22 – พี่สาวต่างพ่อ
เมื่อทำการตรวจสอบยืนยัยความสามารถเป็นที่เรียบร้อย ถึงเวลาหาที่พัก ซึ่งไลรอนได้บอกว่าต้องไปพักอยู่กับพี่สาวของฟีเร ซึ่งเท่าที่เธอจำได้นั้น อีกฝ่ายเป็นพี่สาวต่างพ่อ แม่ของฟีเรเป็นเผ่าแมวขาว สามีคนแรกเป็นเผ่าปีศาจ ทั้งคู่มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ป้องกันคำนินทาจากผู้รังเกียจเผ่าปีศาจ แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เลิกรากันไม่ได้พบหน้ากันแต่ส่งคนฝากของมาให้ตลอดเวลาหลังจากนั้นไม่นานก็ได้พบพ่อที่เป็นเผ่าหมาป่าดำ และพอเกิดได้ไม่นานพ่อก็ถูกเรียกไปเป็นทหารและตายในสงครามต่างเผ่าพันธุ์บางทีก็รู้สึกสงสารครอบครัวนี้ไม่น้อย“ตอนแรกอาจจะกลัวแต่จริงๆแล้วพี่เนสเป็นคนดีมากเลยนะ”“ตอนที่ข้ากับลีลีน่าเข้าเมืองครั้งแรกก็ได้ท่านพี่เนสช่วยนำทางให้ แถมยังช่วยเรื่องเงินหรือที่พักให้อีก ใจดีมากๆเลยล่ะค่ะ”“เห... อยากเจอเร็วๆจังนะ”ในสายตาคนอื่น เผ่าปีศาจนั้นเป็นตัวอันตราย มักก่อสงครามแย่งชิงเขตแดน จับพวกเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยกว่าไปเป็นทาสและกระทำการชั่วร้ายอีกมากมาย แม้ว่าในหมู่เผ่าพันธุ์ปีศาจจะมีแยกเป็นฝ่ายดีและเลวก็ถูกเหมาะรวมเป็นฝ่ายเลวแทบทุกครั้งยกเว้นพี่สาวของฟีเรที่เขาออกเมืองนี้มาแต่เด็กทำให้เป็นที่ยอมรับแค่พริสทีนคิดว่าจะได้พบเผ่าปีศาจเพียงคนเดียวในเมืองนี้ก็แอบตื่นเต้นระริกระรื้อไม่หยุดเลยทีเดียวทั้งหกคนเดินไปตามเส้นทาง เมืองอควอเทียยามราตรีที่ส่องสว่างด้วยแสงไฟ คนเลิกงานหาร้านอาหารทานสำหรับมื้อเย็น บ้างก็ดื่มฉลองเลิกงานเมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่สงบสุขและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ“นั่นไง ร้านนั้น!” ไลรอนชี้ไปยังร้านค่อนข้างใหญ่มีคนยืนต่อแถวซื้อของในร้าน เป็นเพียงร้านเดียวที่เป็นประตูกระจกและมีกระจกหน้าร้าน แต่กระจกนั้นไม่สามารถมองเห็นภายในได้ทั้งยังมีเงาดำเหมือนเป็นหญิงสาวกำลังร้องเพลงท่ามกลางป่าไม้รายล้อมด้วยเหล่าสัตว์ตัวน้อยอีกทั้งเงาพวกนั้นเคลื่อนไหวไปมาราวกับดูภาพยนตร์อยู่ไม่มีผิด“คนยังเยอะอยู่เลยแฮะ”“ให้ตายสิ นี่ก็ว่ามาช้าแล้วนะเนี่ย จะเยอะไปไหนฟะ ไปเข้าหลังร้านเถอะ” ฟีเรนำไปอีกทาง“นี่ ร้านของพี่สาวฟีเรเป็นร้านแบบไหนเหรอ?”“ก็ร้านขายของทั่วไปนั่นแหล่ะ แต่พวกของส่วนใหญ่พี่เป็นคนทำอย่างพวกอุปกรณ์เวทมนตร์ เครื่องประดับ เครื่องรางหรือไม่ก็พวกของต่างแดนและของที่นำมาจากมหาพงไพรวีลิธเขตอันตรายที่เจ้าหามานั่นแหล่ะ”“อ๋อ...” พริสทีนขานรับเบาๆประตูหลังร้านเมื่อเปิดเข้ามาเจอกับห้องครัวและผู้ที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้ม“ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ”“ท่านการ์เน็ต!” สาวน้อยทั้งสองยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนคุ้นเคย แต่แอบทำบางคนหงุดหงิดเล็กน้อย“ท่าทางแบบนั้นคงผ่านการทดสอบแน่ ยินดีด้วย 3 ปีหลังจากนี้ก็ทำภารกิจให้เต็มที่ล่ะ”“ค่ะ!!”“พี่ล่ะ?”“ถ้าท่านเนสตอนนี้ยังไม่ว่าง ครัวเองก็ไฟปิดแล้วด้วย ....ไหนๆพวกเจ้าก็ได้มาเมืองนี้ครั้งแรกพวกเจ้าออกไปหาอาหารทานดูไหม จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำเองด้วย”“อ๊ะ เราไปทานที่โรงเตี๊ยมเวลฮาโมเน่ดีมั๊ยคะ? ตลอดตอนทางเดินได้ยินเขาพูดถึงร้านนี้บ่อยมากเลยค่ะ แถมมีอาหารสำหรับเอลฟ์ด้วย”“น่าสนใจดี รีบไปเถอะ...”ว่าจบก็เดินทางไปยังโรงเตี๊ยมเวลฮาโมเน่ ชื่อค่อนข้างคุ้นหูพริสทีน เธอเดาไว้ว่ามันแปลงมาจากภาษาอังกฤษ จนได้คำตอบเห็นป้ายโรงเตี๊ยมที่ว่ารูปปลาวาฬขับร้องบทเพลงแน่นอน เธอเดาถูกภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนนั่งพูดคุย ดื่มกินกันฉลองงานเลิก บ้างพูดคุยเกี่ยวกับภารกิจที่ตนได้รับมา กลิ่นอาหารหอมกรุ่นชวนท้องร้อง ทุกคนในร้านต่างก็หันมาสนใจเด็กกลุ่มเดียวภายในโรงเตี๊ยมโชคดีที่พริสทีนคลุมฮู้ดไม่งั้นมีเสียงซุบซิบแทนเสียงเฮฮาเป็นแน่ หูของเดฟไกส์กับฟีเรกระดิกเล็กน้อย เหล่มองกลุ่มนักผจญภัยนั่งมุมร้านพูดคุยอะไรบางอย่างกับพนักงานสาวด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์...“6 คนสินะเชิญข้างในเลยจ้ะ” พนักงานสาวคนที่ว่าเดินมาหาพวกเขาก่อนพาไปนั่งโต๊ะ “ทุกคนน่าจะพึ่งเคยมาทานสินะ ถ้ายังไงขอแนะนำอาหารทะเลเลยจ้ะ ร้านเราเด่นเรื่องนี้ที่สุดโดยเฉพาะเมนูแนะนำของร้าน จะอิ่มไปอีกนาน----เลยทีเดียว! ส่วนเอลฟ์ขอแนะนำเป็นพวกซุปจากผักนำเข้าที่ขนส่งมาทางท่าเรือเลยจ้ะ สดกรอบ ทานแล้วสดชื่นแน่นอน!”“น่าสนใจดีแฮะ เจ้าว่าไงฟีเร?”“ข้าไม่มีปัญหา จะสั่งอะไรก็สั่งมาเหอะ”“ฉันเองก็เหมือนกันจ้ะ เดฟล่ะ”“เจ้าสั่งอะไรข้าก็เอาอันนั้นแหล่ะ” นั่งท้าวคางหาววอดๆ แถมยังหลับตา ที่เงียบตลอดทั้งวันคาดว่าติดต่อกับเทียร่าและสอดส่องมหาพงไพรวีลิธเหมือนอย่างทุกทีแต่ในสายตาคนอื่นอาจมองว่าเขากำลังดูเบื่อๆ“งั้นขอเมนูแนะนำกับเมนูของเอลฟ์นะคะ”“ได้จ้า~” รีบเดินไปบอกเจ้าของร้านหลังจากได้ยินว่าพวกตนจะสั่งเมนูเด็ดของร้านก็ยิ่งฮือฮาหนักกว่าเดิมจนน่าสงสัย แต่ 1 ในนั้นที่แต่งตัวคล้ายนักผจญภัยแอบหัวเราะและแสยะยิ้มชวนขนลุก“ดูเหมือนว่าสูตรอาหารทอดของเจ้าจะดังพอควรนะ... ข้ามองไปทางไหนก็มีแต่อาหารทอด...”“มันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้ากินมากๆมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพน่ะสิ”“งั้นเหรอ น่าเสียดายแฮะ ออกจะอร่อย”“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันทำแบบอื่นให้ทาน มีของอร่อยอีกเยอะเลยล่ะ” ...จะว่าไปครัวที่นั่นเองก็ใหญ่ดี น่าจะทำอาหารใหม่ๆได้เยอะด้วย น่าตื่นเต้นจังเลยน๊า~... “ถ้ายังไงเรามาวางแผนวันพรุ่งนี้กันก่อนดีไหม...?”“นั่นสิคะ อย่างแรกคงต้องไปซื้อเกราะก่อน แล้วก็ไปรับภารกิจ”“ภารกิจของพวกเราสามารถเลือกได้แค่ E กับ D เท่านั้น ยังไงก็เลือกแค่ภารกิจระดับ D นั่นแหล่ะจะได้เพิ่มระดับ Rank ตัวเองเร็วๆ”“เอาน่าฟีเร ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้”“นั่นสิ ช้าๆก็ได้...” เดฟลืมตามองทั้งคู่ แสยะยิ้มกว้าง “ข้าจะได้ทำภารกิจกับพริสทีนแค่สองคนเท่านั้นยังไงล่ะ”“อย่าหวัง!! ชิอินะ สเตลล่า พวกเราต้องกลายเป็น Rank A ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! เข้าใจไหม!” จากที่ห้ามฟีเรเปลี่ยนมาร่วมประสานเสียงตอกเดฟไกส์กลับแทน...“เอาน่าไม่ต้องรีบหรอก ฉันไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย” หัวเราะแห้งๆกับความจริงจังนั่น“ไม่ได้!!!”เจ้าหล่อนสะดุ้งโหยง ไม่ว่าจะห้ามแค่ไหนก็ไม่มีใครฟัง โดยไม่รู้ว่าตัวการของเรื่องคือเธอเอง คงเพราะถึงจะได้ชีวิตใหม่ ความรู้สึกแบบเด็ก แต่เรื่องความรักเธอยังคงไม่คิดถึงมัน“เท่าที่เห็นใบภารกิจ”“อาหารมาแล้วจ้า~”ก่อนจะเกิดการถกเถียงไปมากกว่านี้ อาหารถูกยกมาวางตรงหน้า กุ้งล็อบสเตอร์ กุ้ง กั้งและปลาเผาวางเรียงรายกลิ่นหอมกรุ่นบนถาดขนาดใหญ่เท่าโต๊ะที่นั่ง หอยนางรมหรือที่คุณพนักเงานเรียกว่า[ออสเพิร์ล]ชุบแป้งทอด สุดท้ายคือเมนูของสเตลล่าเป็นซุปผักหลากนิด“สุดยอด...! กุ้งตัวใหญ่สุดๆเลย!!”“นี่ใหญ่เหรอ ข้าว่ายังเล็กซะด้วยซ้ำ”“เงียบไปเลยตาบ้า...” แอบหยิกอีกฝ่าย “จะว่าไปปริมาณขนาดนี้เจ้าจะอิ่มรึเปล่าเดฟ?”“ไม่น่าจะได้ถึงเศษเสี้ยวของกระเพาะ”“งั้นขอสั่งเพิ่มอีกถาดนะคะ”“อ่า.. มันก็ได้หรอกจ้ะ แต่ว่า....”“ไม่เป็นไร ข้ามีเงินจ่าย” ว่าจบก็คว้าปลาโยนเข้าปาก “ยังไงเจ้าก็คิดจะเอาเมนูแพงๆมาแกล้งพวกเราตามที่มีคนจ้างมาอยู่แล้วนี่”เจ้าหล่อนแอบชะงักไปเล็กๆ ในขณะที่เพื่อนในกลุ่มต่างก็มองด้วยความสงสัย“เพราะงั้นถ้าไม่อยากให้มีเรื่องก็รีบๆไปยกมาตามที่สั่งก่อนเรื่องจะไปถึงเจ้าของร้านแล้วโดนไล่ออกจากงานดีกว่านะป้า”“!! ข ข้ายังไม่แก่ขนาดเป็นป้านะยะ!!!” เดินตึงตังไปหลังร้าน“ไปเก็บเงินที่พวกนั้นเพิ่มแทนละกันนะป้า!!!” ฟีเรตะโกนไล่หลัง“หมายความว่ายังไงเหรอทั้งคู่...?” ชิอินะถามระหว่างหยิบกุ้งมาแกะเนื้อเข้าปาก“ก่อนที่ยัยป้านั่นจะเข้ามาคุยกับพวกเรา ไปตกลงกับเจ้านักผจญภัยที่มันแอบหัวเราะว่าให้มาแนะนำเจ้าเมนูนี่”“ดูเหมือนพวกมันจะอยู่ที่กิลด์ตอนพวกเราไปถึงนั่นด้วย” เลียนิ้ว “คงหมั่นไส้พวกเรานั่นแหล่ะ.... พวกขี้แพ้ชวนตี”“มิน่าล่ะ... ดีจังที่มีทั้งคู่อยู่ด้วย ค่อยสบายใจหน่อย”ฟีเรกับเดฟไกส์ไม่พูดอะไรเพียงแค่ยักไหล่ตอบ มือก็ยังคงแกะกุ้งเข้าปากตนเองไป อาหารทะเลที่ไม่มีน้ำจิ้มที่พริสทีนชอบตั้งแต่อดีตก็ทำแอบไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก “อ่ะ จะว่าไป....” ค้นของบางอย่างในกระเป๋าสะพาย หยิบขวดขึ้นมาวางบนโต๊ะพร้อมเรียกพนักงานเพื่อขอถ้วย“ขวดนั่นอะไรเหรอคะ?”“น้ำจิ้มทำเองน่ะจ้ะ ตั้งใจไว้ว่าจะนำมาขายสูตรให้กับท่านการ์เน็ต แต่ชิมซักหน่อยคงไม่มีปัญหา มันเหมาะกับอาหารทะเลสุดๆเลย”“กลิ่นเผ็ดกับเปรี้ยวตีจมูกขนาดนี้จะอร่อยรึไง?”“ต้องลองถึงจะรู้นะ” เทน้ำจิ้มใส่ถ้วย น้ำจิ้มที่มีพริกสีเขียวกับกระเทียมกลิ่นเปรี้ยวนำ แค่รูปลักษณ์กับกลิ่นก็ทำเอาหลายคนชะงัก ในขณะที่พริสทีนแกะกุ้งลวกตัวเล็กจิ้มเข้าปาก “อร่อย~”เพื่อนแอบลังเลแต่ก็ยอมเสี่ยงจิ้มเข้าปากก่อนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘อร่อย’ น่าเสียดายที่สเตลล่าทานเนื้อไม่ได้เลยลองชิมแค่น้ำจิ้ม ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบที่เผ็ดและเปรี้ยวเกินไป น้ำจิ้มถ้วยเล็กหมดภายในเวลาไม่นานจนต้องสั่งถ้วยเพิ่มเพื่อแบ่งให้ให้คนอื่นทานสะดวกขึ้น ไม่ต้องยื่นมือมาหาให้เมื่อย สำหรับหอยนางรมทอดก็ต้องเป็นขวดทาร์ทาร์ซอสอาหารทะเลถาดใหญ่หมดอย่างรวดเร็วพร้อมกับถาดใหม่ที่สั่งมาเรื่อยๆ สเตลล่าเองก็ทำได้แค่หัวเราะพลางสั่งซุปผักกับขนมมาทานเล่นมื้อเย็นวันนี้หมดไปร่วม 2 เหรียญทอง โดยส่วนใหญ่คนที่กินเยอะสุดคือเดฟไกส์ น้ำจิ้มทั้ง 2 ขวดหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือซากเลยแม้แต่น้อย...น่านับถือในเรื่องปริมาณกระเพาะของไลแคนจริงๆ... เจ้าหล่อนได้แค่คิดไม่กล้าพูดออกมา“แต่ 3 เหรียญทองเองเหรอเนี่ย ถูกกว่าที่คิดอีกนะ” พริสทีนเดินนับเงินทอนระหว่างเดินทางกลับ“นั่นสิ ข้าก็นึกว่าจะถึง 10 เหรียญทองซะอีก”“แต่อย่างหนึ่งที่ข้ารู้ ทางร้านน่าจะขึ้นบัญชีดำเจ้าเดฟไกส์แน่ กินแหลกซะขนาดนั้น กินหรือยัดก็ไม่รู้”“หึ!!” ตัวการยกยิ้มดูภูมิใจ “บัญชีดำอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงพวกนั้นก็ต้องต้อนรับเพราะเงินอยู่ดี อีกอย่างเจ้าพวกนั้นก็แค่นักผจญภัย Rank E หวังว่าเจ้าคงจะรู้หน้าที่ของตัวเองดีสินะ...”“ถึงจะไม่ค่อยอยากยอมรับ แต่ก็ยินดี...ที่จะทำให้ภารกิจพวกมันล่มให้มันคุ้มกับการที่มาหาเรื่องท้าพวกเรา...”“ถูกต้อง ฉลาดในเรื่องชั่วๆดีนี่ไอ้หนู”“แกก็ชั่วพอกัน”“หึๆๆๆๆๆ....”“นี่พริสทีน... ข้าเริ่มไม่แน่ใจว่าทั้งคู่เป็นเผ่าสัตว์สมิงแล้วล่ะ... ”“นั่นสิคะ เหมือนกับคู่หูปีศาจเลยค่ะ ฮิๆ”“ฮะ...ฮะๆ....” ...เดฟ ถ้าเกิดว่าวันไหนที่บอกพวกเขาว่าเป็นใครฉันว่าไม่มีใครเชื่อหรอกนะ... ได้แต่ยิ้มแหยๆรับหน้าไปอย่างน้อยทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้น....ด้วยเส้นทางอันชั่วร้าย(?)ทานอาหารเสร็จก็เดินทางกลับไปยังร้าน ดูเหมือนว่าจะปิดร้านเรียบร้อยทำให้เข้าด้านหน้าได้โดยไม่มีปัญหาอะไรภายในร้านตกแต่งค่อนข้างเรียบหรูน่าสนใจเน้นผ้าม่านสีดำตัดกับสีทองติดเต็มร้าน โมบายห้อยเป็นลูกปัดอันเล็กและพระจันทร์สีขาวเรืองแสงสวย จัดเรียงสินค้าให้ดูน่าสนใจ ใช้ผ้าคลุมโต๊ะที่ขับให้ของขายเด่นชัดยิ่งขึ้น บริเวณเครื่องประดับจัดเรียงกันอย่างงดงาม แต่จุดสนใจคงไม่พ้นกลางร้านที่มีผ้าม่านสีดำประดับด้วยดาวห้อมล้อมพื้นที่ยกสูงเล็กน้อยมีโซฟาที่นั่งเดี่ยวเบาะสีแดงตรงกลาง“ทางนี้...” แหวกผ้าม่านพาห้องนั่งเล่นด้านหลัง แม้แต่ห้องนั่งเล่นยังคงตกแต่งให้ดูมืดมน บนโซฟาใหญ่หน้าเตาผิงมีหญิงสาวผมสีดำขลับจนเกือบกลืนไปกับความมืด ปอยผมยาวบางส่วนพันเขาสีดำเงา ดวงตาและริมฝีปากอิ่มสีแดงหันมามองพวกเธอ ชุดเกาะอกเปิดไหล่ ตัวแขนเสื้อโปร่งบริเวณข้อมือพองเล็กน้อย ทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนกุดเปิดอก คอร์เซ็ทรัดเอว ตัวกระโปรงยาวคลุมเข่าขาดๆหลายชั้นซ้อนทับกัน ถุงน่องและรองเท้าบูทส้นสูง โทนสีดำ-ม่วงเป็นคนที่สวยมากจริงๆ...“ฟีเร คนๆนั้นคือ...” ชิอินะเข้าไปกระซิบจังหวะเดียวกับที่เจ้าหล่อนลุกขึ้น....เดินไปกอดฟีเร!!“!! กะ กอดข้าทำไมเนี่ย!!” ลนลานทำตัวไม่ถูกรีบผลักเจ้าหล่อนออก แต่แรงเหมือนจะสู้ไม่ได้ อีกฝ่ายไม่ขยับสักนิดเดียว ถ้าหากไม่ยอมผละออกคงโดนล้อว่าเป็นน้องติดพี่จากสายตาที่เดฟไกส์มองมาเป็นแน่“คิดถึงน่ะ... ไม่ได้เจอกันนาน... คราวหลังพาโอลีเซียมาบ้างสิ....” ผละออกมามองกลุ่มเพื่อนของน้องชายตน จนมาหยุดที่เดฟไกส์กับพริสทีน เจ้าหล่อนนิ่งเงียบก่อนก้มโค้งให้เล็กน้อย “น้อง...มีเพื่อนที่ดี” “จะดีกว่านี้ถ้าเลิกกอดข้าซักที!!!” สุดท้ายก็หลุดออกมาได้“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับท่านเนส”“อืม... ไม่ได้เจอกันนาน...ไลรอน ถ้ายังไงข้าขอแนะนำตัว... ข้ามีชื่อว่า วาเนสซ่า หรือจะเรียกว่า เนส เฉยๆก็ได้...”“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่านเนส หนูสเตลล่าค่ะ”“ชิอินะครับ...”“พริสทีนค่ะ”“เดฟไกส์...”วาเนสซ่าพยักหน้าเล็กน้อย “ห้องพัก...ให้การ์เน็ตเตรียมให้แล้ว... ห้องละ 2 เตียง... จับคู่กัน.. นอน ห้อง จะตกแต่งแบบไหนก็ได้...” เงียบแล้วกอดน้องชายอีกรอบ “ฝันดี...”ว่าจบเธอก็หยิบเชิงเทียนขึ้น เหล่มองพริสทีนกับเดฟไกส์ โค้งให้เล็กน้อยและเดินกลับขึ้นห้องตนเอง“นางเป็นพี่สาวที่น่ารักดีนะฟีเร ปราบเจ้าซะอยู่หมัดเลย” พริสทีนเอ่ยชม ...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีพี่น้องเหมือนกัน... เอ๊ะ จะว่าไปเราก็มีนี่? แต่ดันเสียชีวิตไปแล้วด้วย จะนับว่ามีดีไหมเนี่ย?...“ไม่น่าภูมิใจซักนิด... แต่ก็สมกับเป็นยัยนั่นแหล่ะ”“แล้วเรื่องห้องพักล่ะคะ?”“พริสทีนนอนกับสเตลล่านั่นแหล่ะ เดี๋ยวข้านอนกับฟีเรเอง ส่วนเดฟไกส์นอนกับชิอินะได้ไม่มีปัญหาเนอะ?”“ข้าไม่มีปัญหาอะไรกอยู่แล้ว ชิอินะน่าจะอยู่แล้วสบายกว่าอยู่กับเจ้าหมาดำนั่นซะอีก ถึงจะเซ็งที่ข้าไม่ได้วางแผนให้มันไปจัดการเจ้าพวกนั้นยังไงต่อก็เถอะ” แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์“ไม่ต้องปรึกษาข้าก็มีวิธีเฉพาะตัวอยู่แล้ว แกรอดูเถอะว่าสีหน้าพรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง...”“หึ ขอให้ทำได้อย่างที่พูดละกัน”“เอาล่ะ เลิกเข้าด้านมืดกันได้แล้วนะทั้งคู่” รีบห้ามก่อนบทสนทนาจะไปไกลกว่านี้ “เดี๋ยวจะทำความสะอาดตัวให้นะ ขึ้นห้องจะได้ไปพักผ่อนได้ทันที .... [ทำความสะอาด] [เป่าแห้ง]”น้ำช่วยทำความสะอาดตามร่างกายจนเปียกชื้นไปทั่วพร้อมรู้สึกสดชื่นและมีกลิ่นหอมด้วยสบู่ที่ลอยออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ ตามด้วยลมอุ่นเป่าจนร่างกายและเสื้อผ้าแห้ง“สดชื่นจังเลยค่ะ~”“ทักษะนี่มีประโยชน์มากกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย”“ขอบคุณที่ชมจ้ะไลรอน” ยิ้มน้อยๆเมื่อเรียบร้อยทุกคนต่างก็แยกย้ายกันขึ้นไปพัก ห้องของทุกคนเป็นแบบเตียงคู่ตกแต่งแบบธรรมดา มีมุมสำหรับทำงาน ตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้าสำหรับสองคน“เตียงนุ่มมากเลยค่ะ นุ่มกว่าที่บ้านเสียอีก~”“นุ่มจริงๆด้วย แบบนี้เหนื่อยๆกลับมาเจอนี่คงหลับฝันดีแน่ๆ”สาวๆหัวเราะคิกคักชอบใจ ฝั่งคนอื่นเองก็พักผ่อนกันให้เต็มที่เพื่อเตรียมตัวรับภารกิจในวันรุ่งขึ้น ยกเว้นเดฟไกส์ที่ตอนนี้เหมือนกับว่านอนอยู่ แต่แท้จริงแล้วยังคงทำงาน ตรวจตราความเรียบร้อยของลูกน้องตนที่ฝากฝังให้ปกป้องมหาพงไพรวีลิธในช่วงไม่อยู่ และเมื่อตรวจทานเสร็จแล้วเขากลับไม่นอนพักแต่ตรงไปหาใครบางคน...•ณ ห้องพักส่วนตัวของวาเนสซ่า เจ้าหล่อนยังคงนั่งประดิษฐ์เครื่องประดับของร้าน มือสองมือและเงาบนกระจกหน้าร้านมาอยู่บนกำแพงห้องต่างมาร่วมช่วยกันทำ เธอมักเงยหน้ามองออกไปนอกกระจก มองท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาว...ก๊อกๆ... เสียงเคาะประตูเรียกให้หันไปมอง เงาหญิงสาวร้องเพลงวางมือจากสร้อยคอเคลื่อนตัวไปเปิดประตูและคนคนนั้นคือเดฟไกส์“ข้าว่าเราต้องมีเรื่องคุยกัน ว่างั้นไหม...” หรี่ตามอง รูปลักษณ์ในตอนนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นอย่างเดิมหากเป็นคนอื่นคนตกใจ แต่สำหรับเจ้าหล่อนคงไม่มีปัญหา ในเมื่อสายตาที่มองมาตอนนั้นบอกได้เป็นอย่างดี...ว่าเธอรู้ว่าตัวจริงของเขาเป็นใคร...วาเนสซ่าวางงาน ลุกขึ้นถอนสายบัวให้ พร้อมกับประตูที่ปิดลง...“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ...ท่านไลแคนสีคราม”ปึง...