ณ คุกใต้ดินส่วนตัวของหลี่กวง บรรยากาศที่เคยดูตลกขบขันพลันเปลี่ยนเป็ตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อหลี่กวงสลัดความรั่วทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยทิฐิ แม้เขาจะเป็องค์ชายที่หลงตัวเอง แต่เขาก็คือผู้สืบทอดปราณหมาป่าเพลิงที่ผ่านการฝึกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก
"เฟยหลง... เมื่อครู่ศิษย์พี่หญิงบอกว่าปรมาจารย์ใหญ่เรียกพบ ข้ารู้ดีว่าหากเ้าไปถึงที่นั่น โอกาสที่ข้าจะได้ประลองฝีมือกับเ้าก็จะยิ่งน้อยลง" หลี่กวงกระชับกระบี่เพลิงกัลป์ในมือ เปลวไฟสีส้มเริ่มลุกโชนขึ้นตามแรงอารมณ์ "ยังไงวันนี้ข้าต้องรู้ให้ได้ ว่าปราณที่แท้จริงของเ้า เป็อย่างที่ข้าคิดหรือไม่!"
เฟยหลงยืนนิ่ง กระบี่นิลกาฬในมือพาดเฉียงลงพื้น "องค์ชาย ขนาดตัวข้าเองก็ยังไม่รู้เลย ว่าพลังปราณของข้าคืออะไรกันแน่ "
"หุบปาก! ปราณอสูรสถิต หมาป่าเพลิง"
หลี่กวงะโก้อง ปราณสีแดงะเิออกมาจากร่างหมาป่าเพลิงตัวมหึมาปรากฏขึ้นเื้ั แต่วันนี้มันต่างออกไป มันไม่ได้ออกมาเกาหูหรือซุ่มซ่าม แต่มันแยกเขี้ยวที่ลุกเป็ไฟพุ่งเข้าหาเฟยหลงด้วยความเร็วประดุจดาวตก ห้องทั้งห้องร้อนระอุจนอากาศบิดเบี้ยว
"ัซ่อนกาย!"
เฟยหลงไม่ได้ถอยหนี เขาตวัดกระบี่นิลกาฬเป็รูปครึ่งวงกลม ควันสีเทาจางๆ พุ่งออกมาโอบล้อมกาย แต่วันนี้มันเข้มข้นขึ้นเพราะพลังที่เขาเพิ่งดูดมาจากศิลาเบญจธาตุ เมื่อเขี้ยวเพลิงของสุนัขป่าปะทะกับควันสีเทา แทนที่จะเกิดการะเิ เปลวไฟกลับถูก "ดูด" เข้าไปในความมืดมิดของคมกระบี่ดำอย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน?!" หลี่กวงเบิกตากว้าง เขาโถมกำลังทั้งหมดฟาดฟันกระบี่เพลิงใส่เฟยหลงนับ10ครั้ง เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ทุกกระบวนท่าที่ปะทะกัน หลี่กวงรู้สึกได้ว่าแรงส่งของเขาหายไปในความว่างเปล่า เหมือนเขากำลังฟันกระบี่ใส่หลุมดำที่ไม่มีวันเต็ม
"ถึงตาข้าบ้าง..." เฟยหลงกระซิบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น
เขาวาดกระบี่สวนกลับด้วยกระบวนท่าที่เขาเพิ่งตระหนักได้จากจดหมายของพ่อ "นิลกาฬคืนสนอง!"
ควันสีเทาที่ดูดซับปราณเพลิงของหลี่กวงไว้จนอัดแน่น พลันะเิย้อนกลับออกมาในรูปของเพลิงสีนิลที่เย็นเยียบแต่น่าสยดสยอง พลังนั่นกระแทกเข้าที่กลางอกของหลี่กวงอย่างจัง จนเกราะหัวหมาป่าที่ไหล่แตกกระจาย
ตึง!!!
ร่างขององค์ชายหลี่กวงปลิวไปกระแทกกับผนังคุกใต้ดินจนหุ่นลองชุดเกราะล้มระเนระนาด กระบี่เพลิงกระเด็นออกจากมือไปปักอยู่บนเพดาน หลี่กวงนอนหอบหายใจรวยริน ผมที่เคยจัดแต่งอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงและมีรอยไหม้
เฟยหลงเดินเข้าไปใกล้ ปลายกระบี่นิลกาฬจ่ออยู่ที่คอขององค์ชายผู้หยิ่งยโส ควันสีเทายังคงวนเวียนอยู่รอบคมดาบประดุจงูร้ายที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง

"ท่านแพ้แล้ว... องค์ชาย" เฟยหลงกล่าวด้วยเสียงที่นิ่งสงบ
หลี่กวงมองดาบที่จ่อคอตัวเองด้วยความสั่นเทา หน้ากากแห่งความจองหองแตกสลายไม่มีชิ้นดี "ฆ่าข้าสิ... ข้าเสียหน้าขนาดนี้ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในสำนักพยัคฆ์คำรณ"
เฟยหลงค่อยๆ ลดกระบี่ลงแล้วเก็บเข้าฝัก "ข้าไม่ฆ่าท่านหรอก ตั้งใจฝึกมาใหม่ แล้วเรามาประลองกันอีกรอบ ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านทำ อีกอย่าง เราก็สายเืเดียวกันจะทำร้ายกันทำไม" หลี่กวงนิ่งอึ้งไป เขาคาดไม่ถึงว่าคนที่เขารังแกมาตลอดจะมอบความเมตตาให้ในยามที่เขาสูญเสียสิ้นทุกอย่าง เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น พยายามจะจัดทรงผมที่พังยับเยินแต่ก็ทำไม่ได้
"เ้า... เ้ามันประหลาดจริงๆ หลี่เฟยหลง" หลี่กวงพึมพำ น้ำเสียงที่เคยข่มขวัญเปลี่ยนเป็ความนับถือที่ซ่อนลึก "เออ! ข้าแพ้ก็ได้! แต่จำไว้เถอะว่าที่ข้าแพ้ เพราะวันนี้ดวงไม่ดีหรอกนะ! คราวหน้าข้าจะไม่พลาดแน่!"
แม้ปากจะเก่ง แต่หลี่กวงกลับเดินไปเก็บกระบี่แล้วเดินตามหลังเฟยหลงออกมาอย่างสงบเงียบ แววตาของหมาป่าเพลิงที่เคยดุร้าย บัดนี้มันมองแผ่นหลังของเฟยหลงด้วยท่าทางยำเกรง
ศิษย์พี่หญิงเหม่ยอิงที่ยืนรออยู่หน้าประตูมองดูสภาพยับเยินของหลี่กวงแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก "เหมือนที่ข้าคาดไว้ไม่มีผิด"
"ไปกันเถอะ... ปรมาจารย์ใหญ่รอพวกเ้าอยู่ และข้าเกรงว่าโทษของการทำศิลาร้าว อาจจะหนักกว่าที่เ้าคิด"