ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 82 : ไม่พอยาไส้

    --- สองวันผ่านไป ---


    แมกไม้สวยงาม ลำธารน้ำไหลเอื่อยๆ เสียงน้ำไหลเบาและเสียงต้นไม้ใบหญ้าไหวไปตามลม เป็นท่วงทำนองที่น่าฟังอย่างประหลาด ตอนนี้เซี่ยซีหานเดินทางใกล้ถึงเมืองรากไม้อีกครั้งแล้ว


    "จื้อเพ่ยเส้นทางแห่งการเป็นผู้วิเศษนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย นั่นเพียงเพราะใจเราเปิดรับมันหรือไม่เปิดรับมัน ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติหรือไม่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติก็เท่านั้นเอง..." เซี่ยซีหานพูดขณะที่ตัวเองนั่งอยู่ในท่วงท่าสงบ ทีท่าราวปราชญ์เมธีผู้ทรงความรู้


    จื้อเพ่ยเด็กชายมองเซี่ยซีหานนัยน์ตาเป็นประกาย คล้ายเกิดการตระหนักรู้ สำหรับเด็กชายเซี่ยซีหานคือชายที่ยิ่งใหญ่ที่ช่วยเหลือตัวมันและน้องสาวให้มีชีวิตไว้


    "ขอรับ ศิษย์จะจำไว้" จื้อเพ่ยพูดอย่างว่าง่าย ก่อนรีบใช้หัวตีความคำพูดอันสูงส่งของเซี่ยซีหาน


    เซี่ยซีหานยิ้ม ก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง มันทำตัวเองราวกับเป็นผู้สูงส่งจริงๆ ส่วนจื้อเพ่ยเด็กชาย... เอ็งก็ถูกหลอกง่ายเหลือเกิน


    'การพาจื้อเพ่ยมากับข้าด้วยนั้นก็ดีเหมือนกัน พระเอกที่แท้จริงต้องมีผู้ช่วยฝีมือดี นอกจากนั้น คิกคิก ไอ้เด็กนี่มันก็ว่าง่ายเหลือเกิน ข้าพูดอะไรไปมันก็เชื่อ นี่ขนาดพูดมั่วๆ นะ กร๊ากๆ' เซี่ยซีหานเหล่สายตามองจื้อเพ่ย ที่ใบหน้ากำลังขบคิด มันมีความสุขเหลือเกินที่ได้หลอกเด็กชายเล่น คำพูดอะไรที่เซี่ยซีหานมันพูดกับเด็กชาย ล้วนเป็นคำพูดมั่วๆ ซั่วๆ ที่จับต้องไม่ได้ทั้งนั้น แต่เวลาพูดเซี่ยซีหานรู้สึกว่าตัวเองดูดีอย่างประหลาด


    ไม่น่าเชื่อ! จื้อเพ่ยจะมีพรสวรรค์ไม่น้อย นี่ขนาดมันไม่มีระบบช่วย แต่จื้อเพ่ยก็สามารถตระหนักรู้ธาตุดินและไม้ได้อย่างรวดเร็ว แม้มันจะช้ากว่าเซี่ยซีหานไปอยู่บ้าง แต่จากการพูดคุยกับเคอซวยผู้วิเศษระดับนักวิจัย สิ่งที่เด็กชายจื้อเพ่ยทำได้ ไม่ต่างจากปีศาจเช่นเซี่ยซีหาน พอเป็นแบบนี้เซี่ยซีหานก็ดีใจ มันรู้สึกเหมือนได้เพชรมาอยู่ในมือ


    ในการออกเดินทางมาเมืองรากไม้แห่งอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งอีกครั้ง มันจึงพาเด็กชายมาด้วย


    ส่วนเป้าหมายของเซี่ยซีหานต่อเด็กชายนะเหรอ... ก็ผู้ช่วยพระเอกไง เซี่ยซีหานเห็นแววนี้ในตัวจื้อเพ่ยอย่างมาก มันเลยจำต้องนำจื้อเพ่ยมาฝึกฝนอย่างใกล้ชิด พระเอกที่แท้จริงในความคิดเซี่ยซีหานจำต้องมีผู้ช่วยฝีมือดี


    การทำอะไรคนเดียวสำหรับเซี่ยซีหานที่มีคอนเซ็ป จะใช้ชีวิตดุจตัวมอดในถังข้าวสาร คือสิ่งที่โง่ที่สุด


    การให้คนอื่นทำงานและเรานอนรับตังค์ต่างหาก คือจุดสุดยอดแห่งความขี้เกียจ คิดแบบนี้เซี่ยซีหานก็เห็นควรจะต้องหาลูกศิษย์มากๆ หน่อย แต่น่าเสียดาย... จื้อเพ่ยเด็กชายร่างกายอ่อนแอมากเกินไป ไม่เช่นนั้นเซี่ยซีหานจะให้มันจับค้อนเป็นช่างตีเหล็กแบบมันในทันที เพื่อให้จื้อเพ่ยเร่งช่วยมันหาเงินอีกแรง


    แต่เส้นทางนี้ดูจะหยาบเกินไป เอาเข้าจริง งานช่างหลอมนั้น หากไม่ได้ผลิตยุทธภัณฑ์ระดับสูงจริงๆ เช่นระดับของนักรบขอบเขต 'เปลี่ยนเลือด' ราคาของยุทธภัณฑ์จะไม่ต่างกันมากนัก


    ซึ่งยุทธภัณฑ์ของนักรบขอบเขตเปลี่ยนเลือด จำต้องมีคุณสมบัติพิเศษ นั่นคือรองรับการประจุปราณพลัง


    หากจะพูดง่ายๆ ก็คือ การเพิ่มความแข็งแกร่งของศาสตรา ด้วยปราณพลังอันเป็นทักษะพื้นฐานของเหล่านักรบ ในศาสตราวุธระดับต่ำนั้น แม้จะรองรับการประจุของปราณพลังได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีส่วนต่างมากมายอะไร


    หากดาบธรรมดาหนึ่งเล่ม มีค่าความแข็งหรือค่าความทนทานการกดทับ ก่อนหักหรือแตกที่ 1000 กิโลหน่วยต่อตารางนิ้ว


    การที่มันถูกปราณพลังประจุ ค่าความทนทานนั้น จะเพิ่มขึ้นจาก 1000 กิโลหน่วยต่อตารางนิ้ว เป็น 1200 ถึง 1500 กิโลหน่วยต่อตารางนิ้ว แต่ในศาสตราธรรมดานั้น หากประจุพลังปราณมากเกินไป มันจะแตกออกทันที 200 ถึง 500 หน่วยกิโลต่อตารางนิ้วเรื่องค่าแรงกดทับ นับเป็นศาสตราระดับพื้นฐานไม่นับเป็นของชั้นดี


    แต่ในนักรบขอบเขตเปลี่ยนเลือดนั้น พวกเขาแข็งแกร่งมาก และมีเรี่ยวแรงดุจปีศาจ ศาสตราวุธทั่วไป พวกเขาสามารถบีบแตกได้


    ค่าความแข็งหรือค่ารับแรงกดที่เหล่านักรบกลุ่มนี้ต้องการต่อศาสตราวุธของตัวเองจึงสูงมาก มันสูงมากถึงระดับ 10,000 กิโลหน่วยต่อตารางนิ้วเป็นอย่างน้อย และต้องสามารถทนแรงการประจุของปราณพลังได้ในระดับ 20,000 ถึง 30,000 กิโลหน่วยต่อตารางนิ้วเป็นอย่างน้อยด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นเมื่อพวกเขาปะทะกัน ศาสตราของศัตรูในระดับเดียวกัน ศาสตราของพวกเขาจะหักหรือแตกในระหว่างต่อสู้


    ในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว มีผู้หลอมศาสตราชั้นสูงแบบนี้ได้เพียงแค่ 3 คน คือ เซี่ยซีหาน เจียตัวและนายป้อมถางอี้ ราคาขายต่อหน่วยมันแพงมาก อาจจะมากถึง 1,000 หรือ 2,500 บูลนี่หากเป็นศาสตราที่สั่งทำ


    แต่ถ้าศาสตราทั่วไปที่ไม่สั่งทำ เพื่อนักรบขอบเขตเปลี่ยนเลือด อย่างน้อยๆ ก็ขายได้ที่ 500 บูลนี่


    ต่างกับยุทธภัณฑ์ทั่วไปที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวตีขึ้น ซึ่งมักขายที่ 5 ถึง 20 บูลนี่ ถ้าเป็นชุดเกราะหนักก็ไม่เกิน 150 บูลนี่ จะเห็นได้ว่าราคาต่างกันคล้ายฟ้ากับเหว


    แต่น่าเสียดายอาณาจักรชั้นหนึ่งมีนักรบขอบเขตเปลี่ยนเลือดน้อยเต็มที ทำให้ความต้องการศาสตราชั้นสูงขอบเขตนักรบเปลี่ยนเลือดนั้นต่ำมาก ต่อให้เซี่ยซีหานมีความสามารถตีศาสตราเหล่านี้ขึ้นมา แต่เขาก็ไม่รู้จะขายใคร ดังเช่นทุกวันนี้ ที่ของจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเป็นของดีเกินราคา ศาสตราทุกชิ้นของเซี่ยซีหานมีค่าความต้านทานเกิน 2,500 หน่วย และประจุปราณพลังได้ถึง 10,000 หน่วย ทั้งๆ ที่เป็นของที่ทำขึ้นเพื่อนักรบขอบเขตก่อร่าง


    ส่วนสำหรับนักรบขอบเขตผู้สร้างปราณ เซี่ยซีหานสามารถสร้างศาสตราคุณภาพสูง ที่คุณภาพเกือบจะเอาไว้ให้นักรบเปลี่ยนเลือดใช้ได้ ด้วยวัสดุที่ต่ำกว่า 7,500 หน่วย แรงต้านคือคุณภาพศาสตราที่เซี่ยซีหานสร้างขึ้น แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์กับเป็นความสามารถการทนต่อการประจุพลังปราณ ที่ศาสตราของเซี่ยซีหานทำได้ถึง 5 เท่า ต่างจากที่คนอื่นๆ ทำได้เพียง 3 เท่า นั่นเท่ากับว่าศาสตราของเซี่ยซีหานสามารถใช้ข้ามขอบเขตนักรบได้


    ครั้งหนึ่งเซี่ยซีหานเคยใช้ขวานใหญ่ของตัวเอง ฟาดใส่ดาบใหญ่ของ 'โหย่งเต๋อ' นักรบสี่ดาบผู้ชั่วร้ายหักกลาง สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ ก็เพราะศาสตราของเซี่ยซีหานคุณภาพดีกว่าของโหย่งเต๋อมาก หากวัดที่กำลังกันดุ้นๆ โหย่งเต๋อจะมีพละกำลังมากกว่าเซี่ยซีหานเล็กน้อย  แต่ศาสตราของเขาทนการประจุพลังเทียบของเซี่ยซีหานไม่ได้เลย ดาบใหญ่ของเขาจึงหักกลางตั้งแต่การปะทะกันครั้งแรก


    แต่ก็นั่นแหละ... มีความสามารถและทำไม ในเมื่อไม่มีคนซื้อ เซี่ยซีหานพบว่า ตัวมันและศิษย์จำต้องหาวิธีเลี้ยงชีพแบบใหม่ หากต้องการเป็นผู้วิเศษ 100,000 บูลนี่ คือค่าใช้จ่ายขั้นต่ำสุดของการเป็นผู้วิเศษ สำหรับการควบแน่นพลังธรรมชาติ เพื่อใช้ในการตระหนักรู้ความเร้นลับแห่งพลังวิเศษของตัวเอง นี่ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ที่ราวกับเอาเงินถมทะเลสาปอันไร้จุดจบ


    เซี่ยซีหานพบว่า การเป็นช่างหลอม ไม่อาจจะเพียงพอต่อความต้องการของมันด้านการเงินอีกต่อไป


    มันเลยเริ่มคิดการใหญ่ จากคำบอกเล่าของเด็กชาย


    ในเมืองรากไม้ ผู้คนเดินกันวุ่นวาย มีรถลาก ม้าศึกควบเดินไปมาตลอด เซี่ยซีหานพาตงตงไปพัก ณ โรงแรมชั้นสูง ก่อนจะออกเดินเท้ามากับเด็กชายจื้อเพ่ย


    "ท่านอาจารย์ที่นี่แหละขอรับ ที่นี่คือที่รับซื้อและขายยาขวดวิเศษประเภทต่างๆ มันราคาแพงมากเลย"


    เซี่ยซีหานเชิดหน้ามองสูง มันเห็นป้ายที่เขียนว่า


    -['หอขวดยาล้ำเลิศ']-

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน