร่างอวบอัดของฉันที่มีตะกร้าลูกแฝดไว้ในอ้อมอกขวา แขนขวาหนาแกร่งปานท่อนเหล็กของเขารวบกอดเอวสะโพก 38 นิ้วของฉันไว้แน่น ทาริกร่างยักษ์ใหญ่วิ่งทะยานพาฉันปีนบันไดขึ้นเครื่องบิน กลิ่นเหงื่อดิบและไอร้อนระอุจากตัวบอดี้การ์ดชู้รักโชยปะทะจมูกปลุกเร้าอารมณ์ความตื่นกลัวบวกกระสันอย่างประหลาดในใจของฉัน


    ทว่าในวินาทีที่เท้าของทาริกกำลังจะก้าวเหยียบย่ำบันไดเหล็กขั้นบนสุดเพื่อส่งฉันเข้าสู่ห้องโดยสารที่ปลอดภัย เสียงปืนสไนเปอร์กระบอกยาวจากมุมมืดบนหลังคาโกดังก็ดังแผดขึ้น เปรี้ยง! กึกก้องลั่นฟ้าดิน กระสุนหัวทองแดงความเร็วสูงพุ่งเจาะทะลวงเข้าที่หัวไหล่ขวาและอกด้านบนของทาริกอย่างจังจนร่างยักษ์ใหญ่กว่า 100 กิโลกรัมสะดุ้งตัวโยนและเสียหลัก ทาริกส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสในลำคอ เลือดสีแดงฉานอุ่นร้อนฉีดพุ่งกระเซ็นออกจากปากแผลเป็นสาย ย้อมเปรอะชุดสูทสีเข้มและเสื้อเชิ้ตขาวของเขาชโลมจนแดงฉานเปียกชุ่มหยดแหมะลงบนแผงอกขาวและเสื้อคลุมบางของฉันจนตัวฉันรู้สึกอุ่นวาบปนช็อกขวัญหาย


    "ทาริก!! ไม่นะคุณ!!" ฉันกรีดร้องเสียงหลงน้ำตาร่วงไหลพรูนองด้วยความตกใจสุดขีด ฉันปล่อยมือข้างหนึ่งจากตะกร้าลูกพุ่งเข้าไปคว้าจับแขนเสื้อของทาริกไว้ดึงรั้งสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ร่างยักษ์ร่วงหล่นลงจากบันไดชัน คาริมที่ยิงสะกัดอยู่ด้านล่างรีบปีนบันไดข้ามร่างศัตรูเข้ามาช้อนพยุงร่างของทาริกและดันตัวฉันยัดเข้าประตูเครื่องบินไปได้อย่างหวุดหวิด บอดี้การ์ดที่เหลือรีบดึงบันไดขึ้นพับเก็บและปิดประตูลกลไกเหล็กหนาล็อกแน่นหนาทันเวลา


    เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเริ่มเคลื่อนตัวแล่นยาวด้วยความเร็วสูงไปตามรันเวย์ท่ามกลางแรงปืนไล่หลังที่สาดกระสุนถล่มปีกปะทะปีกเครื่องบินเสียงดัง ปังๆๆ คาริมก้าวพรวดเข้าสู่ห้องนักบินสั่งให้เร่งเครื่องเหินฟ้าขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอย่างรวดเร็วผิดปกติเพื่อหนีความตาย เครื่องบินหัวเชิดทะยานขึ้นสูงทำเอาตัวฉันและร่างชุ่มเลือดของทาริกไหลไถลลื่นไปกับพื้นพรมห้องโดยสารสุดหรูหรา เสียงลมหายใจแหบพร่าสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดของทาริกดังก้องสลับกับเสียงร้องไห้จ้าของทารกแฝดที่ตื่นตระหนกจากแรงกดดัน


    ฉันขยับตัวลนลานคลานเข้าไปประคองหัวหนาของบอดี้การ์ดหนุ่มมาหนุนไว้บนตักอวบอัดของฉัน สองมือเรียวสั่นระริกพยายามฉีกชายเสื้อคลุมผ้าไหมของตัวเองออกเพื่อกดอุดปากแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ของทาริกไว้หวังหยุดเลือดที่ทะลักนอง เลือดสีแดงเข้มอุ่นร้อนไหลรินท่วมมือนุ่มชโลมจนเปียกชุ่มไปหมด ร่างกายของทาริกสั่นสะท้านหน้าซีดเผือดเพราะพิษกระสุนปืน ยาพิษที่เคลือบมาทำให้บาดแผลของเขาปวดแสบปวดร้อนทารุณ ทาริกสบตาฉันด้วยแววตาพร่ามัวแต่เต็มไปด้วยความปรารถนาและซื่อสัตย์รักใคร่


    "มาดามมะนาว... ผม... ผมดีใจที่ช่วยคุณกับลูกได้... อึก..."


    "ทาริก! เงียบก่อนค่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ แข็งใจไว้เดี๋ยวคุณคาริมจะช่วยคุณเอง!" ฉันร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนก้มลงจูบซับหน้าผากเย็นชื้นเหงื่อของทาริก สองเต้าคัพ E ยักษ์กลมโตที่เบียดเสียดแนบชิดกับแผงอกเปื้อนเลือดของเขาบีบเค้นสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นไห้ น้ำนมแม่อุ่นหวานสีขาวซึมทะลักผสมปนเปเปียกนองชโลมเสื้อเชิ้ตโชกเลือดจนกลายเป็นสีชมพูจางกลิ่นน้ำนมหอมหวานผสมกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนกระสันปนสลดหดหู่ใจ คาริมก้าวออกมาจากห้องควบคุมการบิน แววตาของสิงโตทะเลทรายวาวโรจน์บึ้งตึงหนักหน่วงเมื่อเห็นสภาพเพื่อนยากและเมียรักจมกองเลือดบนพื้นพรมหรู


    ทว่าวิกฤตความตายยังไม่ยอมสิ้นสุด เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวกำลังไต่ระดับความสูงพ้นขอบพรมแดนดูไบเข้าสู่น่านฟ้าสากลเหนือทะเลเดือด ทันใดนั้น เสียงสัญญาณไซเรนแจ้งเตือนสีแดงฉานก็กะพริบถี่รัวดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโดยสาร พร้อมเสียงลมหวีดหวิวหวาดเสียวของระบบแรงดันอากาศภายในตู้โดยสารที่รั่วไหลอย่างรวดเร็ว เครื่องบินเจ็ทกระตุกรุนแรงวูบดิ่งตกหลุมอากาศจนร่างกายของพวกเรากระแทกพื้นพรมอย่างแรง คาริมกอดรั้งพวกเราไว้แน่นใต้เบาะนั่งนิรภัยพลางตะโกนบอกเสียงหลงท้าทายพายุ


    "มะนาว! รีบใส่หน้ากากออกซิเจนที่หล่นลงมาให้ตัวเองและครอบครัวเร็ว! ถังน้ำมันปีกขวาโดนกระสุนเจาะร้าว ระบบควบคุมแรงดันขัดข้องขีดสุด เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวกำลังสูญเสียระดับเพดานบินดิ่งลงสู่ทะเลเบื้องล่างอย่างรวดเร็วป่าเถื่อน!"


    ฉันสติแตก มือสั่นระริกคว้าหน้ากากออกซิเจนสีเหลืองที่ร่วงพรูลงมาจากเพดานมาครอบให้ทารกแฝดทีละคนในตะกร้ากอดขวัญแน่นหนา ก่อนจะคว้าอีกอันมาครอบปากให้ทาริกและตัวเองอย่างทุลักทุเล โลกภายนอกหน้าต่างเครื่องบินมืดครึ้มด้วยพายุฝนทะเลเดือดดิ่งลึก เครื่องบินเจ็ทสูญเสียการควบคุมควงสว่านดิ่งลงสู่ห้วงน้ำสีครามกว้างใหญ่เบื้องล่างราวกับจะจบสิ้นชีวิตรักสี่เส้าและเนรเทศพวกเราลงสู่นรกใต้ท้องทะเลชั่วนิรันดร์สะท้านผืนทรายกว้างไกลเดือดดาลยิ่งนัก!


    เสียงหวีดหวิวของลมรั่วแหลมคมทุ้มเข้าโสตประสาท คาริมโผกลับเข้าไปในห้องกัปตันอีกครั้งเพื่อแย่งพวงมาลัยและระบบควบคุมด้วยตนเองอย่างบ้าคลั่ง สองมือแกร่งของเขาดึงคันบังคับเหยียดดึงสุดกำลังต้านทานแรงดึงดูดของโลก ฉันที่หมอบหลบอยู่กับพื้นพรมหลับตาแน่น กอดตะกร้าลูกแฝดและพยุงหัวทาริกที่หมดสติไว้แน่น ร่างกายอวบอัดของฉันสั่นสะท้านไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของเครื่องบินเจ็ทสั่นเกร็ง คาริมใช้ความสามารถทั้งหมดดึงหัวเครื่องบินขึ้นมาได้สำเร็จในนาทีสุดท้ายก่อนจะกระแทกผิวน้ำเฉียดฉิว ทะยานเครื่องบินร่อนลมต่ำมุ่งหน้าสู้ผืนป่าเกาะส่วนตัวของเขากลางน่านน้ำไทย ดินแดนแห่งสุดท้ายที่จะพาร่างกายและหัวใจของพวกเราไปสู่ความปลอดภัยชั่วนิรันดร์หรืออาจจะเป็นสุสานใหม่ของกบฏทรายสวาทแห่งนี้!


    คล้ายกับเรื่องฉันโดน เจ้านายอาหรับ Nc40+++ ที่คุณอ่าน