นิ้วเรียวยาวตวัดไปมาในอากาศ ต้นสนขนาดใหญ่ประดับด้วยกระดาษหลากสีสันก็โผล่ขึ้นมา ไฟสีเหลืองนวลหลายดวงที่ห้อยรอบต้นส่องแสงระยิบระยับจนห้องดูสว่างขึ้นไม่น้อย หลี่หนิงซูที่ได้เห็นภาพนี้ถึงกับอ้าปากกว้าง หยุดการดิ้นรน ตัวแข็งทื่อ หน้าตาตื่นด้วยความตกตะลึง
“อะ อายเอนอักอาอาอนเหรอ” หลี่ิซูมองคนตรงหน้าสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมกับกลระดับสูงที่ได้เห็นโดยไม่คาดฝัน
แม้จะได้ยินไม่ชัดแต่ร่างสูงก็รู้ว่าเด็กดื้อนี่พูดอะไร เขาส่ายหน้าถอนหายใจและพูดเสียงอ่อนเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเลิกโวยวายแล้ว “อยู่นิ่งได้สักทีนะ” เขาดึงถุงเท้าออกจากปากเล็กมองคนที่มีสีหน้าแปลกใจด้วยท่าทางภูมิใจและแก้ความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
“นักมายากลที่ไหนจะสามารถอ่านใจ รู้ความคิดของเธอได้ล่ะหืม?” ชายหนุ่มถามยิ้ม ๆ
“ตะ...แต่ว่า” หลี่หนิงซูพูดได้เพียงแค่นั้นแล้วใช้สายตามองสำรวจคนที่ปล่อยตัวเองให้เป็อิสระั้แ่หัวจรดเท้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ซานตาคลอสที่ทุกคนเคยได้ยินกันมาั้แ่เด็กเป็ชายแก่เครายาวร่างท้วม ตัวอ้วนกลมท่าทางใจดี แบกถุงใบใหญ่ไว้กลางหลังไม่ใช่เหรอ?
แต่ลักษณะที่ว่านี่มันต่างกับคนตรงหน้านี่แบบหน้ามือเป็หลังมือเลยไม่ใช่เหรอ? แม้คนผู้นี้จะดูท่าทางเมตตาเด็ก แต่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างอื่นนี่ไม่เห็นจะมีตรงไหนเหมือนกับที่เคยได้ยิน ได้เห็นในหนังสือหรือในหนังเลย
ไม่ว่าจะเป็อายุของคนตรงหน้าที่ดูยังไงก็เหมือนอายุประมาณยี่สิบกว่า หน้าตาก็ดี หล่อเหลาเกลี้ยงเกลาเข้ากับเรือนผมสีทองสว่าง รูปร่างสูงชะลูด หุ่นอย่างกับนายแบบ ขนาดเขาสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเยังอยู่แค่ระดับคางของอีกฝ่ายแค่นั้น
ไหนจะบุคลิกอ่อนโยนปานเทพบุตร ยิ่งยามนี่อีกฝ่ายกำลังทอดสายตามองไปด้านนอกดูทิวทัศน์บ้านเรือนแต่ละหลังที่ประดับตกแต่งด้วยไฟหลากสีส่องแสงกระพริบ ฟังเสียงดนตรีที่ยังคงถูกเปิดให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง มุมปากที่ยกขึ้นเป็รอยยิ้มนั่นดูราวกับดาราที่กำลังแสดงเป็พระเอกในมิวสิกวิดีโอเพลงเลยสักนิด
ชายหนุ่มััถึงสายตาที่จ้องมาที่ตนก็ไม่ได้ทำอะไร แม้จะรับรู้ถึงความสงสัยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตสุกใสคู่นั่น เขาทำเพียงรอคอยให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอย่างเงียบ ๆ ด้วยรู้ว่าเด็กคนนี้อยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“คะ คุณเป็ซานตาคลอสจริง ๆ เหรอ” ในที่สุดหลีหนิงซูก็ถามออกมาอย่างทนไม่ไหว แม้อะไรหลายอย่างจะชี้ชัดว่าคนตรงหน้าเป็ซานตาคลอส แต่เขาก็ยัง้าได้คำยืนยัน
“โฮะ โฮะ โฮะ แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน
เอาเถอะ! ซานตาคลอสก็ซานตาคลอส เพราะถึงรูปลักษณ์ของคนคนนี้จะแตกต่างจากในความทรงจำ แต่เสียงหัวเราะอันเป็เอกลักษณ์ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
พอมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พวกหัวขโมย หลีหนิงซูก็พูดหยอก “คุณหลอกผมไม่ได้หรอก ซานตาคลอสตัวจริงต้องอายุคราวลุง ผมหงอกเต็มหัวแล้วก็ต้องตัวอ้วนกลมด้วย”
“เฮ้ออออ! จินตนาการของคนพวกนั้นเล่นเอาฉันดูแย่ไปเลย” ซานตาคลอสหนุ่มแสร้งทำสีหน้าห่อเหี่ยวเหมือนคนถูกเข้าใจอย่างผิด ๆและไม่ได้รับความเป็ธรรม
แต่หลี่หนิงซูกลับไม่รู้สึกเห็นใจสักนิดแถมยังล้อต่อ
“ซานตาคลอสต้องมีเครายาวไว้ให้เด็ก ๆ จับเล่นด้วย แต่นี่คุณไม่มีแม้แต่หนวดสักเส้น”
“โฮะ โฮะ โฮะ อันนี้มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฉะ- เฮ้! เด็กดื้อนายเล่นซนอะไรน่ะ!?” ยังไม่ทันพูดจบซานตาหนุ่มก็เอ็ดเด็กตรงหน้าพร้อมกับจับมือเล็กที่จิ้มหน้าท้องของเขาเล่น ท่าทางกำลังสนุก
“อะ!!”หลี่หนิงซูอุทานเบาที่โดนบังคับให้หยุด แต่ยังไม่ยอมละสายตาจากตำแหน่งที่ตนััเมื่อครู่ ราวกับจะมองผ่านเนื้อผ้าเข้าไปดูเรือนร่างที่ถูกอาภรณ์บดบังไว้ “คุณมีกล้ามท้องด้วยเหรอเนี่ย”
นอกจากเด็กหนุ่มจะไม่ตอบคำถามแล้วยังพูดพึมพำกับตัวเอง
“ก็แหงสิ ถ้าไม่ใช่แล้วเธอคิดว่าอะไรล่ะ”
“ก็คิดว่าคุณอาจจะเอาอะไรมายัดใส่ให้ดูเหมือนคนมีซิกซ์แพ็กแบบคนที่แต่งคอสเพลย์ไง” หลี่หนิงซูโต้กลับ ยังไม่อยากจะยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็ซานตาคลอสจริง ๆ
“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าเด็กดื้อนี่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาี้เีอธิบายเลยใช้เวทมนตร์เล็ก ๆ แทนคำตอบ
ร่างผอมบางมองสิ่งของมากมายที่คนตรงหน้าเสกขึ้นมาด้วยอาการปากอ้าตาค้าง มังงะเื่โปรดที่เขาอยากได้มานานแต่ขาดตลาดจนป่านนี้ก็ยังไม่ถูกตีพิมพ์ใหม่ถูกวางชิดผนังเป็ระเบียบ เครื่องเล่นเกมราคาแพงที่เขาหมายตาไว้แต่ยังเก็บเงินได้ไม่ครบบัดนี้ก็ถูกวางอยู่บนโต๊ะหนังสือ ตัวกล่องที่พิมพ์ชื่อกับรุ่นปิดโอกาสไม่ให้เขาได้ปฏิเสธ
ยังไม่นับรวมขนมขบเคี้ยวหายากที่มีขายเฉพาะเมืองนอกซึ่งได้กินปีละครั้ง ตอนนี้มันก็วางกองสุมเต็มตะกร้าบนเก้าอี้คอม
“ฉันให้เธอหมดเลยดีไหม”
“แต่ว่า-” ต่อให้เด็กหนุ่มอยากได้ของพวกนี้มากแค่ไหน เขาก็ไม่ได้โลภขนาดนั้น แน่นอนว่าซานตาหนุ่มรู้ความคิดของเด็กหนุ่มก็บอกอย่างใจกว้าง
“ไม่ต้องเลือก เอาไปหมดนั่นแหละ”
ภาพจำเกี่ยวกับซานตาครอสในวัยเด็กที่ว่า ‘ขอพรได้แค่อย่างเดียว’ หายวับไปกับตาเมื่อได้ยินคำพูดนี้
“ขะ... ขอบคุณครับ“ หลี่หนิงซูพูดเสร็จก็สำทับอีกประโยค “ผมเชื่อแล้วว่าคุณเป็ซานตาครอสจริง ๆ แล้วคุณต้องบังคับกวางเรนเดียร์ด้วยจริงรึเปล่า”
“....” ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ
กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังถามต่อ “แล้วถุงของขวัญใบใหญ่นั่นอีก คุณเก็บไว้ในรถลากเลื่อนเหรอ”
“....” ชายหนุ่มยังคงเงียบ
“ถึงคุณจะดูไม่เหมือนตาเฒ่าในหนังเทศกาลคริสต์มาส แต่ก็ไม่น่าจะมีแรงบังคับรถคันใหญ่ที่หนักอึ้งแบบนั้นได้หรอกมั้ง อ๋อ เข้าใจล่ะ! คุณคงจะใช้เวทมนตร์สินะ อืมมม ต้องเป็อย่างนั้นแน่ ด้วยรูปร่างแบบนี้ต้องใช้ตัวช่วยก็ถูกแล้ว”
อยู่ดี ๆ ก็โดนสบประมาท คนที่ยังหนุ่มยังแน่นก็เกดิอาการหมั่นเขี้ยวอยากสั่งสอนเด็กดื้อสักยก
กล้าดียังไงพูดว่า ‘ถ้าปราศจากเวทมนตร์เขาก็ไร้ปัญญาแม้กระทั่งการควบคุมพาหนะสักคัน’
ไวเท่าความคิดเขาโถมกายทาบทับเด็กปากดีจนร่างเล็กหงายหลังล้มไปบนเตียงนุ่ม ประกบปากลงไปบนกลีบปากอวบอิ่มที่เขาอยากลิ้มลองั้แ่แรกเห็น ซึ่งชอบพูดจาไม่น่าฟังออกมา
“อื้อออออ” หลี่หนิงซูถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ดิ้นรนต่อต้าน แต่ด้วยรูปร่างที่ต่างกัน คน้าไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนสักนิด เมื่อเห็นว่าเสียแรงเปล่าเขาจึงทำได้แค่หยุดการขัดขืนอันไร้ประโยชน์นี่
รอจนอีกฝ่ายพอใจและถอนจูบออกไป หลี่หนิงซูก็รีบสูดอากาศเข้าปอดแล้วโพล่งออกมา “คุณทำบ้าอะไร! ลุกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อยู่ ๆ ก็มาจูบ คิดจะปล้ำเด็กรึไง”
หลี่หนิงซูยังคงปากเก่ง ไม่ได้สังเกตสักนิดเลยว่ารอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มอยู่เสมอก่อนหน้านี้ได้เลือนหายไปแล้ว
TBC