เจ้าเดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นโกรธจัดดวงตาของมันฉายแววอาฆาตเหมือนอยากฉีกผมเป็นชิ้นๆ
ทันทีที่มันพูดจบมันก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น
รอบตัวผมถูกล้อมด้วยภูเขาและก้อนหินทุกเส้นทางถูกปิดตาย มีเพียงทางด้านหน้าที่มันขวางอยู่
พลังของมันกดดันจนผมหายใจแทบไม่ออก
หากผมเลือกปะทะตรงๆมีแต่จะพ่ายแพ้
ผมทำได้เพียงค่อยๆถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง
“อาจารย์ ช่วยผมด้วย!”
เสียงของผมดังก้องไปทั่วป่าหวังว่าอาจารย์จะได้ยินและมาช่วย
แต่เจ้าเดรัจฉานเฒ่ากลับหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ
“คืนนี้ ต่อให้เจ้าตะโกนจนสุดเสียงก็ไม่รอดอยู่ดี!”
พูดจบมันดีดตัวออกจากพื้น กระโจนใส่ผมด้วยความเร็วสูง
ผมเบิกตากว้างยกกระบี่กระดูกปลาขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ
“ปัง!”
แรงมหาศาลซัดเข้ามาเต็มที่กระบี่ในมือของผมกระเด็นหลุดไป
ตัวของผมเองก็ถูกแรงปะทะซัดกระเด็นจนล้มลงกระแทกพื้น
มือและแขนของผมสั่นสะท้านจากแรงกระแทกปวดแสบปวดร้อนไปหมด
มันยืนคร่อมผมไว้ใบหน้าครึ่งคนครึ่งสัตว์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ไอ้เด็กโง่! ทำไมไม่ตอบข้าดีๆ! ทำไม! ทำไม!?”
เมื่อพูดคำว่า‘ทำไม’ ครั้งสุดท้าย มันอ้าปากกว้าง แยกเขี้ยวแล้วเงื้อกรงเล็บใส่ผมเต็มแรง
ผมถูกต้อนจนไม่มีทางหนีแล้ว
มันเร็วเกินไปผมไม่สามารถหลบได้ทันแน่
แต่ในวินาทีนั้นเอง…
เสียงตะโกนก้องกังวานดังขึ้นขัดจังหวะทุกอย่าง!
“ทำไมอะไรของแก!”
เสียงดังขึ้นก่อนที่เงาดำจะกระโจนลงมาจากก้อนหินด้านหลัง
เป็นอาจารย์ของผม!เขามาถึงแล้ว!
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าเบิกตากว้างมันยังไม่ทันได้เห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น“ปัง!”
อาจารย์ของผมกระโดดเตะมันเต็มแรงร่างของมันปลิวกระเด็นไปไกลห้าเมตร กระแทกเข้ากับต้นไม้เสียงดังสนั่น
มันกรีดร้องออกมาเลือดพุ่งกระฉูดออกจากปาก
เมื่อเห็นอาจารย์ผมแทบจะหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ
“อาจารย์!”
อาจารย์มองผมแวบหนึ่งก่อนพยักหน้า
“ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่มีทางที่สัตว์เดรัจฉานพวกนี้จะทำร้ายนายได้”
เมื่อเจ้าเดรัจฉานเฒ่าที่กระอักเลือดออกมาเห็นความแข็งแกร่งของอาจารย์ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีโอหังอีก
มันรีบพยุงตัวขึ้นมาแล้วพุ่งกระโจนเข้าป่าทันที
แต่อาจารย์แค่นเสียงเย็นชา “คิดจะหนีงั้นรึ”
เขาล้วงเอาเส้นเอ็นออกมาก่อนจะสะบัดข้อมือขว้างปลายสายออกไป
“ฟิ้ว!”
เส้นเอ็นพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของผมยังตามไม่ทัน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากในป่า ก่อนที่อาจารย์จะกระตุกเส้นเอ็นกลับมาอย่างง่ายดาย
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าที่พยายามหนีถูกลากกลับมาอย่างหมดหนทาง
มันกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นก่อนจะมาหยุดที่ปลายเท้าของอาจารย์
“ตุบๆๆ!”
มันพยายามลุกขึ้นแต่ก็ถูกแรงเหวี่ยงซัดจนกลิ้งไม่เป็นท่า
ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
อาจารย์ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
เพียงแค่เส้นเอ็นและตะขอเกี่ยวตัวเดียวก็สามารถดึงเดรัจฉานเฒ่าตัวนี้กลับมาได้อย่างง่ายดาย
อาจารย์แข็งแกร่งเหลือเกิน
เมื่อเทียบกับลุงอวี๋แล้วความแตกต่างในฝีมือเห็นได้ชัดเจน
ฝีมือของอาจารย์นั้นสูงส่งเหนือชั้นไปอีกระดับ
อาจารย์มองเดรัจฉานเฒ่าที่นอนอยู่บนพื้นก่อนจะเหยียบหัวของมันเต็มแรง
“หนีสิวะ! ไหนบอกจะหนีไง!
“กล้าทำร้ายศิษย์ของฉัน สมควรตายนัก!
“ยังกล้ามาถามว่าทำไมอีก! ตอนนี้เข้าใจรึยังว่าทำไม!
“เวรเอ๊ย! นี่มันตัวอะไรวะ…”
อาจารย์สบถไม่หยุดท่าทางแข็งกร้าวและดุดันสุดๆ
เดรัจฉานเฒ่าที่ถูกเหยียบหัวตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
มันร้องขอชีวิตด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านนักพรต! ไว้ชีวิต! โปรดไว้ชีวิต!”
อาจารย์ไม่ตอบเพียงหันกลับมาถามผม “เสี่ยวเจียง เจ้าตัวนี้ทำอะไรนาย”
ผมที่เพิ่งหยิบกระบี่กระดูกปลาขึ้นมาเดินเข้าไปใกล้
เมื่อได้ยินคำถามของอาจารย์ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา “อาจารย์ มันพยายามบังคับให้ผมแต่งตั้งมัน”
เมื่ออาจารย์ได้ยินก็หรี่ตาลงทันที
เขาเพิ่มแรงที่เท้าก่อนจะสบถเสียงดัง
“บัดซบ! แทนที่จะตั้งใจบำเพ็ญ ดันอยากใช้ทางลัดอันผิดศีลธรรม สมควรตายแล้ว!”
เดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นร้องขอชีวิตอีกครั้งร่างกายมันสั่นสะท้าน
“ท่านนักพรต! ข้าทำไม่สำเร็จ ข้ายังไม่ได้รับการแต่งตั้ง! ขอท่านเมตตา!”
อาจารย์กลับดูแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาถามผม “เสี่ยวเจียง นายตอบมันว่าอะไร”
ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยแต่ก็ยังตอบไปตามจริง
“ผมบอกมันว่า…เหมือนไอ้จ้อน”
เมื่ออาจารย์ได้ยินคำตอบสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ว่าอะไร เหมือนอะไรนะ”
“…ไอ้ ไอ้จ้อน!”
ผมทำตัวไม่ถูกเลยลูบหัวตัวเองอย่างกระอักกระอ่วน
อาจารย์ได้ยินคำตอบของผมแล้วก็หัวเราะลั่น “ดีๆ! ตอบได้ดี! ฮ่าๆๆ!”
เขาหัวเราะแทบน้ำตาไหล
“ฉันทำงานสายนี้มาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินใครตอบแบบนี้!เจ้าหนูนี่มันมีของจริงๆ!”
อาจารย์หัวเราะขณะพูดแต่เดรัจฉานเฒ่าที่ถูกเหยียบอยู่ใต้เท้าของเขากลับมีสีหน้าเศร้าสลด ร่างกายสั่นเทา
“อาจารย์ ผมตอบแบบนี้…จะไม่มีปัญหาใช่ไหม”
ผมถามอย่างไม่แน่ใจเพราะผมเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
อาจารย์ส่ายหน้า “ไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเดรัจฉานที่มาขอการแต่งตั้งแบบนี้หวังจะขโมยโชคชะตาของผู้อื่นเพื่อเพิ่มตบะให้ตัวเอง ถ้านายตอบตามที่มันต้องการได้ซวยแน่ โชคชะตาของนายจะถูกพรากไปและมันจะได้พลังเพิ่มขึ้น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ผมยังคงมีสติและนึกถึงเรื่องราวเก่าๆได้ทัน
มิฉะนั้นผมคงต้องพบกับเคราะห์ร้ายไปอีกนาน
ขณะเดียวกันเดรัจฉานเฒ่าที่อยู่ใต้เท้าอาจารย์ก็ร้องขอชีวิต
“ท่านนักพรต! โปรดเมตตาเถอะ! ข้าเพียรพยายามบำเพ็ญเพียรมาอย่างยากลำบากได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
อาจารย์มองมันแวบหนึ่งก่อนกล่าว
“แกถามศิษย์ฉันว่าอะไร”
“ข้า…ข้าเพียงแต่ถามว่า…”
เดรัจฉานเฒ่าพูดตะกุกตะกักไม่กล้าตอบตรงๆ
อาจารย์ไม่รอให้มันพูดจบเขากระทืบมันไปหนึ่งที ทำให้มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“ฉันถามว่าแกถามศิษย์ฉันว่าอะไร!”
ผมเห็นดังนั้นจึงตอบแทน “มันถามผมว่ามันเหมือนเทพหรือเซียน”
สีหน้าของอาจารย์ที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อครู่กลับกลายเป็นเย็นเยือกขึ้นมาทันที
เขาส่งเสียงฮึดฮัดแล้วคว้าตัวเดรัจฉานเฒ่าขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เพียงมือเดียวก็สามารถยกมันขึ้นจากพื้นได้ราวกับมันเป็นแค่ถุงขยะ
“สารเลวเอ๊ย! สมควรตายแล้ว กล้ามาขอให้ศิษย์ฉันตั้งตายให้งั้นหรือ!คิดจะทำให้ตายยกครัวเลยหรือไง!”
ตั้งตาย? ตายยกครัว?
ผมอึ้งไปทันที
มันหมายความว่ายังไงกันแน่!
ผมจ้องมองอาจารย์อย่างสงสัยแต่เลือกที่จะเงียบ ไม่ขัดจังหวะเขา
เดรัจฉานเฒ่าที่อยู่ใต้เท้าอาจารย์ตัวสั่นเทิ้มส่งเสียงร้องขอชีวิต “ท่านนักพรต! ข้า ข้าผิดไปแล้ว!โปรดเมตตาข้าด้วย!”
แต่มีเพียงเสียงหัวเราะเย็นชาเป็นคำตอบ “ทำผิดก็ต้องรับผลกรรม!”
อาจารย์ไม่ลังเลเขาบีบคอเดรัจฉานเฒ่าตัวนั้นแน่นขึ้น
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกหักดังชัดเจน
ดวงตาของเดรัจฉานเฒ่าเบิกโพลงมันพยายามเปล่งเสียงร้อง แต่ทำได้แค่ครางเสียงแผ่วเบา
เลือดเริ่มไหลออกจากปากและจมูกของมัน ดวงตาสีเขียวมรกตที่เคยเรืองแสงค่อยๆ มืดดับลง
อาจารย์สะบัดมือทิ้งร่างของมันร่วงลงสู่พื้น ไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต…